ยกระดับครัวที่บ้านด้วย 30 สูตรอาหารไทยฟิวชั่น รสชาติล้ำสมัยที่ผสมผสานเสน่ห์ตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว รังสรรค์เมนูระดับเชฟได้ง่ายๆ ด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ตอบโจทย์คนรักการทำอาหารที่อยากเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้พิเศษกว่าที่เคย
Key Takeaways
- นิยามของอาหารฟิวชั่น: เป็นศิลปะแห่งการผสมผสานวัฒนธรรม วัตถุดิบ และเทคนิคการปรุงอาหารจากหลากหลายพื้นที่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างสรรค์รสชาติใหม่ที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้น
- ความหลากหลายของประเภทอาหาร: อาหารฟิวชั่นมีหลายรูปแบบ เช่น การผสมข้ามวัฒนธรรม (Cross-Cultural), การประยุกต์ใช้วัตถุดิบข้ามถิ่น (Ingredient Swap), และการฟิวชั่นในเชิงเทคนิคการปรุง (Technical Fusion)
- จุดเด่นของอาหารไทยฟิวชั่น: เป็นการนำรสชาติที่จัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ของไทย มาผสมผสานกับวัตถุดิบหรือเทคนิคแบบตะวันตก เช่น สปาเกตตีแกงเขียวหวาน หรือพาสต้าต้มยำกุ้ง
- ทำเองได้ง่ายที่บ้าน: บทความเน้นย้ำว่าเมนูอาหารฟิวชั่นหลายเมนูสามารถทำกินเองได้ง่ายๆ ด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน ช่วยเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษได้
- ความสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด: หัวใจสำคัญของอาหารฟิวชั่นคือการทลายกำแพงทางวัฒนธรรมอาหารเดิมๆ เพื่อรังสรรค์เมนูที่ทันสมัยและสวยงาม
ทำความรู้จักเมนูอาหารฟิวชั่น
เปิดโลกการเรียนรู้เรื่อง อาหารฟิวชั่น ศิลปะแห่งการผสมผสานวัฒนธรรมวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงจากทั่วทุกมุมโลกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ถือเป็น อาหารสร้างสรรค์ ที่ไม่มีขีดจำกัด ช่วยเปลี่ยนรสชาติเดิมๆ ให้มีความแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นในทุกคำที่รับประทาน
ประเภทของอาหารฟิวชั่นที่ควรรู้
เข้าใจประเภทของอาหารฟิวชั่นให้มากขึ้นผ่านการแบ่งหมวดหมู่ที่น่าสนใจ เพื่อให้คุณมองเห็นภาพรวมว่า อาหารฟิวชั่น คือ การทลายกำแพงทางวัฒนธรรมอาหารอย่างไรบ้าง ดังนี้ครับ
- การผสมผสานข้ามวัฒนธรรม (Cross-Cultural Fusion): เป็นการนำเอกลักษณ์ของสองสัญชาติมาเจอกัน เช่น เมนูอาหารฟิวชั่น สไตล์อิตาเลียน-ญี่ปุ่น ที่ใช้เส้นพาสต้าปรุงด้วยซอสไข่ปลาเมนไทโกะ
- การประยุกต์ใช้วัตถุดิบข้ามถิ่น (Ingredient Swap): การนำวัตถุดิบจากซีกโลกหนึ่งมาใช้ในสูตรอาหารของอีกซีกโลกหนึ่ง เช่น การทำทาโก้โดยใช้ไส้เป็นเนื้อวากิวหรือกิมจิ
- อาหารไทยฟิวชั่น: คือการนำรสชาติจัดจ้านแบบไทยไปผสมกับเทคนิคตะวันตก เช่น สปาเกตตีแกงเขียวหวาน, พาสต้าต้มยำกุ้ง หรือสเต็กซอสแจ่วที่รวมความอินเตอร์และความเป็นไทยไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
- การฟิวชั่นในเชิงเทคนิค (Technical Fusion): การใช้เทคนิคการปรุงอาหารแบบโมเดิร์น (เช่น Sous-vide) กับเมนูพื้นบ้าน เพื่อยกระดับเนื้อสัมผัสแต่ยังคงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้
30 เมนูอาหารฟิวชั่นที่ทำกินเองได้ที่บ้าน
สำหรับคนที่สนใจในความสร้างสรรค์ของเมนูอาหารฟิวชั่น OFM ขอแจกสูตร 30 เมนูอาหารฟิวชั่นที่คุณต้องลองทำ นอกจากจะหาวัตถุดิบทำง่ายแล้ว ยังอร่อยและเป็นอาหารไทย ฟิวชั่น ที่อร่อยถูกปากอีกด้วย
1.สปาเกตตีผัดหอยลายน้ำพริกเผา

พาสต้าอิตาเลียนคลุกน้ำพริกเผาไทย หอมเผ็ดกลมกล่อม เป็นเมนูฟิวชั่นที่ทำง่ายและหน้าตาน่ากิน
วัตถุดิบ
- เส้นสปาเกตตี 100 กรัม
- หอยลาย 400 กรัม
- ใบโหระพา 1 ถ้วยตวง
- กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูแดง 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- เกลือ 1 ช้อนชา
- น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
วิธีการทำ
ลวกเส้น:
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ แล้วลวกเส้นสปาเกตตีประมาณ 7 นาที
- สะเด็ดน้ำแล้วพักไว้
ผัดซอส:
- ตำพริกขี้หนูแดงกับกระเทียมให้พอแหลก
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อนผัดกระเทียมและพริกจนหอม
- ใส่น้ำพริกเผา น้ำตาล น้ำปลา และซอสหอยนางรม ผัดให้เข้ากัน
ใส่หอยลายและเส้น:
- เติมหอยลายลงผัดจนสุก
- เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยแล้วใส่เส้นสปาเกตตีลงไป
- ใส่ใบโหระพาแล้วผัดให้เข้ากันดี
2.เปาะเปี๊ยะลาบหมู

ลาบหมูรสแซ่บห่อแป้งกรอบ เป็นไอเดียอาหารไทยฟิวชั่นอาหาร ที่ผสมความจัดจ้านกับความเบาอย่างลงตัว
วัตถุดิบ
ส่วนเปาะเปี๊ยะ
- แป้งเปาะเปี๊ยะแช่แข็ง 300 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- หมูบด 400 กรัม
- หอมแดงซอย 10 หัว
- ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล ½ ช้อนชา
- พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีฝรั่งซอย 2 ต้น
- ต้นหอมซอย 2 ต้น
- น้ำเปล่า ½ ถ้วยตวง
- ใบสะระแหน่, พริกแห้งทอด, ผักกาดหอม (สำหรับตกแต่ง)
- น้ำมันปาล์มสำหรับทอด 3 ถ้วยตวง
- ข้าวเหนียวสำหรับทานคู่
ส่วนน้ำจิ้มแจ่ว
- น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1½ ช้อนชา
- ข้าวคั่ว 1½ ช้อนชา
- หอมแดงซอย 3 หัว
- ต้นหอมซอย, ผักชี, ผักชีฝรั่ง (สำหรับโรยหน้า)
วิธีการทำ
ทำไส้ลาบหมู
- ใส่น้ำเปล่าลงหม้อ เปิดไฟแรง แล้วใส่หมูบดลงไปร่อนจนสุก
- ปิดไฟ ยกลงแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล ข้าวคั่ว พริกป่น และหอมแดง แล้วคลุกให้เข้ากัน พักไว้
ห่อเปาะเปี๊ยะ
- ตอกไข่ใส่ชามและตีให้เข้ากัน
- วางแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะ แผ่ไส้ลาบหมูลงไปแล้วม้วน ห่อให้เรียบร้อย ทาไข่ที่ขอบแป้งเพื่อไม่ให้แตกตอนทอด
ทอด
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน จากนั้นลดไฟลงเป็นกลาง
- ใส่เปาะเปี๊ยะที่ห่อไว้ลงทอดจนสีเหลืองทองทั้งสองด้าน แล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ทำน้ำจิ้มแจ่ว
- ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ พริกป่น และข้าวคั่วลงในชาม
- คลุกให้เข้ากัน แล้วโรยหอมแดงซอย ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่ง และผักชีให้หอม
3.ลาบแซลมอน

แซลมอนสดคลุกลาบไทย รสเปรี้ยวเผ็ดกำลังดี เป็นอาหารฟิวชั่นสวย ๆ ที่ดูพรีเมียมแต่ทำไม่ยาก
วัตถุดิบ
- แซลม่อนหั่นเต๋า (สำหรับ 1 ที่)
- พริกชี้ฟ้า หรือพริกขี้หนูตำละเอียด
- กระเทียมตำละเอียด
- หอมแดงซอย
- มะเขือเทศเชอร์รี่หั่นชิ้นเล็ก
- ผักสลัดสำหรับตกแต่ง
- น้ำมะนาว
- น้ำปลา
- น้ำกระเทียมดอง
- น้ำตาลปี๊บ
- ผงชูรส (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
วิธีการทำ
- ทำน้ำยำ: ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำกระเทียมดอง น้ำตาลปี๊บ พริก และกระเทียมตำเข้าด้วยกันจนรสจัดจ้านตามชอบ
- ใส่ผักและมะเขือเทศ: เติมมะเขือเทศเชอร์รี่และหอมแดงซอยลงไป คลุกให้เข้ากันแล้วชิมรสอีกครั้ง
- ผสมแซลมอน: ใส่แซลมอนหั่นเต๋าลงไป แล้วคลุกเบา ๆ ให้เนื้อปลาเคลือบด้วยน้ำยำ
- จัดเสิร์ฟ: วางแซลมอนยำลงบนจานที่มีผักสลัดและเสิร์ฟได้ทันที อร่อยสดชื่นและแซ่บถึงใจ
4.ซูชิข้าวคลุกกะปิไข่ชะอม

ซูชิสไตล์ญี่ปุ่นจับคู่ข้าวคลุกกะปิไทย กลายเป็นเมนูอาหารฟิวชั่นที่ทั้งแปลกและน่าสนใจ
วัตถุดิบ
- ข้าวสังข์หยด 500 กรัม
- น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
- ไข่สด 3 ฟอง
- ใบชะอม 50 กรัม
- น้ำพริกกะปิ 50 กรัม
- ปลาทูทอด 3 ตัว
- แครอทหั่นท่อน สำหรับห่อ
- แตงกวาหั่นท่อน สำหรับห่อ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
วิธีการทำ
- หุงข้าว & คลุกน้ำพริกกะปิ หุงข้าวสังข์หยดให้สุก จากนั้นตักข้าวประมาณ 2 ทัพพีใส่ชาม คลุกกับน้ำพริกกะปิจนน้ำพริกเคลือบข้าวดี ๆ แล้วพักไว้
- เตรียมไข่ชะอม ตีไข่กับใบชะอมสับให้เข้ากัน แล้วทอดในกระทะร้อนจนสุกเป็นแผ่นสีเหลืองทอง เตรียมไว้สำหรับห่อ
ม้วนโรล
- วางไข่ชะอมที่ทอดไว้เป็นฐาน
- เกลี่ยข้าวคลุกน้ำพริกกะปิให้ทั่วไข่
- วางแครอท แตงกวา และปลาทูทอดตรงกลาง
- ม้วนให้แน่น แล้วหั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 2 นิ้วพร้อมเสิร์ฟ
5.เปาะเปี๊ยะสดบาร์บีคิว

