เป้าหมายสูงสุดของทุกธุรกิจคือการขยายตัวให้เติบโตได้มากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์สำคัญที่เจ้าของกิจการมักเลือกใช้คือการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
เมื่อธุรกิจมีแนวโน้มไปได้สวย การตัดสินใจจดทะเบียนเพิ่มทุนจะช่วยให้บริษัทมีเม็ดเงินหมุนเวียนสำหรับนำไปพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ๆ หรือปรับปรุงองค์กรเพื่อรองรับความสำเร็จในอนาคต
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าการ เพิ่มทุนจดทะเบียน มีขั้นตอนอย่างไรและสำคัญแค่ไหน บทความนี้ได้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้มาให้คุณหาคำตอบไปพร้อมกันแล้ว
ทุนจดทะเบียน คืออะไร?
ทุนจดทะเบียน คือ จำนวนเงินทุนที่เจ้าของธุรกิจแจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อแสดงถึงมูลค่าการลงทุนเริ่มแรกและความน่าเชื่อถือของบริษัท โดยบริษัทจำกัดต้องมีทุนขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท แต่ทั้งนี้ควรพิจารณาตามขนาดและลักษณะการดำเนินงานจริง
ที่สำคัญ ทุนจดทะเบียนไม่ใช่เงินที่ต้องฝากทิ้งไว้กับทางราชการ แต่เป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินในสายตาคู่ค้าและธนาคาร ซึ่งในอนาคตหากธุรกิจขยายตัว เจ้าของกิจการก็สามารถดำเนินการ เพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและรองรับโครงการใหม่ๆ ได้ตามความเหมาะสม
เพิ่มทุนจดทะเบียน คืออะไร?
การเพิ่มทุนจดทะเบียน คือ กระบวนการเพิ่มจำนวนเงินทุนของบริษัทที่จดไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยบริษัทต้องผ่านขั้นตอนการประชุมผู้ถือหุ้นและยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการ
การเพิ่มทุนของบริษัทไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลขในกระดาษ แต่เป็นการนำเงินทุนจริงเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งอาจมาจากผู้ถือหุ้นเดิมที่อัดฉีดเงินเพิ่ม หรือการรับหุ้นส่วนใหม่เข้ามาร่วมทุน
รวมทุกเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน อ่านต่อได้ที่บทความของ PEAK : https://www.peakaccount.com/blog/business/gen-biz/biz-increase-company-registration-capital#จดทะเบียนเพิ่มทุน_คืออะไร
เจาะลึก 5 วัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนจดทะเบียนที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

การเพิ่มทุนไม่ได้เป็นเพียงการเติมเม็ดเงินเข้าสู่บริษัท แต่คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและปลดล็อกโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เจาะลึก 5 เหตุผลสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนโครงสร้างทุนได้อย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง
1. ขยายธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ
เมื่อธุรกิจเติบโตและมีโอกาสขยายตัว การเพิ่มทุนจะช่วยให้บริษัทมีเงินสำหรับลงทุนในหลายด้าน เช่น การจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อรองรับงานที่มากขึ้น การซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใหม่ที่ทันสมัยกว่าเดิม การเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่อื่น หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
2. เพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้าและคู่ค้า
การเพิ่มทุนจดทะเบียนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้คู่ค้า มั่นใจในความมั่นคงของบริการ และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร แต่ทั้งนี้ไม่ควรทำเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ต้องมีแผนการใช้เงินที่ชัดเจนรองรับด้วย
3. รับหุ้นส่วนหรือนักลงทุนเข้ามาร่วมทุน
การรับหุ้นส่วนรายใหม่เพื่อ เพิ่มทุนจดทะเบียน ไม่เพียงแต่ช่วยเติมกระแสเงินสด แต่ยังเป็นการเสริมเข้มแข็งด้วยความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายคอนเนกชันที่กว้างขวางขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจเติบโตได้มากกว่าแค่เรื่องเม็ดเงิน
4. แก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
บางครั้งบริษัทอาจประสบปัญหาเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต การเพิ่มทุนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งเมื่อไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ ต้องการเงินด่วนเพื่อดำเนินธุรกิจต่อ หรือเจ้าของธุรกิจมีเงินส่วนตัวพร้อมอัดฉีด
คำเตือนสำคัญ: ก่อนเพิ่มทุนเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง ต้องวิเคราะห์ให้ดีว่าธุรกิจมีโอกาสฟื้นตัวจริงหรือไม่ มีแผนการใช้เงินที่ชัดเจนอย่างไร เพื่อไม่ให้สูญเสียเงินทุนโดยเปล่าประโยชน์
5. เตรียมความพร้อมสำหรับการระดมทุน
บริษัทที่มีแผนจะขยายธุรกิจในอนาคต เช่น ระดมทุนจากนักลงทุนหรือเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ มักจะต้องปรับโครงสร้างทุนให้เหมาะสมและดูมีความน่าเชื่อถือมากพอก่อน
เมื่อไหร่ควรเพิ่มทุน? 3 สัญญาณเตือนที่เจ้าของธุรกิจห้ามมองข้าม
