ช่วงปีที่ผ่านมาหลายคนน่าจะคุ้นหูกับศัพท์คำว่า อุปกรณ์ PPE (Personal Protective Equipment) หรือ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลหรือุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย ขึ้นชื่อว่าเป็นอุปกรณ์ป้องกันสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ก็ต้องมีฟังก์ชั่นหลักอย่างการสวมใส่ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุต่าง ๆ ในพื้นที่การทำงานที่มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ทั้งงานด้านอุตสาหกรรมและการแพทย์ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสิ่งของ อุปกรณ์ที่อันตราย รวมถึงโรคระบาด ที่สำคัญอุปกรณ์ PPE ยังมีหลายชนิด สำหรับใช้ปกป้องส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งแต่ละประเภทงานต่างก็มีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน ดังนั้น บทความนี้จะลองพามารู้จักกับอุปกรณ์ PPE แต่ละชิ้นกัน

แนะนำ 8 อุปกรณ์ PPE ให้เหมาะกับลักษณะงาน

เลือกอุปกรณ์ PPE ให้เหมาะกับหน้างาน เพื่อให้คุณเลือกซื้ออุปกรณ์เซฟตี้ได้อย่างถูกต้องและผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย (มอก. และมาตรฐานสากล) 

ประเภทอุปกรณ์ PPE ประโยชน์และความสำคัญ มาตรฐานที่ควรสังเกต เหมาะสำหรับหน้างาน / อุตสาหกรรม
1. หมวกเซฟตี้ ป้องกันศีรษะจากวัตถุตกกระแทก หรือสิ่งของหล่นจากที่สูง มอก. 368-2538, ANSI Z89.1 งานก่อสร้าง, งานวิศวกรรม, คลังสินค้า, โรงงานอุตสาหกรรม
2. อุปกรณ์ป้องกันหู (ที่อุดหู/ที่ครอบหู) ป้องกันระบบการได้ยินจากเสียงที่ดังกว่า 40-120 เดซิเบลต่อเนื่อง ANSI S3.19, EN 352 (ดูค่า NRR/SNR) โรงงานผลิตรถยนต์, โรงงานบรรจุภัณฑ์, งานเจาะตัดถนน
3. แว่นตานิรภัย ป้องกันดวงตาจากสารเคมีกระเด็น สะเก็ดไฟ เศษโลหะ และฝุ่น ANSI Z87.1, EN 166 งานเชื่อม, งานตัดโลหะ, งานเจียร, ห้องปฏิบัติการเคมี
4. ถุงมือนิรภัย ป้องกันมือจากความร้อน ของมีคม สะเก็ดไฟ และสารเคมีอันตราย EN 388 (กันบาด), EN 407 (กันร้อน), EN 374 (กันเคมี) งานยกของหนัก, งานซ่อมบำรุง, งานเชื่อม, งานแล็บ
5. รองเท้านิรภัย ป้องกันนิ้วเท้าจากสิ่งของตกใส่ พื้นกันลื่น กันไฟฟ้าสถิต และสารเคมี มอก. 523-2564, EN ISO 20345 ไซต์ก่อสร้าง, คลังสินค้า, โรงงานผลิต, งานซ่อมบำรุง
6. เข็มขัดนิรภัย (แบบเต็มตัว) ป้องกันการตกจากที่สูง พยุงตัวผู้สวมใส่อย่างปลอดภัย EN 361, ANSI Z359.11 งานก่อสร้างอาคารสูง, งานเช็ดกระจกตึก, งานติดตั้งเสาไฟ
7. หน้ากากกรองฝุ่น ป้องกันฝุ่นละออง สารเคมี หรืออนุภาคขนาดเล็กในอากาศ N95 (NIOSH), KN95, P2, EN 140 อุตสาหกรรมสิ่งทอ, งานตัดเย็บ, งานพ่นสี, ไซต์ก่อสร้าง
8. เสื้อสะท้อนแสง เพิ่มจุดสังเกต ช่วยให้มองเห็นผู้ปฏิบัติงานได้ง่ายในที่มืด/ที่อับ EN ISO 20471, ANSI/ISEA 107 งานซ่อมถนน, งานคลังสินค้าตอนกลางคืน, งานในพื้นที่อับแคบ

อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ

หมวกเซฟตี้ อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับสวมใส่สำหรับป้องกันศรีษะในสถานที่ อาทิ ไซต์งานก่อสร้างหรือโรงงานอุตสาหกรรมที่สุ่มเสียงต่อการเกิดสิ่งของร่วงหล่นจากบนที่สูงขณะปฏิบัติงาน

work-protection

อุปกรณ์ป้องกันหู

ประโยชน์สำคัญของเอียร์ปลั๊กทั้งแบบสวมและแบบครอบ คือ ช่วยป้องกันหูจากเสียงที่ดังกว่า 40-120 เดซิเบล เป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง จากในโรงงานอุตสาหกรรมยายนต์ โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ หรืองานก่อสร้าง