เนื้อย่างซอสบาร์บีคิวห่อแป้งสด เบา ทานง่าย เหมาะเป็นอาหารฟิวชั่นง่ายๆ สำหรับทุกโอกาส
วัตถุดิบ
สำหรับห่อ
- ใบเมี่ยงญวน (แผ่นเปาะเปี๊ยะสด) 10 แผ่น
- เนื้อหมูสันใน 500 กรัม
- พริกหวานสีเขียว 100 กรัม
- พริกหวานสีเหลือง 100 กรัม
- พริกหวานสีแดง 100 กรัม
- หอมใหญ่หั่นท่อน 100 กรัม
- สับปะรดหั่นท่อน 100 กรัม
- มะเขือเทศเชอร์รี 100 กรัม
สำหรับซอสบาร์บีคิว
- เนยเค็ม 60 กรัม
- หอมใหญ่ 150 กรัม
- มะเขือเทศปอกเปลือก 300 กรัม
- ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 150 กรรัม
- ซอสเปรี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสปรุงรส 50 มล.
- น้ำส้มสายชู 50 มล.
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
- เกลือ 1 ช้อนชา
- พริกปาปริก้า 1 ช้อนชา
- ใบกระวาน 1 ใบ
วิธีการทำ
ทำซอสบาร์บีคิว + หมักหมู
- ละลายเนยในกระทะ ใส่หอมใหญ่ผัดจนใส แล้วพักไว้
- ปั่นหอมใหญ่ที่ผัดกับมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ ซอสเปรี้ยว ซอสปรุงรส น้ำส้มสายชู น้ำตาล พริกไทย เกลือ และพริกปาปริก้าให้ละเอียด
- เทส่วนผสมลงหม้อ ใส่ใบกระวาน เคี่ยวจนข้นแล้วพักให้เย็น
- ใช้ซอสบาร์บีคิวที่ทำไว้หมักเนื้อหมูประมาณ 1 ชั่วโมง
ย่างหมู + ประกอบร่าง
- ย่างเนื้อหมูที่หมักจนสุกและหอม
- ชุบน้ำให้ใบเมี่ยงนุ่ม จากนั้นจัดพริกหวาน หอมใหญ่ สับปะรด มะเขือเทศ และหมูย่างวางลงบนใบเมี่ยง
- พับขอบแล้วม้วนให้เรียบร้อยเป็นเปาะเปี๊ยะ
6.พิซซ่าหน้ากะเพรา

กะเพรารสจัดวางบนแป้งพิซซ่า เป็นฟิวชั่น อาหาร ที่ผสมความเผ็ดร้อนกับชีสได้อย่างลงตัว
วัตถุดิบ
- แป้งขนมปัง 1 ถ้วย
- ยีสต์ 1 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ ½ ช้อชา Salt
- น้ำอุ่น ½ ถ้วย
- น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
- หมูสับ 500 กรัม
- ซอสผัดกะเพรา ตราเมดบายต๊อด (Made By Todd) 1 ซอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกแดงสับ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบกะเพรา 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ใบกะเพรากรอบ ตามชอบ
- ชีสมอสซาเรลลา ตามชอบ
วิธีการทำ
แป้งพิซซ่า:
- ใส่แป้งขนมปังลงในภาชนะผสมกับเกลือ น้ำตาล ยีสต์ น้ำมันมะกอก และน้ำอุ่น
- นวดให้เข้ากัน สังเกตจนกว่าแป้งไม่ติดมือ จากนั้นคลุมด้วยพลาสติกคลุมอาหาร พักแป้งทิ้งไว้ 45 – 60 นาที จนแป้งพองตัวขึ้นเป็น 2 เท่า
- นำแป้งพิซซ่ารีดให้เป็นแผ่นกลม ๆ แล้วคลุมแป้งพิซซ่าด้วยพลาสติกคลุมอาหาร พักแป้งไว้ 30 นาที จนแป้งพองตัวขึ้นเป็น 2 เท่า
ผัดกะเพรา:
- นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำมันพืชลงไป รอจนกระทะร้อนได้ที่ ใส่กระเทียมสับ และพริกแดงสับ ผัดจนกระเทียมและพริกมีกลิ่นหอม
- ใส่หมูสับลงไป ตามด้วย ซอสผัดกะเพราสูตรเด็ด ผัดให้เข้ากันจนหมูสุก
- ใส่ใบกะเพราลงไปตอนท้าย แล้วผัดเร็วๆให้เข้ากัน แล้วรีบเอาขึ้นจากกระทะ
ประกอบเป็นพิซซ่า:
- วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 250°C (ไฟบน-ล่าง) เป็นเวลา 10 นาที แล้วจึงปรับลดอุณหภูมิลงเหลือ 180°C ก่อนนำเข้าอบ
- ทำขอบโดยการกดไปรอบ ๆ แป้งพิซซ่า
- ราดผัดกะเพราที่ผัดเสร็จแล้วลงบนแป้ง เพิ่มความน่าสนใจด้วยการตอกไข่ตรงกลางพิซซ่า และโรยชีสมอสซาเรลลาเพิ่มความยืดของพิซซ่า จากนั้นำไปอบไฟ บน – ล่าง ด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 15 – 20 นาที
- เพิ่มความน่าสนใจด้วยการโรยใบกะเพรากรอบเพื่อกลิ่นและตกแต่งพิซซ๋า ตัดเป็นชิ้น ๆ พอดีคำ พร้อมเสิร์ฟ
7.ห่อหมกเพนเนปู

พาสต้าเพนเนคลุกเครื่องห่อหมกไทย หอมเครื่องแกง เป็นอาหารฟิวชั่นสวยๆ ที่ดูหรูขึ้นทันที
วัตถุดิบ
- เนื้อปู 400 กรัม
- น้ำพริกแกงเผ็ด 4 ช้อนโต๊ะ
- กระชาย 2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- เทสตี้ฟิต กะทิธัญพืช 150 มิลลิลิตร
- ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
- เส้นเพนเนลวก 200 กรัม
- กะหล่ำปลีซอย 150 กรัม
- เนื้อปู สำหรับตกแต่ง
- ใบมะกรูดซอย สำหรับตกแต่ง
- พริกชี้ฟ้าซอย สำหรับตกแต่ง
วิธีการทำ
- เริ่มต้นด้วยการผสม น้ำพริกแกงเผ็ด และ กระชายตำ ลงในชามผสม เติมความกลมกล่อมด้วย น้ำตาลปี๊บ และ น้ำปลา จากนั้นตอก ไข่ไก่ และค่อยๆ เทกะทิลงไป คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนจะใส่ เนื้อปู เน้นๆ และ ใบมะกรูดซอย เพิ่มความหอม พักไว้ให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ
- ผสม กะทิ กับ แป้งข้าวเจ้า ให้เข้ากันในหม้อเล็กๆ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน หมั่นคนอย่างสม่ำเสมอจนเนื้อกะทิเริ่มข้นหนืดและมันวาวได้ที่ จากนั้นปิดไฟแล้วเทใส่ชามพักไว้สำหรับตกแต่งหน้า
- เตรียมกระทงใบตองเก๋ๆ วางรองด้วย กะหล่ำปลี เพิ่มความหวานธรรมชาติ ตามด้วย เส้นเพนเนลวกสุก ที่จะมาเปลี่ยนสัมผัสการกินให้สนุกขึ้น จากนั้นตักส่วนผสมห่อหมกปูราดลงไปให้เต็มกระทง
- นำกระทงไปนึ่งในน้ำเดือดจนเนื้อห่อหมกเซตตัวสวยและส่งกลิ่นหอมสมุนไพร เมื่อสุกดีแล้วจึงราดหน้าด้วยหัวกะทิที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับเชฟในบ้านคุณเอง!
8.เกี๊ยวซ่ากุ้งผัดไทย

ผัดไทยกุ้งห่อแป้งเกี๊ยวซ่าทอดกรอบ ไอเดียเมนูฟิวชั่นที่สนุกและกินเพลิน
วัตถุดิบ
- เกี๊ยวซ่ากุ้ง (พร้อมทำ) 12 ชิ้น
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ถ้วยตวง
- ซอสผัดไทย ½ ถ้วยตวง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ถั่วงอก 20 กรัม
- กุยช่ายหั่นท่อน 20 กรัม
- น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วลิสงคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีการทำ
- ทอดเกี๊ยวซ่า: ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วทอดเกี๊ยวซ่ากุ้งจน เหลืองกรอบ แล้วตักพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ผัดซอสผัดไทย: ใส่น้ำมันเล็กน้อยลงในกระทะ พอกระเทียมสับหอมใส่ลงไปผัด ตามด้วย ซอสผัดไทย แล้วใส่ ไข่ไก่ ลงผัดให้เข้ากัน
- ใส่ผัก: เติม ถั่วงอก และ กุยช่าย ลงผัด ปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก และ น้ำปลา ให้มีรสเปรี้ยว-เค็มกลมกล่อม
- รวมรสกัน: ใส่เกี๊ยวซ่าที่ทอดไว้กลับลงไป คลุกเคล้ากับซอสผัดไทย ให้ทั่วทั้งชิ้น
- จัดเสิร์ฟ: ตักใส่จาน โรย ถั่วลิสงคั่วบด และ กุ้งแห้ง พร้อมเสิร์ฟกับผักสดตามชอบ
9.แซลมอนทอดน้ำปลา

ปลาแซลมอนทอดกรอบราดน้ำปลาไทย เป็นฟิวชั่น อาหาร ที่เรียบง่ายแต่รสชาติจัดจ้าน
วัตถุดิบ
- แซลมอนหั่นแว่นชิ้นละ 150 กรัม
- น้ำปลา Low Sodium 3 ช้อนโต๊ะ
- มะม่วงเปรี้ยวสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
- พริกแดงจินดาซอย 2 เม็ด
- หอมแดงซอย 2 หัว
- ต้นหอมและผักชีซอย อย่างละ 1 ต้น
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
วิธีการทำ
ทำปลาทอดน้ำปลา:
- เริ่มต้นด้วยพระเอกของเรา เนื้อปลาแซลมอน นำมานวดเบาๆ ด้วย น้ำปลา (1 ช้อนชา) ให้ทั่วชิ้นปลา พักให้รสชาติซึมซาบเข้าสู่เนื้อในประมาณ 10 นาที เพื่อให้ปลาของเรามีรสเค็มอ่อนๆ ตั้งแต่คำแรก
- ตั้งกระทะเทฟลอนให้ร้อนฉ่า! วางแซลมอนลงไปกริลล์จนผิวตึงสวยและสุกได้ที่ทั้งสองด้าน ราด น้ำปลา (1 ช้อนโต๊ะ) ลงไปบนขอบกระทะร้อนๆ รอบตัวปลา ให้มีกลิ่นหอมไหม้นิดๆ ของน้ำปลาอบอวลไปทั่วชิ้นปลา แล้วรีบตักขึ้นมาพักไว้
ทำน้ำยำมะม่วง
- ผสม น้ำปลา Low Sodium, น้ำมะนาว, และ น้ำตาล ลงในชามผสม เติม พริกแดงซอย เพิ่มความเผ็ดร้อน คนจนน้ำตาลละลายกลายเป็นน้ำยำสามรสที่กลมกล่อมพอดิบพอดี
- โยน มะม่วงเปรี้ยวสอย, หอมแดงซอย, ต้นหอม และ ผักชี ลงไปในชามน้ำยำ คลุกให้เข้ากัน
- ตักยำมะม่วงรสเด็ดราดลงบนชิ้นแซลมอนกริลล์หอมๆ หรือจะเสิร์ฟแยกข้างกันก็ดูดี พร้อมรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ แล้ว
10.ทาโกะหอยครก

ขนมครกไทยมาในรูปแบบทาโกะ เมนูฟิวชั่นน่ารัก เหมาะทำขายหรือจัดปาร์ตี้
วัตถุดิบ
- ซอสหอยทอดพร้อมแป้งทอดกรอบ Lazy Set ตราแม่ประนอม 2 เซต
- หอยแมลงภู่ลวก 50 กรัม
- น้ำเปล่าเย็นจัด ¾ ถ้วยตวง
- เกลือ 10 กรัม
- น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- ต้นหอมซอย 20 กรัม
- ถั่วงอก 100 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีการทำ
เตรียมถั่วงอกผัด:
- ตั้งกระทะให้ร้อนฉ่าจนควันออกนิดๆ โยน กระเทียม และ ถั่วงอก ลงไปผัดด้วยไฟแรงอย่างรวดเร็ว ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วย ซีอิ๊วขาว ตัดรสด้วย น้ำส้มสายชู และ น้ำตาลทราย เล็กน้อย ผัดแค่พอสลดแต่ยังคงความกรุบกรอบไว้ แล้วตักขึ้นพักไว้เป็นฐานรองความอร่อย
ทำทาโกะหอยครก
- ผสม แป้งทอดกรอบ กับ น้ำเย็นจัด (เคล็ดลับความกรอบ!) เหยาะ เกลือ ลงไปเล็กน้อยเพื่อดึงรสชาติ คนให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วพักไว้ให้แป้งเซตตัว
- ตี ไข่ไก่ ให้แตกฟอง โรย ต้นหอมซอย ลงไปเพิ่มสีสันและกลิ่นหอม เตรียมพร้อมสำหรับการสร้างเลเยอร์ในหลุมทาโกะ
- ใช้ทิชชูชุบน้ำมันทาเคลือบหลุมกระทะทาโกะยากิให้ทั่ว รอจนเริ่มร้อนได้ที่ หยอด แป้งทอดกรอบ ลงไป ตามด้วย ไข่ไก่ผสมต้นหอม เพิ่มความนัว Top ด้านบนด้วยพระเอกอย่าง หอยแมลงภู่ หรือหอยตัวโตๆ ที่คุณชอบ รอจนแป้งด้านล่างสุกเป็นสีทองสวยและกรอบนอกนุ่มใน จากนั้นค่อยๆ แคะขึ้นมาพักไว้
- วางทาโกะหอยครกเคียงคู่กับถั่วงอกผัดร้อนๆ ราดน้ำจิ้มไก่หรือซอสพริกตามชอบ เป็นเมนูฟิวชันที่ทั้งน่ารักและอร่อยเต็มคำ
11.สปาเกตตีไส้กรอกลาบหมู

