การเลือกกล้องติดรถยนต์ในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งานและงบประมาณ สำหรับใครที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุดในราคาประหยัด 70mai M310 2K (1,899 บาท) คือตัวเลือกเริ่มต้นที่คมชัดเกินราคา แต่ถ้าต้องการปกป้องทั้งหน้าและหลังในงบไม่เกินสี่พัน HIKVISION C200S 2CH (3,719 บาท) ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว
ส่วนใครที่อยากได้ความคมชัดระดับ 4K ครบเซ็ตหน้า-หลังในราคาสบายกระเป๋าที่สุด DDPAI N5 DUAL (6,499 บาท) นับเป็นตัวเด็ดที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้ได้รวบรวม 10 อันดับกล้องติดรถยนต์น่าซื้อที่สุด เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
Key Takeaways
- งบประหยัดเริ่มต้น (คุ้มค่าที่สุด): 70mai M310 2K (1,899 บาท) ให้ความคมชัดระดับ 2K ในราคาต่ำกว่าสองพันบาท
- งบปานกลาง หน้า-หลังครบ (คุ้มค่าที่สุด): HIKVISION C200S 2CH (3,719 บาท) ได้กล้องคมชัด Full HD ทั้งหน้าและหลัง แถมการ์ดความจุสูง 256GB พร้อมใช้งาน
- สเปกกลางพรีเมียม (เก็บรายละเอียดป้ายทะเบียนดีที่สุด): 70mai A510 / A510-1 (4,190–4,999 บาท) ใช้เซนเซอร์ Sony STARVIS 2 รองรับ HDR และ 60FPS
- ระดับ 4K คุ้มราคาที่สุด: DDPAI N5 DUAL (6,499 บาท) ให้ความละเอียด 4K พร้อมกล้องหลังในชุดที่ถูกที่สุดในตลาด
- ระดับท็อปเฝ้าระวัง 24 ชม.: 70mai X800 / X800-2 (13,900–17,900 บาท) กล้องหมุนได้ 360° พร้อมระบบ AI Parking ตรวจจับสิ่งผิดปกติรอบคัน
10 อันดับกล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี? รีวิวกล้องหน้ารถน่าซื้อปี 2026
รวม 10 กล้องติดรถยนต์ตัวท็อปปี 2026 คมชัดระดับ 4K เซนเซอร์เก็บภาพกลางคืนยอดเยี่ยม พร้อมระบบ AI ตรวจจับอุบัติเหตุอัจฉริยะ ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง
| อันดับ | รุ่น | ราคา | กล้องหน้า | มุมมอง | กล้องหลัง | จุดเด่น |
| 1 | 70mai M310 2K | 1,899 บาท | 2304×1296 (1296P) | 130° | ไม่มี | คมกว่า 1080P 1.5 เท่า |
| 2 | HIKVISION D1 | 2,399 บาท | 1080p 30fps | 122° | ไม่มี | เล็ก เสียบ Type-C ใช้ได้ทันที |
| 3 | HIKVISION C200S | 2,639 บาท (แถมการ์ด 32GB) | 1080P | 128° (ทแยง) | ไม่มี | จอ 3 นิ้ว, Wi-Fi |
| 4 | HIKVISION C200S 2CH | 3,719 บาท (แถมการ์ด 256GB) | 1080P | 128° (ทแยง) | 1080P | หน้า-หลัง ได้การ์ด 256GB |
| 5 | DDPAI MINI 2X | 3,999 บาท | 2K QHD | หมุนได้ 360° | ไม่มี | NightVIS 2.0, Wi-Fi 5GHz |
| 6 | 70mai A510 | 4,190 บาท | 2592x1944P, 60FPS | 140° | ไม่มี | STARVIS 2, GPS/ADAS, รองรับ 4G |
| 7 | 70mai A510-1 | 4,999 บาท | 2592x1944P, 60FPS | 140° | 1080P (130°) | A510 + กล้องหลัง RC11 |
| 8 | DDPAI N5 DUAL | 6,499 บาท | 4K | ไม่ระบุ | 1080P | เลนส์กระจก 6 ชุด, F1.8 |
| 9 | 70mai X800 | 13,900 บาท | 4K (3849x2160P) | 146° (หมุน 360°) | ไม่มี | AI Parking, GPS/ADAS, การ์ด 512GB |
| 10 | 70mai X800-2 | 17,900 บาท | 4K (3849x2160P) | 146° (หมุน 360°) | 1080P | AI Parking + กล้องหลัง Dual HDR |
อันดับ 1: 70mai M310 2K

ภาพ 2K ในราคา 1,899 บาท ทำให้ M310 เป็นกล้องที่ให้ความคมชัดสูงเมื่อเทียบกับราคา ความละเอียด 2304×1296 (1296P) คมกว่า 1080P ถึง 1.5 เท่า
- สเปก: มุมมอง 130°, พอร์ต Type-C, แบตเตอรี่ 300 mAh, รองรับ MicroSD Class 10/U1 ขนาด 16–256GB ความเร็วอ่าน/เขียน 120MB/s ขึ้นไป, น้ำหนัก 0.05 กก.
