อากรแสตมป์คืออะไร? คือภาษีที่กฎหมายให้เสียเมื่อทำสัญญาหรือเอกสารบางประเภทตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร สัญญาที่ไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มครบ 

และยังต้องจ่ายเงินเพิ่มสูงสุด 5-6 เท่าของอากรหากล่าช้า บทความนี้สรุปความหมาย อัตรา วิธีชำระ ข้อผิดพลาด และค่าปรับไว้ในที่เดียว

Table of Contents

 Key Takeaways

  1. ไม่ติด = ฟ้องร้องไม่ได้: สัญญาที่ไม่ปิดแสตมป์ให้บริบูรณ์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามมาตรา 118 จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่มให้ครบถ้วน
  2. ปรับหนักสูงสุด 5–6 เท่า: ต้องชำระภายใน 15 วันนับจากวันทำสัญญา หากล่าช้าเกิน 90 วัน เสียเงินเพิ่ม 5 เท่า และหากกรมสรรพากรตรวจพบเอง จะถูกปรับเงินเพิ่มสูงถึง 6 เท่า
  3. คำนวณจากมูลค่าก่อน VAT: คิดอากรตามประเภทตราสาร (เช่น สัญญาเช่า/จ้างทำของ อัตรา 1 บาท ต่อ 1,000 บาท) โดยห้ามนำ VAT มารวมคำนวณเด็ดขาด
  4. ต้อง “ขีดฆ่า” ให้ถูกต้อง: การติดแสตมป์ดวงกระดาษแต่ไม่เซ็นชื่อ/ลงวันที่ทับถือว่าไม่บริบูรณ์ หรือเลือกใช้ระบบ e-Stamp ออนไลน์ ของกรมสรรพากรเพื่อความสะดวกและลดข้อผิดพลาด
  5. ยึดตามเนื้อหา ไม่ใช่ชื่อสัญญา: สัญญาประเภท MOU หรือบันทึกข้อตกลง หากมีเนื้อหาก่อให้เกิดภาระผูกพันตาม 28 ลักษณะตราสาร ก็ต้องเสียอากรแสตมป์ตามกฎหมาย

อากรแสตมป์คืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่อสัญญาทางธุรกิจ?

อากรแสตมป์ คืออะไร

อากรแสตมป์ คือ ภาษีอากรที่จัดเก็บจากการทำตราสาร เอกสาร หรือสัญญาทางกฎหมายที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 28 ลักษณะ) โดยผู้มีหน้าที่จัดทำตราสารต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ทันทีที่ทำสัญญา หรือภายใน 15 วันนับจากวันที่ต้องชำระภาษี 

ทั้งนี้ อากรแสตมป์ไม่ใช่แสตมป์ไปรษณีย์และไม่สามารถใช้แทนกันได้ เนื่องจากแสตมป์ไปรษณีย์ใช้สำหรับชำระค่าบริการขนส่ง ส่วนอากรแสตมป์คือการชำระภาษีอากรให้แก่รัฐ

ความสำคัญต่อธุรกิจ 3 มิติ

  1. ความสมบูรณ์ตามกฎหมาย: เอกสารที่ชำระอากรถูกต้องช่วยให้สัญญาเป็นไปตามระเบียบภาษี และเพิ่มความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานรัฐ
  2. ป้องกันข้อพิพาท: คู่สัญญาที่จัดการอากรครบตั้งแต่ต้นไม่ต้องมาแก้เอกสารตอนเกิดปัญหา
  3. ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาล: ตามมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร ตราสารที่ไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มครบ

ตัวอย่างเคส: ร้านค้าทำสัญญาเช่าพื้นที่ 12 เดือน เดือนละ 50,000 บาท (ค่าเช่ารวม 600,000 บาท ต้องเสียอากร 600 บาท) เซ็นครบสองฝ่ายแต่ไม่ได้ปิดแสตมป์ ต่อมาเกิดข้อพิพาทและต้องนำสัญญาไปแสดงต่อศาล สัญญาฉบับนี้จะใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มครบ ซึ่งทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ควรเป็นมาก

เข้าใจเรื่อง “อากรแสตมป์” ให้ถูกต้องมากขึ้น อ่านสรุปครบได้ที่บทความของ PEAK: https://www.peakaccount.com/blog/business/gen-biz/stamp-duty-thailand 

รวมตราสาร 28 ลักษณะ เอกสารและสัญญาประเภทไหนบ้างที่ต้องเสียอากรแสตมป์? 

