อยากเปิดร้านหมูกระทะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมเงินทุนเท่าไหร่? บทความนี้จะเป็นคู่มือครบวงจรที่รวบรรมทุกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการลงทุนเปิดร้านหมูกระทะ 

ไม่ว่าคุณจะสนใจเปิดร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ หรือหมูกระทะตักเอง พร้อมเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจร้านหมูกระทะได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จ

Table of Contents

ทำไมธุรกิจหมูกระทะถึงน่าลงทุนในปีนี้ ? 

ธุรกิจหมูกระทะน่าลงทุนในปีนี้เพราะเป็น “อาหารขวัญใจคนไทย” ที่กินได้ทุกโอกาสและเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม จุดเด่นคือการสร้างประสบการณ์ปิ้งย่างที่สนุกสนานและตอบโจทย์สายสังสรรค์ในราคาที่คุ้มค่า

สำหรับมือใหม่ถือเป็นโอกาสดีเพราะใช้เงินทุนไม่สูงมาก เริ่มต้นเพียงหลักแสนก็เปิดร้านได้ ที่สำคัญคือบริหารจัดการง่ายและมีโอกาสคืนทุนไว เนื่องจากมีความต้องการของตลาดสูงตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเศรษฐกิจแบบไหน หมูกระทะยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนยอมจ่ายเสมอ

เปิดร้านหมูกระทะ ลงทุนเท่าไหร่ จึงจะเริ่มต้นได้ ? 

เปิดร้านหมูกระทะ ลงทุนเท่าไหร่

อยากรู้ว่า “เปิดร้านหมูกระทะลงทุนเท่าไหร่” คำตอบคือไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับขนาดร้าน ทำเล และรูปแบบบริการที่คุณเลือก 

โดยงบประมาณจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ เงินก้อนแรกสำหรับค่าเช่าที่ ตกแต่งร้าน ซื้ออุปกรณ์ และ งบรายเดือน สำหรับวัตถุดิบ ค่าจ้างพนักงาน และค่าน้ำไฟ ดังนั้นการวางแผนงบประมาณให้ชัดเจนตามคอนเซ็ปต์ที่ตั้งไว้ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต้องเตรียมสำหรับเปิดร้านหมูกระทะ

เปิดร้านหมูกระทะ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น

สำหรับผู้ที่อยากเปิดร้านหมูกระทะ จำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุน มาดูรายละเอียดกันว่าเปิดร้านหมูกระทะ ต้องเตรียมอะไรบ้าง

1. ค่าเช่าสถานที่และการตกแต่งร้าน

ค่าเช่าพื้นที่ เป็นต้นทุนที่สำคัญและผันแปรมากที่สุด โดยจะขึ้นอยู่กับทำเลและขนาดของร้าน สำหรับผู้ที่ต้องการเปิดร้านหมูกระทะเล็ก ๆ อาจเริ่มต้นที่ค่าเช่าเพียงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ในขณะที่ทำเลดีใจกลางเมืองอาจมีค่าเช่าสูงถึงหลักแสนบาท

งบประมาณค่าเช่าและเงินมัดจำ

หากค่าเช่าเดือนละ 30,000 บาท ต้องเตรียมเงินส่วนนี้ประมาณ 90,000–180,000 บาท

งบประมาณค่าตกแต่งและออกแบบร้าน

ค่าตกแต่งร้านหมูกระทะอยู่ที่ประมาณ 50,000–500,000 บาท ขึ้นอยู่กับคอนเซ็ปต์ร้านและวัสดุที่เลือกใช้

2. อุปกรณ์และเครื่องใช้ในร้าน

สิ่งที่ต้องมีในการเปิดร้านหมูกระทะมีอะไรบ้าง? มาเช็กรายการอุปกรณ์และระบบพื้นฐานที่ต้องเตรียมให้พร้อม เพื่อให้ร้านของคุณรันได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดตั้งแต่วันแรก

ชุดเตาและกระทะปิ้งย่างสำหรับร้านหมูกระทะ

ชุดเตาและกระทะปิ้งย่างถือเป็นอุปกรณ์หลักที่ทุกโต๊ะต้องมี โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,500–3,000 บาทต่อชุด หากเปิดร้านหมูกระทะขนาดกลาง เริ่มต้นที่ 20 โต๊ะ จะใช้งบประมาณประมาณ 30,000–60,000 บาท

