วิธีทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม ต้องใช้อะไรบ้าง? พร้อมลิสต์อุปกรณ์ที่ควรเตรียม
หลังน้ำลด งานสำคัญที่ต้องรีบจัดการคือ การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม เพราะสิ่งที่เหลืออยู่ไม่ได้มีเพียงน้ำและคราบโคลน แต่ยังอาจมีขยะ สิ่งปฏิกูล เชื้อโรค ความชื้น และเชื้อราสะสมอยู่ตามพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และซอกต่าง ๆ ภายในบ้าน
แต่ก่อนจะหยิบไม้กวาดหรือฉีดน้ำล้างทันที ควรเริ่มจากการตรวจสอบความปลอดภัยและเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะกับงาน เพราะบ้านที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมอาจมีทั้งระบบไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย โครงสร้างที่ไม่มั่นคง เศษแก้ว ของมีคม รวมถึงน้ำและโคลนที่ปนเปื้อน
บทความนี้รวบรวมตั้งแต่ วิธีล้างบ้านหลังน้ำท่วม วิธีกำจัดโคลน การทำความสะอาดเชื้อรา ไปจนถึงเช็กลิสต์อุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำท่วมว่าต้องใช้อะไรบ้าง เพื่อให้เตรียมของได้ครบและเริ่มฟื้นฟูพื้นที่ได้เป็นระบบมากขึ้น
Key Takeaways
- อย่ารีบเปิดไฟหรือเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมทันที
- ตรวจโครงสร้างและระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยก่อนเข้าทำความสะอาด
- สวมถุงมือ รองเท้าบูท หน้ากาก และอุปกรณ์ป้องกันก่อนเริ่มงาน
- หากมีโคลนจำนวนมาก ควรตักโคลนออกก่อนฉีดน้ำล้าง
- ล้างสิ่งสกปรกออกจากพื้นผิวก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อตามความเหมาะสม
- ควรเร่งทำให้สิ่งของและพื้นที่ที่เปียกแห้งโดยเร็ว เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา
- พื้นที่ขนาดใหญ่อาจใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry หรืออุปกรณ์สำหรับงานหนักเพื่อลดเวลาทำความสะอาด
ก่อนทำความสะอาดหลังน้ำท่วม อย่าเพิ่งรีบลุยทันที
ก่อนเข้าไปเก็บของหรือล้างพื้น ควรตรวจสอบก่อนว่าพื้นที่ปลอดภัยเพียงพอที่จะเข้าใช้งานหรือไม่
กรมอนามัยแนะนำให้ตรวจความแข็งแรงของโครงสร้างและระบบไฟฟ้าก่อนเข้าทำความสะอาด โดยเฉพาะบ้านที่น้ำเคยท่วมถึงปลั๊กไฟ ไม่ควรเปิดเบรกเกอร์หรือใช้งานระบบไฟทันทีหากยังไม่มั่นใจว่าปลอดภัย
ควรตรวจสอบอย่างน้อย 3 เรื่องหลัก
1. โครงสร้างบ้าน
สังเกตประตู หน้าต่าง ผนัง ฝ้า เพดาน เสา และบริเวณรอบบ้านว่ามีรอยร้าว เอียง ทรุด หรือวัสดุที่อาจหล่นลงมาหรือไม่
หากพบความเสียหายที่ดูรุนแรง ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปจัดการเองจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบ
2. ระบบไฟฟ้า
หากน้ำเคยท่วมปลั๊กไฟ ตู้ควบคุมไฟ สายไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ควรทดลองเปิดใช้งานทันที
หากไม่แน่ใจ ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อน เพราะความชื้นที่ยังอยู่ภายในอุปกรณ์อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟฟ้าช็อตได้
3. เศษของมีคมและสัตว์ที่ซ่อนอยู่
กองขยะ กล่อง เฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุที่ถูกน้ำพัดเข้ามาอาจมีเศษแก้ว ตะปู โลหะคม แมลง หรืองูซ่อนอยู่