- จุดเด่น: มี Loop Recording, 24H Parking Surveillance และ Time-Lapse (ต้องใช้ Hardwire Kit UP03) สั่งงานด้วยเสียงได้ แต่รองรับภาษาอังกฤษเท่านั้น แอป 70mai ใช้ได้ทั้งไทยและอังกฤษ
- เหมาะกับ: คนที่อยากได้ภาพคมกว่ากล้อง 1080P โดยไม่ต้องเพิ่มงบมาก
- เคล็ดลับ: ติดสติกเกอร์ไฟฟ้าสถิตย์ก่อนติดขา จะปรับตำแหน่งง่ายและไม่ทิ้งคราบ ฟอร์แมตการ์ดผ่านแอปเป็นประจำ และใช้สาย Type-C คุณภาพดี
อันดับ 2: HIKVISION D1 (Type-C USB)

D1 เป็นกล้องที่เล็กที่สุดในรายการ ราคา 2,399 บาท ขนาด 7.7×3.2×3.5 ซม. น้ำหนัก 0.100 กก. เสียบสาย Type-C ก็บันทึกได้ทันที
- สเปก: Full HD 1080p 30fps, เลนส์ F2.0, มุมกว้าง 122°, รองรับ MicroSD 16GB–256GB
- จุดเด่น: มีไมค์และลำโพงในตัว ดูภาพสดและย้อนหลังผ่าน Wi-Fi ได้ G-Sensor ล็อกไฟล์เมื่อเกิดแรงกระแทก และบันทึกทับอัตโนมัติเมื่อการ์ดเต็ม ในกล่องมีสาย 3.4 เมตรและอะแดปเตอร์ช่องจุดบุหรี่
- เหมาะกับ: คนที่ชอบกล้องตัวเล็กและไม่อยากยุ่งกับการเดินสาย
- เคล็ดลับ: ตั้งค่า G-Sensor ให้เหมาะกับสภาพถนน และห้ามดึงการ์ดออกขณะกล้องทำงาน
อันดับ 3: HIKVISION C200S (กล้องหน้าเดี่ยว)

C200S ราคา 2,639 บาท มาพร้อม MicroSD 32GB ไม่ต้องซื้อการ์ดเพิ่ม และมีจอ IPS 3 นิ้วที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มกล้องหน้าเดี่ยวของรายการนี้
- สเปก: 1080P, เลนส์ F2.0, มุมมองแนวนอน 107° / แนวทแยง 128°, จอ 360×640, รองรับ MicroSD สูงสุด 256GB
- จุดเด่น: ตั้งค่าและดูภาพผ่านแอปด้วย Wi-Fi AP มี G-Sensor ล็อกไฟล์ ไมค์และลำโพงในตัว เสียบแล้วบันทึกอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทรถ
- เหมาะกับ: คนที่อยากดูภาพบนจอใหญ่และต้องการชุดที่พร้อมใช้
- เคล็ดลับ: เปิดบันทึกวนซ้ำเพื่อประหยัดพื้นที่การ์ด และเชื่อมต่อแอปเพื่อดูภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์
อันดับ 4: HIKVISION C200S 2CH (หน้า+หลัง)

ชุดหน้า-หลังราคา 3,719 บาท ที่แถม MicroSD 256GB มาในกล่อง ทำให้เป็นกล้องติดรถยนต์หน้าหลังที่เข้าถึงง่ายที่สุดในรายการ
