ยกระดับการบริหารจัดการด้วย เทคโนโลยีคลังสินค้า ยุคใหม่ที่เปลี่ยนการทำงานแบบเดิมให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พบกับ 6 นวัตกรรมล้ำสมัยที่จะเข้ามาช่วยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้ก้าวไปสู่มาตรฐานระดับสากล
Key Takeaways
- เทคโนโลยีคลังสินค้าคืออะไร: คือเครื่องมือและนวัตกรรมยุคใหม่ที่นำมาใช้เปลี่ยนการทำงานในคลังสินค้าจากรูปแบบเดิมให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ประโยชน์หลัก: ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากแรงงานคน (Human Error) ผ่านการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้แบบ Real-time
- Smart Warehouse คือ อะไร: คือระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมาบูรณาการเข้าด้วยกัน เช่น การใช้หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) และระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (WMS) เพื่อให้การไหลเวียนของสินค้าเป็นไปอย่างอัตโนมัติ
- นวัตกรรมที่น่าสนใจ: ประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายอัตโนมัติ (AS/RS), เทคโนโลยี RFID เพื่อการนับสต็อกที่รวดเร็ว, และการใช้โดรน (Drones) ตรวจสอบพื้นที่ในที่สูง
- การเพิ่มขีดความสามารถ: การจัดระเบียบพื้นที่ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น ชั้นวางเหล็กกล้าคาร์บอนที่ปรับระดับได้ เป็นส่วนประกอบพื้นฐานในการรองรับการบริหารจัดการในยุคเทคโนโลยีคลังสินค้า
สรุป 6 สุดยอดเทคโนโลยีในคลังสินค้า ที่คุณต้องรู้
ส่องนวัตกรรมเปลี่ยนโลกธุรกิจกับ 6 สุดยอด เทคโนโลยีในคลังสินค้า ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เหนือชั้น โดยเน้นความแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคดิจิทัลอย่างมืออาชีพ
1. หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR)
AMR คือเทคโนโลยีที่ใช้เซนเซอร์และแผนที่อัจฉริยะในการนำทางโดยไม่ต้องติดตั้งแถบแม่เหล็ก ช่วยในการขนถ่ายสินค้าหนักแทนแรงงานคนได้อย่างอิสระ ระบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บจากการยกของหนักและช่วยให้การไหลเวียนของสินค้าในพื้นที่หน้างานมีความคล่องตัวสูงขึ้น
2. ระบบจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าอัตโนมัติ (AS/RS)
หากคุณต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด AS/RS คือคำตอบด้วยการออกแบบโครงสร้างการจัดเก็บในแนวสูงที่ทำงานร่วมกับเครนหรือรถลำเลียงอัตโนมัติ ระบบนี้ช่วยลดความกว้างของทางวิ่งรถฟอร์คลิฟท์ ทำให้สามารถจุสินค้าได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม และลดความผิดพลาดในการหยิบสินค้าผิดตำแหน่ง
3. เทคโนโลยีระบุเอกลักษณ์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFID)
RFID เข้ามาเปลี่ยนโฉมการตรวจนับสต็อกจากการสแกนทีละชิ้นด้วยบาร์โค้ด เป็นการอ่านข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุที่สามารถสแกนสินค้าได้จำนวนมากพร้อมกันในเวลาอันรวดเร็ว ข้อมูลที่ได้จะเป็นแบบ Real-time ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำ 100%