พาสต้าเส้นนุ่มคลุกลาบหมูรสแซ่บ เป็นอาหารฟิวชั่นง่ายๆ ที่อิ่มและจัดจ้าน
วัตถุดิบ
- แอคเนซี สปาเกตตี เบอร์ 3 100 กรัม
- ไส้กรอก 8 ชิ้น
- หมูสับ 100 กรัม
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 2 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่ ตามชอบ
- หอมแดงซอย 5 หัว
- ผักชี ตามชอบ
- พริกแห้งทอด ตามชอบ
วิธีการทำ
เตรียมเส้น:
- หยิบ ไส้กรอก มาหั่นเป็นท่อนพอดีคำ แล้วมาเริ่มงานศิลปะโดย นำ เส้นสปาเกตตี เสียบทะลุลงไปในเนื้อไส้กรอกประมาณท่อนละ 8 เส้น (นึกภาพเป็นแมงกะพรุนที่มีหนวดเป็นสปาเกตตี) เป็นกิมมิคที่ใครเห็นก็ต้องว้าว
- พาเจ้าแมงกะพรุนลงไปว่ายน้ำในหม้อต้มเดือดๆ ประมาณ 8 นาที จนได้ความสุกระดับ Al Dente (นุ่มนอก กรึบใน) เสร็จแล้วช้อนน้องขึ้นมาพักไว้ เหยาะ น้ำมันมะกอก ลงไปคลุกเบาๆ ให้ผิวดูเงางามและเส้นไม่กอดกันเป็นก้อน
ทำลาบ
- ปรุงเครื่องลาบเริ่มจาก ใส่น้ำปลาลงในชามผสม ตามด้วยน้ำมะนาว พริกป่น ข้าวคั่ว และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลาย
- ใส่หมูสับ เข้ากับเครื่องลาบอย่าง หอมแดง ผักชีฝรั่งซอย และใบสะระแหน่ พร้อมคนให้เข้ากัน
- เทลาบที่รสแซ่บแล้วลงบนไส้กรอก สปาเกตตี้ ตกแต่งจานให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ
12.สปาเกตตีผัดต้มยำกุ้ง

ต้มยำรสจัดจับคู่เส้นสปาเกตตี กลายเป็นเมนูฟิวชั่นที่ทั้งเผ็ด เปรี้ยว และหอมสมุนไพร
วัตถุดิบ
- สปาเก็ตตี้ ตราเอโร่ 50 กรัม
- น้ำมันพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
- กุ้ง 5 ตัว
- น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
- นมสด 50 มิลลิลิตร
- ตะไคร้ซอย 1 หัว
- ข่า 5 แว่น
- ใบมะกรูด 5 ใบ
- พริกแดงซอย 3 เม็ด
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันมะกอก สำหรับคลุกเส้น
วิธีการทำ
เตรียมเส้น:
- ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ในน้ำเดือด 7 นาทีจนสุก แล้วตักขึ้นพักไว้ในชาม
- เหยาะน้ำมันมะกอกลงในเส้นสปาเกตตีเล็กน้อย แล้วคลุกเคล้าเบา ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นเกาะตัวกัน
ผัด
- เริ่มจากตั้งกระทะบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพริกเผาลงไปผัดกับกระเทียมจนส่งกลิ่นหอมและมีสีเหลืองนวล จากนั้นจึงใส่กุ้งสดลงไปผัดต่อจนสุกได้ที่
- เทนมสดลงไป ตามด้วยเครื่องต้มยำ น้ำพริกเผา ตะไคร้ซอย ข่า ใบมะกรูด พริกแดงซอย น้ำปลา และน้ำมะนาว ผัดให้เข้ากัน
- ใส่เส้นสปาเกตตีที่เตรียมไว้ลงไป ผัดพอเข้ากัน จากนั้นยกออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ
13.สเต๊กทีโบนย่างจิ้มแจ่ว

สเต๊กตะวันตกเสิร์ฟกับน้ำจิ้มแจ่วไทย เป็นฟิวชั่น อาหาร ที่ดึงรสชาติเนื้อออกมาได้ดี
วัตถุดิบ
สำหรับสเต๊ก
- เนื้อสเต๊กทีโบน 1 ชิ้น
- เกลือ 1 ช้อนชา
- พริกไทย 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
- ผักเคียงตามชอบ (ผักสด/สลัด)
สำหรับน้ำจิ้มแจ่ว
- น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 2 ช้อนชา
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนชา
- หอมแดงซอย 1 หัว
- ผักชี ต้นหอม ผักชีฝรั่ง สำหรับโรยหน้า
วิธีการทำ
ทำน้ำจิ้มแจ่วและผักเคียง:
- เตรียมเครื่องน้ำจิ้มแจ่ว ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง ต้นหอม ผักชี ผักชีฝรั่ง และน้ำมะนาวให้เข้ากัน
- ตั้งหม้อใส่น้ำบนเตาแม่เหล็กไฟฟ้าแล้วปรับระดับความร้อน จนสุด รอจนน้ำเดือด ใส่ผักเคียงลงไปลวกจนสุก แล้วรีบนำขึ้น
ย่าง
- นำเนื้อสเต๊กส่วนทีโบนอุณหภูมิห้อง ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และเทน้ำมันพืชลงไป นวดให้เข้ากันทั้งสองด้าน
- นำกระทะย่างตั้งบนเตาไฟฟ้าแล้วปรับระดับความร้อน ไปที่เลข 12 ใส่น้ำมันพืชในกระทะเล็กน้อย รอจนกระทะร้อน นำเนื้อสเต๊กส่วนทีโบนที่ปรุงรสไว้ลงย่างด้านละ 3 นาที แล้วนำขึ้นพักไว้ประมาณ 2 นาที ก่อนจัดเสิร์ฟ
- เมื่อพักเนื้อเรียบร้อยแล้ว จัดเสิร์ฟคู่กับผักเคียง และน้ำจิ้มแจ่วที่ทำไว้ เท่านี้ก็พร้อมอร่อย
14.เกี๊ยวซ่าลุยสวน

เกี๊ยวซ่าทอดกรอบเสิร์ฟแบบลุยสวน รสสดชื่น เป็นอาหารฟิวชั่นสวยๆ สายเฮลท์ตี้
วัตถุดิบ
แป้งเกี๊ยว
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 200 กรัม
- แป้งถั่วเขียว 40 กรัม
- เกลือ ½ ช้อนชา
- น้ำใบเตยอุ่น 150 กรัม
- น้ำมันพืช 15 กรัม
- แป้งถั่วเขียวเพิ่มเติมสำหรับนวด/โรยแป้ง
ไส้เกี๊ยวหมูลุยสวน
- หมูสับ 500 กรัม
- แครอทหั่นเต๋า 50 กรัม
- เห็ดหอมสับ 50 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 15 กรัม
- ผักชีฝรั่ง 15 กรัม
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนชา
- พริกไทยดำ ½ ช้อนชา
- ใบสะระแหน่และใบโหระพาสำหรับตกแต่ง/เพิ่มกลิ่นหอม
วิธีการทำ
เตรียมแป้งเกี๊ยว:
- เริ่มต้นเตรียมแป้งเกี๊ยวด้วยการผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์กับ แป้งถั่วเขียว, เกลือ, น้ำมัน และน้ำใบเตยอุ่นลงในอ่างผสม
- คนส่วนผสมให้เข้ากัน เมื่อส่วนผสมเริ่มจับตัวกันเป็นก้อน ใช้มือนวดแป้งให้เนียนเป็นก้อนเดียวกัน แล้วพักแป้งเกี๊ยวไว้เป็นเวลา 30 นาที
ทำเกี๊ยวไส้หมู
- เริ่มทำไส้เกี๊ยวโดย ผสมหมูสับกับเครื่องของไส้เกี๊ยวหมูไม่ว่าจะเป็น แครอทหั่นเต๋า, เห็ดหอมสับ, กระเทียมสับ, ผักชีฝรั่งซอย และต้นหอมซอย ผสมให้เข้ากัน
- เพิ่มรสชาติของไส้เกี๊ยวหมูด้วย น้ำมันหอย, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาลทราย, น้ำมันงา และพริกไทยดำ แล้วคนให้เข้ากันดี
ห่อเกี๊ยวหมูและนึ่ง
- รีดแป้งเกี๊ยวโดยโรยแป้งถั่วเขียว ลงบนโต๊ะก่อนรีดเพื่อไม่ให้แป้งติดกับโต๊ะ โดยรีดแป้งให้บางประมาณ 1 มม.
- ใช้แม่พิมพ์คุกกี้กดแป้งให้เป็นวงกลมตามขนาดที่ต้องการ จากนั้นใส่ไส้เกี๊ยวหมูสับไว้ตรงกลาง ประกบแป้งให้เข้ากัน แล้วจับจีบมุมแป้งให้สวยงาม
- หลังจากห่อเสร็จแล้ว นำเกี๊ยวไปนึ่งในซึ้งที่มีน้ำเดือด หรือในหม้อหุงข้าวสำหรับนึ่งเป็นเวลา 15 นาที หรือจนกว่าแป้งจะสุก เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดแสนแซ่บกันเลย
15.ข้าวอบใบบัว

ข้าวอบสไตล์จีนผสมวัตถุดิบไทย กลายเป็นเมนูฟิวชั่นที่หอมและดูคลาสสิก
วัตถุดิบ
- ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก 3 ทัพพี
- กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- หัวหอมใหญ่หั่นเต๋า 20 กรัม
- กุ้งลายเสือ 4 ตัว (ทอดก่อนเพื่อใช้ตกแต่ง)
- กุนเชียงหั่นเต๋า 30 กรัม
- ลูกชิ้นปลาสไตล์ญี่ปุ่นหั่นชิ้น 30 กรัม
- ถั่วแระญี่ปุ่น 20 กรัม
- หน่อไม้ญี่ปุ่นพร้อมปรุง 20 กรัม
- เห็ดหอมซอย 15 กรัม
- BECKY ซอสผงปรุงรสสาหร่ายเห็ดหอม 2 ช้อนชา
- โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทย ½ ช้อนชา
- น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
- งาขาวคั่ว และสาหร่าย (สำหรับโรยหน้า)
- ต้นหอมซอย (สำหรับตกแต่ง)
- ใบบัวหลวงสำหรับห่อข้าว
วิธีการทำ
เตรียมใบบัวหลวง:
- ล้างใบบัวให้สะอาดแล้วนำไป นึ่งให้ใบบัวอ่อนตัว เพื่อไม่ให้แตกตอนห่อข้าว
- ผัดข้าวญี่ปุ่น ตั้งกระทะใส่น้ำมันงาแล้วทอด กุ้งลายเสือให้สุก แล้วพักไว้สำหรับตกแต่ง
- ใส่กระเทียมลงผัดให้หอม ตามด้วยกุนเชียง ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น ถั่วแระ หน่อไม้ และเห็ดหอมผัดจนสุก
- ใส่ ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก ลงไปแล้วปรุงรสด้วย ซอสผงสาหร่ายเห็ดหอม และโชยุ เติมพริกไทยและสาหร่าย แล้วผัดให้เข้ากันจนรสกลมกล่อม
ห่อใบบัว
พับ ห่อใบบัวให้เรียบร้อย แล้วกลับด้านลงบนจานก่อนนำไปนึ่งอีกครั้งเพื่อให้กลิ่นใบบัวหอมซึมเข้าข้าว
นึ่ง + จัดเสิร์ฟ
- นำข้าวที่ห่อในใบบัวไป นึ่งประมาณ 5–10 นาที เพื่อให้กลิ่นใบบัวหอมขึ้น
- ตัดใบบัวออกแล้ว โรยงาขาวคั่ว สาหร่าย และต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟได้ทันที
16.ไก่กรอบชีสซอสเลมอน