การเลือกเตาที่มีคุณภาพดี จะช่วยให้ความร้อนสม่ำเสมอ ลดปัญหาเตาดับ และรองรับการใช้งานต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว

⭐ สินค้าแนะนำ: ชุดเตาและกระทะสำหรับร้านหมูกระทะ

  • กระจายความร้อนได้สม่ำเสมอ
  • เหมาะสำหรับร้านอาหารและร้านหมูกระทะ
  • โครงสร้างแข็งแรง ใช้งานได้นาน

[ดูรายละเอียดชุดเตาและกระทะปิ้งย่าง]

โต๊ะและเก้าอี้สำหรับร้านหมูกระทะ

โต๊ะและเก้าอี้ ชุดละประมาณ 1,000-3,000 บาท สำหรับ 20 ชุดจะใช้งบประมาณ 20,000-60,000 บาท ควรเลือกวัสดุที่แข็งแรง ทนความร้อน และทำความสะอาดง่าย เช่น สแตนเลส เหล็ก หรือพลาสติกเกรดร้านอาหาร หากต้องการประหยัดงบ สามารถเลือกอุปกรณ์มือสองที่ยังอยู่ในสภาพดีได้

🪑 ตัวอย่างโต๊ะและเก้าอี้ที่เหมาะกับร้านหมูกระทะ

  • โต๊ะสแตนเลสสำหรับร้านอาหาร
  • เก้าอี้เหล็ก แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี
  • เก้าอี้พลาสติกเกรดร้านอาหาร เช็ดล้างง่าย

[ดูสินค้าโต๊ะและเก้าอี้สำหรับร้านอาหาร]

อุปกรณ์ครัวและระบบจัดการร้านหมูกระทะ

อุปกรณ์ครัวและระบบ POS ที่เหมาะสม จะช่วยรักษาคุณภาพอาหารและระบบการจัดการภายในร้านได้ดี ร้านหมูกระทะควรเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

ตู้แช่แข็งและตู้เย็น สำหรับเก็บเนื้อสัตว์และผัก

ใช้สำหรับจัดเก็บเนื้อสัตว์ ผัก และวัตถุดิบต่าง ๆ ให้คงความสดใหม่ ลดการสูญเสียวัตถุดิบ งบประมาณโดยประมาณอยู่ที่ 30,000–80,000 บาท

→ แนะนำ ตู้แช่แข็งสำหรับร้านอาหาร ขนาดเหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์

เตาแก๊สสำหรับครัว ใช้ทำน้ำจิ้มและอาหารเสริม

เหมาะสำหรับใช้ปรุงน้ำจิ้ม ทำอาหารเสริม หรือเตรียมวัตถุดิบในครัวหลังร้าน งบประมาณโดยประมาณอยู่ที่ 5,000–15,000 บาท

→ แนะนำเตาแก๊สหัวแรงสำหรับครัวร้านอาหาร

ซิงค์ล้างจานและอุปกรณ์ทำความสะอาด

ช่วยรักษาความสะอาดและสุขอนามัยภายในร้าน ควรเลือกวัสดุที่แข็งแรงและทำความสะอาดง่า งบประมาณโดยประมาณอยู่ที่ 10,000–20,000 บาท

→ แนะนำซิงค์สแตนเลส 1–2 หลุม สำหรับร้านอาหาร

ระบบ POS และระบบจัดการร้านหมูกระทะ

ช่วยลดความผิดพลาดในการคิดเงิน จัดการออเดอร์ และสรุปยอดขายได้อย่างแม่นยำ งบประมาณโดยประมาณอยู่ที่ 10,000–20,000 บาท

→ แนะนำเครื่องคิดเงิน สำหรับร้านอาหาร

3. ค่าวัตถุดิบและค่าแรงพนักงานช่วงเริ่มต้น

ค่าวัตถุดิบชุดแรก สำหรับสต็อกเปิดร้าน ควรเตรียมเงินอย่างน้อย 30,000-50,000 บาท เพื่อจัดซื้อเนื้อหมู ผัก น้ำจิ้ม และเครื่องเคียงต่างๆ ให้เพียงพอสำหรับ 1-2 สัปดาห์แรก