4. ระบบการหยิบสินค้าด้วยแสงและเสียง (Pick-to-Light & Voice Picking)
เทคโนโลยีนี้ช่วยนำทางพนักงานไปยังตำแหน่งสินค้าที่ถูกต้องด้วยสัญญาณไฟ (Light) หรือคำสั่งเสียง (Voice) เพื่อลดขั้นตอนการดูเอกสารกระดาษ การระบุตำแหน่งที่ชัดเจนช่วยให้พนักงานใหม่สามารถเริ่มงานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาฝึกฝนนาน และลดอัตราการหยิบสินค้าผิดพลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
5. ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (WMS)
WMS เปรียบเสมือน “สมองกล” ที่ควบคุมทุกกิจกรรมภายในคลังสินค้า ตั้งแต่การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บ ไปจนถึงการจัดส่ง ระบบจะประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์การบริหารสต็อกได้อย่างมืออาชีพ
6. การใช้โดรน (Drones) ในงานคลังสินค้า
โดรนเป็นเทคโนโลยียุคใหม่ที่เข้ามาแก้ปัญหาการตรวจนับสต็อกในที่สูงหรือพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก ซึ่งปกติอาจต้องใช้รถกระเช้าและเวลาหลายชั่วโมง โดรนสามารถบินสำรวจและสแกนข้อมูลสินค้าจากมุมสูงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ช่วยประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานในที่สูง
ประโยชน์ของเทคโนโลยีในคลังสินค้า
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลผ่าน เทคโนโลยีในคลังสินค้า ที่ช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่าและลดข้อผิดพลาดในการทำงานได้อย่างยั่งยืน
- เทคโนโลยีที่ใช้ในคลังสินค้า ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการเบิกจ่ายสินค้า ลดการใช้แรงงานคนในงานที่ซ้ำซ้อน
- ระบบการจัดเก็บสินค้าสมัยใหม่ เช่น AS/RS ช่วยบริหารพื้นที่จัดเก็บในแนวสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เก็บสินค้าได้มากขึ้นในพื้นที่จำกัด
- เพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบสถานะสินค้าคงคลังแบบ Real-time ด้วยการผสาน เทคโนโลยีที่ใช้ในคลังสินค้า เข้ากับซอฟต์แวร์บริหารจัดการ
- ระบบการจัดเก็บสินค้าสมัยใหม่ ช่วยลดความเสียหายของสินค้าและเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงานในระหว่างการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบหรือสินค้าอันตราย
แนวทางการนำเทคโนโลยีในคลังสินค้าไปใช้งาน
การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีคลังสินค้า เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่า เทคโนโลยีคลังสินค้าคืออะไร เพื่อวางระบบอัตโนมัติและซอฟต์แวร์ให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสูงสุด
รวม 10 อุปกรณ์คลังสินค้าที่ช่วยรีดประสิทธิภาพเทคโนโลยีของคุณให้เต็มสูบ
เปิดโลกนวัตกรรมไปกับ 10 อุปกรณ์คลังสินค้าสุดล้ำที่จะเข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บให้เทคโนโลยีในคลังสินค้า ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยเปลี่ยนคลังสินค้าแบบเดิมให้กลายเป็นสมาร์ทโลจิสติกส์ที่รวดเร็ว แม่นยำ และประหยัดต้นทุนได้อย่างน่าทึ่ง
1.MZG 018-5T 80X40X180 cm. ชั้นวางของปรับได้ 5 ชั้น เหล็กกล้าคาร์บอน สีโครเมี่ยม รุ่น 5T-8040180CH/C ขนาด 80x40x180 cm.

