เชื่อไหมครับว่าในปี 2569 นี้ ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยไม่ได้แค่โตธรรมดา แต่เข้าสู่ยุค Pet Humanization 2.0 เต็มตัว โดยมีมูลค่าตลาดพุ่งสูงกว่า 40,000 ล้านบาท และคนไทยกว่า 6 ล้านครัวเรือนไม่ได้มองสัตว์เลี้ยงเป็นแค่ “สัตว์” แต่เป็น “ลูก” และ “สมาชิกในครอบครัว”
หากคุณกำลังมองหาโอกาสทำเงินในปีนี้ นี่คือ 5 ธุรกิจสัตว์เลี้ยงดาวรุ่งที่สรุปจากรายงานสถิติการใช้จ่าย Pet Parent ปีล่าสุดมาแล้วว่า “มาแรงและกำไรดี” พร้อมข้อมูลที่คนทำธุรกิจต้องรู้!
Key Takeaways
- Pet Humanization 2.0: เจ้าของมองสัตว์เลี้ยงเป็น “ลูก” (Family Member) ส่งผลให้สินค้ากลุ่ม Ultra-Premium และ Human Grade (อาหารฟังก์ชัน, สปา, โรงแรมหรู) เติบโตสูง โดยยอมจ่ายแพงกว่า 30-50% เพื่อคุณภาพและความปลอดภัย
- Smart & Digital Life: เทคโนโลยี IOT และ 5G กลายเป็นมาตรฐานใหม่ ธุรกิจต้องปรับตัวสู่ Smart Products (เครื่องให้อาหาร/กระบะทรายอัตโนมัติ) และเน้นขายผ่าน Video Commerce (TikTok Shop) ควบคู่กับระบบสมาชิก (Subscription) เพื่อรายได้ที่สม่ำเสมอ
- Specialized & Niche Markets: โอกาสทองอยู่ที่ความเฉพาะทาง เช่น คลินิกฟื้นฟูสัตว์สูงวัย, Exotic Pets (สัตว์แปลก) และสินค้า Eco-Customization ที่ออกแบบมาเฉพาะตัวและรักษ์โลก ซึ่งเป็นตลาดที่มีคู่แข่งน้อยแต่กำลังซื้อสูง
5 ธุรกิจสัตว์เลี้ยงดาวรุ่งปี 2569 กำไรพุ่ง ตอบโจทย์ยุค Pet Humanization 2.0
เปิดโพย 5 ธุรกิจสัตว์เลี้ยงปี 2569 ที่เปลี่ยน “ความรัก” เป็น “กำไร” เจาะ Insight พ่อแม่สายเปย์ยุคใหม่ที่ยอมทุ่มไม่อั้นเพื่อลูกรักสี่ขา!
1. อาหารสัตว์กลุ่ม “Functional & Fresh” สุขภาพต้องมาก่อน

ไม่ใช่แค่ “อิ่ม” แต่ต้อง “ดีต่อสุขภาพ” เทรนด์ธุรกิจอาหารสัตว์ในปี 2569 มุ่งไปที่กลุ่ม Premium & Care ซึ่งมีมาร์จิ้นกำไรสูงถึง 45-65%
สินค้าที่ขายดีตอนนี้:
- ขนมดูแลฟัน (Dental Chews) ขายได้ 80-250 บาท/แพ็ค ตอบโจทย์เจ้าของที่ห่วงสุขภาพฟันสุนัข
- ขนมเสริมสุขภาพ ราคา 150-500 บาท ยอดขายเพิ่มขึ้น 25% ต่อปี
- อาหารแห้งธรรมชาติ (ปลาแห้ง เนื้อตากแห้ง) ขาย 200-600 บาท
- Freeze-Dried เทรนด์ใหม่กำลังฮิต โตถึง 30% ต่อปี
ถ้ามีเงินทุนมากขึ้น ลองทำ:
- อาหารสดปรุงเอง (Fresh & Raw Food) เติบโต 40% ต่อปี
- อาหารปรับสูตรเฉพาะตัว รายได้ 2,000-5,000 บาท/เดือนต่อลูกค้า
- อาหารพรีเมียมออร์แกนิก ขาย 1,500-3,500 บาท/กก.
เงินทุนเริ่มต้น: 50,000-300,000 บาท (ขึ้นกับว่าจะทำแบรนด์เองหรือขายส่ง)
💡 อยากปั้นแบรนด์อาหารสัตว์ให้ดูพรีเมียม? เริ่มต้นด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและสติกเกอร์ฉลากสินค้าคุณภาพสูง เลือกชมอุปกรณ์แพ็คเกจจิ้งและเครื่องพิมพ์ฉลากเร่งยอดขายที่ OFM ได้เลย!
2. โรงแรมสัตว์เลี้ยง รายได้ดี ลงทุนไม่สูงเกินไป