ค่าแรงพนักงาน ควรเตรียมงบสำรองไว้อย่างน้อย 2 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเงินจ่ายพนักงานแม้ว่ายอดขายในช่วงแรกจะยังไม่เป็นไปตามเป้า สำหรับร้านขนาด 20 ที่นั่ง อาจต้องการพนักงาน 4-6 คน ซึ่งรวมค่าแรงประมาณ 50,000-100,000 บาทต่อเดือน

สรุปค่าใช้จ่ายเริ่มต้นรวม:

  • งบประมาณขั้นต่ำ (ร้านเล็ก): 200,000-300,000 บาท
  • งบประมาณปานกลาง (ร้านขนาดกลาง): 400,000-600,000 บาท
  • งบประมาณมาตรฐาน (ร้านใหญ่/ทำเลดี): 800,000-1,500,000 บาท

ค่าใช้จ่ายรายเดือนของร้านหมูกระทะ

เปิดร้านหมูกระทะ ค่าใช่จ่ายรายเดือน

หลังเปิดร้านหมูกระทะ การบริหาร ‘งบรายเดือน’ คือภารกิจหลักที่มองข้ามไม่ได้เลยครับ เพราะมันคือตัวชี้วัดว่าร้านจะอยู่รอดจนถึงจุดคุ้มทุนและทำกำไรได้จริงไหม

1. ค่าเช่ารายเดือน

ค่าเช่าที่ต้องจ่ายทุกเดือนตามสัญญา เป็นต้นทุนคงที่ที่ต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า ดังนั้นการเลือกทำเลจึงต้องคำนึงถึงศักยภาพในการทำยอดขายที่สามารถครอบคลุมค่าเช่าได้

2. ค่าแรงพนักงาน

ค่าแรงพนักงานปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทต่อคนต่อวัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และตำแหน่งหน้าที่ สำหรับร้านขนาดกลาง 20 ที่นั่ง อาจต้องการพนักงาน 4-6 คน รวมเป็นค่าแรงประมาณ 40,000-80,000 บาทต่อเดือน

การบริหารจัดการพนักงานให้เหมาะสมกับปริมาณลูกค้าในแต่ละช่วงเวลาจะช่วยลดต้นทุนได้ เช่น การมีพนักงานพาร์ทไทม์เสริมในช่วงเวลาเร่งด่วน

3. ค่าวัตถุดิบ

ค่าวัตถุดิบเป็นต้นทุนที่ผันแปรตามยอดขาย โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5,000-10,000 บาทต่อวัน หรือประมาณ 150,000-300,000 บาทต่อเดือน สำหรับร้านที่มียอดขายดี

การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบมีผลโดยตรงต่อกำไรของร้าน วิธีการที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่:

  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับซัพพลายเออร์เพื่อต่อรองราคา
  • สั่งซื้อวัตถุดิบให้พอดีกับความต้องการจริง
  • จัดเก็บวัตถุดิบอย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งาน
  • ใช้ระบบ FIFO (First In First Out) เพื่อลดการเน่าเสีย

4. ค่าสาธารณูปโภค

ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส และค่าอินเทอร์เน็ต โดยเฉลี่ยรวมกันประมาณ 15,000-30,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดร้านและจำนวนลูกค้า

5. ค่าการตลาดและโฆษณา

ในยุคดิจิทัล การทำการตลาดออนไลน์เป็นสิ่งจำเป็น ควรจัดสรรงบประมาณอย่างน้อย 5,000-20,000 บาทต่อเดือน สำหรับ:

  • โฆษณาบน Facebook และ Instagram
  • ค่าถ่ายภาพอาหาร
  • โปรโมชั่นและส่วนลด
  • รีวิวและ PR

สรุปค่าใช้จ่ายรายเดือน:

  • ร้านขนาดเล็ก: 80,000-150,000 บาท
  • ร้านขนาดกลาง: 150,000-250,000 บาท
  • ร้านขนาดใหญ่: 250,000-400,000 บาท

แฟรนไชส์หมูกระทะ VS เปิดร้านเอง ทางไหนคุ้มกว่า ? 

