ปัจจุบันหลาย ๆ คน ต้องใช้คอนโดเป็นทั้งที่พักอาศัยและที่ทำงานในเวลาเดียวกัน เพราะการทำงานแบบ Work From Home (WFH) กลายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการทำงานที่พบได้มากขึ้นในยุคสมัยนี้ 

ส่งผลให้การเลือกคอนโดไม่ได้ดูแค่ทำเลหรือราคาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะคอนโดหนึ่งห้องต้องรองรับทั้งการพักผ่อน การทำงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวันไปพร้อมกัน 

ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาคอนโดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ WFH การเลือกห้องที่เหมาะสมตั้งแต่แรกจะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น ใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวและคุ้มค่ากับการอยู่อาศัยในระยะยาว 

ซึ่งในบทความนี้เราจะพาไปดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกคอนโดสำหรับการใช้ชีวิตและทำงานในที่เดียว

1. เลือกคอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ

ข้อแรกที่ควรให้ความสำคัญเมื่อเลือกคอนโดสำหรับคนที่ต้องทำงานที่บ้านคือ “ขนาดห้อง” เพราะพื้นที่ที่จำกัดเกินไปอาจทำให้รู้สึกอึดอัดเมื่อต้องอยู่ในห้องเดียวกันทั้งวันทั้งคืน 

โดยทั่วไปแล้วห้องขนาด 1 ห้องนอนพลัส (1 Bedroom Plus) หรือใหญ่กว่านั้นจะช่วยให้สามารถแบ่งสัดส่วนพื้นที่ทำงานออกจากพื้นที่พักผ่อนได้ชัดเจนมากขึ้น 

ทั้งนี้การที่มีมุมทำงานแยกออกมาต่างหาก (แม้จะเป็นเพียงมุมเล็ก ๆ) ก็จะช่วยสร้างขอบเขตทางจิตใจระหว่างเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้ดีกว่าการนั่งทำงานอยู่บนเตียงหรือโซฟาตลอดทั้งวัน

2. เช็กสัญญาณอินเทอร์เน็ตและระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการ

สำหรับคนทำงานสาย WFH อินเทอร์เน็ตคือหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกคอนโดควรตรวจสอบว่าโครงการมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตกี่เจ้า ? ความเร็วสูงสุดอยู่ที่เท่าไหร่ ? และมีปัญหาสัญญาณหลุดบ่อยหรือไม่ ? โดยอาจสอบถามจากผู้อยู่อาศัยปัจจุบันหรือดูรีวิวในกลุ่มโซเชียลของโครงการนั้น ๆ 

นอกจากนี้ยังควรพิจารณาระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบระบายอากาศ และคุณภาพของระบบสาธารณูปโภคโดยรวม เพราะหากเกิดไฟดับหรือระบบขัดข้องบ่อยครั้ง ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตลอดเวลา

3. เลือกคอนโดที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ

เลือกคอนโดที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ

แสงธรรมชาติมีผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจมากกว่าที่หลาย ๆ คนคิด เพราะการนั่งทำงานในห้องที่มืดทึบตลอดวันอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและอารมณ์แปรปรวนได้ง่ายกว่าปกติ 

ดังนั้นเมื่อไปดูห้องตัวอย่างหรือห้องจริง ควรสังเกตทิศทางของห้อง ขนาดหน้าต่างและปริมาณแสงที่เข้ามาในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวัน 

ซึ่งห้องที่หันหน้าไปทางทิศที่รับแสงในช่วงเช้า(ทิศตะวันออก)หรือมีหน้าต่างบานใหญ่ มักจะช่วยให้บรรยากาศการทำงานดูสดชื่นและไม่อึดอัดจนเกินไป ทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟจากการเปิดไฟส่องสว่างในตอนกลางวันได้อีกด้วย

4. พิจารณาสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับไลฟ์สไตล์ WFH

ปัจจุบันหลายโครงการคอนโดได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบโจทย์คนทำงานแบบ WFH มากขึ้น เพราะนอกจากตัวห้องแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการก็มีส่วนช่วยให้การทำงานและการใช้ชีวิตสะดวกยิ่งขึ้นหลายเท่าตัว 

ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกคอนโด ควรพิจารณาว่าโครงการมีพื้นที่ที่รองรับการทำงานได้เพียงพอหรือไม่ เช่น 