ชั้นวางของเหล็กกล้าคาร์บอน 5 ชั้น ดีไซน์ทันสมัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บในยุค เทคโนโลยีในคลังสินค้า (Warehouse Technology) ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถปรับระดับชั้นได้ตามความต้องการ ช่วยให้การบริหารจัดการพื้นที่ในคลังสินค้าหรือที่พักอาศัยเป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบมากขึ้น
จุดเด่นสินค้า
- โครงสร้างแข็งแรง: ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนคุณภาพสูง เคลือบผิวโครเมียมป้องกันสนิมและรอยขีดข่วน
- ปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ: แผ่นชั้นวางสามารถปรับระดับความสูง-ต่ำได้ตามขนาดของวัตถุที่ต้องการจัดเก็บ
- รับน้ำหนักได้มาก: ออกแบบมาเพื่อรองรับการวางของหนักได้อย่างมั่นคง กระจายน้ำหนักได้ดีเยี่ยม
- ประกอบง่าย: ติดตั้งได้รวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ช่วยประหยัดเวลาในการเซตอัพพื้นที่
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| เหล็กกล้าคาร์บอนแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน | หากผิวเคลือบหลุดลอก อาจเกิดสนิมได้ง่ายในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง |
| ใช้พื้นที่แนวตั้งได้คุ้มค่า ด้วยความสูงถึง 180 ซม. เหมาะกับพื้นที่จำกัด | หน้ากว้าง 80 ซม. อาจไม่เพียงพอสำหรับการวางวัตถุที่มีขนาดใหญ่พิเศษ |
| ปรับระดับชั้นได้อิสระ ตามขนาดสิ่งของ ช่วยจัดระเบียบได้ดี | การถอดปรับระดับบ่อยครั้ง อาจทำให้ตัวล็อกพลาสติกเสื่อมสภาพได้ |
| ประกอบง่ายแบบ DIY ไม่ต้องใช้เครื่องมือช่างในการติดตั้ง | หากวางของหนักเกินพิกัดหรือไม่สมดุล อาจทำให้โครงสร้างบิดเบี้ยวได้ |
| ผิวโครเมียมสวยงาม ให้ลุคทันสมัย ทำความสะอาดง่าย | พื้นผิวมีความเงาสูง ทำให้เห็นรอยนิ้วมือหรือคราบสกปรกได้ชัดเจน |
2.MEDILA ชั้นวางของเหล็ก 4 ชั้น รุ่น SH0128 สีน้ำเงิน ขนาด 60x200x200 ซม. รับน้ำหนัก 300 กก./ชั้น

ยกระดับการจัดการคลังสินค้าด้วยชั้นวางเหล็ก 4 ชั้นที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ เทคโนโลยีโลจิสติกส์ สมัยใหม่ ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้าด้วยโครงสร้างที่มองเห็นได้ชัดเจนและเข้าถึงง่าย ตัวโครงเหล็กพ่นสีน้ำเงินแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับใช้ในโรงงานหรือโกดังที่ต้องการความเป็นระเบียบและมาตรฐานสากล
จุดเด่นสินค้า
- ขนาดใหญ่พิเศษ: ด้วยความกว้างและสูงถึง 200 ซม. ช่วยเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บในแนวตั้งได้อย่างสูงสุด
- รับน้ำหนักได้มหาศาล: โครงสร้างเหล็กออกแบบมาเพื่อรองรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษต่อชั้น
- ระบบพ่นสีคุณภาพ: สีน้ำเงินผ่านการพ่นและอบด้วยความร้อนสูง ทนทานต่อการขูดขีดและสารเคมี
- ประกอบแบบ Knock-down: ติดตั้งง่ายและสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งชั้นวางให้เหมาะสมกับขนาดสินค้าได้
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ทำให้ร้านดูเป็นระบบ มืออาชีพทันที | ขนาดเครื่องค่อนข้างใหญ่ ต้องมีพื้นที่เคาน์เตอร์ |
| ช่วยลดความผิดพลาดในการคิดเงิน | RAM 2GB เหมาะกับงาน POS ไม่เหมาะกับแอปหนัก |
| เหมาะกับไอเดียแต่งร้านอาหารตามสั่ง และร้านอาหารทั่วไป | ต้องเรียนรู้ระบบเบื้องต้นสำหรับผู้ไม่เคยใช้ POS |
| เสริมภาพลักษณ์ร้านยุคใหม่ มากกว่าเครื่องคิดเงินทั่วไป | ราคาสูงกว่าเครื่องคิดเงินแบบพื้นฐาน |
3.ชั้นเหล็กวางของ มิสเตอร์ สมิท MEL 90-6F 92x46x180 ซม.

เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ด้วย ระบบคลังสินค้า ที่เป็นระเบียบผ่านชั้นวางเหล็ก 6 ชั้นคุณภาพสูง รองรับการนำ เทคโนโลยีในคลังสินค้า มาปรับใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการหยิบสินค้าและจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระบบ ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานและดีไซน์ที่เน้นการใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
จุดเด่นสินค้า
- จัดเก็บได้มากถึง 6 ชั้น: เพิ่มพื้นที่การวางของในแนวตั้งให้มากขึ้นกว่าชั้นวางมาตรฐานทั่วไป ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอย
- โครงสร้างเหล็กพ่นสีกันสนิม: ผลิตจากเหล็กคุณภาพดี พ่นสีอย่างหนาเพื่อป้องกันการกัดกร่อนและยืดอายุการใช้งาน
- แผ่นชั้นวางเสริมคาน: ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแข็งแรงในแต่ละชั้น ป้องกันการแอ่นตัวเมื่อต้องรับน้ำหนัก
- ปรับระดับชั้นได้อิสระ: สามารถปรับความสูงระหว่างชั้นได้ตามขนาดของกล่องหรืออุปกรณ์ที่ต้องการจัดเก็บ
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| จำนวนชั้นเยอะ (6 ชั้น) ช่วยคัดแยกประเภทสินค้าได้ละเอียดและเป็นระบบมากขึ้น | ระยะห่างระหว่างชั้นจะแคบลงหากติดตั้งครบทุกชั้น ไม่เหมาะกับของที่สูงมาก |
| ขนาดหน้ากว้าง 92 ซม. เป็นขนาดที่พอดีสำหรับวางกล่องเก็บของขนาดมาตรฐานได้หลายใบ | น้ำหนักรวมของชั้นค่อนข้างมาก ควรตรวจสอบพื้นผิวที่วางว่าสามารถรับน้ำหนักได้สม่ำเสมอ |
| สีพ่นอุตสาหกรรม ให้ความทนทานต่อการขีดข่วนได้ดีกว่าสีทาทั่วไป | หากใช้งานในที่กลางแจ้งหรือโดนฝนโดยตรง อาจเกิดสนิมตามข้อต่อได้ |
| ความลึก 46 ซม. เข้าถึงของด้านในสุดได้ง่าย ไม่ลึกจนเกินไปจนมองไม่เห็นของ | การประกอบชั้นจำนวนมาก (6 ชั้น) ต้องใช้ความละเอียดและเวลามากกว่ารุ่น 4-5 ชั้น |
| ขาตั้งปรับระดับได้ ช่วยให้วางบนพื้นผิวที่ไม่เรียบเสมอกันได้อย่างมั่นคง | หากเน้นวางของที่มีน้ำหนักมหาศาลต่อชั้น รุ่นนี้อาจรับได้น้อยกว่าชั้นวางแบบ Heavy Duty |
4.พาเลทรองสารเคมี ป้องกันการหก-ล้น ถัง IBC 1 ถัง (138 X 138 X 90 ซม.) ZABSPLIBC-138

อุปกรณ์สำคัญในการขับเคลื่อน เทคโนโลยีในคลังสินค้า เพื่อความปลอดภัยขั้นสูง รองรับมาตรฐาน smart warehouse ในไทย ด้วยระบบกักเก็บสารเคมีที่รั่วไหลจากถัง IBC ช่วยป้องกันอุบัติเหตุและรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนย้ายที่ชาญฉลาดและแม่นยำ
จุดเด่นสินค้า
- ความจุในการกักเก็บสูง: ออกแบบมาเพื่อรองรับปริมาณสารเคมีที่หกเล้นได้จำนวนมากตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล
- วัสดุทนทานสารกัดกร่อน: ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงที่ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมี หลากหลายประเภท ทนทานต่อการใช้งานหนัก
- รองรับถัง IBC ขนาดมาตรฐาน: พื้นที่วางขนาด 138 x 138 ซม. ออกแบบมาเพื่อวางถัง IBC 1 ถังได้อย่างมั่นคงพอดี
- ช่องเสียบรถยกสะดวก: มีช่องสำหรับรถยก (Forklift) ช่วยให้การเคลื่อนย้ายถังสารเคมีพร้อมพาเลททำได้รวดเร็วและปลอดภัย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันสารเคมีแพร่กระจายสู่พื้นคลังสินค้าและสิ่งแวดล้อม | ขนาดที่ใหญ่ (138×138 ซม.) ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บค่อนข้างมากเมื่อไม่ได้ใช้งาน |