หลายคนที่อยากเปิดร้านหมูกระทะอาจลังเลว่าควรจะลงทุนกับแฟรนไชส์หมูกระทะหรือเปิดร้านเองดี มาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบกัน

หัวข้อเปรียบเทียบซื้อแฟรนไชส์เปิดร้านเอง 
ความง่ายในการเริ่มต้นสูง เพราะมีสูตร ระบบ และแบรนด์พร้อมต่ำ ต้องเริ่มจากศูนย์ ทั้งคิดสูตรและตกแต่งร้าน
งบประมาณเริ่มต้นสูง (มีค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์และค่าอุปกรณ์)ยืดหยุ่น (กำหนดได้เองตามขนาดงบที่มี)
อำนาจการตัดสินใจจำกัด ต้องทำตามมาตรฐานแบรนด์เต็มที่ ปรับเปลี่ยนเมนูและราคาได้ตามใจ
การตลาดและชื่อเสียงได้เปรียบ ลูกจักรู้จักชื่อแบรนด์อยู่แล้วเหนื่อย ต้องใช้เวลาและงบสร้างตัวตนให้คนรู้จัก
กำไรต่อหน่วยน้อยกว่า (ต้องหัก % ค่าธรรมเนียมรายเดือน)มากกว่า (กำไรทั้งหมดเป็นของเจ้าของร้าน)
การสนับสนุนมีทีมพี่เลี้ยงคอยช่วยแก้ปัญหาและสอนงานไม่มี ต้องแก้ไขปัญหาหน้างานด้วยตัวเอง
วัตถุดิบมาตรฐานเดียวกัน มีซัพพลายเออร์ส่งให้ต้องคัดเลือกและต่อรองราคากับร้านค้าเอง

คำแนะนำ: หากคุณมีประสบการณ์ในธุรกิจร้านอาหารหรือมีทีมงานที่มีประสบการณ์ การเปิดร้านเองอาจจะคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าเป็นมือใหม่หรือต้องการความมั่นคง การซื้อแฟรนไชส์จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

เปิดร้านหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ VS แบบชั่งกิโล แบบไหนทำกำไรได้ดีกว่า ? 

รูปแบบการให้บริการมีผลต่อโครงสร้างรายได้และกำไรอย่างมาก มาดูความแตกต่างกัน

หัวข้อเปรียบเทียบแบบบุฟเฟ่ต์ (Buffet)แบบชั่งกิโล / สั่งเป็นชุด (A La Carte)
โครงสร้างรายได้รายได้คงที่ต่อหัว (Fixed Price) คาดการณ์ยอดขายง่ายจากจำนวนคนรายได้แปรผันตามปริมาณการกิน (Pay per use) ยอดต่อโต๊ะไม่แน่นอน
อัตรากำไร (Margin)กำไรต่อคนค่อนข้างน้อย ต้องเน้น “ปริมาณลูกค้า” (Volume) จำนวนมากกำไรต่อหน่วยสูงกว่า ควบคุม Margin ได้แม่นยำกว่า
การควบคุมต้นทุนทำได้ยากกว่า มีความเสี่ยงเรื่อง Food Waste (ลูกค้าตักเหลือ/กินทิ้งขว้าง)ทำได้ดีกว่า ขายเท่าไหร่ เสียวัตถุดิบเท่านั้น ลดการสูญเสียได้ชัดเจน
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่น, คนกินจุ, สายปาร์ตี้, ครอบครัวที่ชอบความหลากหลายคนทำงาน, คนรักสุขภาพ (กินน้อย), กลุ่มเล็ก 1-2 คน
การบริหารจัดการง่ายกว่า พนักงานไม่ต้องคอยชั่งน้ำหนัก เน้นเติมของให้เต็มซับซ้อนกว่า ต้องมีระบบชั่งน้ำหนักและพนักงานดูแลการคิดเงินที่ละเอียด
ความรู้สึกของลูกค้าคุ้มค่า สนุกกับการตัก ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาที่บานปลายรู้สึกยุติธรรม จ่ายตามจริง แต่อาจกังวลเรื่องราคาหากหยิบเพลิน

10 ทริคลดต้นทุนร้านหมูกระทะ บริหารอย่างไรให้งบไม่บานปลาย แต่ได้ร้านคุณภาพ

เปิดร้านหมูกระทะ วิธีลดต้นทุน

งบน้อยก็เปิดร้านหมูกระทะได้! รวมเทคนิคลดต้นทุนให้ต่ำแต่คุณภาพยังเป๊ะ สำหรับคนอยากเริ่มธุรกิจ