จึงไม่ควรใช้มือเปล่ารื้อกองวัสดุโดยตรง
อุปกรณ์ป้องกันตัวที่ควรใส่ก่อนเริ่มงาน
อย่างน้อยควรเตรียม
หากต้องจัดการบริเวณที่มีเชื้อรา กรมอนามัยแนะนำให้สวมหน้ากาก N95 แว่นป้องกัน ถุงมือยาง และรองเท้ายาง เพื่อช่วยลดการสัมผัสเชื้อราและสิ่งปนเปื้อนระหว่างทำความสะอาด
7 ขั้นตอนทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
1. เปิดประตู หน้าต่าง และช่วยระบายอากาศ
หลังตรวจสอบว่าพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ให้เปิดประตูและหน้าต่างเพื่อช่วยระบายกลิ่นอับและความชื้นออกจากบ้าน
การลดความชื้นเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญหลังน้ำท่วม เพราะเชื้อราสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชื้น
แนะนำให้เร่งทำความสะอาดและทำให้สิ่งของที่เปียกแห้ง หรือเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ภายในประมาณ 24–48 ชั่วโมงหากสามารถทำได้ เพื่อลดโอกาสการเจริญเติบโตของเชื้อรา
สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่อาจใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น
- เครื่องลดความชื้น
- พัดลมระบายอากาศ
- เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry
แต่หากกำลังจัดการบริเวณที่มีเชื้อราอยู่แล้ว ควรระวังการใช้พัดลมที่อาจทำให้สปอร์เชื้อราฟุ้งกระจาย กรมอนามัยแนะนำให้เปิดประตูและหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศขณะทำความสะอาดเชื้อรา
2. แยกขยะและของที่เสียหายออกก่อน
อย่าเริ่มด้วยการถูพื้นทันที เพราะหลังน้ำท่วมมักมีทั้งขยะ กล่อง กระดาษ เศษวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของที่อมน้ำอยู่เต็มพื้นที่
แนะนำให้แบ่งของออกเป็น 3 กลุ่ม
ของที่ยังใช้งานได้
ย้ายไปยังพื้นที่สะอาดและแห้ง เพื่อรอทำความสะอาดภายหลัง
ของที่สามารถล้างทำความสะอาดได้
เช่น
- โต๊ะพลาสติก
- ชั้นโลหะ
- กล่องพลาสติก
- เครื่องมือ
- ของใช้ที่มีพื้นผิวแข็ง
ของที่เปียกเสียหายหรือทำความสะอาดได้ยาก
เช่น
- กระดาษ
- กล่องกระดาษ
- พรม
- ฟูก
- หมอน
- เฟอร์นิเจอร์หุ้มผ้า
- วัสดุที่ดูดซับน้ำเป็นเวลานาน
แนะนำว่าสิ่งของที่ถูกน้ำท่วมและไม่สามารถทำความสะอาดหรือทำให้แห้งสนิทได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง ควรพิจารณานำออกจากพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อรา
อุปกรณ์ที่ช่วยให้งานเก็บขยะเร็วขึ้น
- ถุงขยะขนาดใหญ่
- ถุงมือทำงาน
- ที่โกยผงขนาดใหญ่
- ไม้กวาดสำหรับงานหนัก
- ถังอเนกประสงค์
- รถเข็นขนของ
หากเป็นสำนักงาน ร้านค้า โกดัง หรือโรงงาน ควรเตรียมถุงขยะและอุปกรณ์ขนย้ายมากกว่าปกติ เพราะขยะที่มีน้ำและโคลนติดอยู่จะมีน้ำหนักมาก
3. ตักโคลนออกก่อน แล้วค่อยฉีดน้ำและขัดพื้น
ถ้าพื้นมีโคลนหนา อย่าเพิ่งฉีดน้ำแรง ๆ ใส่ทันที เพราะอาจทำให้โคลนกระจายไปทั่วพื้นที่หรือไหลเข้าไปอุดตันท่อระบายน้ำ
เริ่มจากใช้
- พลั่ว
- ที่โกยขนาดใหญ่
- ไม้กวาดสำหรับงานหนัก
- ถัง
- ถุงขยะ
ตักและรวบรวมโคลนส่วนใหญ่ออกก่อน จากนั้นจึงค่อยใช้สายยางหรืออุปกรณ์ฉีดน้ำชะล้างส่วนที่เหลือ หากโคลนยังเปียกอยู่ควรรีบจัดการ เพราะเมื่อปล่อยให้แห้งและแข็งติดพื้น จะต้องใช้แรงและเวลาขัดมากกว่าเดิม
พื้นที่มีคราบฝังแน่นควรใช้อะไร?