ไก่ทอดกรอบราดชีสเปรี้ยวเลมอน เป็นอาหารฟิวชั่นง่ายๆ ที่ถูกใจทุกวัย
วัตถุดิบ
ซอสเลมอน
- มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น ¼ ช้อนชา
- ไข่แดง 1 ฟอง
สำหรับไก่กรอบ
- อกไก่ 200 กรัม (ไม่เอาหนัง)
- แป้งทอดกรอบ 100 กรัม
- ไข่แดง 1 ฟอง
- นมข้นจืด 50 กรัม
- เกลือป่น ½ ช้อนชา
- พริกไทย ½ ช้อนชา
- เกล็ดขนมปัง 100 กรัม
- แฮม 2 แผ่น
- ชีสมอสซาเรลลา 2 แผ่น
- น้ำมันสำหรับทอด (ประมาณ 1 ลิตร)
วิธีการทำ
ทำน้ำซอสเลมอน :
- ใส่มายองเนส ไข่แดง นมข้นหวาน น้ำเลมอน และเกลือลงในชามแล้วคนให้เข้ากัน
- นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 2 นาที แล้วคนทุก 1 นาทีจนเข้ากันดี
- พักไว้ให้เย็นและข้นเป็นซอสเลมอนสไตล์ครีมเปรี้ยวหวาน
ทำไก่กรอบชีส
- ผ่าชิ้นอกไก่กลางให้เปิดเหมือนกระเป๋า
- วางชีสและแฮมลงในเนื้อ จากนั้นพับเนื้อไก่ปิดแล้วใช้ไม้จิ้มฟันยึดไว้
- ผสมแป้งกับเกลือ พริกไทยเป็นชั้นแรก
- ชุบไก่ลงในชั้นแป้ง จากนั้นชุบไข่ผสมนม แล้วเคลือบด้วยเกล็ดขนมปังให้ทั่ว
ทอดพร้อมเสิร์ฟ
- ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนพอประมาณ
- ใส่ไก่ชุบเกล็ดลงทอดจนสีเหลืองทองและกรอบ
- ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วจัดเสิร์ฟพร้อม ซอสเลมอนราดด้านบน หรือเสิร์ฟเป็นกับแกล้มก็ได้เลย
17.เบอร์เกอร์ข้าวเหนียว

ข้าวเหนียวแทนขนมปัง สอดไส้เนื้อฉ่ำ เป็นฟิวชั่น อาหาร ที่ทั้งอิ่มและแปลกใหม่
วัตถุดิบ
- ข้าวเหนียว 200 กรัม
- แป้งชุบทอดรสลาบ ตราบายศรี สำหรับชุบทอด
- ไข่ไก่ สำหรับชุบทอด
- เนื้อหมูบด 100 กรัม
- น้ำจิ้มแจ่ว ตราบายศรี 50 กรัม
- แตงกวา / พริกทอด สำหรับทานคู่
- ผักกาดหอม / ใบสะระแหน่ สำหรับจัดเสิร์ฟ
วิธีการทำ
เตรียมเบอร์เกอร์ข้าว:
นำข้าวเหนียวกดลงไปในพิมพ์กลม ให้ใด้ข้าวเหนียว 2 แผ่น จากนั้นนำข้าวเหนียวทั้ง 2 แผ่นมาชุบด้วยไข่ และ แป้งชุบทอดรสลาบ แล้วนำลงไปทอดในน้ำมันที่เดือดๆ ทอดจนสีเหลืองทองน่าทาน แล้วนำขึ้นจากกระทะและพักให้สะเด็ดน้ำมัน เพื่อให้เบอร์เกอร์ข้าวของเรากรอบ เตรียมไว้สำหรับจัดเสิร์ฟ
เตรียมหมูสำหรับเบอร์เกอร์
- นำ น้ำจิ้มแจ่วใส่ในเนื้อหมูบดและคลุกเคล้าในเข้ากัน จากนั้นนำกระทะตั้งบนเตาแก๊สและเปิดไฟอ่อนๆ เมื่อกระทะเริ่มร้อน นำเนื้อหมูบดที่คลุกไว้กดลงในพิมพ์ให้ได้ความหนาขนาด 1.5
- 2 นิ้ว ทิ้งไว้ 30 วินาทีค่อยยกพิมพ์ออกจากเนื้อหมู แล้วจี่เนื้อหมูบนกระทะให้สุกเพื่อจัดเสิร์ฟ
- นำเบอร์เกอร์ข้าววางเป็นฐาน ตามด้วยผัดกาดหอม ต่อด้วยหมูสะดุ้งแจ่ว ปิดท้ายด้วยเบอร์เกอร์ข้าวอีกที เสิร์ฟคู่กับแตงกวา พริกทอด และมะนาว แค่นี้ก็ได้ “เบอร์เกอร์ลาบหมูสะดุ้งแจ่ว” พร้อมเสิร์ฟแล้ว
18.เปาะเปี๊ยะสดผัดไทยเส้นชาร์โคล

เมนูฟิวชั่นเบาๆ รวมวัตถุดิบหลายชาติในคำเดียว ดูดีและเหมาะกับสายสุขภาพ
วัตถุดิบ
- ชุด น้ำผัดไทยพร้อมเส้นชาร์โคล (พร้อมปรุง) 1 ชุด
- กุ้งแชบ๊วย 24 ตัว
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- เต้าหู้เหลืองหั่นชิ้นเล็ก ½ ก้อน
- ถั่วงอก 70 กรัม
- กุ้งแห้ง 5 ช้อนโต๊ะ
- ไชโป๊วสับ 5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า ½ ถ้วยตวง
- ต้นกุยช่ายหั่นท่อน 30 กรัม
- น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ
- แผ่นเปาะเปี๊ยะสด 8 แผ่น
- ถั่วลิสงป่น (สำหรับทานคู่)
- มะนาว (เสิร์ฟคู่)
- ต้นกุยช่ายสด, ผักชีไทย, พริกชี้ฟ้าแดง (ตกแต่งจาน)
วิธีการทำ
เตรียมเส้น:
แช่ เส้นชาร์โคล ในน้ำอุ่นประมาณ 15 นาทีจนเส้นนิ่มพร้อมผัด
ผัดผัดไท
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช รอให้ร้อน แล้วใส่ เต้าหู้เหลือง, ไชโป๊วสับ, และ กุ้งแห้ง ลงผัดตามด้วย ไข่ไก่
- จากนั้นใส่ เส้นชาร์โคล เติมน้ำเปล่า ผัดจนนุ่มแล้วใส่ น้ำผัดไทยจากชุดทำอาหาร พร้อม พริกป่นและหอมเจียว ผัดให้เข้ากัน
- ตามด้วย ถั่วงอก และ ต้นกุยช่าย แล้วพักให้เย็นก่อนห่อ
ห่อเปาะเปี๊ยะ
- ชุบน้ำให้แผ่นเปาะเปี๊ยะนุ่ม แล้ววางผัดไทยที่ผัดไว้ตรงกลางตามด้วย กุ้งแชบ๊วย
- ม้วนแล้วพับขอบให้แน่นและสวยงาม
19.มักกะโรนีต้มยำไข่ชีสทอดกรอบ

มักกะโรนีในน้ำต้มยำรสจัด เป็นอาหารฟิวชั่นง่ายๆ ที่ทำได้ในครัวบ้าน
วัตถุดิบ
มักโรนีต้มยำ
- ผงต้มยำน้ำข้นสำเร็จ 1 ซอง
- น้ำสต๊อกหมู 1 ถ้วยตวง
- ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด (ตามชอบ)
- มักกะโรนีต้มสุก 50 กรัม
- กุ้งแม่น้ำ 3 ตัว
- เห็ดหอมสำหรับตกแต่ง
- มะนาว พริกขี้หนูสวน และผักชีฝรั่งซอยสำหรับเสิร์ฟ
ไข่ทอดชีสกรอบ
- ไข่ยางมะตูม 3 ฟอง
- แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
- ไข่ไก่สด 2 ฟอง
- เกล็ดขนมปัง 100 กรัม
- พาร์เมซานชีส 50 กรัม
วิธีการทำ
ทำไข่ชีสทอดกรอบ:
- ต้มไข่ให้เป็นยางมะตูมแล้วปอกเปลือก
- ชุบไข่ด้วยแป้ง ตามด้วยชุบไข่ไก่ จากนั้นเคลือบด้วยเกล็ดขนมปังผสมพาร์เมซานชีส
- ทอดในน้ำมันร้อนประมาณ 3 นาทีจนเหลืองทอง แล้วพักไว้
ต้มมักกะโรนีต้มยำ
- ใส่น้ำสต๊อกหมูลงหม้อ แล้วใส่เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด) และผงต้มยำน้ำข้นลงไป
- พอกุ้งสุกใส่มักกะโรนีต้มสุกและเห็ดหอมลงไปคนให้เข้ากัน
- ปิดไฟ ตักใส่ชามเตรียมเสิร์ฟ
20.ซูชิข้าวเหนียวไก่ย่างจิ้มแจ่ว

ข้าวเหนียวและไก่ย่างไทยในรูปแบบซูชิ เป็นอาหารฟิวชั่นสวยๆ ที่ดึงดูดสายตา
วัตถุดิบ
สำหรับซูชิ
- ไก่ย่างน้ำผึ้ง (เช่น ไก่ย่างห้าดาว) 1 ตัว
- ข้าวเหนียว 100 กรัม
- สาหร่ายแผ่น 1 แผ่น
- แตงกวา สำหรับรับประทานคู่
สำหรับ น้ำจิ้มแจ่ว
- น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 2 ช้อนชา
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนชา
- ต้นหอม ผักชี และผักชีใบเลื่อย ตามชอบ
วิธีการทำ
เตรียมน้ำจิ้มแจ่ว:
- ใส่ น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา, น้ำมะนาว, น้ำตาลปี๊บ, พริกป่น, ข้าวคั่ว ลงในชาม
- คนให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ แล้วโรย ต้นหอม ผักชี และผักชีใบเลื่อย จัดใส่ถ้วยพักไว้
เตรียมซูชิ
- วาง สาหร่ายแผ่น ลงบนเสื่อปั้นซูชิ
- วาง ข้าวเหนียว ทับบนสาหร่ายแล้วม้วนให้แน่น
- หั่นม้วนให้เป็นชิ้นพอดีคำ
- วางชิ้น ไก่ย่างน้ำผึ้ง ลงบนยอดของข้าวเหนียวซูชิ
21.ซูชิข้าวผัดซอสปลาเค็ม

ข้าวผัดไทยมาในทรงซูชิ ไอเดียเมนูฟิวชั่นที่ทั้งหอมและแตกต่าง
วัตถุดิบ
- ซอสปลาเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวสวย 1 ถ้วย
- หอมแดงซอย 10 กรัม
- แครอทหั่นเต๋า 20 กรัม
- คะน้าหั่นฝอย 20 กรัม
- พริกซอย (ตามชอบ) 10 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- สาหร่าย 1 แผ่น
วิธีการทำ
ข้าวผัดซอสปลาเค็ม:
- ตั้งกระทะ ใส่ซอสปลาเค็มลงไปผัดให้หอม
- ใส่แครอท คะน้า และหอมแดง ผัดจนสุก
- ใส่ข้าวสวยลงผัด คลุกเคล้าให้เข้ากับซอสจนทั่ว
- เติมพริกซอย ตามชอบ แล้วพักไว้ให้เย็นก่อนม้วน
- ตีไข่ให้เข้ากัน แล้วเทลงกระทะไฟอ่อน
- ทำเป็นแผ่นไข่บาง ๆ แล้วพักให้เย็นเพื่อใช้ห่อข้าวผัด
ม้วนซูชิ
- วางแผ่นไข่แล้วตามด้วยสาหร่าย
- เกลี่ยข้าวผัดซอสปลาเค็มลงบนสาหร่ายให้ทั่ว
- ม้วนให้แน่น ใช้มีดชุบน้ำค่อย ๆ ตัดเป็นชิ้นพอดีคำ
22.เบอร์เกอร์ข้าวกะเพราหมูไข่ดาว

