เหล็กรูปพรรณที่มีคุณภาพต้องได้มาตรฐาน มอก. เพื่อยืนยันความแข็งแรง ทนทาน และมีขนาดหน้าตัดที่แม่นยำสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น ช่วยให้การเชื่อมต่อและประกอบโครงสร้างทำได้ง่าย
ลดความเสี่ยงในการรับน้ำหนักและเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคารในระยะยาว ช่างมืออาชีพจึงควรเลือกใช้เหล็กที่ผิวเรียบสวย ไม่มีรอยแตกร้าว เพื่อความคุ้มค่าและงานที่ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
Key Takeaways
- มาตรฐานและความปลอดภัย: เหล็กรูปพรรณที่มีคุณภาพต้องได้รับมาตรฐาน มอก. เพื่อรับประกันความแข็งแรง ทนทาน และความแม่นยำของขนาดหน้าตัด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการรับน้ำหนักและเพิ่มความปลอดภัยให้อาคาร
- ประเภทของเหล็กรูปพรรณ: แบ่งหลักๆ ตามกระบวนการผลิต ได้แก่ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน, เหล็กรูปพรรณรีดเย็น และ เหล็กรูปพรรณท่อเหล็ก
- ข้อดีเด่น: ช่วยให้การก่อสร้างรวดเร็วเพราะเป็นวัสดุสำเร็จรูป มีน้ำหนักเบากว่าคอนกรีตในระดับความแข็งแรงที่เท่ากัน ช่วยลดภาระฐานราก และสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ (Recycle) ได้ 100%
- ข้อจำกัดที่ควรระวัง: เสี่ยงต่อการเกิดสนิมหากไม่ป้องกันให้ดี ไม่ทนทานต่อความร้อนจัด (สูญเสียการรับน้ำหนักเมื่อเกิดเพลิงไหม้) และต้องอาศัยช่างที่มีทักษะเฉพาะทางในการเชื่อมต่อ
- การเลือกใช้งาน: ควรเลือกเหล็กที่ผิวเรียบสวย ไม่มีรอยแตกร้าว และเลือกประเภทให้เหมาะสมกับลักษณะการรับแรงเพื่อความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุดของงาน
รู้จักธรรมชาติของเหล็กรูปพรรณ คืออะไร ?
เหล็กรูปพรรณเป็นวัสดุโครงสร้างที่ถูกขึ้นรูปให้มีหน้าตัดหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์งานวิศวกรรม โดยมีคุณสมบัติเด่นเรื่องความแข็งแรงต่อหน่วยน้ำหนักที่สูงกว่าคอนกรีต การรู้จักธรรมชาติของเหล็กแต่ละชนิดจึงช่วยให้เลือกใช้รูปพรรณเหล็กได้ถูกต้องตามลักษณะการรับแรงและประหยัดต้นทุนการก่อสร้าง
ใช้ให้ถูกประเภท เหล็กรูปพรรณมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
หากคุณกำลังสงสัยว่าเหล็กรูปพรรณ มีอะไรบ้าง การเข้าใจความแตกต่างของกระบวนการผลิตจะช่วยให้คุณเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับโครงสร้าง เพราะเหล็กรูปพรรณแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้รับแรงและมีลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันตามมาตรฐานวิศวกรรมครับ
- เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot Rolled Structural Steel): เป็นเหล็กที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนสูง มีความแข็งแรงทนทานสูงมาก เหมาะสำหรับงานโครงสร้างหลักที่ต้องรับน้ำหนักมหาศาล เช่น เสา คาน และโครงถักอาคารขนาดใหญ่
- เหล็กรูปพรรณรีดเย็น (Cold Formed Structural Steel): ผลิตโดยการพับหรือขึ้นรูปเหล็กแผ่นในอุณหภูมิปกติ มักมีความหนาไม่มากและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับงานโครงสร้างรอง เช่น โครงหลังคา (แป) หรือโครงคร่าวผนัง