อย่าปล่อยให้ธุรกิจสะดุดเพราะโครงสร้างการเงินไม่พร้อม มาเช็ก 3 สัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งบอกว่าบริษัทของคุณกำลังต้องการเงินทุนใหม่โดยด่วน หากพบอาการเหล่านี้ นั่นคือสัญญาณไฟเขียวที่บอกว่าถึงเวลาต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและรองรับการเติบโตที่กำลังจะมาถึง
สัญญาณที่ 1: มีโอกาสทางธุรกิจที่ชัดเจน
หากคุณเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโต เช่น ยอดขายพุ่งจนต้องขยายกำลังผลิต หรือมีโอกาสบุกตลาดใหม่ที่กำลังมาแรง นี่คือจังหวะสำคัญในการตัดสินใจ เพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อเติมกระแสเงินทุนให้พร้อมรับมือกับการขยายตัวและเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้กลายเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืน
ตัวอย่างการเพิ่มทุนจดทะเบียน: บริษัท A ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันสุขภาพ เริ่มต้นด้วยทุน 1 ล้านบาท หลังจากดำเนินการมา 1 ปี พบว่ามีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเร็วมาก และเทรนด์ด้านสุขภาพกำลังได้รับความนิยม บริษัทจึงตัดสินใจเพิ่มทุนเป็น 5 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบให้รองรับผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น จ้างทีมการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ และให้สวัสดิการที่ดีเพื่อดึงดูดคนเก่งเข้ามาร่วมงาน
สัญญาณที่ 2: กำลังการผลิตหรือบริการไม่เพียงพอ
เมื่อธุรกิจเติบโตจนทรัพยากรที่มีไม่เพียงพอ เช่น พนักงานต้องทำงานโอเวอร์ไทม์บ่อยจนเกินไป เครื่องจักรทำงานเต็มกำลังแต่ยังไม่พอ ต้องปฏิเสธออเดอร์เพราะรับไม่ไหว หรือสถานที่ไม่เพียงพอต่อการขยายงาน นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าควรเพิ่มทุนเพื่อขยายขีดความสามารถ
สัญญาณที่ 3: มีนักลงทุนสนใจเข้ามาร่วมทุน
เมื่อมีนักลงทุนหรือพาร์ทเนอร์สนใจนำเงินมาปั้นธุรกิจให้โตไปด้วยกัน พร้อมเติมเต็มสิ่งที่เงินหาซื้อไม่ได้อย่างคอนเนกชัน ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จึงเป็นจังหวะที่บริษัทควร เพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อจัดสรรสัดส่วนหุ้นและใช้ทรัพยากรเหล่านี้เป็นทางลัดสู่ความสำเร็จ
เช็กลิสต์เอกสารเพิ่มทุนจดทะเบียน เตรียมให้ครบ จบในที่เดียว

หมดกังวลเรื่องความยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร ด้วยเช็กลิสต์รายการสำคัญที่ต้องใช้ยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนแบบครบถ้วนตามมาตรฐานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ช่วยให้คุณเตรียมการได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และดำเนินการเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลากลับไปแก้ไขซ้ำ
เอกสารหลัก (บังคับ)
- คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ. 1)
- แบบรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำกัด
- แบบจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม (แบบ บอจ. 4)
- หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไข พร้อมชำระค่าอากรแสตมป์ 50 บาท
- หลักฐานการรับเงินค่าหุ้นเพิ่มทุน ที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น
- สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการ ที่ลงนามในคำขอจดทะเบียน (รับรองสำเนาถูกต้องโดยเจ้าของบัตร)
- รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ที่มีมติอนุมัติการเพิ่มทุน
เอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี)
- สำเนาหลักฐานรับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
- หนังสือมอบอำนาจ พร้อมอากรแสตมป์ 30 บาท (ถ้ามี)
- คำสั่งศาล ในกรณีฟื้นฟูกิจการ (ถ้ามี)
เอกสารพิเศษ (สำหรับกรณีเพิ่มทุนมากกว่า 5 ล้านบาท)
หากเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทเกิน 5 ล้านบาท ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งอาจรวมถึง:
- หลักฐานแหล่งที่มาของเงินทุน
- เอกสารประกอบอื่นตามที่กรมฯ กำหนด
หมายเหตุสำคัญ: สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องมีผู้ขอจดทะเบียนอย่างน้อย 1 คนรับรองสำเนาถูกต้อง ยกเว้นบัตรประชาชนต้องให้เจ้าของบัตรรับรองเอง
เปิดอัตราค่าธรรมเนียมจดทะเบียนที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้
วางแผนงบประมาณให้แม่นยำด้วยสรุปอัตราค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพิ่มทุนตามเกณฑ์ล่าสุด ทั้งค่าธรรมเนียมรายแสนและค่าอากรแสตมป์ที่ต้องจ่าย ช่วยให้คุณคำนวณต้นทุนแฝงได้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ เพื่อการบริหารกระแสเงินสดของบริษัทได้อย่างมืออาชีพและโปร่งใส
| รายการ | ค่าธรรมเนียม |
| ค่าจดทะเบียน | 500 บาท |
| ค่าหนังสือรับรอง (ต่อรายการ) | 40 บาท |
| ค่ารับรองสำเนาเอกสารคำขอ (ต่อหน้า) | 50 บาท |
| ค่าอากรแสตมป์หนังสือบริคณห์สนธิ | 50 บาท |
ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณ: 600-1,000 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสาร)
3 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำให้ถูกต้อง จดเพิ่มทุนจดทะเบียน อย่างไรไม่ให้โดนตีกลับ?