กะเพราหมูไข่ดาวในรูปแบบเบอร์เกอร์ เป็นฟิวชั่น อาหาร ที่อิ่มจบในชิ้นเดียว
วัตถุดิบ
- ข้าวสวยหอมมะลิ 200 กรัม
- ไข่ขาว 4 ช้อนโต๊ะ (ช่วยให้ข้าวติดเป็นแผ่น)
- หมูสับ 100 กรัม
- ซอสกะเพราพร้อมปรุง 50 กรัม (สำหรับคลุกหมู)
- ไข่ดาว 1–2 ฟอง
- ผักกาดหอม (ตามชอบ)
- ซอสกะเพรา / ซอสพริก / ซอสมะเขือเทศ (สำหรับเสิร์ฟ)
วิธีการทำ
- ผสม ข้าวสวย กับ ไข่ขาว ให้เข้ากัน แล้วนำไปกดลงบนพิมพ์
- จี่ทั้งสองด้านจน ข้าวติดตัวเป็นแผ่นและกรอบนิด ๆ เพื่อทำฐานและฝาเบอร์เกอร์
- คลุก หมูสับ กับ ซอสกะเพราพร้อมปรุง แล้วนำไปกดลงในพิมพ์
- จี่หมูจนสุกและฉ่ำ ไม่แห้งติดกันเป็นชั้นหมูในเบอร์เกอร์
- วาง แผ่นเบอร์เกอร์ข้าว เป็นฐาน
- ใส่ ผักกาดหอม ตามด้วย หมูกะเพรา
- วาง ไข่ดาว ลงไป
- ปิดด้วย แผ่นข้าวอีกแผ่น
- เสิร์ฟพร้อม ซอสกะเพรา/ซอสพริก/ซอสมะเขือเทศ ตามชอบ
23.พิซซ่าไข่ไส้อั่ว

ไส้อั่วเหนือจับคู่ไข่และชีส เป็นอาหารฟิวชั่นง่ายๆ ที่หอมเครื่องเทศ
วัตถุดิบ
- ไข่สด
- นมสด
- แป้งอเนกประสงค์
- ผงฟู
- เนยจืด
- หอมแดงหั่น
- พริกหวาน
- ต้นหอม
- พริกแห้งทอด (ตามชอบ)
- ไส้อั่วเหนือ (ชนิดที่ชอบ)
- ชีสมอสซาเรลลา (ตามชอบ)
- เครื่องปรุงรสอื่น ๆ ที่ต้องการ (เช่น ซอสปรุงรส/เกลือ/พริกไทย)
วิธีการทำ
ผสมแป้งพิซซ่าแบบง่าย
- ตี ไข่สด ใส่ นมสด แป้งอเนกประสงค์ และ ผงฟู ให้เข้ากัน
- เติม หอมแดง พริกหวาน ต้นหอม และ พริกแห้งทอด ลงผสมให้ทั่ว
อบพิซซ่าหน้าไส้อั่ว
- ตั้งกระทะหรือกระทะอบ ไฟอ่อน ใส่ เนยจืด ให้ละลาย
- เทเนื้อแป้งที่ผสมไว้ลงไปในกระทะ ปิดฝาให้สุกทั่ว
- พอผิวเริ่มตั้งตัวแล้ว โรย ชีสมอสซาเรลลา แล้ววาง ไส้อั่ว ทับด้านบน
- ปิดฝาอบต่อจนชีสละลายและหน้าไส้อั่วร้อนทั่วถึง
ตัดและเสิร์ฟ
- เมื่อหน้าไส้อั่วชีสสุกและหอมแล้ว ตัดเป็นชิ้น ๆ
- จัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟร้อน ๆ
24.ขนมปังพิซซ่าต้มยำกุ้ง

เปลี่ยนมื้อเดิมๆ ให้กลายเป็น อาหารฟิวชั่น สุดล้ำ! กับเมนู ‘ขนมปังพิซซ่าต้มยำกุ้ง’ เมนูทำง่ายรสชาติจัดจ้านถึงใจแบบไม่ต้องพึ่งร้านอาหาร แค่มีขนมปังหนานุ่มกับซอสต้มยำสูตรพิเศษ ก็พร้อมอร่อยได้ที่บ้านแล้ว ไปดูขั้นตอนกัน!
วัตถุดิบ
- ขนมปังแผ่นหนา 10 แผ่น
- น้ำพริกเผา 70 กรัม
- ผงต้มยำ 2 ช้อนโต๊ะ
- ข้นจืด ตรามะลิโกลด์ 7 ช้อนโต๊ะ
- ตะไคร้ซอย 5 ต้น
- ใบมะกรูดซอย 10 ใบ
- พริกขี้หนู 10 เม็ด
- กุ้งสดผ่าหลัง 10 ตัว
- ชีสมอสซาเรลลา 200 กรัม
วิธีการทำ
- เตรียมเตาอบ: วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส (ไฟบน-ล่าง) เป็นเวลา 10-15 นาที
- เตรียมขนมปัง: ใช้พิมพ์วงกลมกดลงบนแผ่นขนมปังเพื่อให้ได้ฐานพิซซ่าทรงกลมสวยงาม (หรือจะใช้ทั้งแผ่นก็ได้)
- ผสมซอสต้มยำ: ผสมน้ำพริกเผา ผงต้มยำ และนมข้นจืดในชามผสม คนให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว
- ทาซอส: นำซอสต้มยำที่เตรียมไว้ทาลงบนแผ่นขนมปังให้ทั่ว
- แต่งหน้า: โรยชีสมอสซาเรลลา วางกุ้งสดลงไป จากนั้นโรยหน้าด้วยตะไคร้ซอย พริกขี้หนู และใบมะกรูดเพื่อเพิ่มความหอม
- อบ: นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 10 นาที (จนชีสละลายและกุ้งสุก)
- เสิร์ฟ: นำออกจากเตาอบ พร้อมจัดเสิร์ฟขณะร้อนๆ
25.พิซซ่ากระทะร้อน

ไม่ต้องมีเตาอบ ก็ฟินกับ เมนูอาหารฝรั่ง ยอดฮิตได้ที่บ้าน! เปลี่ยนความคิดเดิมๆ ที่ว่าพิซซ่าทำยาก แล้วมาลองสูตร ‘พิซซ่ากระทะร้อน’ อร่อยง่ายในกระทะใบเดียว รสชาติจัดเต็มเหมือนไปกินที่ร้าน แต่อิ่มฟินได้ง่ายๆ ในครัวคุณ!
วัตถุดิบ
ส่วนผสมแป้งพิซซ่า (Pizza Dough):
- แป้งขนมปัง 415 กรัม
- เกลือ 5 กรัม
- น้ำเปล่า 270 กรัม
- ยีสต์ 2 กรัม
- น้ำมันมะกอก 15 กรัม
ส่วนผสมหน้าพิซซ่า:
- ซอสมะเขือเทศสำหรับพาสต้า 150 กรัม
- ออริกาโน 1 ช้อนโต๊ะ
- เบคอน 5 แผ่น
- ไข่นกกระทา 4-5 ฟอง
- ใบโหระพาอิตาเลียน 5-10 ใบ
- ชีสมอสซาเรลลา 200 กรัม
วิธีการทำ
ขั้นตอน การทำแป้งพิซซ่า
- ผสมยีสต์ แป้งขนมปัง และเกลือในอ่างผสม ทำหลุมตรงกลาง
- เทน้ำเปล่าและน้ำมันมะกอกลงไป ใช้ช้อนไม้คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
ขั้นตอน การนวดและพักแป้ง
- นวดแป้งด้วยมือประมาณ 15 นาทีจนเนียน
- พักแป้งทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงให้แป้งเซตตัว
- โรยแป้งนวลบนโต๊ะ แบ่งแป้งเป็น 2 ส่วน แล้วคลึงให้เป็นวงกลมตามขนาดกระทะ
ขั้นตอน การแต่งหน้าและอบด้วยกระทะ
- วางแผ่นแป้งลงบนกระทะ ทาซอสมะเขือเทศให้ทั่ว โรยออริกาโน
- วางเบคอนรอบๆ (เว้นที่ว่างตรงกลางไว้) แล้วโรยชีสมอสซาเรลลาให้ทั่ว
- การอบ: ปิดฝากระทะด้วยแผ่นฟอยล์ ใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง อบประมาณ 15-20 นาที
- เมื่อแป้งสุกและชีสละลาย ให้ตอกไข่นกกระทาลงไปตรงกลาง ปิดฟอยล์อีกครั้ง อบต่ออีกประมาณ 5 นาที
- แต่งหน้าด้วยใบโหระพาอิตาเลียน พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ จากกระทะได้เลย
26. เกี๊ยวซ่าราดหน้า

ใครว่า อาหารฟิวชั่น ทำยาก! พบกับเมนู ‘เกี๊ยวซ่าราดหน้า’ การรวมตัวของความนุ่มหนึบสไตล์ญี่ปุ่นและรสชาติกลมกล่อมแบบไทยไว้ในจานเดียว ขั้นตอนง่ายๆ ไม่กี่นาทีก็ได้เมนูอร่อยไม่ซ้ำใคร พร้อมแล้วไปดูสูตรกันครับ
วัตถุดิบ
- ส่วนหลัก: เกี๊ยวซ่าสำเร็จรูป (เช่น โออิชิ เกี๊ยวซ่า), น้ำซุปกระดูกหมู
- ผัก: แครอท, กะหล่ำปลี, ต้นหอมญี่ปุ่น, เห็ดชิเมจิ (หรือเห็ดออรินจิ), หอมใหญ่, ขิงขูด, กระเทียมสับ
- เครื่องปรุง: มิริน, โชยุ, น้ำมันหอย, พริกไทยป่น, น้ำมันงา, งาขาว
- ตัวช่วยความหนืด: แป้งข้าวโพดละลายน้ำ
วิธีการทำ
1. เตรียมเกี๊ยวซ่า
นำเกี๊ยวซ่าสำเร็จรูปไปอุ่นในไมโครเวฟ (ประมาณ 800 วัตต์ 1.30 นาที) หรือตามคำแนะนำข้างซอง แล้วพักรอไว้
2. ทำซอสราดหน้า
- ผัดเครื่อง: ตั้งกระทะใส่น้ำมันงา ใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนหอม
- ใส่ผัก: ใส่หอมใหญ่ ต้นหอมญี่ปุ่น กะหล่ำปลี เห็ด แครอท และขิงขูดลงไปผัด
- ปรุงรส: เติมมิริน โชยุ น้ำมันหอย และพริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน
- เคี่ยวน้ำซุป: เทน้ำซุปกระดูกหมูลงไป รอจนเดือด
- ทำให้ข้น: ค่อยๆ เทแป้งข้าวโพดที่ละลายน้ำไว้ลงไป คนเรื่อยๆ จนน้ำราดหน้าเริ่มใสและมีความข้นหนืดตามต้องการ
3. จัดเสิร์ฟ
- วางเกี๊ยวซ่าที่อุ่นไว้ลงในจาน
- ตักซอสราดหน้าที่ทำเสร็จแล้วราดลงบนเกี๊ยวซ่า
- โรยหน้าด้วยงาขาว หรือตกแต่งด้วยลูกชิ้นนารูโตะตามชอบ พร้อมรับประทาน
27.สปาเกตตี้ขี้เมาไก่

ขนมครกไทยมาในรูปแบบทาโกะ เมนูฟิวชั่นน่ารัก เหมาะทำขายหรือจัดปาร์ตี้
วัตถุดิบ
- เส้นและเนื้อสัตว์: เส้นสปาเกตตี (100 กรัม), อกไก่หั่นเต๋า (1 ถ้วย)
- ผัก: บรอกโคลี, แครอท, ข้าวโพดอ่อน, ใบกะเพรา (1 ถ้วย)
- สมุนไพร: กระชายซอย, พริกแดงซอย, ใบมะกรูดฉีก, พริกไทยอ่อน (2 พวง)
- เครื่องปรุง: กระเทียมสับ, น้ำมันพืช, น้ำมันหอย, ซอสปรุงรส, น้ำปลา, น้ำตาลทราย, พริกไทยดำ
วิธีการทำ
1. ลวกเส้น
ต้มเส้นสปาเกตตีในน้ำเดือดประมาณ 7 นาที จนเส้นสุกพอดี (Al dente) จากนั้นตักขึ้นพักไว้
2. ผัดเครื่องและเนื้อสัตว์
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนเหลืองหอม
- ใส่อกไก่หั่นเต๋าลงไปผัด ตามด้วยผักต่างๆ (บรอกโคลี, แครอท, ข้าวโพดอ่อน และพริกไทยอ่อน) ผัดให้เข้ากัน
- ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาลทราย และพริกไทยดำ ผัดต่อจนอกไก่และผักสุก
3. ประกอบร่าง
- ใส่เส้นสปาเกตตีที่ลวกไว้ลงในกระทะ
- ใส่สมุนไพรเพิ่มความหอม ได้แก่ กระชายซอย ใบมะกรูดฉีก พริกแดงซอย และใบกะเพรา
- ผัดเร็วๆ ให้เข้ากันพอให้ใบกะเพราสลดและกลิ่นหอมฟุ้ง
- ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
28.สปาเกตตีหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว

ใครว่า อาหารฟิวชั่น ทำยาก? ลองเมนูนี้แล้วจะเปลี่ยนใจ! ‘สปาเกตตีหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว’ เมนูผัดรสเด็ดที่ดึงความแซ่บแบบไทยมาไว้ในเส้นสปาเกตตีสไตล์ตะวันตก ให้รสชาติจัดจ้านถึงใจในทุกคำที่หม่ำ ขั้นตอนน้อยแต่อร่อยมาก
วัตถุดิบ
- เนื้อสัตว์: สันคอหมู 1 ชิ้น
- เส้น: เส้นสปาเกตตีต้มสุก 150 กรัม
- ซอสหลัก: น้ำจิ้มแจ่ว (แบ่งไว้สำหรับหมักและสำหรับผัด)
- ผักและสมุนไพร: หอมแขกซอย, ผักชีฝรั่ง, ต้นหอมซอย, ผักชี, พริกแห้งทอด
- อื่นๆ: น้ำมันพืช (สำหรับผัด)
วิธีการทำ
1. การหมักหมู
- ใช้ส้อมจิ้มสันคอหมูให้ทั่วเพื่อให้ซอสเข้าเนื้อ
- ราดน้ำจิ้มแจ่วลงบนเนื้อหมู คลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
2. การย่างหมู
- ตั้งกระทะเทฟลอน (หรือกระทะย่าง) ใช้ไฟปานกลางจนร้อน
- นำสันคอหมูที่หมักไว้ลงไปย่างจนสุกดีทั้งสองด้าน
- นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เตรียมไว้
3. การผัดและจัดเสิร์ฟ
- ตั้งกระทะสำหรับผัด ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อย ใช้ไฟปานกลาง
- ใส่เส้นสปาเกตตีต้มสุกลงไป ตามด้วยน้ำจิ้มแจ่ว (ส่วนที่ใช้สำหรับผัด)
- ใส่หมูย่างที่หั่นไว้ หอมแขกซอย และผักชีฝรั่งลงไป ผัดให้คลุกเคล้าเข้ากันดี
- ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพริกแห้งทอด ผักชี และโรยต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟ
29.เปาะเปี๊ยะ แกงเขียวหวาน

ฉีกกฎเปาะเปี๊ยะแบบเดิม! แล้วมาสนุกกับ อาหารฟิวชั่น สไตล์ไทยอย่าง ‘เปาะเปี๊ยะแกงเขียวหวาน’ เมนูแสนกรุบกรอบที่อัดแน่นด้วยรสสัมผัสแกงเขียวหวานแบบเต็มคำ อร่อยล้ำ ทันสมัย และน่ากินกว่าที่เคย มาลองทำไปพร้อมกันเลย
วัตถุดิบ
- เนื้อสัตว์: เนื้อสันในไก่ (200 กรัม)
- ซอสและเครื่องแกง: พริกแกงเขียวหวาน (100 กรัม), กะทิ (100 กรัม)
- เครื่องปรุง: น้ำตาลปี๊บ (2 ช้อนโต๊ะ), น้ำปลา (1 ช้อนโต๊ะ)
- ผัก: ใบโหระพา (½ ถ้วยตวง)
- แป้งและน้ำมัน: แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะ (10 แผ่น), น้ำมันสำหรับทอด (2 ถ้วยตวง)
วิธีการทำ
1. การทำไส้แกงเขียวหวาน
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดพริกแกงเขียวหวานจนหอม
- ค่อยๆ เติมกะทิลงไปผัดจนเริ่มแห้งและเข้าเนื้อ
- ใส่เนื้อสันในไก่ลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ผัดจนไก่สุก
- ปิดไฟ โรยใบโหระพา คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วตักขึ้นพักไว้
2. การห่อเปาะเปี๊ยะ
- วางแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะ ตักไส้แกงเขียวหวานวางลงไป
- ใช้น้ำทาที่ขอบแป้งเพื่อช่วยในการยึดติด
- พับมุมด้านล่างขึ้นปิดไส้ พับมุมซ้าย-ขวาเข้าหาตรงกลาง แล้วม้วนไปจนสุดปลายแผ่นแป้ง
3. การทอดและจัดเสิร์ฟ
- ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟกลาง
- นำเปาะเปี๊ยะที่ห่อไว้ลงทอดจนมีสีเหลืองทองสวยงาม
- ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยตามชอบครับ
30.เปาะเปี๊ยะส้มตำ

ฉีกกฎการกินส้มตำแบบเดิมๆ ด้วยเมนู อาหารฟิวชั่น รสเด็ด! ‘เปาะเปี๊ยะส้มตำ’ การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความกรุบกรอบของผักสดและน้ำปรุงรสสุดแซ่บ ห่อด้วยแผ่นแป้งนุ่มหนึบสไตล์เวียดนาม พร้อมเปลี่ยนมื้อว่างของคุณให้สนุกยิ่งขึ้น!
วัตถุดิบ
- แป้ง: แผ่นเปาะเปี๊ยะญวน (5 แผ่น)
- เครื่องส้มตำ: เส้นมะละกออบแห้ง (แช่น้ำให้นิ่ม), แครอทขูดเส้น (50 กรัม), ถั่วฝักยาวหั่นท่อน (50 กรัม)
- น้ำปรุงและเครื่องเครา: มะเขือเทศเชอร์รีหั่นครึ่ง (40 กรัม), กุ้งแห้ง (30 กรัม), ถั่วลิสง (25 กรัม), พริกและกระเทียมอบแห้ง
- ซอส: น้ำปรุงรสส้มตำไทย (สูตรนี้ใช้ชุดทำส้มตำไทยสำเร็จรูปเพื่อความสะดวก)
- อื่นๆ: น้ำเปล่า (สำหรับแช่เส้นและแผ่นแป้ง
วิธีการทำ
1. เตรียมส่วนประกอบส้มตำ
- นำเส้นมะละกออบแห้งมาแช่น้ำเย็นประมาณ 25 นาทีจนนิ่ม แล้วสะเด็ดน้ำให้แห้ง
- ตำพริกและกระเทียมอบแห้งให้พอแตก ตามด้วยถั่วลิสง (บุบพอแตก)
- ผสมมะเขือเทศเชอร์รี กุ้งแห้ง และน้ำปรุงรสส้มตำไทยลงในถ้วย คลุกเคล้าให้เข้ากันเป็นน้ำจิ้มส้มตำ
2. การห่อเปาะเปี๊ยะ
- นำแผ่นเปาะเปี๊ยะญวนแช่น้ำประมาณ 1 นาทีให้แผ่นนิ่ม แล้ววางลงบนจานหรือภาชนะ
- วางถั่วฝักยาว แครอทเส้น และเส้นมะละกอลงบนแผ่นแป้งตามลำดับ
- พับมุมด้านข้างทั้งสองข้างเข้าหาตรงกลาง แล้วม้วนจากด้านล่างขึ้นบนให้แน่น
- ตัดเปาะเปี๊ยะที่ม้วนเสร็จแล้วเป็นชิ้นพอดีคำ
3. จัดเสิร์ฟ
จัดวางเปาะเปี๊ยะส้มตำใส่จาน เสิร์ฟคู่กับน้ำปรุงรสส้มตำไทยที่เตรียมไว้ (ใช้เป็นน้ำจิ้ม) พร้อมรับประทาน
รวม 10 เครื่องครัวที่ต้องมีสำหรับรังสรรค์เมนูฟิวชั่น
ยกระดับครัวที่บ้านให้กลายเป็นสตูดิโอสร้างสรรค์ อาหารฟิวชั่น ด้วย 10 เครื่องครัวพื้นฐานที่ช่วยให้การปรุง อาหารฟิวชั่นง่ายๆ เป็นเรื่องจริง ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานรสชาติตะวันออกหรือตะวันตกก็รังสรรค์ออกมาได้เพอร์เฟกต์และน่ากินกว่าที่เคย!
1.RRS หม้อด้ามอลูมิเนียมอัลลอยด์ ไม่ติดก้นหม้อ ด้ามไม้ ขนาด 18/20 ซม.

รังสรรค์ อาหารฟิวชั่น ได้หลากหลายเมนูด้วยหม้อด้าม RRS ที่ช่วยให้การทำ อาหารฟิวชั่น ไม่ว่าจะเป็นการเคี่ยวซอสรสเด็ดหรือต้มเส้นให้สุกพอดีเป็นเรื่องง่าย ด้วยดีไซน์ทันสมัยและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ช่วยให้ทุกเมนูของคุณออกมาสมบูรณ์แบบในทุกครั้งที่เข้าครัว
จุดเด่นสินค้า
- วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์: นำความร้อนได้รวดเร็วและกระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึง ช่วยประหยัดเวลาในการปรุงอาหาร
- ผิวเคลือบกันติดหม้อ: อาหารไม่เกาะติดก้นหม้อแม้ใช้เพีงน้ำมันน้อย ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายและดีต่อสุขภาพ
- ด้ามจับไม้ดีไซน์หรู: ออกแบบมาให้จับถนัดมือ ไม่นำความร้อน และเพิ่มความสวยงามสไตล์มินิมอลให้กับห้องครัว
- ใช้งานได้อเนกประสงค์: ขนาดกำลังดี (18-20 ซม.) เหมาะสำหรับทั้งเมนูต้ม ผัด เคี่ยวซอส หรือทำเมนูอาหารจานเดียว
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ร้อนไวและกระจายความร้อนได้สม่ำเสมอทั่วทั้งใบ | ไม่แนะนำให้ใช้กับตะหลิวโลหะเพราะอาจทำให้ผิวเคลือบเสียหาย |
| ผิวเคลือบกันติดช่วยให้ล้างคราบสกปรกออกได้ง่ายมาก | ต้องระมัดระวังในการล้าง ไม่ควรใช้ฝอยขัดหม้อที่มีความคม |
| น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก ด้ามจับไม่ร้อนมือขณะปรุง | หากใช้ไฟแรงจัดต่อเนื่องนานๆ อาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของผิวเคลือบ |
| ดีไซน์สวยงามทันสมัย เข้าได้กับห้องครัวทุกสไตล์ | ขนาดอาจไม่เหมาะสำหรับการปรุงอาหารในปริมาณมากสำหรับครอบครัวใหญ่ |
2.RRS ชุดหม้อสแตนเลส 18/20/22 ซม. รุ่น 110121

รังสรรค์ เมนูสร้างสรรค์ ได้ไม่รู้จบด้วยชุดหม้อสแตนเลส RRS ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการทำ เมนูฟิวชั่น หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการต้ม ผัด หรือเคี่ยว ก็ทำได้อย่างมืออาชีพด้วยวัสดุที่แข็งแรงทนทานและปลอดภัยต่อการประกอบอาหาร
จุดเด่นสินค้า
- วัสดุสแตนเลสคุณภาพดี: ผลิตจากสแตนเลสสตีล แข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดได้ง่าย
- ความหลากหลายในชุดเดียว: มาพร้อมหม้อ 3 ขนาด (18, 20, 22 ซม.) เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของปริมาณอาหาร
- กระจายความร้อนได้ดี: ตัวหม้อช่วยนำความร้อนได้สม่ำเสมอ ช่วยให้ปรุงอาหารสุกทั่วถึงและประหยัดพลังงาน
- ฝาแก้วทนความร้อน: มาพร้อมฝาแก้วใสที่มองเห็นอาหารขณะปรุง พร้อมรูระบายอากาศเพื่อความปลอดภัย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| วัสดุสแตนเลสแท้ ทนทานต่อการใช้งานหนักและอายุการใช้งานยาวนาน | ผิวสแตนเลสไม่มีเคลือบกันติด หากใช้ไฟแรงเกินไปอาหารอาจติดก้นหม้อได้ |
| ได้หม้อถึง 3 ใบ 3 ขนาดในราคาที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน | ฝาแก้วอาจเกิดฝ้าจากไอน้ำขณะปรุง ทำให้มองเห็นอาหารไม่ชัดเจนในบางช่วง |
| ปลอดภัยไร้สารตะกั่วและสารตกค้าง ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหารรสจัด | เก็บความร้อนได้ไม่นานเท่าหม้อที่มีก้นหนาพิเศษหรือหม้อเหล็กหล่อ |
| ดีไซน์เรียบหรู เงางาม และดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการลอกร่อน | ตัวหม้อมีน้ำหนักเบากว่าหม้อเกรดพรีเมียม ทำให้ความเสถียรบนเตาบางประเภทน้อยลง |
3.RRS หม้อดินเผา ญี่ปุ่น หม้อ นาเบะ ขนาด 17 ซม. #1-1 อาร์อาร์เอส 420036 ชิ้น