- เหล็กรูปพรรณท่อเหล็ก (Steel Pipe / Hollow Sections): มีทั้งแบบท่อกลมและท่อเหลี่ยม ผลิตจากการม้วนแผ่นเหล็กแล้วเชื่อมตะเข็บ นิยมใช้ในงานโครงสร้างทั่วไป งานตกแต่ง และงานสถาปัตยกรรมที่ต้องการความสวยงาม
ข้อดีของเหล็กรูปพรรณ
หากคุณต้องการงานโครงสร้างที่เสร็จไว แข็งแรงระดับมาตรฐานสากล และดีไซน์พื้นที่ได้กว้างขวางดั่งใจ การทำความรู้จักกับข้อดีของเหล็กรูปพรรณจะเปลี่ยนวิธีคิดในการก่อสร้างของคุณไปตลอดกาล เพราะนี่คือวัสดุที่รวมความประหยัดและความทนทานไว้ในหนึ่งเดียว
- ติดตั้งรวดเร็วและประหยัดเวลา: เนื่องจากเป็นวัสดุที่สำเร็จรูปมาจากโรงงาน สามารถนำมาตัดและประกอบที่หน้างานได้ทันที ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างได้อย่างมาก
- โครงสร้างมีน้ำหนักเบา: เมื่อเทียบกับคอนกรีตที่มีความแข็งแรงเท่ากัน เหล็กจะมีน้ำหนักน้อยกว่า ทำให้ช่วยลดภาระการรับน้ำหนักของฐานรากและประหยัดต้นทุนเข็ม
- ความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง: มีคุณสมบัติในการรับแรงดึงและแรงอัดได้ดีเยี่ยม มีความเหนียวที่ช่วยให้โครงสร้างทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวได้ดีกว่า
- ควบคุมคุณภาพได้ง่าย: ผลิตภายใต้มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ทำให้ได้ขนาดหน้าตัดและความหนาที่แม่นยำสม่ำเสมอ ลดความผิดพลาดในงานวิศวกรรม
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เหล็กสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ (Recycle) ได้ 100% และกระบวนการก่อสร้างที่หน้างานมีขยะและฝุ่นละอองน้อยกว่างานปูน
- เพิ่มพื้นที่ใช้สอย: ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรงทำให้สามารถออกแบบคานที่ยาวกว่าเดิมโดยไม่ต้องมีเสาตรงกลางบ่อยๆ ช่วยให้พื้นที่ภายในอาคารโปร่งโล่งมากขึ้น
ข้อเสียของเหล็กรูปพรรณ
แม้จะเป็นวัสดุที่ยอดเยี่ยมเพียงใด แต่การรู้เท่าทันข้อจำกัดของเหล็กรูปพรรณจะช่วยให้คุณวางแผนป้องกันและรับมือกับปัญหาหน้างานได้อย่างมืออาชีพ เพื่อโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบที่สุด
- เสี่ยงต่อการเกิดสนิมและผุกร่อน: หากไม่ได้รับการพ่นสีกันสนิมหรือชุบกัลวาไนซ์ที่ได้มาตรฐาน ความชื้นและอากาศจะทำให้เหล็กผุพังได้ง่ายในระยะยาว
- ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูง: ต้องมีการตรวจสอบและทาสีป้องกันสนิมซ้ำตามระยะเวลา โดยเฉพาะอาคารในพื้นที่ใกล้ทะเลหรือที่ที่มีความชื้นสูง
- ไม่ทนทานต่อความร้อนสูง: แม้เหล็กจะไม่ติดไฟ แต่เมื่อได้รับความร้อนจัดจากอัคคีภัยจะสูญเสียกำลังการรับน้ำหนักและเกิดการบิดเบี้ยวจนโครงสร้างพังทลายได้ง่าย
- ต้นทุนวัสดุมีความผันผวน: ราคาเหล็กในตลาดมักมีการเปลี่ยนแปลงตามกลไกราคาโลก ทำให้ยากต่อการควบคุมงบประมาณในโครงการก่อสร้างระยะยาว
- ต้องใช้ช่างที่มีทักษะเฉพาะทาง: การเชื่อมต่อและประกอบเหล็กรูปพรรณต้องอาศัยช่างเชื่อมที่ชำนาญการเพื่อความแข็งแรงของจุดต่อ หากเชื่อมไม่ดีอาจเกิดอันตรายร้ายแรง
แนะนำ 5 เหล็กรูปพรรณคุณภาพเยี่ยม ที่คุณควรรู้จัก