  • Co-working Space สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน
  • ห้องประชุมส่วนกลางที่สามารถจองใช้งานได้ในวันที่ต้องประชุมสำคัญ
  • ฟิตเนสหรือสระว่ายน้ำสำหรับพักผ่อนหลังเลิกงาน 

รวมไปถึงร้านกาแฟหรือร้านสะดวกซื้อภายในโครงการที่ช่วยลดเวลาการเดินทางออกไปซื้อของข้างนอก และแม้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ 

แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งานจริง ๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การทำงานจากที่บ้านมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

5. ทำเลที่ตั้ง ยังคงสำคัญแม้จะทำงานที่บ้านเป็นหลัก

แม้ว่าจะไม่ต้องเดินทางไปออฟฟิศทุกวัน แต่ทำเลก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อเลือกคอนโด เพราะชีวิตประจำวันยังต้องเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปพบปะลูกค้า ประชุมงานนอกสถานที่หรือทำธุระส่วนตัวอยู่เสมอ 

การเลือกที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่ใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน หรือเส้นทางคมนาคมสายหลัก จะช่วยอำนวยความสะดวกในยามที่จำเป็นต้องเดินทาง

นอกจากนี้ทำเลที่อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดหรือโรงพยาบาล ก็มีส่วนช่วยลดความเครียดจากการต้องเดินทางไกลเพื่อทำธุระต่าง ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมในระยะยาว

6. ความเงียบสงบและการควบคุมเสียงรบกวน

เสียงรบกวนระหว่างประชุมหรือทำงาน คือหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของสาย WFH ดังนั้น ก่อนเลือกคอนโด ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยต่อไปนี้:

  • โครงสร้างและตำแหน่งห้อง: ตรวจสอบความหนาและคุณภาพของผนังกั้นเสียง เลี่ยงห้องที่อยู่ติดกับลิฟต์ ถนนใหญ่ หรือพื้นที่ส่วนกลางที่มีคนใช้งานบ่อย
  • ระดับชั้นของห้อง: ห้องพักในชั้นที่สูงกว่า มักได้รับเสียงรบกวนจากการจราจรน้อยกว่าชั้นล่างอย่างเห็นได้ชัด
  • เทคนิคเพิ่มเติม: แนะนำให้หาเวลาเข้าไปชมโครงการจริงในช่วงเวลาเร่งด่วน (Peak Hours) หรือช่วงที่มีการใช้พื้นที่ส่วนกลาง เพื่อประเมินระดับเสียงรบกวนจริงก่อนตัดสินใจ

OFM x Propertyhub สร้างพื้นที่ WFH ที่ลงตัว เริ่มต้นจากการเลือกคอนโดและอุปกรณ์ที่เหมาะสม

การเลือกคอนโดสำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในที่เดียวกันนั้น ไม่ได้มีเพียงเรื่องราคาหรือทำเลเป็นตัวชี้วัดเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน ทั้งขนาดพื้นที่ใช้สอย คุณภาพอินเทอร์เน็ต แสงธรรมชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการทำงาน 

รวมถึงความเงียบสงบภายในห้อง เพื่อให้คอนโดที่เลือกสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลทั้งในมิติของการทำงานและการพักผ่อน และนอกจากการเลือกคอนโดที่ตอบโจทย์การทำงานแบบ WFH แล้ว การเลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การทำงานจากที่บ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน เก้าอี้เพื่อสุขภาพ เครื่องเขียน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถเลือกช้อปได้ที่ OFM ที่รวบรวมอุปกรณ์สำนักงานและเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างครบครันในที่เดียว โดยสามารถสั่งซื้อได้ทางเว็บไซต์ www.ofm.co.th หรือเดินชมสินค้าได้ที่หน้าร้านกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้คุณจัดมุมทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว

ทั้งนี้หากคุณกำลังมองหาคอนโดแห่งใหม่เพื่อซื้อหรือเช่า คุณก็สามารถเข้ามาเลือกชมโครงการคอนโดกว่า 6,000 โครงการทั่วประเทศไทยได้ที่ Propertyhub เว็บไซต์รวบรวมประกาศขาย/เช่าอสังหาฯ ที่ใช้งานง่ายที่สุด หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อให้การค้นหาอสังหาฯ เป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android) 

0 CommentsClose Comments

Leave a comment