พื้นที่ที่มีพื้นหยาบ ร่องกระเบื้อง หรือคราบโคลนติดแน่น ควรใช้ แปรงขัดพื้นขนแข็ง ช่วยขัดก่อนล้างน้ำ สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น
- สำนักงาน
- ร้านค้า
- โกดัง
- โรงงาน
- ลานภายนอกอาคาร
อาจใช้ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ช่วยชะล้างคราบได้ แต่ควรตรวจสอบว่าพื้นผิวหรืออุปกรณ์บริเวณนั้นสามารถรับแรงดันน้ำได้ และหลีกเลี่ยงการฉีดบริเวณระบบไฟฟ้า
4. ล้างพื้นและพื้นผิวด้วยน้ำและน้ำยาทำความสะอาด
เมื่อเอาโคลนและขยะส่วนใหญ่ออกแล้ว ค่อยเข้าสู่ขั้นตอนล้างคราบสกปรก
หลักสำคัญคือ
เอาสิ่งสกปรกออกก่อน → ล้างด้วยน้ำและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด → จึงฆ่าเชื้อตามความเหมาะสม
อุปกรณ์ที่เหมาะกับขั้นตอนนี้ ได้แก่
แปรงขัดพื้น
เหมาะสำหรับคราบโคลนหนัก คราบฝังแน่น และพื้นผิวที่ขรุขระ
แปรงขัดด้ามยาว
ช่วยลดการก้มและเหมาะกับการขัดพื้นที่กว้าง
ฟองน้ำและแผ่นใยขัด
เหมาะกับโต๊ะ เคาน์เตอร์ ผนัง และพื้นผิวที่ต้องควบคุมแรงขัด
ม็อบหรือผ้าไมโครไฟเบอร์
เหมาะกับการเก็บรายละเอียดหลังคราบหนักถูกขจัดแล้ว
ที่รีดน้ำ
เหมาะกับการดันน้ำออกจากพื้น โดยเฉพาะพื้นที่ขนาดใหญ่
เคล็ดลับ: หากพื้นยังเต็มไปด้วยโคลน อย่ารีบใช้ม็อบไมโครไฟเบอร์ตั้งแต่แรก เพราะผ้าจะอมน้ำและโคลนอย่างรวดเร็ว ควรตัก กวาด ขัด และรีดโคลนออกก่อน แล้วใช้ม็อบในขั้นตอนท้าย
5. ฆ่าเชื้อหลังล้างคราบออกแล้ว
น้ำท่วมอาจมีเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ปะปนอยู่ หลังจากกำจัดคราบสกปรกแล้วจึงอาจต้องฆ่าเชื้อพื้นผิวตามความเหมาะสม
หากใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ควรอ่านฉลากทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง
- อัตราส่วนการผสม
- พื้นผิวที่สามารถใช้ได้
- ระยะเวลาที่ต้องทิ้งผลิตภัณฑ์ไว้บนพื้นผิว
- ต้องล้างน้ำออกหลังใช้หรือไม่
- ข้อควรระวังในการใช้งาน
หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาว ห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาทำความสะอาดชนิดอื่น เพราะอาจเกิดไอระเหยหรือก๊าซที่เป็นอันตรายได้ ไม่ควรผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะสารฟอกขาวกับแอมโมเนีย
ดังนั้นเวลาซื้อน้ำยาทำความสะอาดหลังน้ำท่วม ไม่ควรดูเพียงคำว่า “ฆ่าเชื้อ” แต่ควรเลือกให้เหมาะกับพื้นผิวและใช้งานตามคำแนะนำบนฉลาก
6. เจอเชื้อราหลังน้ำท่วม ต้องรีบจัดการ
หลังน้ำลด อาจพบคราบเชื้อราตาม
- ผนัง
- เพดาน
- เฟอร์นิเจอร์
- พื้น
- ตู้
- พรม
- ฟูก
- ที่นอน
สิ่งสำคัญคืออย่าจัดการเฉพาะคราบที่มองเห็น แต่ควรแก้ปัญหาความชื้นควบคู่กันด้วย เพราะหากพื้นผิวยังชื้น เชื้อราสามารถกลับมาเกิดใหม่ได้
กรมอนามัยแนะนำให้สวมหน้ากาก ถุงมือ และรองเท้าบูทก่อนกำจัดเชื้อรา และหากพื้นผิวมีเชื้อราในลักษณะแห้ง ไม่ควรปัดให้ฟุ้ง แต่ให้ใช้วัสดุที่ชื้นเล็กน้อยเช็ดเก็บก่อน แล้วจึงทำความสะอาดพื้นผิว
หากเป็นวัสดุแข็ง
เช่น
- กระเบื้อง
- โลหะ
- พลาสติก
- พื้นผิวแข็งที่ล้างได้