เมื่อการท่องเที่ยวกลับมาเต็มรูปแบบ แต่เจ้าของยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ธุรกิจรับฝากจึงต้องยกระดับเป็น “Smart Hotel” ตลาดโต 18-22% ต่อปี
บริการที่ทำได้:
- โรงแรมสัตว์เลี้ยงมาตรฐาน 300-800 บาท/คืน
- โรงแรมหรู มีแอร์ CCTV 800-2,500 บาท/คืน
- รับฝากกลางวัน (Pet Daycare) 200-500 บาท/วัน เหมาะกับคนทำงาน
จุดสำคัญที่ต้องมี:
- แยกกรงตามขนาดสัตว์
- ระบบระบายอากาศดี
- มีพนักงานเฝ้า 24 ชั่วโมง
- ตรวจสุขภาพก่อนรับฝาก
- มีประกันสัตว์เลี้ยง
เพิ่มรายได้ด้วย:
- บริการสปา อาบน้ำนวด 500-1,500 บาท
- Grooming Premium ตัดแต่งขนพิเศษ 800-5,000 บาท
- Live Streaming ให้เจ้าของดูสัตว์เลี้ยงผ่านกล้อง
เงินทุนเริ่มต้น: 300,000-1,000,000 บาท

💡เพิ่มรายได้ด้วยมุมพักผ่อนสุดฟิน! ติดตั้ง คอนโดแมวไม้ เสาลับเล็บ รุ่น PET0046 ในโซนส่วนกลาง ให้สัตว์เลี้ยงได้ปีนป่ายและพักผ่อนอย่างอิสระ สร้างภาพลักษณ์โรงแรมที่ใส่ใจความสุขของน้องๆ
3. คลินิกเฉพาะทางและศูนย์ฟื้นฟู (Specialized Pet Care)

ตลาดคลินิกสัตว์มูลค่า 9,000 ล้านบาท กำลังเปลี่ยนผ่านจากคลินิกทั่วไปสู่ “การรักษาเฉพาะทาง”
- บริการที่ตลาดต้องการ: ทันตกรรมสัตว์, คลินิกแมว (Cat Friendly), และศูนย์กายภาพบำบัดสัตว์สูงวัย
- สถิติ: บริการรักษามะเร็งและโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยง เติบโตสูงถึง 20% ต่อปี
- เหมาะสำหรับ: สัตวแพทย์หรือนักลงทุนที่เน้นความมั่นคงระยะยาว

💡 สร้างโซน Cat Condo สำหรับแมวพักฟื้นระยะยาว! ด้วย PETUS กรงแมว 3 ชั้น สีเทา ขนาด 162x68x183 ซม มีพื้นที่แยกโซนกระบะทรายและที่นอนชัดเจน เหมาะสำหรับศูนย์กายภาพที่ต้องรับฝากแมวค้างคืน
4. ขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงออนไลน์ ลงทุนต่ำ เริ่มได้ทันที

ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทำงานนอกบ้านทำให้ Smart Products เติบโตออนไลน์ถึง 35% ในปีนี้
- สินค้าขายดี: เครื่องให้อาหารอัตโนมัติที่สั่งงานผ่านมือถือ, กระบะทรายแมวไฟฟ้า และ GPS Tracker สำหรับสาย Outdoor
- ช่องทางจำหน่าย: การขายผ่าน TikTok Shop โดยใช้ Video Commerce สาธิตการใช้งานจริง ได้รับการตอบรับดีที่สุดในปี 2569
- งบลงทุน: 30,000 – 200,000 บาท

💡หมดห่วงเมื่อต้องทิ้งลูกรักไว้ลำพังด้วย HOMERUNPET เครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติ รุ่น PF20 ตั้งเวลาให้อาหารได้เป๊ะ ควบคุมจากระยะไกลได้ทุกที่ทุกเวลา สั่งจ่ายขนมได้ทันใจ ช้อปผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ราคาคุ้มค่าที่ OFM
5. ธุรกิจสัตว์เลี้ยงทางเลือก (Exotic Pets Specialist)

กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์แปลก เช่น กิ้งก่า, เต่าบก หรือนกสวยงาม ไม่ใช่ตลาด Niche อีกต่อไป แต่เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและแข่งขันน้อยกว่า
สัตว์เลี้ยงแปลกยอดนิยม:
- สัตว์เลื้อยคลาน (งู กิ้งก่า เต่า) 1,500-50,000 บาท
- แมงมุม Tarantulas โต 30% ต่อปี ขาย 500-15,000 บาท
- Sugar Glider, เม่น 2,000-25,000 บาท
รายได้เสริมจาก:
- ขายอุปกรณ์ Terrarium 1,500-15,000 บาท
- อาหารสด (จิ้งหรีด หนอน) ลูกค้าซื้อซ้ำสม่ำเสมอ
เงินทุนเริ่มต้น: 200,000-800,000 บาท

💡แต่งมุมนกให้ดูวินเทจ! ด้วย FONTE กรงนกเหล็กดัดวินเทจทรงกลม รุ่น JSD18225R-M ดีไซน์สวยงามระดับพรีเมียม เหมาะสำหรับฟาร์มนกสวยงามและร้านค้า
ตารางสรุป 5 ธุรกิจสัตว์เลี้ยงดาวรุ่งปี 2569 (Pet Business Trends 2026)
| ธุรกิจ | งบลงทุนเริ่มต้น | กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย | จุดเด่นที่ตอบโจทย์ปี 2569 |
| 1. อาหาร Functional & Fresh | 50,000 – 300,000 | เจ้าของสายสุขภาพ (Preventive Care) | มาร์จิ้นสูง (45-65%) และมีการซื้อซ้ำสม่ำเสมอ |
| 2. โรงแรมสัตว์เลี้ยง (Smart Hotel) | 300,000 – 1,000,000 | คนทำงานเมือง/นักท่องเที่ยว | ใช้เทคโนโลยี CCTV และระบบ Smart Home มัดใจเจ้าของ |
| 3. คลินิกเฉพาะทาง/กายภาพ | 2,000,000 ขึ้นไป | สัตว์เลี้ยงสูงวัย/กลุ่มโรคเฉพาะทาง | คู่แข่งน้อย ความต้องการสูงตามอายุขัยสัตว์ที่ยืนยาวขึ้น |
| 4. อุปกรณ์ Smart Products | 30,000 – 200,000 | คนรุ่นใหม่ (Gen Z & Millennial) | เน้นขายผ่าน TikTok/Video Commerce โตเร็วทางออนไลน์ |
| 5. ธุรกิจ Exotic Pets | 200,000 – 800,000 | กลุ่มคนรักสัตว์แปลก/พื้นที่จำกัด | ตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและคู่แข่งในตลาดยังน้อย |
3 กลยุทธ์ “Pet-Tech & Humanization” พลิกโฉมธุรกิจสัตว์เลี้ยงปี 2569