- สเปก: กล้องหน้า 1080P (2MP) + กล้องหลัง 1080P, เลนส์ F2.0, มุมแนวทแยง 128°, จอ IPS 3 นิ้ว, รองรับ MicroSD สูงสุด 256GB
- จุดเด่น: บันทึกหน้าและหลังพร้อมกัน ดูผ่าน Wi-Fi ได้ G-Sensor ล็อกไฟล์อัตโนมัติ มีไมค์และลำโพงในตัว
- เหมาะกับ: คนที่ต้องการกล้องหลังแต่มีงบไม่ถึงสี่พันบาท
- เคล็ดลับ: ฟอร์แมตการ์ดก่อนใช้ครั้งแรก แล้วปรับความไว G-Sensor ผ่านแอปให้เหมาะกับสภาพถนน
อันดับ 5: DDPAI MINI 2X

กล้องไร้จอรุ่นนี้ราคา 3,999 บาท ให้ภาพ 2K QHD และดาวน์โหลดคลิปเร็วด้วย Wi-Fi 5GHz
- สเปก: 2K QHD, NightVIS 2.0 + AI-ISP, ตัวกล้องหมุนได้ 360°, น้ำหนัก 0.329 กก.
- จุดเด่น: ภาพในที่มืดชัดขึ้นด้วย NightVIS 2.0 ตัวกล้องไม่มีจอ จึงดูเรียบและไม่รบกวนสายตา
- เหมาะกับ: คนที่ชอบกล้องเล็กเรียบ และต้องดึงคลิปลงมือถือบ่อย
- เคล็ดลับ: ใช้ Wi-Fi 5GHz ดาวน์โหลดคลิป จะเร็วกว่าการเชื่อมต่อปกติมาก และอัปเดตซอฟต์แวร์กล้องอยู่เสมอ
อันดับ 6: 70mai A510 (กล้องหน้าเดี่ยว)

A510 คือรุ่นกลางที่ให้สเปกเทียบเท่ารุ่นแพงกว่าหลายอย่าง ราคา 4,190 บาท
- สเปก: 2592x1944P (4:3), เซนเซอร์ Sony STARVIS 2 IMX675, รูรับแสง F1.8, มุมมอง 140°, จอ IPS 2 นิ้ว, รองรับ MicroSD Class 10/U1 ขึ้นไป (32–256GB), น้ำหนัก 0.39 กก.
- จุดเด่น: รองรับ HDR และ 60FPS มี Buffered Emergency Recording เก็บภาพก่อนเกิดเหตุ 5 วินาทีและหลังเกิดเหตุ 25 วินาที มี GPS และ ADAS ในตัว รองรับโหมดจอด 24 ชม. (UP03) และ 4G แจ้งเตือนเรียลไทม์ (UP04)
- เหมาะกับ: คนที่ให้ความสำคัญกับการอ่านป้ายทะเบียนทั้งกลางวันและกลางคืน
- เคล็ดลับ: เปิด HDR และ 60FPS เมื่อขับกลางคืนหรือฝนตก และฟอร์แมตการ์ดทุก 1–2 เดือน
อันดับ 7: 70mai A510-1 (ชุดหน้า-หลัง RC11)

A510-1 คือ A510 ที่เพิ่มกล้องหลัง RC11 ในราคา 4,999 บาท ส่วนต่างจากกล้องหน้าเดี่ยวอยู่ที่ 809 บาท
- สเปก: กล้องหน้า 2592x1944P, เซนเซอร์ Sony STARVIS 2 IMX675, F1.8, มุมมอง 140° และกล้องหลัง RC11 1080P มุม 130°, จอ IPS 2 นิ้ว ดูภาพหน้า-หลังพร้อมกันโดยไม่ต้องสลับจอ, น้ำหนัก 0.57 กก.