สามารถทำความสะอาดและทำให้แห้งตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้
หากเป็นวัสดุที่อมน้ำ
เช่น
- พรม
- ฟูก
- เบาะ
- วัสดุบุผนัง
- เฟอร์นิเจอร์หุ้มผ้า
หากเชื้อราขึ้นมากหรือไม่สามารถทำความสะอาดและทำให้แห้งได้ทั่วถึง อาจต้องพิจารณานำออกจากพื้นที่
7. รีดน้ำออกและทำพื้นที่ให้แห้ง
หลังล้างพื้นเสร็จ อย่าปล่อยน้ำขังไว้บนพื้น
ใช้ ที่รีดน้ำหรือยางปาดน้ำ ดันน้ำไปทางท่อระบายน้ำหรือทางออก จากนั้นใช้ม็อบหรือผ้าไมโครไฟเบอร์เก็บน้ำส่วนที่เหลือ
หากพื้นที่มีน้ำขังจำนวนมาก เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry สามารถช่วยลดงานที่ต้องใช้แรงได้ โดยเฉพาะสำนักงาน ร้านค้า หรือพื้นที่กว้าง
จากนั้นควรเร่งทำให้พื้นที่แห้งตามความเหมาะสม
แนะนำให้ทำบ้านและสิ่งของภายในให้แห้งโดยเร็ว และหากทำได้ควรจัดการสิ่งของเปียกภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อลดการเติบโตของเชื้อรา
ทำความสะอาดแต่ละจุดในบ้านหลังน้ำท่วมอย่างไร?
พื้นบ้าน
พื้นเป็นจุดที่รับโคลนและน้ำสกปรกโดยตรงมากที่สุด ลำดับที่แนะนำคือ
ตักโคลน → กวาด → ล้าง → ขัด → รีดน้ำ → ม็อบเก็บรายละเอียด → ทำให้แห้ง
อุปกรณ์ที่ควรมี
- พลั่วหรือที่โกย
- แปรงขัดพื้น
- น้ำยาทำความสะอาด
- ที่รีดน้ำ
- ม็อบ
- ผ้าไมโครไฟเบอร์
อย่าลืมตรวจร่องยาแนว มุมห้อง และบริเวณใต้เฟอร์นิเจอร์ เพราะเป็นจุดที่โคลนและความชื้นค้างอยู่ได้ง่าย
ผนังบ้าน
หากระดับน้ำเคยท่วมถึงผนัง ให้ตรวจดู
- คราบโคลน
- สีพอง
- ผนังบวม
- ความชื้น
- กลิ่นอับ
- จุดเชื้อรา
พื้นผิวที่สามารถล้างได้ให้ทำความสะอาดและทำให้แห้ง ส่วนวัสดุที่อมน้ำมากหรือเสียหายควรประเมินว่าจำเป็นต้องซ่อมหรือเปลี่ยนหรือไม่
อย่ารีบทาสีปิดคราบเชื้อราโดยที่ปัญหาความชื้นยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะว่าการทาสีหรืออุดทับเชื้อราไม่ได้หยุดการเติบโตของเชื้อรา หากต้นเหตุความชื้นยังคงอยู่
ห้องน้ำ
แม้ห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาให้เปียกได้ แต่หลังน้ำท่วมก็ควรล้างอย่างละเอียด โดยเฉพาะ
- พื้น
- ร่องกระเบื้อง
- ผนัง
- โถสุขภัณฑ์
- อ่างล้างหน้า
- ก๊อกน้ำ
- ท่อระบายน้ำ
ใช้แปรงขัดและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับพื้นผิว แล้วรีดน้ำออกเพื่อช่วยให้พื้นที่แห้งเร็วขึ้น
ห้องครัว
ห้องครัวควรให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นบริเวณที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ควรตรวจสอบ
- เคาน์เตอร์
- ภาชนะ
- จานและชาม
- หม้อ
- ชั้นเก็บของ
- เขียง
- ตู้
- อุปกรณ์ครัว
สิ่งที่สามารถทำความสะอาดได้ควรล้างให้สะอาดและทำให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้ ของที่เสียหายมาก มีเชื้อราฝังแน่น หรือไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างมั่นใจควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่
เฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์พลาสติก โลหะ หรือพื้นผิวแข็ง มักทำความสะอาดได้ง่ายกว่าวัสดุที่ดูดซับน้ำ เฟอร์นิเจอร์ประเภท