| วัสดุ Polyethylene แข็งแรง ไม่เป็นสนิม และทนทานต่อรังสี UV ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก | ตัวพาเลทมีความสูงถึง 90 ซม. อาจทำให้ระดับการวางถังสูงขึ้นจนต้องใช้ความระมัดระวังในการตัก |
| ทำความสะอาดง่าย มีจุดระบายของเหลวที่กักเก็บไว้ ออกไปกำจัดได้อย่างสะดวก | ราคาต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่าพาเลทพลาสติกหรือพาเลทเหล็กทั่วไป |
| โครงสร้างรับน้ำหนักได้มาก ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักของถัง IBC ที่บรรจุของเหลวเต็มความจุ | หากมีการรั่วไหลสะสมจำนวนมาก น้ำหนักรวมจะสูงมากจนอาจเกินกำลังรถยกขนาดเล็ก |
| มาตรฐาน Smart Warehouse ช่วยให้การตรวจสอบและจัดการสารเคมีเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ | จำเป็นต้องมีการตรวจสอบความสะอาดและคราบสารเคมีตกค้างอยู่สม่ำเสมอ |
5.พาเลทพลาสติก SP รุ่น SP4M สีดำ ขนาด 110 x 110 x 16 ซม.

พาเลทพลาสติกคุณภาพสูงที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ เทคโนโลยีคลังสินค้า ยุคใหม่ ช่วยให้การเคลื่อนย้ายและจัดเก็บสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ตัวโครงสร้างมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับรถยกทุกประเภทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในห่วงโซ่อุปทาน
จุดเด่นสินค้า
- โครงสร้างแบบ 4 ทาง (4-Way Entry): ออกแบบมาให้รถยกสามารถเข้าตักได้จากทุกด้าน เพิ่มความคล่องตัวในการจัดเรียงสินค้าในพื้นที่แคบ
- วัสดุพลาสติกแข็งแรงพิเศษ: ผลิตจากพลาสติกคุณภาพดี ทนทานต่อความชื้น สารเคมี และสภาพอากาศ ไม่ก่อให้เกิดเชื้อราหรือปลวก
- น้ำหนักเบาแต่รับโหลดได้มาก: ตัวพาเลทมีน้ำหนักที่เหมาะสมกับการใช้งาน แต่สามารถรองรับน้ำหนักสินค้าขณะวางนิ่งหรือเคลื่อนย้ายได้อย่างมั่นคง
- ทำความสะอาดง่าย: พื้นผิวออกแบบมาให้ลดการสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก สามารถล้างทำความสะอาดได้ง่ายตามมาตรฐานสุขอนามัย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความทนทานสูง ไม่แตกหักง่ายเหมือนพาเลทไม้ และไม่มีปัญหาเรื่องเสี้ยนหรือตะปูที่จะทำลายสินค้า | มีราคาสูงกว่าพาเลทไม้แบบใช้ครั้งเดียว (One-way pallet) ในการลงทุนครั้งแรก |
| รองรับระบบอัตโนมัติ ขนาดมาตรฐาน 110×110 ซม. เข้ากับเครื่องจักรและระบบสายพานในคลังสินค้าได้ดี | พลาสติกอาจมีการบิดตัวได้หากวางของหนักเกินพิกัดทิ้งไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงจัดเป็นเวลานาน |
| ปลอดภัยต่อการส่งออก ไม่ต้องผ่านกระบวนการรมยา (Fumigation) ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งระหว่างประเทศ | เมื่อชำรุดเสียหายหนักจะไม่สามารถซ่อมแซมส่วนใดส่วนหนึ่งได้เหมือนพาเลทไม้ |
| น้ำหนักคงที่ ช่วยให้การคำนวณน้ำหนักรวมของสินค้าในการขนส่งมีความแม่นยำสูง | พื้นผิวพลาสติกอาจมีความลื่นมากกว่าไม้ หากสินค้าไม่มีการพันฟิล์มยืด (Stretch Film) อาจลื่นไถลได้ |
| เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ (Recycle) ได้เมื่อหมดอายุการใช้งาน | สีดำอาจสะสมความร้อนได้ง่ายหากต้องใช้งานหรือวางทิ้งไว้กลางแดดจ้า |
6.TRUSCO พาเลทพลาสติก (หน้าเดียว 4 ทาง) รุ่น SLA-1111N-R สีแดง ขนาด 110 x 110 cm.

