หลายคนลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาหลักพันถึงหลักหมื่น เปิดใช้ทุกวัน แต่ไม่เคยตรวจสอบไส้กรองเครื่องฟอกอากาศเลยสักครั้ง ผลก็คือเครื่องทำงานเต็มกำลัง แต่กรองอะไรไม่ได้จริง เพราะไส้กรองที่อุดตันไม่ต่างอะไรจากผ้าที่เปียกน้ำ — อากาศผ่านไม่ได้ ฝุ่นก็ไม่ถูกดักจับ
จริง ๆ แล้ว ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศเปรียบเหมือน “ปอด” ของเครื่อง ถ้าปอดสกปรก ร่างกายก็ทำงานไม่ได้ เครื่องก็เช่นกัน ยิ่งประเทศไทยที่มีฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานหลายเดือนต่อปี ยิ่งทำให้ไส้กรองทำงานหนักและเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คู่มือระบุ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าไส้กรองเครื่องฟอกอากาศแต่ละแบบต่างกันอย่างไร ต้องเปลี่ยนไส้กรองตอนไหน เช็กด้วยตัวเองได้ยังไง พร้อมเทคนิคที่ช่วยยืดอายุการใช้งานอย่างได้ผลจริง
สรุปหลัก:
- ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานต่างกัน ตั้งแต่ Pre-filter ที่ล้างซ้ำได้ทุก 2-4 สัปดาห์ ไปจนถึง HEPA filter ที่ต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 6-12 เดือน และ Carbon filter ที่เปลี่ยนตามสภาพกลิ่น
- สัญญาณเตือนหลักที่บอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนไส้กรองแล้ว ได้แก่ ไฟเตือนบนเครื่องขึ้น เสียงดังกว่าปกติ ลมอ่อนลง หรือเริ่มมีกลิ่นแม้เปิดเครื่องฟอกอากาศอยู่
- เช็กง่าย ๆ ด้วยตัวเอง: ดูสีของไส้กรอง ถ้าเปลี่ยนจากขาวเป็นเทาหรือดำ แปลว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว พร้อมเทคนิคยืดอายุไส้กรองเครื่องฟอกอากาศให้ประหยัดค่าใช้จ่าย
ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศมีกี่แบบ? รู้จักให้ครบก่อนเปลี่ยน
ก่อนจะเปลี่ยนไส้กรอง ต้องรู้ก่อนว่าเครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่มีระบบกรองหลายชั้น แต่ละชั้นทำหน้าที่ต่างกัน ดักจับมลพิษคนละประเภท และมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน
1. Pre-filter: กรองฝุ่นหยาบ ล้างซ้ำได้
Pre-filter คือชั้นกรองแรกที่ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เช่น ขนสัตว์ เส้นผม และเศษฝุ่นหยาบ ข้อดีคือไม่ต้องเปลี่ยน แค่ล้างน้ำหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกทุก 2-4 สัปดาห์ ถ้าดูแล Pre-filter ดี ๆ จะช่วยยืดอายุไส้กรอง HEPA ชั้นในได้อย่างมาก เพราะฝุ่นหยาบจะไม่เข้าไปอุดตัวชั้นกรองละเอียดเร็วเกินไป
2. HEPA filter: กรองฝุ่นละเอียด PM2.5
HEPA filter คือหัวใจสำคัญของเครื่องฟอกอากาศทุกเครื่อง ย่อมาจาก High Efficiency Particulate Air ทำหน้าที่ดักจับอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน ได้ถึง 99.97% ครอบคลุมฝุ่น PM2.5, ละอองเกสร, เชื้อรา และแบคทีเรีย อายุการใช้งานเฉลี่ย 6-12 เดือน สำหรับไส้กรอง HEPA ส่วนรุ่นพรีเมียมอย่าง HEPA H13 หรือ H14 สามารถกรองได้ละเอียดยิ่งขึ้น
3. Carbon filter: กรองกลิ่น สารเคมี
Carbon filter หรือแผ่นกรองคาร์บอน ทำจากถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) มีโครงสร้างเป็นรูพรุนขนาดจิ๋วที่ช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ก๊าซอันตรายอย่างฟอร์มาลดีไฮด์ สารระเหย VOC ควันบุหรี่ และกลิ่นอาหาร อายุการใช้งาน 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ห้องที่มีกลิ่นบ่อย คาร์บอนจะอิ่มตัวเร็วขึ้น
4. UV / Ionizer: เสริมฆ่าเชื้อ
บางเครื่องฟอกอากาศมีเทคโนโลยีเสริมอย่าง UV-C หรือ Ionizer เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัส หลอด UV มีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี ส่วน Ionizer มักไม่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน
แต่ควรทำความสะอาดแผ่นสะสมประจุเป็นประจำ เทคโนโลยี Plasmacluster จาก Sharp ก็เป็นอีกหนึ่งระบบที่ช่วยกำจัดเชื้อโรคในอากาศโดยไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองเพิ่ม