เผยเทคนิคการจดทะเบียนเพิ่มทุนให้ผ่านฉลุยในรอบเดียว ด้วย 3 ขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการเตรียมเอกสารและขั้นตอนทางกฎหมาย เจาะลึกกระบวนการที่เจ้าของธุรกิจต้องแม่นยำ ตั้งแต่การออกหนังสือนัดประชุมไปจนถึงการยื่นต่อ DBD เพื่อให้การขยายฐานทุนราบรื่นและไม่มีสะดุด
ขั้นตอนที่ 1: ออกหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
ระยะเวลา: ต้องดำเนินการก่อนประชุมอย่างน้อย 14 วัน
วิธีดำเนินการ:
- ส่งหนังสือนัดประชุมให้ผู้ถือหุ้นทุกคนทางไปรษณีย์หรือมือถือมือ
- หากมีข้อบังคับกำหนด อาจต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์
- ระบุวาระการประชุมให้ชัดเจน: “พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน”
ขั้นตอนที่ 2: จัดประชุมผู้ถือหุ้น
เงื่อนไของค์ประชุม:
- ต้องมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมอย่างน้อย 2 คน
- จำนวนหุ้นรวมกันต้องมากกว่า 1 ใน 4 ของหุ้นทั้งหมด
เงื่อนไขการลงมติ:
- ต้องได้คะแนนเสียงมากกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม
- บันทึกรายงานการประชุมให้เรียบร้อย
ขั้นตอนที่ 3: ยื่นเอกสารกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ระยะเวลา: ภายใน 14 วันหลังจากที่ประชุมมีมติ
วิธีการยื่น:
- เพิ่มทุนจดทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ DBD e-Filing
- ยื่นด้วยตนเองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ใช้บริการตัวแทนจดทะเบียน
5 ข้อควรระวังก่อนการเพิ่มทุนจดทะเบียน
การเพิ่มทุนอาจเป็นโอกาสในการเติบโต แต่หากวางแผนผิดพลาดอาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้นและภาระทางภาษีที่คาดไม่ถึง มาดู 5 ข้อควรระวังสำคัญที่คุณต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทในระยะยาว
1. อย่าเพิ่มทุนเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์
การมีทุนจดทะเบียนสูงแต่ไม่มีการใช้เงินจริง อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายและภาษีที่ไม่จำเป็น
2. วางแผนการใช้เงินให้ชัดเจน
ก่อนเพิ่มทุนต้องมีแผนว่าเงินแต่ละส่วนจะนำไปใช้ทำอะไร คาดว่าจะได้ผลตอบแทนเมื่อไหร่
3. พิจารณาผลกระทบต่อสัดส่วนหุ้น
หากรับหุ้นส่วนใหม่ ต้องคำนวณสัดส่วนการถือหุ้นใหม่ให้ดี เพื่อไม่ให้สูญเสียอำนาจควบคุมบริษัท
4. ตรวจสอบภาระภาษี
การเพิ่มทุนอาจมีผลกระทบต่อภาษีหลายประเภท เช่น:
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- อากรแสตมป์
5. เตรียมเงินสดพร้อมก่อนยื่นจดทะเบียน
เงินทุนที่เพิ่มต้องเป็นเงินจริงที่มีหลักฐานการรับเงิน ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ
ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการเพิ่มทุนจดทะเบียน สิ่งที่เจ้าของธุรกิจหลายคนมักมองข้าม คือการทบทวนความพร้อมของบริษัทในภาพรวม เพราะการเพิ่มทุนไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร
แต่ส่งผลต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้น ภาษี และการบริหารในระยะยาว หากคุณกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจหรือยังไม่มั่นใจว่าธุรกิจพร้อมแค่ไหน แนะนำให้อ่านบทความ “เช็กลิสต์ 8 ข้อ ก่อนตัดสินใจจดทะเบียนบริษัท” เพิ่มเติม เพื่อช่วยประเมินความพร้อมและลดความเสี่ยงก่อนเดินหน้าดำเนินการในขั้นตอนถัดไป
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน
คลายทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนด้วยการรวบรวมคำถามยอดฮิตที่เจ้าของธุรกิจมักพบเจอ พร้อมคำตอบที่ชัดเจนและตรงประเด็นมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้คุณเข้าใจทุกมิติและเตรียมตัวจัดการเรื่องทุนได้อย่างมั่นใจโดยไม่ตกหล่น
Q1: เพิ่มทุนแล้วต้องนำเงินฝากไว้กับหน่วยงานรัฐหรือไม่?