หากคุณคิดจะกระโดดเข้าสู่ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในปีนี้ แค่มีใจรักอาจไม่พอ แต่ต้องเข้าใจ “3 พฤติกรรมเปลี่ยนโลก” ที่จะทำให้ลูกค้าควักเงินจ่ายให้ธุรกิจของคุณอย่างเต็มใจ
1. Pet Humanization & Ultra-Premium เลี้ยงเหมือนลูก ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพสูงสุด
พฤติกรรมเจ้าของยุคใหม่ไม่ได้มองสัตว์เลี้ยงเป็นแค่สัตว์ แต่คือสมาชิกในครอบครัว (Family Member) ที่พร้อมเปย์เฉลี่ย 3,000 – 50,000 บาท/เดือน
- โอกาสทำเงิน: เน้นสินค้าเกรดมนุษย์ (Human Grade), อาหารฟังก์ชันเสริมสุขภาพ (Probiotics/Omega-3) และบริการที่เน้นประสบการณ์ (Wellness Tourism) เช่น โรงแรมสัตว์เลี้ยงหรือคาเฟ่เชิงสุขภาพ
- จุดขาย: ใช้ผลวิจัยอ้างอิงหรือใบรับรองจากสัตวแพทย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพราะลูกค้ากว่า 65% ยอมจ่ายแพงขึ้น 30-50% เพื่อความปลอดภัยที่พิสูจน์ได้
2. Digital & Smart Transformation ออนไลน์ 5G และระบบอัตโนมัติ
ยอดขายออนไลน์ในปี 2569 ครองสัดส่วนถึง 40% ของตลาด โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ความสะดวกและการเชื่อมต่อไร้พรมแดน
- Smart Products: สินค้ากลุ่ม IOT เช่น เครื่องให้อาหารอัตโนมัติสั่งงานผ่านมือถือ, กระบะทรายไฟฟ้า และระบบปรึกษาสัตวแพทย์ออนไลน์ (Tele-Health) จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่
- Subscription Model: สร้างรายได้ประจำ (Passive Income) ด้วยระบบสมาชิกรายเดือน ส่งอาหารหรือของใช้ถึงบ้านอัตโนมัติแบบ “ผูกปิ่นโต” เพื่อมัดใจลูกค้าในระยะยาว
3. Eco-Customization: ธุรกิจรักษ์โลกที่ “ออกแบบมาเพื่อคุณ”
เทรนด์ความยั่งยืนและการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Unique Identity) คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่มองหา
- Personalized Service: บริการที่ปรับเปลี่ยนตามสรีระหรือโภชนาการเฉพาะตัว (เช่น อาหารปรุงสดตามผลเลือด) รวมถึงสินค้าสลักชื่อเฉพาะบุคคล
- Sustainability: การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ (Eco-Friendly) จะช่วยดึงดูดกลุ่มเจ้าของสาย Green ที่กำลังเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน
สรุป 6 ขั้นตอนปั้นธุรกิจสัตว์เลี้ยงให้เติบโตอย่างยั่งยืน
เมื่อเข้าใจเทรนด์แล้ว นี่คือแผนปั้นธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงสำหรับมือใหม่:
- วิเคราะห์ช่องว่าง: หา Niche Market ที่คู่แข่งยังทำไม่ดี (เช่น ตลาด Exotic Pet หรือ สัตว์เลี้ยงสูงวัย)
- วางแผนการเงิน: คำนวณงบลงทุนและเงินสำรองหมุนเวียนให้ครอบคลุม 6-12 เดือนแรก
- สร้างความเชี่ยวชาญ: ลงลึกในข้อมูลผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์
- กำหนดจุดขาย (USP): สร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นบริการที่เหนือกว่าหรือเทคโนโลยีที่ล้ำกว่า
- รักษามาตรฐาน: ยึดคุณภาพและความสะอาดเป็นหัวใจ (เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง)
- รุกตลาด Omni-Channel: ประชาสัมพันธ์ผ่าน TikTok Shop และ Facebook พร้อมเก็บฐานลูกค้าด้วย LINE OA
FAQ ข้อมูลควรรู้ก่อนเปิดธุรกิจสัตว์เลี้ยง
เตรียมความพร้อมก่อนเป็นเจ้าของกิจการ ด้วยสรุปข้อควรระวังและคำถามสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงของคุณเริ่มต้นได้อย่างมืออาชีพ
1. ธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีอะไรบ้าง?
ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงครอบคลุมหลากหลายประเภท เช่น ร้านขายอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง คลินิกสัตวแพทย์ บริการอาบน้ำตัดขน โรงแรมรับฝากสัตว์เลี้ยง และธุรกิจเพาะพันธุ์สัตว์
2. ธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบบไหนที่น่าสนใจ?
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงที่น่าสนใจในปัจจุบันได้แก่ บริการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบพรีเมียม อาหารสัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์เทคโนโลยีสำหรับสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3. การตลาดสำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยงทำอย่างไร?
การตลาดสำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยงควรเน้นการสร้างความผูกพันกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงผ่านโซเชียลมีเดีย การรีวิวสินค้า การจัดกิจกรรม และการสร้างชุมชนคนรักสัตว์
เปิดธุรกิจสัตว์เลี้ยงปี 2569 จัดการระบบร้านให้เป๊ะด้วยไอเทมจาก OFM
การเลือกธุรกิจสัตว์เลี้ยงปี 2569 ต้องเริ่มจากงบประมาณในกระเป๋าครับ งบน้อย (3-20 หมื่น) เน้นขายอาหารหรือแฟชั่นออนไลน์ งบปานกลาง (3 แสน-1 ล้าน) ขยับไปทำโรงแรมหรือสัตว์แปลก ส่วนงบสูง (2 ล้านขึ้นไป) เหมาะกับคลินิกเฉพาะทางที่มั่นคงระยะยาว
เริ่มต้นธุรกิจสัตว์เลี้ยงปี 2569 ให้รุ่งกว่าใครด้วยการจัดการหลังบ้านระดับมืออาชีพ! หากคุณต้องการ อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง หรือ ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ที่ช่วยยกระดับร้านให้ดูน่าเชื่อถือตั้งแต่วันแรก OFM พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่ด้วยโซลูชันที่ครบวงจร ให้ธุรกิจคุณเติบโตง่ายและมั่นคงกว่าเดิม
แวะไปเลือกดูไอเดียอุปกรณ์จัดร้านที่คัดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะได้ที่ www.ofm.co.th
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th