- โซฟา
- เบาะ
- ฟูก
- พรม
- ตู้ไม้
- เฟอร์นิเจอร์บุผ้า
ควรตรวจทั้งความเสียหาย ความชื้น และเชื้อรา หากพบเชื้อราปริมาณมากและไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึง ไม่ควรรีบนำกลับมาใช้งาน
เช็กลิสต์อุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำท่วม ต้องซื้ออะไรบ้าง?

หากต้องการซื้ออุปกรณ์ให้ครบในครั้งเดียว สามารถแบ่งตามงานได้ดังนี้
1. อุปกรณ์ป้องกันตัว
- หน้ากาก N95
- ถุงมือยาง
- ถุงมือทำงาน
- รองเท้าบูทยาง
- แว่นตานิรภัย
- เสื้อแขนยาว
- กางเกงขายาว
2. อุปกรณ์เก็บขยะและโคลน
- ถุงขยะขนาดใหญ่
- พลั่ว
- ไม้กวาดสำหรับงานหนัก
- ที่โกยผงขนาดใหญ่
- ถังอเนกประสงค์
- รถเข็นขนของ
3. อุปกรณ์สำหรับขัดและล้าง
- แปรงขัดพื้น
- แปรงขัดด้ามยาว
- แปรงขนาดเล็กสำหรับซอก
- ฟองน้ำ
- แผ่นใยขัด
- น้ำยาทำความสะอาดพื้น
- น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์
- ถังน้ำ
- สายยาง
4. อุปกรณ์เก็บน้ำและทำให้แห้ง
- ที่รีดน้ำ
- ยางปาดน้ำ
- ม็อบ
- ผ้าไมโครไฟเบอร์
- เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry
- เครื่องลดความชื้น
5. อุปกรณ์ช่วยงานพื้นที่ขนาดใหญ่
- เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
- เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry
- เครื่องลดความชื้น
- รถเข็น
- ถังขนาดใหญ่
- อุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับงานหนัก
การเลือกอุปกรณ์ตามลักษณะงานช่วยให้ไม่ต้องซื้อของที่ทำหน้าที่ซ้ำกัน และสามารถจัดลำดับการทำความสะอาดได้ง่ายกว่าเลือกซื้อทีละชิ้นโดยไม่มีแผน
5 อุปกรณ์ที่ช่วยให้งานทำความสะอาดหลังน้ำท่วมเร็วขึ้น
หากต้องเลือกอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงและประหยัดเวลาเป็นพิเศษ แนะนำ 5 กลุ่มนี้
1. รองเท้าบูทยาง
เป็นหนึ่งในของที่ควรมีตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพราะช่วยลดการสัมผัสโคลน น้ำสกปรก และเศษวัสดุโดยตรง
2. พลั่วและที่โกยขนาดใหญ่
บ้านที่มีโคลนเข้ามามากควรตักโคลนออกก่อนล้าง การใช้พลั่วหรือที่โกยขนาดใหญ่จะเร็วกว่าพยายามใช้ไม้กวาดหรือม็อบเพียงอย่างเดียว
3. แปรงขัดพื้นด้ามยาว
เหมาะกับคราบที่น้ำล้างอย่างเดียวไม่ออก และช่วยลดการก้มขณะทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่
4. เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
เหมาะกับพื้นที่กว้างหรือคราบโคลนที่ต้องชะล้างจำนวนมาก โดยต้องเลือกใช้เฉพาะพื้นผิวที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงบริเวณไฟฟ้า
5. ที่รีดน้ำหรือเครื่องดูดน้ำ Wet & Dry
หลังล้างพื้นแล้ว ขั้นตอนที่ใช้เวลามากคือการเอาน้ำออก พื้นที่ทั่วไปอาจใช้ที่รีดน้ำ ส่วนพื้นที่กว้างหรือมีน้ำขังมาก การใช้เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry จะช่วยลดเวลาทำงานได้
น้ำท่วมเล็กน้อยกับน้ำท่วมหนัก ควรเตรียมอุปกรณ์ต่างกันอย่างไร?