หากคุณกำลังมองหาวัสดุที่มั่นใจได้ในเรื่องความแข็งแรง การเลือกใช้เหล็กรูปพรรณที่ได้รับมาตรฐาน มอก. คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้โครงสร้างอาคารของคุณมั่นคงและปลอดภัยในระยะยาว มาทำความรู้จักกับ 5 เหล็กรูปพรรณยอดนิยมที่ช่างมืออาชีพเลือกใช้เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ
1.PK เหล็กฉากเจาะรู สีเทา หน้าเล็ก P.K. 1.8 ยาว 3 เมตร

เหล็กฉากเจาะรูคุณภาพสูงนี้จัดเป็น เหล็กรูปพรรณ สำหรับงานโครงสร้างเบาและการจัดระเบียบพื้นที่โดดเด่น ด้วยเหล็ก คุณสมบัติซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน ผลิตจากเหล็กเกรดดีที่ไม่เป็นสนิมง่าย เหมาะสำหรับนำไปประกอบเป็นชั้นวางของหรือยึดติดผนังเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและสวยงามในทุกพื้นที่ใช้งาน
จุดเด่นสินค้า
- ผลิตจากเหล็กคุณภาพดี: มีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานหนัก และมีอายุการใช้งานยาวนาน
- ดีไซน์รูเจาะมาตรฐาน: รูเจาะด้านเท่าขนาด 1.1/2″ x 1.1/2″ นิ้ว ช่วยให้จัดวางตำแหน่งสกรูได้แม่นยำและรวดเร็ว
- หน้าเล็กน้ำหนักเหมาะสม: รุ่นหน้าเล็ก 1.8 ช่วยให้เคลื่อนย้ายสะดวกและติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้ง่าย
- ความยาวคุ้มค่า: ให้ความยาวต่อเส้นถึง 3 เมตร ลดการต่อชิ้นงาน และมาพร้อมบริการตัดฟรีตามระยะที่ต้องการ
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| 1. ติดตั้งง่ายและรวดเร็วด้วยรูเจาะสำเร็จรูป | 1. หากติดตั้งภายนอกอาคารที่โดนฝนตลอดเวลาอาจเกิดสนิมได้ในระยะยาว |
| 2. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายตามต้องการ | 2. ไม่เหมาะสำหรับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องรับน้ำหนักมหาศาล |
| 3. สีเทาสวยงาม เข้าได้กับทุกสไตล์การตกแต่ง | 3. การตัดต้องทำอย่างแม่นยำให้ลงตามร่องรู มิเช่นนั้นอาจจะประกอบยาก |
| 4. ช่วยประหยัดเวลาและค่าแรงในการเชื่อมเหล็ก | 4. ขอบเหล็กมีความคม ต้องระมัดระวังขณะเคลื่อนย้ายและติดตั้ง |
2.PK เหล็กฉากเจาะรู สีเทา หน้าเล็ก JLN 2.0 มม. ยาว 3 เมตร

เหล็กฉากเจาะรูอเนกประสงค์จัดเป็นเหล็กรูปพรรณคุณภาพเยี่ยมที่ผ่านกระบวนการผลิตมาตรฐาน มอก. แข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ด้วยความหนา 2.0 มม. ทำให้รองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม
เหมาะสำหรับโครงสร้างชั้นวางของในโกดังและสำนักงาน ติดตั้งง่ายแบบ DIY โดยไม่ต้องเชื่อม ช่วยจัดระเบียบพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วนและมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด
จุดเด่นสินค้า
- ความหนามาตรฐาน 2.0 มม.: ผลิตจากเหล็กหนาพิเศษ แข็งแกร่งกว่ารุ่นทั่วไป รับน้ำหนักได้มากและไม่บิดงอง่าย
- ประกอบง่ายไม่ต้องเชื่อม: ดีไซน์รูเจาะสม่ำเสมอ สามารถใช้เพียงน็อตและสกรูยึดติด ประหยัดเวลาและค่าแรงช่าง
- เคลือบสีกันสนิม: ผ่านกระบวนการเคลือบสีเทาคุณภาพดี ช่วยยืดอายุการใช้งานและทนทานต่อการกัดกร่อน
- ความยาวเต็ม 3 เมตร: ให้ความยาวต่อเนื่องเพียงพอต่อการประกอบโครงสร้างขนาดใหญ่ ลดรอยต่อเพื่อความสวยงาม
