iPhone 18 Pro เตรียมเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 โดยปีนี้ Apple ปรับกลยุทธ์ใหม่ แบ่งการเปิดตัวเป็น 2 ช่วง ประเดิมด้วยรุ่นท็อปอย่าง iPhone 18 Pro, Pro Max 

และไฮไลต์สำคัญคือ iPhone Fold จอพับรุ่นแรก ส่วนรุ่นมาตรฐานอย่าง iPhone 18 และ 18e จะตามมาในช่วงต้นปี 2027 ข้อมูลทั้งหมดนี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าววงในและนักวิเคราะห์ชั้นนำอย่าง Mark Gurman และ Ming-Chi Kuo ทำให้เห็นภาพรวมความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Apple ในปี 2026 ได้อย่างชัดเจน

Table of Contents

Key Takeaways 

  • ก้าวกระโดดด้านประสิทธิภาพและพลังงาน: ชิป A20 Pro (2nm) เพิ่มความเร็ว 15% และประหยัดพลังงานขึ้น 30% พร้อมแบตเตอรี่รุ่น Pro Max สูงถึง 5,200 mAh และโมเด็ม C2 ที่ Apple พัฒนาเองเพื่อการเชื่อมต่อ 5G ที่เสถียรกว่าเดิม
  • นวัตกรรมกล้องระดับโปร: ครั้งแรกกับระบบ Variable Aperture (ปรับรูรับแสงได้แบบ DSLR) บนกล้องหลัก ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ 3 ชั้นจาก Samsung เพื่อลด Noise และเพิ่ม Dynamic Range ให้ภาพคมชัดในทุกสภาพแสง
  • ดีไซน์และฟังก์ชันที่สมบูรณ์ขึ้น: หน้าจอมีพื้นที่ใช้งานมากขึ้นด้วย Dynamic Island ที่เล็กลง 35% ตัวเครื่องดีไซน์กระจกไร้รอยต่อ และรองรับการเชื่อมต่อ 5G ผ่านดาวเทียม ได้เต็มรูปแบบแม้ไม่มีสัญญาณมือถือ

10 ฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 18 Pro ที่น่าสนใจ

iPhone 18 Pro ฟีเจอร์

เทคโนโลยีล้ำสมัยที่คุณต้องทึ่งกับ 10 ฟีเจอร์ใหม่สุดว้าวบน iPhone 18 Pro ที่ยกระดับสมาร์ทโฟนไปอีกขั้น

1. ดีไซน์ไร้รอยต่อ เนียนตากว่าเดิม

iPhone 18 Pro ยังคงเอกลักษณ์หน้าจอ 6.3 และ 6.9 นิ้ว แต่ปรับดีไซน์ฝาหลังใหม่ให้กระจกและขอบเครื่องดูเป็นชิ้นเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ช่วยให้ตัวเครื่องดูพรีเมียมและจับถนัดมือมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน

2. Dynamic Island เล็กลง เพิ่มพื้นที่หน้าจอ

พื้นที่ใช้งานบนหน้าจอ iPhone 18 Pro จะกว้างขึ้นกว่าเดิม เพราะมีการปรับขนาด Dynamic Island ให้แคบลงถึง 35% ช่วยลดการบดบังสายตาในขณะใช้งานแต่ยังคงฟังก์ชัน Face ID ไว้ครบถ้วน

3. ชิป A20 Pro แรงทะลุพิกัดด้วยสถาปัตยกรรม 2nm

สัมผัสความเร็วแรงของชิป A20 Pro ใน iPhone 18 Pro ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2nm ช่วยให้ประมวลผลไวขึ้น 15% และประหยัดพลังงานกว่าเดิมถึง 30% พร้อมรองรับ Apple Intelligence ได้ฉลาดและลื่นไหลที่สุด

4. โมเด็ม C2 รองรับ 5G mmWave เต็มรูปแบบ

Apple พัฒนาโมเด็ม C2 มาใช้เองใน iPhone 18 Pro เพื่อการเชื่อมต่อ 5G ที่เสถียรและรวดเร็ว โดยเฉพาะการรองรับย่านความถี่ mmWave ช่วยให้การดาวน์โหลดและอัปโหลดข้อมูลในพื้นที่หนาแน่นทำได้ดีขึ้นอย่างมาก