รู้หรือไม่? เอกสารรอบตัวเราหลายอย่างอาจต้อง “ติดอากรแสตมป์” โดยไม่รู้ตัว! มาเปิดเช็กลิสต์ตราสารทั้ง 28 ลักษณะ ตามประมวลรัษฎากรกันว่า มีสัญญาและเอกสารประเภทไหนบ้างที่คุณต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง

ประเภทตราสารอัตราอากรผู้เสียอากรผู้ขีดฆ่าตัวอย่าง
เช่าที่ดิน/โรงเรือน/สิ่งปลูกสร้าง1 บาท ต่อ 1,000 บาท หรือเศษ ของค่าเช่าหรือเงินกินเปล่าผู้ให้เช่าผู้เช่าค่าเช่ารวม 10,500 บาท = 11 บาท
จ้างทำของ1 บาท ต่อ 1,000 บาท หรือเศษผู้รับจ้างผู้รับจ้างค่าจ้าง 15,500 บาท = 16 บาท
กู้ยืมเงิน1 บาท ต่อ 2,000 บาท หรือเศษ (สูงสุด 10,000 บาท)ผู้ให้กู้ผู้กู้กู้ 50,000 บาท = 25 บาท
เช่าซื้อทรัพย์สิน1 บาท ต่อ 1,000 บาท หรือเศษผู้ให้เช่าซื้อผู้เช่าซื้อราคา 800,000 บาท = 800 บาท
ค้ำประกัน1 / 5 / 10 บาท ตามวงเงินผู้ค้ำประกันผู้ค้ำประกันวงเงิน 6,000 บาท = 5 บาท
ใบมอบอำนาจ10 บาท (ทำการครั้งเดียว) / 30 บาท (หลายครั้ง)ผู้มอบอำนาจผู้รับมอบอำนาจมอบให้ทำการเดียว = 10 บาท

รายละเอียดสัญญาที่พบบ่อย

  • เช่าทรัพย์สิน: คิดจากค่าเช่ารวมตลอดอายุสัญญา (รวมเงินกินเปล่าถ้ามี) อัตรา 1 บาทต่อ 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
  • จ้างทำของ: ครอบคลุมงานออกแบบ ก่อสร้าง รีโนเวท อัตรา 1 บาทต่อ 1,000 บาท หรือเศษ
  • กู้ยืมเงิน: 1 บาทต่อ 2,000 บาท หรือเศษ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
  • คู่ฉบับ/คู่ฉีก: ต้องมีข้อความและลายมือชื่อเหมือนต้นฉบับ ถ้าต้นฉบับเสียอากรไม่เกิน 5 บาท คู่ฉบับเสีย 1 บาท ถ้าต้นฉบับเสียอากรเกิน 5 บาท คู่ฉบับเสีย 5 บาท เช่น สัญญากู้ต้นฉบับเสีย 25 บาท คู่ฉบับเสีย 5 บาท

เอกสารอื่น ๆ ที่ต้องรู้

  • ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และเช็ค: คิดฉบับละ 3 บาท ไม่เกี่ยวกับมูลค่า ผู้สั่งจ่ายหรือผู้ออกตั๋วเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
  • สัญญาค้ำประกัน: วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท, เกิน 1,000-10,000 บาท = 5 บาท, เกิน 10,000 บาทหรือไม่จำกัดวงเงิน = 10 บาท
  • หนังสือมอบอำนาจ: อัตราคงที่ 10 บาท หรือ 30 บาทตามจำนวนครั้งที่มอบ ไม่คิดตามมูลค่า
  • ใบรับ (ลักษณะ 28): ใช้เฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับโอนสิทธิอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน และใบรับขาย/โอนยานพาหนะที่จดทะเบียน ใบเสร็จรับเงินทั่วไปไม่อยู่ในกลุ่มนี้

ข้อควรรู้ห้ามนำ VAT มารวมคำนวณ

ให้คิดอากรจากมูลค่าก่อน VAT เท่านั้น เช่น สัญญาจ้าง 50,000 บาท บวก VAT 3,500 บาท คิดอากรจาก 50,000 บาท = 50 บาท

กรณีที่ได้รับการยกเว้น

  • ตราสารที่รัฐบาล หน่วยราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ทำ
  • การเช่าทรัพย์สินเพื่อทำนา ไร่ สวน
  • สัญญากู้ยืมที่สมาชิกกู้จากสหกรณ์
  • ใบรับในลักษณะ 28 ที่เป็นรายรับซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ

ใครมีหน้าที่รับผิดชอบในการเสียอากรแสตมป์?