- จุดเด่น: ปรับเฟรมเรตได้สูงสุด 60FPS รองรับ HDR มี Buffered Emergency Recording, GPS และ ADAS รองรับโหมดจอด 24 ชม. (UP03) และ 4G (UP04)
- เหมาะกับ: คนที่ต้องการกล้องหน้าภาพคมพร้อมกล้องหลัง ในงบไม่ถึงห้าพันบาท
- เคล็ดลับ: ตั้ง 60FPS เมื่อขับในเมืองหรือทางหลวง และติดกล้องหลังให้พ้นเส้นไล่ฝ้าหรือฟิล์มที่รบกวนสัญญาณ
อันดับ 8: DDPAI N5 DUAL (หน้า+หลัง)

N5 DUAL ราคา 6,499 บาท เป็นกล้องติดรถยนต์ 4K ที่ราคาต่ำที่สุดในรายการ ใช้เลนส์กระจก 6 ชุดที่กล้องหน้า และมีกล้องหลัง Full HD 1080P
- สเปก: กล้องหน้า Ultra HD 4K, กล้องหลัง 1080P, รูรับแสง F1.8, NightVIS, รับประกัน 1 ปี
- จุดเด่น: โหมดจอดอัจฉริยะแบบ Time-Lapse ช่วยประหยัดพื้นที่ (ต้องใช้ชุดสายไฟ DDPAI) ดูและตั้งค่าผ่านแอป DDPAI ได้ทั้ง iOS และ Android
- เหมาะกับ: คนที่ต้องการ 4K พร้อมกล้องหลัง และจอดรถทิ้งไว้บ่อย
- เคล็ดลับ: ปรับมุมกล้องหน้า-หลังผ่านแอปให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการ และเลือกการ์ดความจุสูงคุณภาพดีเมื่อใช้โหมดจอด
อันดับ 9: 70mai X800 (กล้องหน้าเดี่ยว)

X800 ราคา 13,900 บาท คือกล้อง 4K ที่เน้นระบบเฝ้ารถตอนจอด ตัวกล้องหมุนได้ 360°
- สเปก: 4K 3849x2160P เซนเซอร์ Sony STARVIS 2 IMX678 + Dual HDR, F1.7, มุมมอง 146°, จอ IPS 1.4 นิ้ว, รองรับ MicroSD สูงสุด 512GB (แนะนำ U3/V30)
- จุดเด่น: 24H AI Parking Surveillance ตรวจจับพฤติกรรมน่าสงสัย แพนกล้องตาม และเปิดกล้องหลัง 30 วินาที (ใช้ UP03 หรือ UP04) ดูภาพรอบรถจากระยะไกลผ่านแอปด้วย Real-time Monitoring (ต้องใช้ UP04) มี ADAS และ GPS ในตัว
- เหมาะกับ: คนที่ต้องการระบบเฝ้ารถตอนจอดแบบครบ ทั้งใช้ส่วนตัวและกับรถฟลีท
- เคล็ดลับ: ตั้งบันทึก 4K 30FPS เมื่อใช้เฉพาะกล้องหน้า และเปิด Dual HDR พร้อมจัดมุมให้เห็นขอบฝากระโปรงเล็กน้อย
อันดับ 10: 70mai X800-2 (ชุดหน้า-หลัง)

X800-2 ราคา 17,900 บาท คือรุ่นท็อปของรายการ เพิ่มกล้องหลัง 1080P ที่รองรับ HDR ให้ X800
- สเปก: กล้องหน้า 4K 3849x2160P (IMX678) + กล้องหลัง 1080P, บันทึกพร้อมกัน 4K 30FPS + 1080P 30FPS, F1.7, มุมมอง 146°, Dual HDR ทั้งหน้าและหลัง, รองรับ MicroSD สูงสุด 512GB
- จุดเด่น: ระบบ AI Parking ตรวจจับบุคคลน่าสงสัยแล้วแพนกล้องตามและเปิดกล้องหลังอัตโนมัติ 30 วินาที มี Real-time Monitoring (UP04), Super Sensing ADAS และ GPS
- เหมาะกับ: คนที่ต้องการใช้งานครบสองกล้องพร้อมระบบเฝ้ารถระดับสูงสุด
- เคล็ดลับ: เปิด HDR ทั้งสองกล้องเมื่อขับในอุโมงค์หรือเจอแสงย้อน และตั้งความไว Parking ให้เหมาะกับจุดจอดเพื่อลดการแจ้งเตือนเกินจำเป็น
ก่อนเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี? ลองดู 4 ฟีเจอร์สำคัญก่อนตัดสินใจ