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| 1. รับน้ำหนักได้สูงมาก เหมาะกับงานหนัก (Heavy Duty) | 1. มีน้ำหนักต่อเส้นมากกว่าเหล็กที่บางกว่า ทำให้ขนย้ายลำบากกว่า |
| 2. สามารถถอดประกอบและปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ตลอดเวลา | 2. หากติดตั้งในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงต่อเนื่อง อาจเกิดสนิมตามรอยตัดได้ |
| 3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง เพราะไม่ต้องใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้า | 3. ต้องใช้จำนวนน็อตและแผ่นมุมจำนวนมากเพื่อให้โครงสร้างนิ่งไม่โยก |
| 4. รูเจาะแม่นยำ ทำให้งานออกมาสวยงามและได้ระดับ | 4. การตัดเหล็กความหนา 2.0 มม. ต้องใช้เครื่องมือตัดที่เหมาะสมหรือความชำนาญ |
3.PK เหล็กฉากเจาะรู สีเทา หน้าใหญ่ JLN 2.0 มม. ยาว 3 เมตร

เหล็กฉากเจาะรูรุ่นหน้าใหญ่หนา 2.0 มม. จัดเป็น เหล็กรูปพรรณ ชนิดรีดร้อนที่ผ่านการเจาะรูสำเร็จรูปเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ผลิตภัณฑ์นี้จึงตอบโจทย์ทั้งด้านวิศวกรรมและการตกแต่ง ช่วยให้คุณสร้างสรรค์ชั้นวางของหรือโครงรับน้ำหนักได้อย่างมืออาชีพและมั่นคงสูงสุด
จุดเด่นสินค้า
- ดีไซน์หน้าใหญ่พิเศษ: ช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสในการยึดเกาะ ทำให้โครงสร้างมีความมั่นคงและรับแรงดึงได้ดีกว่ารุ่นทั่วไป
- ความหนา 2.0 มม. ระดับอุตสาหกรรม: ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูงที่มีความหนาพิเศษ ทนทานต่อการบิดงอและรองรับน้ำหนักของหนักได้ดีเยี่ยม
- ระบบรูเจาะอเนกประสงค์: รูเจาะถูกออกแบบมาให้ตรงกันทุกระยะ ช่วยให้การประกอบด้วยน็อตและสกรูทำได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้สว่านเจาะเพิ่ม
- สีเทาเคลือบพิเศษ: พื้นผิวพ่นสีเทามาตรฐานอุตสาหกรรม ช่วยป้องกันการเกิดสนิมและให้รูปลักษณ์ที่ดูสะอาดตาเรียบร้อย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| 1. รับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับทำชั้นวางสินค้าในคลังหรือโรงงาน | 1. ราคาสูงกว่าเหล็กฉากเจาะรูรุ่นหน้าเล็กหรือรุ่นที่มีความหนาน้อยกว่า |
| 2. ติดตั้งและรื้อถอนได้ง่าย สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบอื่นได้ | 2. น้ำหนักรวมของเส้นเหล็กค่อนข้างมาก อาจต้องการคนช่วยยกขณะติดตั้ง |
| 3. โครงสร้างมีความเสถียรสูง ไม่โยกคลอนง่ายเนื่องจากหน้าตัดเหล็กกว้าง | 3. หากตัดแบ่งแล้วไม่ทาสีกันสนิมทับที่รอยตัด อาจเกิดสนิมได้ง่ายที่จุดนั้น |
| 4. ช่วยลดขั้นตอนการทำงานช่าง ไม่ต้องเชื่อม ไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องพ่นสีเอง | 4. ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บชิ้นงานยาว 3 เมตรที่ค่อนข้างกว้างก่อนการประกอบ |
4.PK เหล็กฉากเจาะรู สีขาว หน้าเล็ก JLN 2.0 มม. ยาว 3 เมตร

เหล็กฉากเจาะรูสีขาวคุณภาพสูงรุ่นหนาพิเศษ จัดเป็น เหล็กรูปพรรณ ที่ได้รับความนิยมในงานตกแต่งและจัดระเบียบที่พักอาศัย ด้วยความหนาถึง 2.0 มม.