ผู้เสียอากรถูกกำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากร แยกตามลักษณะตราสาร

สัญญาผู้เสียอากร
เช่าทรัพย์สินผู้ให้เช่า
จ้างทำของผู้รับจ้าง
กู้ยืมเงินผู้ให้กู้
เช่าซื้อผู้ให้เช่าซื้อ
ค้ำประกันผู้ค้ำประกัน
หนังสือมอบอำนาจผู้มอบอำนาจ
ตั๋วแลกเงิน/เช็คผู้สั่งจ่าย
ตั๋วสัญญาใช้เงินผู้ออกตั๋ว

คู่สัญญาตกลงกันได้ว่าใครจะออกเงินค่าอากรจริง แต่ตามกฎหมาย ผู้ที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรยังเป็นผู้รับผิดต่อกรมสรรพากร หากทำสัญญานอกประเทศไทย ผู้ที่ได้รับตราสารเป็นคนแรกในไทยต้องเสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับ

วิธีชำระอากรแสตมป์มีกี่แบบ?

มี 4 วิธี เปรียบเทียบดังนี้

วิธีชำระรายละเอียดข้อดีข้อจำกัด
แสตมป์ดวงซื้อดวงแสตมป์มาปิดบนเอกสาร แล้วขีดฆ่าทำเองได้ทันทีใช้ได้เฉพาะตราสารบางประเภท ดวงสูญหายได้
แสตมป์ดุนเจ้าหน้าที่ประทับตราดุนลงบนเอกสารไม่ต้องขีดฆ่าปัจจุบันไม่นิยม
ชำระเป็นตัวเงิน (อ.ส.4)ยื่นแบบและชำระที่สำนักงานสรรพากรรองรับตราสารมูลค่าสูงต้องเดินทางไปสำนักงาน
e-Stamp ออนไลน์ (อ.ส.9)ชำระผ่านระบบกรมสรรพากรไม่ต้องเดินทาง ตรวจสอบย้อนหลังได้ ได้รหัส QR Codeต้องมีบัญชีใช้งานระบบ

ขั้นตอนติดอากรแสตมป์แบบกระดาษ

ถ้าคุณยังใช้วิธีปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์แบบเดิมๆ รู้ไหมว่าอาจเสี่ยงเสียค่าปรับโดยไม่รู้ตัว! มาดู 3 ขั้นตอนติดอากรแสตมป์แบบกระดาษให้ถูกต้องกัน

  1. ตรวจประเภทสัญญาและอัตราอากร ว่าเข้าลักษณะตราสารใดใน 28 ลักษณะ แล้วคำนวณอากร
  2. ซื้อดวงแสตมป์ ที่สำนักงานสรรพากร ที่ว่าการอำเภอ หรือสถานที่ที่จำหน่าย
  3. ปิดดวงแสตมป์ลงบนต้นฉบับ ในพื้นที่ว่างที่ไม่บังข้อความ
  4. ขีดฆ่า ด้วยปากกาทับดวงแสตมป์ พร้อมลงลายมือชื่อและวันที่
  5. ทำให้ครบภายใน 15 วัน และปิดอากรคู่ฉบับถ้ามีสัญญาสองชุดที่เหมือนกัน

ขั้นตอนชำระ e-Stamp ออนไลน์

e-Stamp เปิดให้บริการตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2562 รองรับทั้งตราสารอิเล็กทรอนิกส์และตราสารกระดาษ