  • เริ่มไซส์เล็ก: เปิดแค่ 10-15 โต๊ะ หน้าบ้านหรือเช่าที่ราคาถูกในชุมชนเพื่อคุมงบ
  • ใช้ของมือสอง: ซื้อโต๊ะ เก้าอี้ เตา สภาพดีจากร้านที่เลิกกิจการ ประหยัดได้กว่า 50%
  • คุมสต็อกให้เป๊ะ: สั่งของให้พอดีกับยอดขายจริง ไม่สต็อกเยอะจนเน่าเสีย และใช้ระบบช่วยจด
  • ทำเลเน้นชุมชน: เลือกแหล่งที่มีคนอาศัยหนาแน่น เข้าถึงง่าย มีที่จอดรถ ไม่ต้องอยู่ในเมืองที่ค่าเช่าแพง
  • น้ำจิ้มต้องเด็ด: ปรุงรสให้เป็นเอกลักษณ์ สร้างจุดขายให้คนติดใจได้โดยไม่ต้องใช้เงินเยอะ
  • บุกตลาดออนไลน์: เน้นโพสต์รูปสวยๆ ลง Facebook/TikTok โปรโมทร้านฟรี ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแพง
  • สังเกตลูกค้า: ดูว่าเมนูไหนขายดี ช่วงไหนคนเยอะ เพื่อจัดโปรโมชั่นให้ตรงใจและไม่เสียของ
  • จ้างพนักงานพอดีๆ: ใช้พนักงานประจำน้อยหน่อย แล้วเสริมด้วยพาร์ทไทม์เฉพาะช่วงคนเยอะ
  • วินัยการเงิน: แบ่งสัดส่วนเงินให้ชัดเจน (50/30/20) เพื่อเก็บออมไว้ต่อยอดธุรกิจ
  • ขายเป็นชุดก่อน: เริ่มจากเมนูไม่กี่อย่างที่คุมคุณภาพได้ง่าย พออยู่ตัวค่อยขยายเป็นบุฟเฟ่ต์

Checklist 10 ข้อ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเปิดร้านหมูกระทะ

อยากเป็นเจ้าของร้านหมูกระทะแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน? เช็กให้ชัวร์กับ 10 ขั้นตอนสำคัญที่จะเปลี่ยนความฝันของคุณให้เป็นธุรกิจที่มั่นคงและทำกำไรได้จริง

  1. ทำเลทอง: เดินทางสะดวก จอดรถง่าย อยู่ใกล้แหล่งชุมชน และค่าเช่าต้องคุ้มกับยอดขายที่คาดไว้
  2. คอนเซ็ปต์ชัด: จะขายบุฟเฟ่ต์หรือชั่งกิโล แต่งร้านแนวไหน และจะขายใคร (เช่น นักศึกษา หรือคนทำงาน)
  3. แหล่งของสด: ดีลซัพพลายเออร์ไว้หลายๆ เจ้าเพื่อเปรียบเทียบราคาและคุณภาพ ของต้องสดและส่งตรงเวลา
  4. น้ำจิ้มต้องเด็ด: พัฒนาสูตรที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะน้ำจิ้มคือหัวใจหลักที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ
  5. เมนูต้องครบ: จัดสมดุลระหว่างหมู ผัก ลูกชิ้น และของทานเล่นให้หลากหลายและดูน่ากิน
  6. การตลาดต้องมา: ถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียล ปักหมุดใน Google Maps และจัดโปรโมชั่นดึงคนช่วงเปิดร้าน
  7. ทีมงานพร้อม: คัดพนักงานที่ยิ้มแย้ม แบ่งหน้าที่ชัดเจน และฝึกเรื่องความสะอาดเป็นอันดับหนึ่ง
  8. ระบบจัดการร้าน (POS): มีเครื่องคิดเงินที่ช่วยตัดสต็อกได้ จะได้รู้ว่าวันนี้ขายอะไรไปเท่าไหร่ ของเหลือแค่ไหน
  9. กฎหมายห้ามพลาด: จดทะเบียนพาณิชย์และขอใบอนุญาตด้านสุขาภิบาลให้ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง
  10. บัญชีต้องแม่น: คำนวณจุดคุ้มทุน คุมต้นทุนอาหารอย่าให้เกิน 35% และสำรองเงินสดไว้หมุนเวียนอย่างน้อย 6 เดือน

แชร์กลยุทธ์ปั้นกำไร ร้านหมูกระทะฉบับเข้าใจง่าย

รวมกลยุทธ์บริหารจัดการร้านหมูกระทะฉบับมือใหม่ ที่จะช่วยให้คุณคุมต้นทุนได้อยู่หมัดและปั้นยอดขายให้ปังกว่าใคร