เพิ่มเสน่ห์ให้ อาหารฟิวชั่น ของคุณดูน่ารับประทานและคงความร้อนได้นานด้วยหม้อดินเผาสไตล์ญี่ปุ่น ที่เหมาะทั้งการปรุงและจัดเสิร์ฟในใบเดียว ช่วยเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้เป็น อาหารฟิวชั่น ที่มีกลิ่นอายความละเมียดละไมแบบต้นตำรับได้อย่างง่ายดาย
จุดเด่นสินค้า
- วัสดุดินเผาคุณภาพดี: ผลิตจากดินเผาที่ทนความร้อนสูง กระจายความร้อนได้สม่ำเสมอและเก็บความร้อนได้นานกว่าหม้อโลหะ
- ดีไซน์สไตล์ญี่ปุ่นแท้: รูปทรงสวยงามสไตล์นาเบะ (Nabe) เหมาะสำหรับใช้ปรุงอาหารบนเตาและยกเสิร์ฟบนโต๊ะได้ทันที
- ขนาดกะทัดรัด: ขนาด 17 ซม. เหมาะสำหรับการทำอาหารทานคนเดียวหรือจัดเสิร์ฟเป็นหม้อส่วนตัวในงานปาร์ตี้
- ปลอดภัยและคงรสชาติ: วัสดุจากธรรมชาติไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ช่วยดึงรสชาติและกลิ่นหอมของวัตถุดิบออกมาได้ดีที่สุด
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| เก็บความร้อนได้ดีเยี่ยม ทำให้อาหารอุ่นร้อนได้นานตลอดการรับประทาน | วัสดุมีความเปราะบาง แตกหักง่ายหากตกหล่นหรือกระแทกแรงๆ |
| ดีไซน์สวยงาม ช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่ากินให้กับเมนูที่จัดเสิร์ฟ | ไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลันได้ (เช่น นำจากเตาร้อนๆ แช่น้ำเย็นทันที) |
| เหมาะมากสำหรับเมนูต้มตุ๋น หรือเมนูที่ต้องการการเคี่ยวอย่างช้าๆ | มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับหม้อสแตนเลสหรืออะลูมิเนียมในขนาดเดียวกัน |
| ทำความสะอาดง่ายและไม่ทิ้งสารตกค้างจากการใช้งาน | ต้องรอให้หม้อเย็นสนิทก่อนนำไปล้างเพื่อป้องกันการร้าวของเนื้อดินเผา |
4.KASSA HOME ที่ตักซุป HELENA รุ่น 1707-7 สีเงิน

เติมเต็มศิลปะการจัดจานให้กับ อาหารฟิวชั่นไทยยุโรป ด้วยที่ตักซุปดีไซน์หรูหราที่ช่วยให้การตักเสิร์ฟซอสหรือซุปเข้มข้นทำได้อย่างประณีต ยกระดับการนำเสนอเมนู อาหารฟิวชั่นไทยยุโรป ของคุณให้ดูสวยงามและน่ารับประทานเหมือนเสิร์ฟในโรงแรมระดับพรีเมียม
จุดเด่นสินค้า
- สแตนเลสสตีลคุณภาพสูง: ผลิตจากสแตนเลสเนื้อดี แข็งแรงทนทาน เงางาม และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
- ดีไซน์หรูหราทันสมัย: รูปทรงเรียบง่ายแต่ดูแพง เข้าได้กับชุดเครื่องครัวและโต๊ะอาหารทุกรูปแบบ
- ด้ามจับถนัดมือ: ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้จับกระชับ ไม่ลื่นหลุดขณะใช้งาน ตักเสิร์ฟได้แม่นยำ
- ความปลอดภัยระดับ Food Grade: วัสดุปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดหรือด่าง และล้างทำความสะอาดง่าย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| วัสดุสแตนเลสทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิมง่าย แม้ใช้งานคลุกคลีกับความชื้น | ผิวเงางามอาจเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายหากใช้ฝอยขัดหม้อในการทำความสะอาด |
| ดีไซน์ไร้รอยต่อ ช่วยลดการสะสมของคราบอาหารและเชื้อโรค ทำความสะอาดได้ทั่วถึง | หากแช่ทิ้งไว้ในหม้อที่กำลังร้อนจัด ตัวด้ามอาจนำความร้อนมาถึงมือได้ |
| น้ำหนักสมดุลดี ช่วยให้การกะปริมาณการตักซอสหรือซุปทำได้ง่าย | ด้วยดีไซน์ที่เน้นความสวยงาม หัวตะหลิวอาจมีความจุไม่มากเท่าที่ตักขนาดอุตสาหกรรม |
| ผิวเงาวาวช่วยยกระดับความสวยงามของโต๊ะอาหารเมื่อใช้จัดเสิร์ฟต่อหน้าแขก | ต้องเช็ดให้แห้งหลังล้างทันทีเพื่อป้องกันการเกิดคราบน้ำหรือรอยนิ้วมือบนผิวสแตนเลส |
5.KASSA HOME ตะหลิวสเตนเลส ด้ามไม้ รุ่น SK-3614 W สีขาว-เงิน

ตะหลิวสแตนเลสดีไซน์ทันสมัยที่ผสมผสานความแข็งแรงของโลหะเข้ากับความละมุนของด้ามจับไม้ได้อย่างลงตัว ช่วยให้การผัดและการกลับอาหารเป็นเรื่องง่าย พร้อมยกระดับห้องครัวของคุณให้ดูสวยงามและสะอาดตา
จุดเด่นสินค้า
- วัสดุสแตนเลสคุณภาพ: ผลิตจากสแตนเลสสตีลที่มีความทนทานสูง ไม่เป็นสนิมง่าย และทนต่อความร้อนได้ดีเยี่ยม
- ด้ามจับไม้กันความร้อน: ด้ามไม้ดีไซน์สวยช่วยป้องกันความร้อนขณะปรุงอาหาร จับกระชับมือ และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
- ปลายตะหลิวหน้ากว้าง: ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการผัดและการกลับอาหารได้หลากหลายรูปแบบโดยไม่ทำให้เนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบขาดง่าย
- ดีไซน์มินิมอล: การเลือกใช้สีขาวและสีเงินช่วยให้ดูสะอาดตา เข้ากับการตกแต่งห้องครัวสมัยใหม่ได้ทุกสไตล์
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| วัสดุแข็งแรงทนทาน รองรับการใช้งานหนักในครัวได้ดี | ไม่แนะนำให้ใช้กับกระทะเคลือบผิว (Non-stick) เพราะสแตนเลสอาจทำให้ผิวเคลือบเป็นรอย |
| ด้ามไม้จับถนัดมือและไม่นำความร้อน ช่วยให้ปรุงอาหารได้อย่างปลอดภัย | ส่วนที่เป็นไม้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ไม่ควรแช่น้ำทิ้งไว้นานๆ เพราะอาจเกิดเชื้อราหรือบวมได้ |
| ทนต่อการกัดกร่อนจากเครื่องปรุงรสและกรดในอาหารได้ดี | ตัวตะหลิวมีน้ำหนักมากกว่าตะหลิวพลาสติกหรือซิลิโคนเล็กน้อย |
| มีรูที่ปลายด้ามจับ สะดวกต่อการแขวนจัดเก็บและประหยัดพื้นที่ | ผิวสแตนเลสเงางามอาจหม่นลงหรือเกิดรอยขีดข่วนได้หากใช้ฝอยเหล็กขัดล้าง |
6.DKW ชุดเขียงไม้ยางพารา มีหูเกี่ยว รุ่น WA-15CH-6 สีธรรมชาติ ขนาด 25×38 ซม.

เขียงไม้ยางพาราคุณภาพดีที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ทนทานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้การเตรียมวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นการหั่น สับ หรือซอย ทำได้อย่างคล่องตัว พร้อมดีไซน์ที่มีหูเกี่ยวช่วยให้การจัดเก็บในห้องครัวเป็นระเบียบและประหยัดพื้นที่
จุดเด่นสินค้า
- ผลิตจากไม้ยางพาราแท้: เนื้อไม้มีความแข็งแรงทนทาน ผิวสัมผัสเรียบเนียน และไม่ทำให้คมมีดทื่อเร็ว
- ดีไซน์หูเกี่ยวสแตนเลส: มาพร้อมหูเกี่ยวที่แข็งแรง สะดวกต่อการแขวนผึ่งให้แห้งและช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บ
- ขนาดมาตรฐานใช้งานง่าย: ขนาด 25×38 ซม. พื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการเตรียมวัตถุดิบที่หลากหลายในคราวเดียว
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ใช้วัสดุจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อการสัมผัสอาหาร และทำความสะอาดได้ง่าย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ถนอมคมมีดได้ดีกว่าเขียงพลาสติกหรือเขียงแก้ว | มีโอกาสเกิดเชื้อราได้หากทำความสะอาดและผึ่งแห้งไม่สนิท |
| มีความสวยงามตามธรรมชาติ ใช้เป็นถาดรองเสิร์ฟอาหาร (Platter) ได้ | ไม่ควรนำเข้าเครื่องล้างจานเพราะความร้อนและสารเคมีอาจทำให้ไม้แตกได้ |
| หูเกี่ยวสแตนเลสแข็งแรงทนทาน ช่วยให้เขียงไม่สัมผัสพื้นผิวที่เปียกชื้น | มีน้ำหนักมากกว่าเขียงพลาสติกในขนาดที่เท่ากัน |
| เนื้อไม้ไม่ลื่นขณะใช้งาน ช่วยให้การหั่นวัตถุดิบมีความปลอดภัยสูง | เมื่อใช้งานไปนานๆ อาจเกิดรอยมีดบาดลึกซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้ง่ายกว่าวัสดุอื่น |
7.TEFAL กระทะก้นลึก ขนาด 32 ซม. รุ่น G143899

สร้างสรรค์เมนูอาหารฟิวชั่นในปริมาณที่ต้องการได้อย่างจุใจด้วยกระทะก้นลึกใบใหญ่ที่กระจายความร้อนได้ดีเยี่ยม ช่วยให้การผัดหรือทอดในสไตล์อาหารฟิวชั่นเป็นเรื่องง่าย อาหารสุกทั่วถึงและไม่ติดกระทะด้วยเทคโนโลยีผิวเคลือบมาตรฐานระดับโลกจาก Tefal
จุดเด่นสินค้า
- จุดแดง Thermo-Signal: นวัตกรรมลิขสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยบอกอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเริ่มปรุงอาหาร เพื่อรสชาติและสัมผัสที่ดีที่สุด
- ผิวเคลือบกันติด Titanium: ทนทานต่อการใช้งานและการขูดขีดได้ดีกว่ากระทะทั่วไป ช่วยให้ทำความสะอาดง่ายและใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อย
- ก้นกระทะกระจายความร้อน: ออกแบบมาให้กระจายความร้อนได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอทั่วทั้งใบ ช่วยให้ประหยัดเวลาและพลังงาน
- ขนาดใหญ่พิเศษ 32 ซม.: ขอบก้นลึกเหมาะสำหรับการปรุงอาหารปริมาณมาก ทั้งการผัด ต้ม ทอด หรือแกง จบได้ในใบเดียว
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| มีตัวช่วยบอกอุณหภูมิที่เหมาะสม (จุดแดง) ช่วยให้ปรุงอาหารได้แม่นยำขึ้น | ขนาดใหญ่พิเศษอาจต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่ากระทะขนาดทั่วไป |
| ผิวเคลือบคุณภาพสูง อาหารไม่ติดกระทะแม้ปรุงเมนูที่มีความเหนียว | มีน้ำหนักค่อนข้างมากเมื่อต้องยกหรือสะบัดกระทะด้วยมือเดียว |
| ขอบก้นลึกช่วยป้องกันอาหารกระเด็นเลอะเทอะขณะผัด | ไม่สามารถใช้งานร่วมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้าได้ (ควรตรวจสอบรุ่นที่รองรับ Induction อีกครั้ง) |
| ด้ามจับออกแบบให้จับถนัดมือและทนทานต่อความร้อนขณะใช้งาน | หากใช้ตะหลิวโลหะที่มีความคมมากอาจส่งผลให้อายุผิวเคลือบสั้นลง |
8.กระทะด้ามอะลูมิเนียมทรงลึก จระเข้ ขนาด 33 ซม. สีเงิน