น้ำเข้าบ้านเล็กน้อย มีเพียงคราบพื้น
อุปกรณ์พื้นฐานอาจเพียงพอ ได้แก่
- รองเท้าบูท
- ถุงมือ
- ไม้กวาด
- แปรงขัด
- น้ำยาทำความสะอาด
- ที่รีดน้ำ
- ม็อบ
มีโคลนเข้าบ้านจำนวนมาก
ควรเพิ่ม
- พลั่ว
- ที่โกยขนาดใหญ่
- ถุงขยะหนา
- แปรงขัดขนแข็ง
- ถังขนาดใหญ่
- สายยาง
หากพื้นที่เหมาะสม อาจใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงช่วยลดเวลา
มีน้ำขังจำนวนมาก
ควรเพิ่ม
- เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry
- ที่รีดน้ำหน้ากว้าง
- เครื่องลดความชื้น
สำนักงาน ร้านค้า โกดัง หรือโรงงาน
พื้นที่ประเภทนี้ควรเลือกอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานต่อเนื่อง เช่น
- อุปกรณ์ Commercial Grade
- แปรงและที่รีดน้ำหน้ากว้าง
- เครื่องดูดน้ำ
- เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
- รถเข็น
- ถังขนาดใหญ่
หากต้องทำพื้นที่จำนวนมาก ควรเตรียมอุปกรณ์หลายชุดเพื่อให้สามารถแบ่งทีมทำงานพร้อมกันได้
ซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำท่วมแบบเร่งด่วน ควรเริ่มจากอะไร?
หากมีงบหรือเวลาในการซื้อจำกัด ให้เรียงตามความสำคัญดังนี้
อันดับ 1 — ป้องกันตัว
ซื้อก่อนเป็นอันดับแรก
- ถุงมือ
- รองเท้าบูท
- หน้ากาก
- แว่นตานิรภัย
อันดับ 2 — เอาขยะและโคลนออก
- ถุงขยะ
- พลั่ว
- ไม้กวาด
- ที่โกย
- ถัง
อันดับ 3 — ล้างและขัด
- น้ำยาทำความสะอาด
- แปรงขัด
- ฟองน้ำ
- แผ่นใยขัด
- สายยาง
อันดับ 4 — เอาน้ำออกและทำให้แห้ง
- ที่รีดน้ำ
- ม็อบ
- ผ้าไมโครไฟเบอร์
- เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry
- เครื่องลดความชื้น
หากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ การเพิ่มอุปกรณ์ที่ช่วยลดแรง เช่น เครื่องดูดน้ำ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรือที่รีดน้ำหน้ากว้าง อาจช่วยลดเวลาการทำงานได้มากกว่าการเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ชิ้นเล็ก
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงเวลาทำความสะอาดหลังน้ำท่วม
ใช้ม็อบถูโคลนทันที
จะทำให้ผ้าอมน้ำและโคลนอย่างรวดเร็ว ควรตักและกวาดโคลนออกก่อน
ฉีดน้ำใส่โคลนหนา ๆ ตั้งแต่แรก
อาจทำให้โคลนกระจายและไหลไปอุดตันท่อ
เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อทดสอบว่าเสียหรือไม่
หากอุปกรณ์ถูกน้ำท่วมควรตรวจสอบความปลอดภัยก่อนนำกลับมาใช้งาน
ผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาว ไม่ควรผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาชนิดอื่น
ล้างเสร็จแล้วปล่อยพื้นชื้น
บ้านอาจดูสะอาดแล้วแต่ยังมีความชื้นสะสม ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดกลิ่นอับและเชื้อรา
ทาสีทับเชื้อราโดยไม่แก้ความชื้น
ควรจัดการเชื้อราและต้นเหตุความชื้นก่อนการซ่อมหรือทาสีใหม่