ไม่ต้องค่ะ เงินทุนที่เพิ่มจะอยู่ในบัญชีบริษัทเพื่อใช้ดำเนินธุรกิจต่อไป
Q2: ใช้เวลานานแค่ไหนในการดำเนินการ?
ตั้งแต่ออกหนังสือนัดประชุมจนกรมฯ อนุมัติใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน
Q3: สามารถเพิ่มทุนได้บ่อยแค่ไหน?
ไม่มีข้อจำกัด แต่ควรเพิ่มเมื่อมีความจำเป็นจริง เพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย
Q4: หากผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติจะทำอย่างไร?
ต้องปรับแผนใหม่ อาจต้องชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติมหรือหาแหล่งเงินทุนทางอื่น
เพิ่มทุนอย่างมีชั้นเชิง พร้อมบริหารจัดการหลังบ้านให้เป๊ะด้วย OFM x PEAK
เมื่อธุรกิจของคุณเติบโตและพร้อมขยายธุรกิจ อย่าลืมจัดการระบบบัญชีให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปด้วย การมีระบบบัญชีที่ดีจะช่วยให้คุณติดตามการใช้เงินทุนได้อย่างแม่นยำและวางแผนธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น
การเพิ่มทุนจดทะเบียนให้คุ้มค่า ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลขเพื่อให้บริษัทดูน่าเชื่อถือ แต่คือการเตรียมความพร้อมเพื่อ “ก้าวกระโดด” อย่างมั่นคงครับ หัวใจสำคัญคือต้องทำเมื่อเห็นโอกาสเติบโตที่ชัดเจน มีแผนการใช้เงินที่ละเอียดเพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า และจัดการงานเอกสารให้เป๊ะเพื่อลดความล่าช้า
ขยายธุรกิจให้โตไวแบบไม่มีสะดุด! การมีพาร์ทเนอร์มืออาชีพอย่าง OfficeMate x PEAK จะช่วยให้การบริหารจัดการเป็นเรื่องง่าย โดย PEAK จะช่วยคุมงบประมาณและวางแผนภาษีได้อย่างแม่นยำ
เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจคุณ OfficeMate (OFM) พร้อมสนับสนุนทุกการขยายตัวด้วยสินค้าที่ครบครัน ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์สำนักงานดีไซน์ใหม่ ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ไปจนถึงอุปกรณ์สำนักงานที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานของทีมงานทุกคนได้อย่างเพียงพอ
รวมถึงสวัสดิการขนม เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ทำความสะอาด พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายที่ช่วยเซฟงบประมาณ ให้คุณบริหารธุรกิจใหญ่ขึ้นได้อย่างมืออาชีพและคล่องตัวกว่าเดิม
🎉 สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้า OFM!
ยกระดับธุรกิจด้วย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์อัจฉริยะ ที่ใช้ระบบ AI ช่วยจัดการบัญชี ภาษี และการเงินอัตโนมัติ ลดงานเอกสาร ประหยัดเวลา พร้อมดูข้อมูลแบบ Real-time ได้ทุกที่
รับสิทธิ์สุดคุ้ม:
- ทดลองใช้ฟรี 30 วัน (มูลค่า 1,200 บาท)
- ส่วนลดพิเศษ เมื่อสมัครแพ็กเกจรายปี
👉 ลงทะเบียนรับสิทธิ์: https://bit.ly/46bdf9B 📞 สอบถามเพิ่มเติม: โทร. 1485 หรือ LINE: @peakaccount