ทำให้เพิ่ม ประโยชน์ของเหล็ก ในด้านความมั่นคง รองรับน้ำหนักได้มากกว่าเหล็กฉากทั่วไป โทนสีขาวสะอาดตาช่วยให้พื้นที่ใช้งานดูสว่างและทันสมัย เหมาะสำหรับการทำชั้นวางของในบ้าน คอนโด หรือร้านค้าที่เน้นความสวยงาม
จุดเด่นสินค้า
- ความหนาพิเศษ 2.0 มม.: โครงสร้างแข็งแรงไม่บิดงอง่าย รองรับน้ำหนักสินค้าหรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากได้อย่างมั่นใจ
- สีขาวพ่นกันสนิม (Powder Coating): ผิวสัมผัสเรียบเนียน สีติดทนทาน ไม่หลุดลอกง่าย และเข้ากับการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลหรือโมเดิร์น
- หน้าเล็กกะทัดรัด: ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่เน้นความประหยัดพื้นที่ แต่ยังคงความแข็งแรงตามมาตรฐานเหล็ก JLN
- รูเจาะอเนกประสงค์: ระยะรูเจาะได้มาตรฐานสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น ช่วยให้ประกอบและปรับระดับชั้นได้ตามต้องการอย่างอิสระ
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| 1. สีขาวสวยงาม ทันสมัย เหมาะกับการใช้งานภายในบ้านและร้านค้า | 1. สีขาวอาจเลอะคราบน้ำมันหรือสิ่งสกปรกได้ง่ายกว่าสีเทา |
| 2. หนา 2.0 มม. รับน้ำหนักได้ดีกว่ารุ่นทั่วไปในตลาด | 2. ราคาต่อเส้นสูงกว่ารุ่นหน้าเล็กที่มีความหนา 1.4 หรือ 1.8 มม. |
| 3. ติดตั้งง่ายแบบระบบน็อต ไม่ต้องใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้า | 3. หากมีการกระแทกอย่างรุนแรง สีพ่นอาจกะเทาะเห็นเนื้อเหล็กข้างในได้ |
| 4. ปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้หลากหลายตามขนาดพื้นที่ | 4. การตัดเหล็กหนา 2.0 มม. ต้องใช้เครื่องมือตัดที่เหมาะสมเพื่อความเรียบร้อย |
5.PK เหล็กฉากเจาะรู สีเทา หน้าเล็ก P.K. 2.0 ยาว 3 เมตร

เหล็กรูปพรรณมีอะไรบ้าง ที่นิยมใช้ในงานโครงสร้างขนาดเล็กและงาน DIY ด้วยความหนาถึง 2.0 มม. แนะนำเป็น เหล็กฉากเจาะรู สีเทา หน้าเล็ก P.K. 2.0 ยาว 3 เมตร เป็น เหล็กรูปพรรณ ที่มีความแข็งแรงสูง รองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับนำไปประกอบเป็นชั้นวางสินค้าในคลังหรือโรงงาน
จุดเด่นสินค้า
- ความหนาพิเศษ 2.0 มม.: โครงสร้างมีความแข็งแกร่งสูง ไม่บิดงอง่ายเมื่อต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ
- ผลิตจากเหล็กคุณภาพมาตรฐาน: มั่นใจได้ในความทนทานและการรับน้ำหนักที่สม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น
- ผิวเคลือบสีเทากันสนิม: ผ่านกระบวนการทำสีที่ช่วยปกป้องผิวเหล็กจากการกัดกร่อนและรอยขีดข่วนได้ดี
- ประหยัดเวลาการทำงาน: มีรูเจาะสำเร็จรูปตลอดแนว ทำให้ประกอบได้ทันทีด้วยน็อตและสกรูโดยไม่ต้องเชื่อม
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| 1. รับน้ำหนักได้สูงมาก เหมาะกับงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้า | 1. ราคาสูงกว่าเหล็กฉากเจาะรูรุ่นที่มีความหนาน้อยกว่า |