5. กล้องปรับรูรับแสงได้เองแบบ DSLR

ครั้งแรกของไอโฟนที่ iPhone 18 Pro มาพร้อมระบบ Variable Aperture ให้คุณปรับรูรับแสงของกล้องหลักได้ตามใจชอบ จะถ่ายหน้าชัดหลังเบลอหรือเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยก็ทำได้สวยงามเหมือนใช้กล้องโปร

6. เซนเซอร์ใหม่จาก Samsung ภาพคมชัด Noise ต่ำ

iPhone 18 Pro เปลี่ยนมาใช้เซนเซอร์ภาพแบบ 3 ชั้นเทคโนโลยีใหม่จาก Samsung ที่ช่วยเก็บรายละเอียดแสงได้ดีขึ้น ขยาย Dynamic Range ให้กว้างกว่าเดิม และลดสัญญาณรบกวนในภาพถ่ายได้ทุกสภาพแสง

7. แบตเตอรี่อึดขึ้น ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม

ใครที่เน้นใช้งานหนักต้องถูกใจ iPhone 18 Pro รุ่น Max ที่คาดว่าจะขยายความจุแบตเตอรี่สูงถึง 5,200 mAh เพื่อรองรับการใช้งานต่อเนื่องตลอดวันได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดไว

8. เชื่อมต่อเน็ตผ่านดาวเทียม 5G ได้ทุกที่

ยกระดับการสื่อสารด้วยระบบดาวเทียมใน iPhone 18 Pro ที่ไม่ได้มีไว้แค่กรณีฉุกเฉิน แต่จะรองรับการใช้อินเทอร์เน็ต 5G ผ่านดาวเทียมได้เต็มรูปแบบ แม้คุณจะอยู่ในจุดที่ไร้สัญญาณโทรศัพท์ก็ตาม

9. ปุ่ม Camera Control ดีไซน์ใหม่ ทนทานขึ้น

Apple ปรับปรุงปุ่มควบคุมการถ่ายภาพของ iPhone 18 Pro ให้เน้นระบบรับแรงกดที่แม่นยำและเรียบง่ายขึ้น ช่วยลดความซับซ้อนของกลไกภายใน เพิ่มความทนทาน และช่วยให้การซ่อมบำรุงในอนาคตทำได้ง่ายกว่าเดิม

10. สีใหม่ Deep Red สวยหรูสะกดตา

เตรียมพบกับสีสันใหม่ล่าสุดใน iPhone 18 Pro อย่างสีแดงเข้ม (Deep Red) หรือสีเบอร์กันดี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของตระกูล Pro ที่มาในโทนสีแดงสุดหรู พร้อมตัวเลือกสีอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง Coffee และ Purple

ตารางสรุปสเปกและฟีเจอร์ใหม่ iPhone 18 Pro

สรุปข้อมูลหลุดล่าสุดของ iPhone 18 Pro ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 พร้อมการอัปเกรดครั้งใหญ่ทั้งชิปเซ็ต กล้อง และดีไซน์หน้าจอ