รังสรรค์ อาหารไทยฟิวชั่น รสชาติถึงใจด้วยกระทะทรงลึกที่รองรับการทำอาหารได้หลากหลาย ทั้งการผัดด้วยไฟแรงหรือการทอดที่ต้องการความกรอบ ช่วยให้การปรุง อาหารไทยฟิวชั่น ในปริมาณมากเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วด้วยวัสดุที่นำความร้อนได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐานตราจระเข้
จุดเด่นสินค้า
- วัสดุอะลูมิเนียมคุณภาพ: นำความร้อนได้เร็วและสม่ำเสมอ ช่วยให้ปรุงอาหารสุกไวและประหยัดพลังงาน
- ดีไซน์ทรงลึกอเนกประสงค์: ขนาดใหญ่ 33 ซม. พร้อมขอบสูง เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องสะบัดหรือผัดในปริมาณมากโดยอาหารไม่หกเลอะเทอะ
- ด้ามจับแข็งแรง: ด้ามจับยึดแน่นกับตัวกระทะ จับถนัดมือ ทนทานต่อการใช้งานหนักในทุกวัน
- ดูแลรักษาง่าย: ผิวอะลูมิเนียมทนทานต่อการขัดล้าง ไม่เป็นสนิม และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานคู่ครัว
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ร้อนไวมาก ช่วยให้ทำอาหารประเภทผัดผักหรือทอดได้กรอบและหอมกลิ่นกระทะ | ไม่มีผิวเคลือบกันติด (Non-stick) หากใช้ไฟไม่พอดีหรือดูแลไม่ถูกวิธีอาหารอาจติดกระทะได้ |
| น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับขนาดกระทะ ทำให้คล่องตัวในการยกหรือสะบัดอาหาร | ไม่สามารถใช้งานร่วมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า (Induction) ได้ |
| ทนทานต่อการกระแทกและทนไฟแรงได้ดีเยี่ยม ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวเคลือบหลุดล่อน | อะลูมิเนียมอาจทำปฏิกิริยากับอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง (เช่น แกงส้ม) หากแช่ทิ้งไว้นานเกินไป |
| ราคาประหยัดและคุ้มค่าเมื่อเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนาน | ตัวด้ามจับที่เป็นโลหะอาจนำความร้อนได้หากวางใกล้เปลวไฟนานๆ |
9.กระทะด้ามสเตนเลสทรงตื้น พร้อมฝาแก้ว 28 ซม. KASSA HOME

รังสรรค์เมนู อาหารไทยฟิวชั่น ให้ดูน่ารับประทานระดับพรีเมียมด้วยกระทะสแตนเลสทรงตื้นที่กระจายความร้อนได้แม่นยำ เหมาะสำหรับการจี่เนื้อสัตว์หรือผัดซอสสไตล์ อาหารไทยฟิวชั่น พร้อมฝาแก้วใสที่ช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของวัตถุดิบ ให้ทุกเมนูของคุณออกมาสวยงามและรสชาติกลมกล่อมอย่างมืออาชีพ
จุดเด่นสินค้า
- วัสดุสแตนเลสสตีลเกรดดี: แข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิม และไม่มีสารเคลือบที่เสี่ยงต่อการหลุดล่อน ปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว
- ฝาแก้วทนความร้อน: ช่วยกักเก็บความร้อนและกลิ่นหอมของสมุนไพรไทย พร้อมรูระบายไอน้ำและมองเห็นอาหารขณะปรุงได้ชัดเจน
- ดีไซน์ทรงตื้นหน้ากว้าง: ขนาด 28 ซม. เหมาะสำหรับการทำเมนูที่ต้องการการจัดวางวัตถุดิบให้สวยงาม หรือการเคี่ยวซอสให้งวดพอดี
- หรูหราและอเนกประสงค์: รูปลักษณ์เงางามทันสมัย เข้าได้กับห้องครัวทุกสไตล์ และทนทานต่อการขีดข่วนจากตะหลิวโลหะ
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| กระจายความร้อนได้ทั่วถึง ช่วยให้ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้ดีที่สุด | หากไม่วอร์มกระทะให้ร้อนได้ที่ก่อนเริ่มปรุง อาหารประเภทโปรตีนอาจติดกระทะได้ |
| สแตนเลสไม่ทำปฏิกิริยากับเครื่องเทศหรือรสเปรี้ยวในอาหารไทย | ต้องใช้ความชำนาญในการควบคุมระดับไฟมากกว่ากระทะเคลือบผิวกันติด |
| ทนทานและดูแลรักษาง่าย สามารถขัดล้างให้กลับมาเงางามได้เสมอ | หากใช้ไฟแรงจัดต่อเนื่องนานๆ อาจทิ้งคราบรุ้งหรือรอยไหม้บนผิวสแตนเลสได้ |
| ฝาแก้วปิดสนิทช่วยรักษาอุณหภูมิและประหยัดพลังงานขณะปรุง | ขอบที่ค่อนข้างตื้นอาจไม่เหมาะกับเมนูผัดที่ต้องใช้แรงสะบัดกระทะสูง |
10.THAI SUN SPORT OTTO หม้อแรงดัน 5 ลิตร รุ่น HMEL-PC – 225 900 วัตต์ 220 โวลต์

เนรมิต เมนูอาหารฝรั่ง และเมนูเคี่ยวสุดหรูให้สุกนุ่มละลายในปากด้วยหม้อแรงดัน OTTO ที่ช่วยประหยัดเวลาปรุง อาหารฟิวชั่น ได้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อตุ๋นไวน์แดงหรือแกงเผ็ดเป็ดย่างรสเข้มข้น ก็ทำเสร็จรวดเร็วโดยยังคงคุณค่าทางสารอาหารและรสชาติไว้อย่างครบถ้วน
จุดเด่นสินค้า
- ระบบแรงดันความร้อนสูง: ช่วยให้อาหารสุกเร็วขึ้นกว่าปกติถึง 2-3 เท่า ประหยัดเวลาและพลังงานไฟฟ้าได้ดีเยี่ยม
- ความจุขนาดใหญ่ 5 ลิตร: เหมาะสำหรับการปรุงอาหารมื้อใหญ่สำหรับครอบครัว หรือเตรียมวัตถุดิบปริมาณมากในครั้งเดียว
- ฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย: รองรับทั้งการนึ่ง, ต้ม, ตุ๋น, ทำซุป และหุงข้าว พร้อมระบบตั้งเวลาอัตโนมัติที่ใช้งานง่าย
- ความปลอดภัยมาตรฐาน: มีระบบวาล์วระบายความร้อนและระบบล็อคฝานิรภัย มั่นใจได้ในทุกครั้งที่ใช้งาน
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ช่วยให้เนื้อสัตว์ที่เหนียวสุกนุ่มได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่นาที | ต้องรอให้แรงดันลดลงจนหมดก่อนจึงจะเปิดฝาได้ (เปิดทันทีไม่ได้) |
| รักษาความชุ่มฉ่ำและสารอาหารในวัตถุดิบได้ดีกว่าการต้มในหม้อทั่วไป | ตัวเครื่องและอุปกรณ์มีรายละเอียดมาก ต้องหมั่นตรวจสอบวาล์วให้สะอาดเสมอ |
| ตัวหม้อด้านในเคลือบสารกันติด (Non-stick) ล้างทำความสะอาดได้ง่าย | ใช้พื้นที่จัดเก็บค่อนข้างมากเนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ |
| ดีไซน์ทันสมัย วัสดุภายนอกเช็ดทำความสะอาดง่ายและไม่ร้อนมือ | หากน้ำในหม้อน้อยเกินไปขณะปรุงอาจทำให้อาหารไหม้ติดก้นหม้อได้ |
How to เลือกซื้อเครื่องครัวสำหรับทำอาหารฟิวชั่นยังไงให้ใช้งานง่ายที่สุด
การเลือกซื้อเครื่องครัวเพื่อรังสรรค์ อาหารฟิวชั่น ควรเน้นอุปกรณ์ทำอาหารที่มีฟังก์ชันหลากหลาย (Multifunctional) เพื่อให้ตอบโจทย์การผสมผสานเทคนิคการปรุงจากหลากวัฒนธรรมได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งจะช่วยให้การทำ อาหารฟิวชั่น เป็นเรื่องสนุก สะดวก และประหยัดเวลาในการเตรียมวัตถุดิบมากขึ้น
- เลือกใช้วัสดุที่กระจายความร้อนได้แม่นยำ: มองหาหม้อหรือกระทะที่ทำจากสแตนเลสคุณภาพสูงหรืออะลูมิเนียมเคลือบผิว เพราะ อาหารฟิวชั่น มักต้องการการควบคุมอุณหภูมิที่ละเอียด เช่น การจี่สเต็กให้พอดีควบคู่กับการเคี่ยวซอสสมุนไพรไทย
- เน้นอุปกรณ์อเนกประสงค์ (Multi-purpose): เลือกใช้เครื่องครัวที่ทำงานได้หลายอย่างในชิ้นเดียว เช่น กระทะก้นลึกที่ใช้ได้ทั้งผัด ต้ม และทอด หรือหม้อที่สามารถเข้าเตาอบได้ เพื่อรองรับสูตรอาหารที่ต้องใช้เทคนิคผสมผสาน
- พิจารณาขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน: สำหรับการทำ อาหารฟิวชั่น ที่มักเน้นการจัดจานที่ประณีต ควรเลือกเครื่องครัวขนาดกลาง (ประมาณ 24-28 ซม.) ซึ่งช่วยให้ควบคุมความสุกของวัตถุดิบจำนวนไม่มากเกินไปได้อย่างทั่วถึง
- ให้ความสำคัญกับด้ามจับและน้ำหนัก: ควรเลือกอุปกรณ์ที่น้ำหนักพอดีมือและด้ามจับไม่นำความร้อน เพื่อความคล่องตัวในการยก สะบัด หรือย้ายจากเตามาจัดเสิร์ฟ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำอาหารที่เน้นความคิดสร้างสรรค์
คำถามที่ควรรู้เกี่ยวกับอาหารฟิวชั่น
เข้าใจพื้นฐานการผสมผสานรสชาติ การเลือกวัตถุดิบที่เข้ากันอย่างสมดุล และเทคนิคการประยุกต์ใช้วัฒนธรรมอาหารฟิวชั่นที่แตกต่างเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ที่ลงตัว มาดูกันว่ามีคำถามอะไรบ้าง
1. อาหารฟิวชั่นมีต้นกำเนิดมาจากไหน?
อาหารฟิวชั่นมีรากฐานมาจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตั้งแต่อดีต แต่เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายในยุค 70s-80s จากเชฟในสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสที่เริ่มนำเทคนิคตะวันตกมาผสมผสานกับวัตถุดิบจากเอเชีย จนเกิดเป็นแนวทางการทำอาหารรูปแบบใหม่
2. อะไรคือความแตกต่างระหว่างอาหารฟิวชั่นและอาหารนานาชาติ?
อาหารนานาชาติคือการปรุงตามสูตรดั้งเดิมของประเทศนั้นๆ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ แต่อาหารฟิวชั่นคือการนำเอกลักษณ์ของสองวัฒนธรรมขึ้นไปมาหลอมรวมกัน เพื่อสร้างสรรค์รสชาติและประสบการณ์ใหม่ที่ไม่มีในสูตรต้นตำรับ
3. เทรนด์ของอาหารฟิวชั่นในปัจจุบันเป็นอย่างไร?
มุ่งเน้นไปที่ “ความยั่งยืน” และ “อาหารเพื่อสุขภาพ” โดยมีการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาผสมผสานกับนวัตกรรมอาหารสมัยใหม่ เช่น อาหารจากพืช (Plant-based) ที่ยังคงรสชาติจัดจ้านแบบดั้งเดิมแต่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่มากขึ้น
อาหารฟิวชั่น ความสร้างสรรค์ที่กินได้
อาหารฟิวชั่น คือผลงานศิลปะที่ไม่มีขอบเขต เกิดจากการผสมผสานวัตถุดิบและเทคนิคจากหลากวัฒนธรรมจนกลายเป็น เมนูสร้างสรรค์ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ อาหารไทยฟิวชั่น กำลังได้รับความนิยม
เพราะเป็นการยกระดับรสชาติดั้งเดิมให้มีความอินเตอร์และนำเสนอได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งการจะรังสรรค์งานศิลปะจานโปรดให้สมบูรณ์แบบนั้น
อุปกรณ์เครื่องครัวที่มีคุณภาพถือเป็นหัวใจสำคัญที่คุณไม่ควรละเลยหากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจและอุปกรณ์ครัวระดับมืออาชีพเพื่อสร้างสรรค์เมนูฟิวชั่นในแบบของคุณ สามารถเลือกช้อปเครื่องครัวคุณภาพครบครันได้ที่ OFM.co.th แหล่งรวมอุปกรณ์ทำอาหารที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มและบริการส่งตรงถึงบ้านคุณ
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th