  1. เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร เลือกเมนู “ชำระอากรแสตมป์”
  2. เลือก “ขอเสียอากรแสตมป์” แล้วเข้าสู่ระบบ
  3. เลือกประเภทตราสาร (อิเล็กทรอนิกส์หรือกระดาษ) และลักษณะตราสาร
  4. กรอกรายละเอียดตราสารให้ครบถ้วน
  5. ยืนยันแบบและชำระเงินผ่าน Internet Banking หรือเคาน์เตอร์ธนาคาร
  6. ดาวน์โหลดใบเสร็จและรหัสรับรอง (QR Code) แนบกับเอกสาร

9 ข้อผิดพลาดร้ายแรงเรื่องอากรแสตมป์ ที่ทำให้สัญญาใช้ไม่ได้

รวม 9 ข้อผิดพลาดร้ายแรงเรื่องอากรแสตมป์ที่หลายคนมองข้าม รู้ไว้ก่อนสัญญาเป็นพะวักพะวงหรือตกเป็นโมฆะจนใช้ฟ้องร้องไม่ได้!

  1. ไม่ปิดแสตมป์ภายใน 15 วัน เกินกำหนดต้องเสียเงินเพิ่ม ยิ่งช้ายิ่งแพง
  2. ปิดแล้วไม่ขีดฆ่า ต้องลงลายมือชื่อหรือวันที่ทับดวงแสตมป์ ไม่เช่นนั้นถือว่าไม่ปิดบริบูรณ์
  3. ปิดย้อนหลังแล้วคิดว่าจบ ต้องชำระเงินเพิ่มให้ครบก่อนนำเอกสารไปใช้เป็นหลักฐาน
  4. ชำระผิดประเภทตราสาร อัตราต่างกันตามลักษณะตราสาร ชำระผิดอาจถือว่าไม่ปิดบริบูรณ์
  5. ใช้ดวงแสตมป์กับตราสารที่ต้องชำระเป็นตัวเงิน ตราสารบางประเภทกำหนดให้ชำระเป็นตัวเงินเท่านั้น
  6. ผู้ต้องเสียอากรไม่ชำระเอง ตกลงให้อีกฝ่ายออกเงินแทนได้ แต่ผู้ระบุในบัญชีอัตราอากรยังต้องรับผิดต่อกรมสรรพากร
  7. ดูแค่ชื่อสัญญา ไม่ดูเนื้อหา กฎหมายพิจารณาจากเนื้อหา เช่น “บันทึกข้อตกลง (MOU)” ที่กำหนดสิทธิและภาระผูกพันชัดเจนก็อาจต้องเสียอากร
  8. คิดว่าเอกสารกับคนใกล้ชิดไม่ต้องเสียอากร กฎหมายไม่ยกเว้นตามความสัมพันธ์ส่วนตัว
  9. คิดว่าสัญญาออนไลน์ (e-Contract) ไม่เกี่ยวกับอากร รูปแบบเอกสารไม่เปลี่ยนหน้าที่ทางกฎหมาย เพียงเปลี่ยนวิธีชำระเป็น e-Stamp

ผลกระทบทางกฎหมาย อัตราค่าปรับ และอายุความ

อัตราเงินเพิ่มตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร:

ระยะเวลาที่ล่าช้า (นับจากวันที่ต้องปิดแสตมป์)เงินเพิ่ม
ยื่นเสียอากรเองภายใน 15 วันไม่มีเงินเพิ่ม (ชำระเฉพาะอากร)
เกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 90 วัน2 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 4 บาท)
เกิน 90 วัน5 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 10 บาท)
เจ้าหน้าที่ตรวจพบ (ไม่ปิดเลยหรือปิดไม่ครบ)6 เท่าของอากรที่ขาด (ขั้นต่ำ 25 บาท)

นอกจากเงินเพิ่ม ผู้ที่มีหน้าที่เสียอากรหรือขีดฆ่าแต่เพิกเฉยหรือปฏิเสธ ยังมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 500 บาท และผู้เสียอากรอาจขอลดเงินเพิ่มได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ตัวอย่างที่ 1 (เกิน 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน): สัญญาจ้างรีโนเวท 300,000 บาท อากร 300 บาท ชำระช้า 2 เดือน = อากร 300 + เงินเพิ่ม 600 = 900 บาท