  • ตั้งราคาให้โดนใจ: สำรวจคู่แข่งในพื้นที่ โดยทั่วไปบุฟเฟ่ต์เริ่มที่ 199-249 บาท ถ้ามีซีฟู้ดอัปได้ถึง 399 บาท ส่วนแบบชั่งกิโลควรอยู่ที่ 150-200 บาท
  • คุมต้นทุนอาหาร (Food Cost): พยายามคุมต้นทุนวัตถุดิบให้อยู่ที่ 30-35% ของราคาขาย (เช่น ขาย 249 บาท ต้นทุนของต้องไม่เกิน 87 บาท)
  • บริหารสต็อกอย่างแม่นยำ: ซื้อของตามฤดูกาลเพื่อลดต้นทุน ตรวจรับของอย่างละเอียด และมีระบบตัดสต็อกเพื่อลดการสูญเสีย (Waste)
  • ใช้โปรโมชั่นดึงลูกค้า: จัด Happy Hour ลดราคาช่วงบ่าย หรือโปร “มา 4 จ่าย 3” ในวันเกิด เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าพาเพื่อนมากลุ่มใหญ่
  • สร้างพลังโซเชียล: ให้ส่วนลดเล็กน้อยสำหรับลูกค้าที่ Check-in หรือรีวิวร้าน เพื่อช่วยโฆษณาฟรีให้คนเห็นร้านมากขึ้น

ถาม-ตอบ ข้อควรรู้ก่อนเริ่มเปิดร้านหมูกระทะ สิ่งที่มือใหม่ห้ามพลาด!

รวบรวมทุกข้อสงสัยที่มือใหม่มักเจอ เพื่อให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจและไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ

1. ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้างในการเปิดร้านหมูกระทะ?

คุณต้องขอใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม (หรือใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ) จากหน่วยงานท้องถิ่น

2. ร้านหมูกระทะควรใช้เตาแบบไหนดีที่สุด?

นิยมใช้เตาถ่านแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้กลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หรือเตาไฟฟ้าสำหรับร้านที่เน้นความสะดวกสบายและลดควัน

3. เมนูเสริมที่นิยมในร้านหมูกระทะมีอะไรบ้าง?

นอกจากเนื้อสัตว์และผักแล้ว เมนูเสริมยอดนิยมได้แก่ ทะเลเผา ของทอด เฟรนช์ฟรายส์ และของหวานอย่างไอศกรีมหรือน้ำแข็งไส

4. ควรจ้างพนักงานกี่คนสำหรับร้านหมูกระทะ?

จำนวนพนักงานขึ้นอยู่กับขนาดร้านและจำนวนโต๊ะ โดยทั่วไปอาจเริ่มจาก 3-5 คนสำหรับร้านขนาดเล็ก-กลาง แบ่งเป็นพนักงานเสิร์ฟ พนักงานครัว และคนดูแลแคชเชียร์

เปิดร้านหมูกระทะให้รุ่ง! คุมต้นทุนแม่น จัดการระบบเป๊ะ ด้วยไอเทมลับจาก OfficeMate

การเปิดร้านหมูกระทะให้รุ่ง เริ่มต้นได้แม้ทุนจำกัด สิ่งสำคัญคือการวางแผนคุมต้นทุนให้แม่นและบริหารร้านให้เป็นระบบ สำหรับมือใหม่หรือคนทำงานประจำที่อยากมีธุรกิจ การเริ่มจากร้านเล็กๆ ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพและบริการที่ประทับใจคือทางลัดสู่ความสำเร็จ 

เพื่อให้ร้านดูโปรฯ จัดการง่ายตั้งแต่วันแรก แนะนำให้แวะมาที่ OFM เรามีครบทั้งอุปกรณ์สำนักงาน ระบบ POS คิดเงิน และอุปกรณ์เปิดร้านหมูกระทะราคาสุดคุ้ม ช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมืออาชีพในงบที่คุมได้ สนใจช้อปอุปกรณ์เปิดร้าน ช้อปเลยที่ OfficeMate

ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥

🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)

💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)

🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!

📌 ช้อปเลย 👉  https://www.ofm.co.th

0 CommentsClose Comments

Leave a comment