พาเลทพลาสติก TRUSCO ที่ผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเพื่อรองรับ เทคโนโลยีคลังสินค้า ยุคใหม่ ด้วยดีไซน์สีแดงที่ช่วยในการคัดแยกหมวดหมู่สินค้าอย่างชัดเจน เสริมประสิทธิภาพให้ ระบบคลังสินค้า ทำงานได้รวดเร็ว ลดความผิดพลาดในการขนถ่ายและจัดเก็บสินค้าในทุกระดับชั้น
จุดเด่นสินค้า
- สีสันโดดเด่นสะุดตา: สีแดงช่วยให้จำแนกโซนสินค้าหรือประเภทสินค้าอันตราย/สินค้าพิเศษได้ง่ายขึ้นจากระยะไกล
- มาตรฐานญี่ปุ่น: ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง มีความเหนียวและทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐาน TRUSCO
- เข้าตักได้ 4 ทิศทาง: การออกแบบช่องเสียบงารถยกให้เข้าได้รอบด้าน เพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการพื้นที่แคบ
- น้ำหนักเบาและแข็งแรง: โครงสร้างแบบหน้าเดียวช่วยลดน้ำหนักของพาเลทเอง แต่ยังคงความสามารถในการรับน้ำหนักโหลดได้ดี
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| Visual Management สีแดงช่วยให้การจัดการด้วยสายตาทำได้ง่าย แยกประเภทสินค้าได้ทันที | สีที่ฉูดฉาดอาจไม่เหมาะกับคลังสินค้าที่ต้องการคุมโทนสีให้ดูสะอาดตาหรือเป็นกลาง |
| ความทนทานสูง พลาสติกเกรดอุตสาหกรรมไม่เปราะแตกง่าย ทนต่อการใช้งานหนักต่อเนื่อง | เป็นพาเลทหน้าเดียว ไม่สามารถวางซ้อนทับสินค้าที่รับน้ำหนักแบบกระจายไม่ได้ (Stacking) |
| ประหยัดค่าขนส่ง น้ำหนักเบาช่วยลดน้ำหนักรวมในการบรรทุกสินค้า ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและค่าขนส่ง | ราคาสูงกว่าพาเลทพลาสติกเกรดทั่วไปเนื่องจากเป็นแบรนด์คุณภาพสูงจากญี่ปุ่น |
| ทำความสะอาดง่าย ไม่อมความชื้นและไม่เป็นที่สะสมของแบคทีเรียหรือแมลง | หากใช้งานกลางแดดจัดเป็นเวลานาน สีแดงอาจมีการซีดจางลงได้ตามกาลเวลา |
| โครงสร้างมั่งคง ออกแบบมาให้วางสินค้าได้ระนาบ ไม่ลื่นไถลได้ง่ายในขณะเคลื่อนย้าย | ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานบนชั้นวาง (Rack) แบบไม่มีคานรองรับเสริม |
7.รถลากพาเลทรุ่น 2.5 ตัน แบบ manual HP/SX/HP25

อุปกรณ์ขับเคลื่อนหลักใน ระบบคลังสินค้า ที่ช่วยให้การขนย้ายสินค้าหนัก 2.5 ตัน เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว รองรับกระบวนการทำงานตามหลัก เทคโนโลยีโลจิสติกส์ สมัยใหม่ ด้วยระบบไฮดรอลิกที่แม่นยำและโครงสร้างเหล็กกล้าที่แข็งแรงทนทาน ช่วยลดภาระแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนเวียนสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม
จุดเด่นสินค้า