| 2. โครงสร้างมีความแข็งแรงและเสถียรสูงกว่ารุ่นหน้าเล็กทั่วไป | 2. น้ำหนักต่อเส้นค่อนข้างมาก ทำให้การติดตั้งคนเดียวทำได้ยากขึ้น |
| 3. สามารถรื้อถอนและปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ง่ายตามความต้องการ | 3. การตัดให้พอดีกับรูเจาะต้องใช้ความแม่นยำสูงกว่าเหล็กบาง |
| 4. อายุการใช้งานยาวนาน ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง | 4. ขอบเหล็กมีความหนาและคม ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน |
ช่างขอเคลียร์ กับ 3 คำถามสุดฮิตเกี่ยวกับเหล็กรูปพรรณ
หากคุณกำลังสับสนกับการเลือกใช้เหล็กให้ตรงใจ OFM ขออาสามาไขข้อสงสัยกับ 3 คำถามยอดฮิตที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อเหล็กรูปพรรณได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และคุ้มค่าที่สุดครับ
1. มาตรฐานเหล็กรูปพรรณมีอะไรบ้าง?
โดยหลักจะอ้างอิงมาตรฐาน มอก. (TIS) ของไทย เช่น มอก. 1227 สำหรับเหล็กโครงสร้างรีดร้อน และมาตรฐานสากลอย่าง JIS จากญี่ปุ่น หรือ ASTM จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งการมีตราประทับมาตรฐานเหล่านี้เป็นการการันตีว่าเหล็กมีส่วนประกอบทางเคมีและความแข็งแรงที่เชื่อถือได้ตามหลักวิศวกรรม
2. การเลือกซื้อเหล็กรูปพรรณควรพิจารณาอะไรบ้าง?
ควรตรวจสอบใบรับรองมาตรฐาน (Mill Test Certificate) เพื่อยืนยันคุณภาพ และเช็กความสมบูรณ์ของผิวเหล็กที่ต้องเรียบ ไม่บิดเบี้ยว หรือไม่มีสนิมกัดกินเนื้อเหล็ก นอกจากนี้ต้องพิจารณาขนาดหน้าตัดและความหนาให้ตรงตามสเปกที่ผู้ออกแบบกำหนด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของโครงสร้างอาคาร
3. เหล็กรูปพรรณนิยมใช้ในงานก่อสร้างประเภทใด?
นิยมใช้ในงานโครงสร้างหลักของอาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม และบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์นที่ต้องการความโปร่งโล่งและก่อสร้างได้รวดเร็ว รวมถึงงานสถาปัตยกรรมที่โชว์โครงสร้างเหล็ก งานต่อเติมอาคาร และงานทำโครงหลังคาที่ต้องการวัสดุที่มีความยืดหยุ่นและรับแรงได้ดีเยี่ยม
เหล็กรูปพรรณที่ได้มาตรฐาน กุญแจสำคัญของโครงสร้างที่มั่นคง
การเลือกใช้เหล็กรูปพรรณที่ได้รับมาตรฐานคือรากฐานสำคัญของงานก่อสร้างที่ปลอดภัยและยั่งยืน เพราะวัสดุที่มีคุณภาพจะมีคุณสมบัติเด่นด้านความแข็งแรงที่สม่ำเสมอ สามารถรับน้ำหนักได้ตามการคำนวณทางวิศวกรรมอย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงจากโครงสร้างผิดรูปและประหยัดงบประมาณบำรุงรักษาในระยะยาว
หากคุณต้องการเหล็กรูปพรรณมาตรฐาน มอก. สำหรับโครงการระดับมืออาชีพ สามารถเลือกซื้อได้ที่ OFM แหล่งรวมวัสดุก่อสร้างที่มั่นใจได้ในคุณภาพเพื่อโครงสร้างที่มั่นคงของคุณครับ
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th