สัญญาณที่บอกว่าต้องเปลี่ยนไส้กรองแล้ว
ไม่ต้องรอให้ครบตามคู่มือเสมอไป เพราะสภาพแวดล้อมจริงอาจทำให้ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศเสื่อมเร็วกว่ากำหนด ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้
- ไฟเตือนบนเครื่องหรือในแอปแจ้งเตือนให้เปลี่ยนไส้กรอง
- เครื่องเสียงดังขึ้นผิดปกติ หรือแรงลมอ่อนลงชัดเจน
- ยังมีกลิ่นอับ/กลิ่นควัน แม้เปิดเครื่องฟอกอากาศอยู่
- ครบอายุการใช้งานตามที่ผู้ผลิตกำหนด
วิธีเช็กไส้กรองด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอช่าง
ส่องดูสี: ขาว → เทา → ดำ = เปลี่ยนได้แล้ว
วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ถอดไส้กรองเครื่องฟอกอากาศออกมาดู (ทำได้ง่ายกับเครื่องส่วนใหญ่ แค่เปิดฝาหลัง) แล้วสังเกตสี ไส้กรองใหม่จะมีสีขาวหรือสีอ่อน เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเทา พอเป็นสีเทาเข้มหรือดำ แปลว่าถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรองได้เลย ถ้ามีคราบเหลืองร่วมด้วย มักเกิดจากควันบุหรี่หรือน้ำมันจากการทำอาหาร ซึ่งทำให้ Carbon filter เสื่อมเร็วมาก
จับเวลาชั่วโมงใช้งาน
เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นมีตัวนับชั่วโมงการใช้งานให้ แต่ถ้าเครื่องไม่มี ลองคำนวณเอง เช่น เปิดเครื่องวันละ 12 ชั่วโมง x 30 วัน = 360 ชั่วโมง/เดือน ถ้าคู่มือแนะนำเปลี่ยนไส้กรองทุก 2,000 ชั่วโมง ก็จะเท่ากับประมาณ 5-6 เดือนเศษ ซึ่งใกล้เคียงกับคำแนะนำเฉลี่ย 6-12 เดือนสำหรับไส้กรอง HEPA
ปัจจัยที่ทำให้ไส้กรองเสื่อมเร็ว
- ฝุ่นเยอะ — บ้านที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่ แหล่งก่อสร้าง หรือโซนที่ PM2.5 สูงบ่อย ๆ ไส้กรองจะรับภาระหนักกว่าบ้านในย่านที่อากาศดี
- เลี้ยงสัตว์ — ขนสัตว์ สะเก็ดผิว และแบคทีเรียจากสัตว์เลี้ยงทำให้ Pre-filter และ HEPA อุดตันเร็วขึ้น ควรล้าง Pre-filter ทุกสัปดาห์ถ้ามีสัตว์เลี้ยง
- ควันบุหรี่ / ควันจากการทำอาหาร — ทำให้ Carbon filter และ ไส้กรอง HEPA เสื่อมเร็วเป็น 2 เท่า เพราะอนุภาคจากควันมีขนาดเล็กมากและมีสารเคมีที่ทำให้คาร์บอนอิ่มตัวเร็ว
- ความชื้นสูง — ไส้กรองที่ชื้นจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อราและแบคทีเรีย ควรเปิดเครื่องในห้องที่ไม่ชื้นจนเกินไป
คำนวณต้นทุนไส้กรองต่อปี ก่อนซื้อต้องดูค่า maintenance ด้วย
ราคาไส้กรองตามประเภท
ราคาไส้กรองเครื่องฟอกอากาศแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น โดยทั่วไปแล้ว ไส้กรอง HEPA มีราคาตั้งแต่ 500-3,000 บาทต่อชิ้น ส่วน Carbon filter มักขายรวมกับ HEPA เป็นชุด หรือราคาแยกประมาณ 300-1,500 บาท ถ้าต้องเปลี่ยนไส้กรองปีละ 1-2 ครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อปีจะอยู่ที่ราว ๆ 1,000-6,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง
เทคนิคยืดอายุไส้กรอง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
- ล้าง Pre-filter สม่ำเสมอ: เป็นวิธีที่ช่วยยืดอายุ ไส้กรอง HEPA ได้ดีที่สุด เพราะฝุ่นหยาบถูกดักไว้ชั้นนอกก่อน ไม่เข้าไปอุดตันชั้นในเร็วเกินไป
- วางตั้งห่างผนัง: อย่างน้อย 30 ซม. ไม่วางชิดมุมห้อง ให้อากาศไหลเวียนได้ดี เครื่องจะไม่ต้องทำงานหนักเกินจำเป็น
- ปิดหน้าต่างขณะเปิดเครื่อง: ลดปริมาณฝุ่นจากภายนอกที่เข้ามาเพิ่ม ช่วยให้ไส้กรองไม่ต้องรับภาระมากเกินไป
- ใช้ไส้กรองแท้เท่านั้น — ไส้กรองเทียบเท่าอาจราคาถูกกว่า แต่มักกรองได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่า ทำให้เครื่องทำงานหนักและเสียเร็ว สุดท้ายค่าใช้จ่ายอาจแพงกว่า
ไส้กรองแท้ & เครื่องฟอกอากาศแนะนำจาก OFM
OFM คัดสรรไส้กรองเครื่องฟอกอากาศแท้จากแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเครื่องฟอกอากาศในบ้านหลากหลายรุ่น สั่งซื้อง่ายผ่านเว็บไซต์ ส่งฟรีทั่วไทย* พร้อมเครดิตเทอมสูงสุด 60 วัน*
ไส้กรองแท้สำหรับเปลี่ยน

ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศ เสียวหมี่ 4 Compact Filter สีขาว

XIAOMI ไส้กรองอากาศ Air Purifier HEPA Filter กรอง PM2.5 กลิ่นเหม็น แบคทีเรียและเชื้อโรค

iSuper ไส้กรอง RFID สำหรับ Air Purifier Filter 4 Compact (สีม่วง)
ดูเพิ่มเติมที่ แผ่นกรองเครื่องฟอกอากาศ
เครื่องฟอกอากาศแนะนำ

XIAOMI เครื่องฟอกอากาศ Smart Air Purifier 4 สีขาว

SHARP เครื่องฟอกอากาศ รุ่น FP-J30TA/B สีขาว-ดำ

ELECTROLUX เครื่องฟอกอากาศ รุ่น UltimateHome 500
เลือกไม่ถูก… เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี? ดูสรุปฟีเจอร์เด็ดของ 10 รุ่นตัวท็อปปีนี้ได้ที่นี่ครับ https://www.ofm.co.th/blog/10-best-air-purifiers-pm2-5-2026/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไส้กรองเครื่องฟอกอากาศ
Q1: ไส้กรอง HEPA ล้างน้ำได้ไหม?
A: ไม่ควรล้าง ไส้กรอง HEPA ทำจากเส้นใยขนาดเล็กมากที่จัดเรียงเป็นชั้น ๆ อย่างซับซ้อน การล้างน้ำจะทำลายโครงสร้างเส้นใยและลดประสิทธิภาพการกรองลงอย่างมาก ถ้าอยากทำความสะอาด ใช้แค่เครื่องดูดฝุ่นเบา ๆ ที่ผิวด้านนอกก็พอ แต่ถ้าสกปรกมากแล้ว ควรเปลี่ยนไส้กรองใหม่ดีกว่า
Q2: ไส้กรองเทียบเท่า (OEM) ใช้แทนของแท้ได้ไหม?
A: ใช้ได้ทางกายภาพ แต่ประสิทธิภาพอาจไม่เท่ากัน ไส้กรองเครื่องฟอกอากาศแท้ออกแบบมาให้ตรงสเปกกับเครื่อง ทั้งขนาด ความหนาแน่นของเส้นใย และพื้นที่ผิว ทำให้การกรองมีประสิทธิภาพสูงสุดและอายุการใช้งานเป็นไปตามที่ระบุ ไส้กรองเทียบเท่าอาจกรองได้ไม่ดีเท่า และเสี่ยงทำให้เครื่องทำงานหนักจนเสียเร็วขึ้น
Q3: เปิดเครื่องฟอกอากาศ 24 ชั่วโมงได้ไหม?
A: ได้ เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ออกแบบมาให้ทำงานได้ต่อเนื่อง กินไฟน้อย (บางรุ่นแค่ 27 วัตต์) แต่ถ้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ก็ต้องเผื่อว่าไส้กรองเครื่องฟอกอากาศจะเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ และต้องเปลี่ยนไส้กรองถี่ขึ้นด้วย การใช้โหมด Auto จะช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุไส้กรองได้
Q4: ถ้าเครื่องขึ้นไฟเตือน แต่ไส้กรองดูยังไม่สกปรก ต้องเปลี่ยนไหม?
A: ควรเปลี่ยนครับ เพราะไฟเตือนของเครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่คำนวณจากชั่วโมงการใช้งาน ไม่ได้วัดจากสภาพจริงของไส้กรอง แม้ดูสียังไม่ดำ แต่ประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคขนาดเล็กอาจลดลงไปมากแล้ว โดยเฉพาะ Carbon filter ที่ดูด้วยตาเปล่าไม่ออกว่าอิ่มตัวหรือยัง
พร้อมดูแลอากาศในบ้านและออฟฟิศให้สะอาดแล้วหรือยัง? เลือกซื้อไส้กรองเครื่องฟอกอากาศแท้และเครื่องฟอกอากาศคุณภาพดีครบทุกแบรนด์ได้ที่ OFM — สั่งง่าย ส่งถึงออฟฟิศ
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥 รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th