หัวข้อรายละเอียดการอัปเกรดจุดเด่นที่สำคัญ
1. ดีไซน์ภายนอกรูปทรงคล้ายเดิม แต่ใช้วัสดุแบบชิ้นเดียวกันแท้จริงเลิกใช้หลังแบบ 2 โทนสี; กระจก Ceramic Shield และเฟรมดูเนียนตาเป็นเนื้อเดียว
2. หน้าจอDynamic Island เล็กลงถึง 35%ขนาดลดจาก 20.7 มม. เหลือ 13.5 มม. เพิ่มพื้นที่การใช้งานหน้าจอ
3. ชิปประมวลผลA20 Pro (2nm) พร้อมเทคโนโลยี WMCMเร็วขึ้น 15%, ประหยัดพลังงานขึ้น 30%; Apple Intelligence ทำงานลื่นไหลขึ้น
4. การเชื่อมต่อโมเด็ม C2 ที่ Apple พัฒนาเองรองรับ 5G mmWave ในสหรัฐฯ และลดการพึ่งพา Qualcomm
5. กล้องหลักVariable Aperture (ปรับรูรับแสงได้)ปรับค่ารูรับแสงได้แบบกล้อง DSLR เพื่อคุมระยะชัดลึกและแสงได้แม่นยำ
6. เซนเซอร์ภาพเปลี่ยนมาใช้เซนเซอร์จาก Samsungสถาปัตยกรรม 3-Layer Stacked ช่วยลด Noise และเพิ่ม Dynamic Range
7. แบตเตอรี่ความจุสูงสุด 5,200 mAh (ในรุ่น Pro Max)อึดที่สุดเท่าที่เคยมีมา แลกกับตัวเครื่องที่หนักขึ้นเล็กน้อย (243 กรัม)
8. การสื่อสาร5G ผ่านดาวเทียม (NTN)ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมได้เต็มรูปแบบ แม้ไม่มีสัญญาณมือถือ
9. ปุ่มควบคุมปรับปรุงปุ่ม Camera Control ใหม่ตัดระบบ Capacitive ออกเพื่อลดค่าซ่อมบำรุง แต่ยังรับแรงกดได้ครบถ้วน
10. สีสันใหม่เปิดตัวสี Deep Red (Burgundy)สีแดงโทนเข้มหรูหราครั้งแรกของรุ่น Pro พร้อมตัวเลือกสี Coffee และ Purple

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข่าวหลุดและบทวิเคราะห์จากต่างประเทศ เนื่องจาก iPhone 18 Pro มีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 สเปกจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ iPhone 18 Pro

สรุปข้อมูลและคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ iPhone 18 Pro ที่กำลังจะมาถึงในปี 2026 นี้

1. iPhone 18 Pro จะเปิดตัวเมื่อไหร่?

โดยปกติแล้ว Apple มักจะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ดังนั้น iPhone 18 Pro คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกันยายน ปี 2026

2. iPhone 18 Pro มีราคาเท่าไหร่?

ราคาของ iPhone 18 Pro ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะใกล้เคียงหรือสูงกว่าราคาเปิดตัวของรุ่น Pro ก่อนหน้าเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ

3. สเปกหลักของ iPhone 18 Pro เป็นอย่างไร?

iPhone 18 Pro คาดว่าจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Apple A18 Bionic หรือรุ่นที่ใหม่กว่า, RAM ที่เพิ่มขึ้น, ความจุเริ่มต้นที่มากขึ้น และกล้องที่ได้รับการปรับปรุงทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

4. iPhone 18 Pro แตกต่างจาก iPhone 17 Pro อย่างไร?

iPhone 18 Pro คาดว่าจะมีความแตกต่างหลักๆ ที่ชิปเซ็ตที่ทรงพลังกว่า, กล้องที่ได้รับการอัปเกรดอย่างมีนัยสำคัญ และอาจมีการปรับปรุงดีไซน์หรือเทคโนโลยีหน้าจอใหม่ๆ ที่ไม่พบใน iPhone 17 Pro

สรุป iPhone 18 Pro คุ้มรอหรือไม่?

iPhone 18 Pro คือการยกเครื่องสเปกภายในครั้งใหญ่ ทั้งชิปเซ็ตที่แรงขึ้น กล้องที่คมชัดกว่าเดิม และหน้าจอที่พัฒนาให้ลื่นไหลสุดๆ แม้ดีไซน์ภายนอกจะดูคุ้นตา แต่เทคโนโลยีข้างในเปลี่ยนใหม่แทบทั้งหมด 

สำหรับใครที่ต้องการอัปเกรดไลฟ์สไตล์ไอทีให้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียม หรือกำลังมองหา iPhone รุ่นอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งาน สามารถแวะมาเลือกช้อปได้ที่ OFM เราคัดสรรสินค้าคุณภาพครบจบในที่เดียว พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด!

ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥

🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)

💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)

🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!

📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th

ขอบคุณเนื้อหาจาก

0 CommentsClose Comments

Leave a comment