ติดกล้องหน้ารถแบบไหนดี ให้ดู 4 เรื่องนี้เรียงตามลำดับ คือความละเอียด กล้องหน้าหรือหน้า-หลัง โหมดจอด และเมมโมรี่การ์ด สี่ข้อนี้กำหนดทั้งงบและรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ
- ความละเอียด: เลือกระดับ Full HD (เช่น HIKVISION D1/C200S) สำหรับขับในเมืองทั่วไป, 2K (เช่น 70mai M310, DDPAI MINI 2X) เพื่อความคมชัดยิ่งขึ้น หรือ 4K (เช่น DDPAI N5 DUAL, 70mai X800) เพื่อความคมชัดสูงสุดในการอ่านป้ายทะเบียน
- กล้องหน้าอย่างเดียว หรือ หน้า-หลัง: กล้องหน้าอย่างเดียวเน้นเหตุการณ์ด้านหน้า ส่วนชุดหน้า-หลัง (เช่น 70mai A510-1, DDPAI N5 DUAL) จะช่วยบันทึกหลักฐานเมื่อถูกชนท้าย
- โหมดจอดรถ 24 ชม.: ต้องติดตั้งสาย Hardwire Kit เข้ากับไฟรถ เหมาะกับรุ่นอย่าง 70mai หรือ DDPAI N5 DUAL โดยควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้ง
- เมมโมรี่การ์ดและการเชื่อมต่อ: เลือก MicroSD Card ความเร็วสูง (Class 10/U1 ขึ้นไป หรือ U3/V30 สำหรับกล้อง 4K) เพื่อป้องกันไฟล์เสียหาย โดยทุกรุ่นสามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi เพื่อดูคลิปผ่านแอปมือถือได้สะดวก
ข้อควรรู้และวิธีติดตั้ง/ดูแลกล้องติดหน้ารถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ให้ยืดอายุการใช้งาน
กล้องติดรถยนต์จะทำงานเสถียรและอายุการใช้งานยาวนานขึ้น หากติดตั้งและดูแลอย่างถูกวิธี
วิธีติดตั้ง
- ตำแหน่ง: ติดบริเวณที่ไม่บังทัศนวิสัย เช็ดกระจกให้สะอาด หากเป็นรุ่นอย่าง 70mai ควรติดสติกเกอร์ไฟฟ้าสถิตก่อนเพื่อไม่ให้ทิ้งคราบกาว
- มุมมอง: ปรับเลนส์ให้เห็นขอบฝากระโปรงรถเล็กน้อยเพื่ออ้างอิงระยะ และเก็บสายไฟให้แน่นหนา
- โหมดจอดรถ: หากเปิดใช้โหมด 24 ชม. ต้องต่อ Hardwire Kit ตามคู่มือและเช็กแรงดันไฟรถเสมอ
การดูแลรักษา
- เมมโมรี่การ์ด: ฟอร์แมตผ่านกล้องหรือแอปพลิเคชันทุก 1–2 เดือน และห้ามถอดการ์ดขณะกล้องทำงาน
- ความร้อนและความชื้น: เลี่ยงการจอดตากแดดจัดต่อเนื่องเพื่อถนอมแบตเตอรี่ และเก็บในที่แห้ง
- ตัวเครื่องและซอฟต์แวร์: เช็ดเลนส์ด้วยผ้านุ่ม และหมั่นอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นระยะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้องติดรถยนต์
รวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่ควรรู้เกี่ยวกับกล้องติดรถยนต์ เพื่อช่วยให้คุณเลือกซื้อ ติดตั้ง และใช้งานได้จริง
1. งบไม่เกิน 3,000 บาท เลือกกล้องรุ่นไหนดี?
เลือก 70mai M310 2K (1,899 บาท) ถ้าต้องการภาพคมที่สุดในงบนี้ เลือก HIKVISION D1 (2,399 บาท) ถ้าต้องการกล้องตัวเล็กเสียบแล้วใช้เลย และเลือก HIKVISION C200S (2,639 บาท) ถ้าอยากได้จอ 3 นิ้วพร้อมการ์ด 32GB ในชุด
2. กล้องติดรถยนต์หน้าหลัง ยี่ห้อไหนดี?