เเว่นนิรภัย

เเว่นนิรภัยช่วยป้องกันดวงตา จากสารเคมี เศษโลหะ และเศษฝุ่น จากการปฏิบัติงาน อย่างงานเชื่อมโลหะ งานตัดโลหะ งานทดลองในห้องปฏิบัติการ

ถุงมือนิรภัย

ด้วยวัสดุที่ทำมาเพื่อเซฟตี้ในการปฏิบัติงานหนัก ถุงมือนิรภัยจึงช่วยป้องกันมือจากความร้อน ของมีคม สะเก็ดไฟจากงานตัดหรืองานเชื่อม และงานที่ต้องสัมผัสสารเคมี

รองเท้านิรภัย

เช่นเดียวกับถุงมือ เป็นรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายจากการทำงาน ภายในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายกับนิ้วเท้าของผู้ปฏิบัติงาน หัวรองเท้ามีทั้งรูปแบบโลหะและพลาสติกทนทานสูง อีกทั้งรองเท้านิรภัยช่วยป้องกันการกระแทก จากสิ่งของที่มีน้ำหนักตกใส่ พื้นรองเท้าช่วยป้องกันการลื่น ไฟฟ้าสถิตย์ และสารเคมี

เข็มขัดนิรภัย

เข็มขัดนิรภัย คืออุปกรณ์เซฟตี้สำหรับใช้ทำงานในที่สูง เพื่อป้องกันการตกหล่นลงมา ช่วยพยุงตัวผู้สวมใส่อย่างปลอดภัย สำหรับงานก่อสร้าง งานเช็ดกระจกบนตึกสูง

หน้ากากกรองฝุ่นละออง

หน้ากากกรองฝุ่นละอองช่วยป้องกันฝุ่นละออง ในพื้นที่การทำงานที่มีฝุ่นมากกว่าปกติ อุตสาหกรรมเกี่ยวกับเสื้อผ้า งานตัดเย็บเสื้อผ้า หรืองานก่อสร้าง

เสื้อสะท้อนแสง

อุปกรณ์ PPE ที่ใช้ส่วมใส่สำหรับการปฏิบัติงานในที่มืดหรือแสงสว่างไม่เพียงพอในพื้นที่อับและแคบ เพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น

8 อุปกรณ์มาตรฐาน PPE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุปกรณ์ PPE (FAQ)

1. ตามกฎหมายแรงงาน ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ PPE?

นายจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดหาและดูแลให้อุปกรณ์ PPE ที่ได้มาตรฐานแก่ลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

2. อุปกรณ์ PPE มีอายุการใช้งานนานแค่ไหน และควรเปลี่ยนเมื่อใด?

อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับประเภทและการใช้งาน เช่น หมวกนิรภัย มีอายุ 3-5 ปีนับจากเริ่มใช้, รองเท้าเซฟตี้ ควรเปลี่ยนทุก 1-2 ปี หรือเมื่อพื้นสึก/หัวเหล็กผิดรูป ส่วนหน้ากากกรองฝุ่น/สารเคมี ต้องเปลี่ยนทันทีเมื่อเริ่มหายใจอึดอัดหรือได้กลิ่นสารเคมี

3. หากอุปกรณ์ PPE ชำรุดเล็กน้อย แต่ยังใช้งานได้ ควรทำอย่างไร?

ห้ามนำกลับมาใช้งานเด็ดขาด อุปกรณ์ PPE ที่มีรอยร้าว ฉีกขาด หรือเสื่อมสภาพ จะสูญเสียคุณสมบัติในการปกป้องทันที ต้องทำการเปลี่ยนชิ้นใหม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ปฏิบัติงาน

ช้อปอุปกรณ์ PPE และของใช้โรงงานมาตรฐานสูง ปลอดภัย มั่นใจได้ที่ OFM!

นอกจากหลายคนจะคุ้นเคยกับ ชุด PPE เป็นส่วนใหญ่แล้ว เหล่านี้ถือเป็นอุปกรณ์ PPE มาตรฐานสำหรับงานอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ  ทั้งนี้อุปกรณ์ PPE มีเพื่ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเละเป็นการปกป้องอันตรายจากการปฏิบัติงาน โดยปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้ได้มีมาตรฐานในการผลิตที่สูง และเซฟตี้ได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้สวมใส่มั่นใจ ปลอดภัยหายห่วง ซึ่งหากลูกค้าท่านใดสนใจซื้ออุปกรณ์โรงงาน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดสินค้าที่ officemate ในหมวดหมู่อุปกรณ์โรงงาน เพียงคลิกที่นี่

ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥

🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)

💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)

🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!

📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th

ช้อปอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล PPEบทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลจาก : safety-genius.com