หลังทำความสะอาดเสร็จ อย่าลืมตรวจบ้านอีกครั้ง
ก่อนนำเฟอร์นิเจอร์และของใช้กลับเข้าที่ ควรตรวจว่า
- พื้นแห้งแล้วหรือไม่
- ผนังยังมีความชื้นหรือไม่
- มีจุดอับหรือกลิ่นผิดปกติหรือไม่
- ยังพบเชื้อราอยู่หรือไม่
- ระบบไฟฟ้าปลอดภัยแล้วหรือไม่
- เฟอร์นิเจอร์ที่นำกลับมาแห้งสนิทหรือยัง
หลังเสร็จงานควรถอดอุปกรณ์ป้องกันอย่างระมัดระวัง ล้างมือ และทำความสะอาดร่างกาย กรมอนามัยแนะนำให้อาบน้ำชำระร่างกายหลังการล้างบ้านและกำจัดเชื้อรา เพื่อสุขอนามัยที่ดี
สรุป ทำความสะอาดหลังน้ำท่วม เริ่มจากความปลอดภัยก่อนความสะอาด
การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมไม่ใช่เพียงการฉีดน้ำล้างพื้น แต่ควรเริ่มจาก ตรวจโครงสร้างและระบบไฟฟ้า ใส่อุปกรณ์ป้องกัน แยกขยะ ตักโคลน ล้างคราบ ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อ รีดน้ำ และทำพื้นที่ให้แห้ง
การเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะกับงานตั้งแต่แรก ทั้ง ถุงมือ รองเท้าบูท หน้ากาก พลั่ว ไม้กวาด แปรงขัด ที่รีดน้ำ ม็อบ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ถุงขยะ น้ำยาทำความสะอาด และอุปกรณ์ช่วยดูดน้ำ จะช่วยให้ทำงานได้เป็นระบบและไม่ต้องหยุดกลางทางเพื่อออกไปซื้อของเพิ่มเติม
สำหรับบ้าน สำนักงาน ร้านค้า โกดัง หรือโรงงานที่ต้องเร่งกลับมาใช้งาน ควรเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับขนาดพื้นที่และระดับความเสียหาย โดยพื้นที่ขนาดใหญ่อาจใช้ เครื่องดูดน้ำ Wet & Dry เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง หรืออุปกรณ์สำหรับงานหนัก เพื่อช่วยลดแรงและเวลาทำความสะอาด
เลือกซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาดหลังน้ำท่วมให้ครบในครั้งเดียว ตั้งแต่อุปกรณ์ป้องกัน อุปกรณ์เก็บขยะและโคลน แปรงขัด ม็อบ ที่รีดน้ำ น้ำยาทำความสะอาด ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมบ้านและสถานที่ทำงานให้กลับมาสะอาดและพร้อมใช้งานอีกครั้ง
🎁 ลูกค้าใหม่ ช้อปคุ้มรับส่วนลด 10%
กรอกโค้ด ENJOY10 เมื่อช้อปครบ 2,499 บาทขึ้นไป (ลดสูงสุด 2,999 บาท)
- ช่องทาง: OFM.co.th และ OFM Mobile App เท่านั้น
- ระยะเวลา: 15 ส.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2569
- สิทธิ์: จำกัด 1 สิทธิ์ / ใบเสร็จ / รหัสลูกค้า (รวม 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)
เงื่อนไขสำคัญ:
- ยกเว้น: สินค้าขึ้นต้นรหัส Y, สินค้า Marketplace, กระดาษถ่ายเอกสาร, ปริ้นเตอร์/หมึก/โทนเนอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Flash Drive/Hard Disk), ลูกค้า E-Procurement และไม่สามารถใช้ร่วมกับค่าจัดส่งหรือโปรโมชั่นอื่นได้
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเรียกคืนคะแนน The 1 / ของสมนาคุณ หากมีการยกเลิกคำสั่งซื้อ