ถ้างบไม่ถึง 4,000 บาท เลือก HIKVISION C200S 2CH (3,719 บาท) ถ้างบเพิ่มได้ เลือก 70mai A510-1 (4,999 บาท) ที่กล้องหน้าละเอียด 2592x1944P ถ้าต้องการ 4K เลือก DDPAI N5 DUAL (6,499 บาท) และระดับท็อปคือ 70mai X800-2 (17,900 บาท)
3. กล้องติดรถยนต์ 4K รุ่นไหนน่าซื้อ?
DDPAI N5 DUAL (6,499 บาท) เป็นรุ่น 4K ที่ถูกที่สุดในรายการนี้และมีกล้องหลังในชุด ส่วน 70mai X800 (13,900 บาท) ให้ระบบเฝ้ารถตอนจอดด้วย AI และรองรับการ์ดสูงสุด 512GB
4. มีกล้องติดรถยนต์ 360 องศาไหม?
รายการนี้ไม่มีรุ่นที่ถ่ายรอบคัน 360 องศา แต่ DDPAI MINI 2X และ 70mai X800 มีตัวกล้องที่หมุนได้ 360° เพื่อปรับมุมบันทึก
5. กล้องติดรถยนต์ที่บันทึกตอนจอด 24 ชั่วโมง ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเพิ่ม?
ต้องใช้ Hardwire Kit โดย 70mai ใช้ UP03 สำหรับโหมดจอด 24 ชม. และใช้ UP04 สำหรับ 4G แจ้งเตือนเรียลไทม์ ส่วน DDPAI N5 DUAL ต้องใช้ชุดสายไฟของ DDPAI
6. ควรใช้เมมโมรี่การ์ดแบบไหน?
70mai M310 และ A510 ใช้ MicroSD Class 10/U1 ความเร็วอ่าน/เขียน 120MB/s ขึ้นไป ส่วน 70mai X800 แนะนำ U3/V30 และควรเลือกการ์ดจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้กับทุกรุ่น
กล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี 2026 เลือกรุ่นไหนให้คุ้มที่สุด
กล้องติดรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับงบและรูปแบบการใช้งาน ถ้าอยากได้ภาพคมในราคาไม่แพง 70mai M310 2K (1,899 บาท) คุ้มที่สุด ถ้าต้องการกล้องหน้า-หลังในงบจำกัด HIKVISION C200S 2CH (3,719 บาท) พร้อมการ์ด 256GB คือคำตอบ ส่วนคนที่เน้นอ่านป้ายทะเบียนชัดทั้งกลางวันและกลางคืน เลือก 70mai A510 หรือ A510-1
ถ้าต้องการ 4K พร้อมกล้องหลัง DDPAI N5 DUAL (6,499 บาท) ถูกที่สุดในรายการ และถ้าต้องการระบบเฝ้ารถตอนจอดเต็มรูปแบบ เลือก 70mai X800 หรือ X800-2 ทั้ง 10 รุ่นนี้มีจำหน่ายพร้อมรับประกัน 1 ปี สั่งซื้อออนไลน์ง่ายๆ ได้ที่ OFM ให้คุณพร้อมติดกล้องขับขี่อย่างอุ่นใจ
🎁 ลูกค้าใหม่ ช้อปคุ้มรับส่วนลด 10%
กรอกโค้ด ENJOY10 เมื่อช้อปครบ 2,499 บาทขึ้นไป (ลดสูงสุด 2,999 บาท)
- ช่องทาง: OFM.co.th และ OFM Mobile App เท่านั้น
- ระยะเวลา: 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569
- สิทธิ์: จำกัด 1 สิทธิ์ / ใบเสร็จ / รหัสลูกค้า (รวม 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)
เงื่อนไขสำคัญ:
- ยกเว้น: สินค้าขึ้นต้นรหัส Y, สินค้า Marketplace, กระดาษถ่ายเอกสาร, ปริ้นเตอร์/หมึก/โทนเนอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Flash Drive/Hard Disk), ลูกค้า E-Procurement และไม่สามารถใช้ร่วมกับค่าจัดส่งหรือโปรโมชั่นอื่นได้
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเรียกคืนคะแนน The 1 / ของสมนาคุณ หากมีการยกเลิกคำสั่งซื้อ