ตัวอย่างที่ 2 (เกิน 90 วัน): สัญญาเดียวกัน ชำระช้า 4 เดือน = อากร 300 + เงินเพิ่ม 1,500 (5 เท่า) = 1,800 บาท จากที่ควรจ่ายเพียง 300 บาท

การขอคืนอากรและความเสี่ยงจากการเรียกเก็บย้อนหลัง

  • ขอคืนอากร: ทำได้เมื่อเสียอากรหรือเงินเพิ่มเกินไปตั้งแต่ 2 บาทขึ้นไป ต้องยื่นคำร้องเป็นหนังสือภายใน 6 เดือนนับแต่วันเสียอากร ตามมาตรา 122 การยกเลิกสัญญาภายหลังไม่ใช่เหตุให้ขอคืนอากรที่เสียไปแล้ว
  • เรียกเก็บย้อนหลัง: กรมสรรพากรเรียกเก็บอากรและเงินเพิ่มจากตราสารเก่าได้ จึงไม่ควรรอให้ถูกตรวจพบ

FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์

รวมทุกข้อสงสัยเรื่อง “อากรแสตมป์” ที่คนทำสัญญาต้องรู้ สรุปไว้ให้ครบแล้วที่นี่!

1. อากรแสตมป์ซื้อได้ที่ไหน?

ซื้อดวงแสตมป์ได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่และสาขา ที่ว่าการอำเภอ และไปรษณีย์บางแห่ง หรือชำระออนไลน์ผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร

2. สัญญาที่ทำเป็นภาษาต่างประเทศต้องติดอากรแสตมป์ไหม?

ต้องติด หากจัดทำหรือนำมาใช้ในประเทศไทย และเข้าลักษณะตราสารตามบัญชีอัตราอากร ภาษาที่ใช้ไม่เปลี่ยนหน้าที่ทางภาษี

3. บันทึกค่าอากรแสตมป์ในโปรแกรมบัญชีอย่างไรให้ถูกหลัก?

บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในหมวด “อากรแสตมป์” ระบุผู้รับเงินเป็นกรมสรรพากร แนบใบเสร็จและรหัสรับรอง e-Stamp ไว้เป็นหลักฐาน และเก็บรายการตามประเภทสัญญาเพื่อตรวจสอบย้อนหลังได้

เคลียร์ครบจบทุกเรื่องอากรแสตมป์ ให้ธุรกิจคุณง่ายขึ้นด้วย OfficeMate x PEAK

อากรแสตมป์คือภาษีที่ต้องปิดให้ครบภายใน 15 วันนับจากวันทำสัญญา ชำระช้าเสียเงินเพิ่มสูงสุด 5-6 เท่าของอากร และสัญญาที่ปิดไม่บริบูรณ์ยังใช้เป็นหลักฐานในศาลไม่ได้ การตรวจประเภทตราสาร คำนวณอากรจากมูลค่าก่อน VAT และเก็บหลักฐานการชำระไว้ จึงช่วยลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้น ธุรกิจที่ทำสัญญาบ่อยควรมีระบบรองรับ ทั้งเอกสารที่เป็นระเบียบและบัญชีที่บันทึกค่าอากรได้ถูกต้อง 

OfficeMate x PEAK ช่วยให้ทำได้ครบทั้งสองด้าน โดย OfficeMate เตรียมอุปกรณ์สำนักงานสำหรับเอกสารสัญญา เช่น ปากกา แฟ้ม และอุปกรณ์จัดเก็บ ส่วน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยบันทึกค่าอากรแสตมป์เป็นค่าใช้จ่ายและติดตามรายการได้เป็นระบบ เลือกซื้ออุปกรณ์ที่ OFM (OfficeMate) และเริ่มจัดการบัญชีกับ PEAK วันนี้ เพื่อให้ทุกสัญญาถูกต้องและไม่ตกหล่น

แหล่งอ้างอิง: ประมวลรัษฎากร หมวด 6 อากรแสตมป์ (มาตรา 103-129), บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร, กรมสรรพากร: ความรับผิดกรณีไม่ปิดแสตมป์ / ข้อเสียของตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์ / การขอคืนเงินอากร (rd.go.th), ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 58 และ 63), แนววินิจฉัยกรมสรรพากรเรื่องค้ำประกัน

ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท

0 CommentsClose Comments

Leave a comment