- กำลังยกสูงสุด 2.5 ตัน: โครงสร้างเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง รองรับการยกพาเลทสินค้าหนักได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
- ระบบไฮดรอลิกคุณภาพ: ปั๊มไฮดรอลิกออกแบบมาให้ใช้งานได้ลื่นไหล ประหยัดแรงในการโยกเพื่อยกตัวสินค้าขึ้น
- ล้อโพลียูรีเทน (PU): ทนทานต่อการสึกหรอ เคลื่อนที่ได้เงียบ ไม่ทำลายพื้นผิวคลังสินค้า และเบาแรงในการลาก
- ด้ามจับ Ergonomic: ออกแบบมาให้จับถนัดมือ พร้อมคันโยกควบคุม 3 ตำแหน่ง (ยก, เคลื่อนย้าย, วางลง) ที่ใช้งานง่ายด้วยมือเดียว
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (ไฟฟ้า/น้ำมัน) และค่าบำรุงรักษาต่ำกว่าระบบไฟฟ้า | ต้องใช้แรงคนในการลากและโยก หากใช้งานต่อเนื่องนานๆ อาจทำให้พนักงานเหนื่อยล้าได้ |
| ความคล่องตัวสูง รัศมีวงเลี้ยวแคบ ใช้งานได้ดีในพื้นที่จำกัดหรือช่องทางเดินแคบๆ ในคลังสินค้า | ไม่เหมาะกับการใช้งานบนพื้นที่มีความลาดชันสูง หรือพื้นผิวที่ขรุขระมาก |
| การควบคุมที่แม่นยำ สามารถกะระยะและวางพาเลทลงได้อย่างนุ่มนวล ป้องกันสินค้าเสียหาย | จำกัดความเร็วในการเคลื่อนที่ตามความเร็วในการเดินของผู้ใช้งาน |
| ความทนทานเป็นเลิศ กลไกแบบ Manual ไม่ซับซ้อน ทำให้มีโอกาสเสียหายน้อยและอายุการใช้งานยาวนาน | การบรรทุกน้ำหนักเต็มพิกัด 2.5 ตัน ต้องใช้แรงในการเริ่มออกตัวค่อนข้างมาก |
| พร้อมใช้งานตลอดเวลา ไม่ต้องรอชาร์จแบตเตอรี่ สามารถหยิบมาใช้งานได้ทันทีในทุกสถานการณ์ | ไม่มีระบบเบรกอัตโนมัติเหมือนรุ่นไฟฟ้า ต้องอาศัยทักษะผู้ใช้ในการควบคุมความเร็วขณะลงทางลาด |
8.รถลากพาเลทไฟฟ้า Electric Pallet Truck (Lithium Ion Battery) Material World รุ่น EPT20H-15AH

ยกระดับการทำงานสู่ยุคใหม่ด้วย เทคโนโลยีในคลังสินค้า ที่ทันสมัย รถลากพาเลทไฟฟ้ารุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนการใช้แรงงานคนแบบเดิมๆ
ช่วยให้การเคลื่อนย้ายสินค้าเป็นไปอย่างอัตโนมัติ รวดเร็ว และแม่นยำ ด้วยขุมพลังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ชาร์จไฟได้เร็วและใช้งานได้ยาวนาน เหมาะสำหรับคลังสินค้าที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า (Throughput) ให้สูงสุด
จุดเด่นสินค้า
- ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ: ทั้งการขับเคลื่อนและการยกขึ้น-ลง ทำได้ด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยลดความเหนื่อยล้าของพนักงานได้อย่างมหาศาล
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion): เทคโนโลยีแบตเตอรี่ล่าสุดที่ชาร์จได้เร็ว (Fast Charge) อายุการใช้งานยาวนาน และไม่ต้องดูแลรักษาเหมือนแบตเตอรี่ตะกั่วกรด
- ดีไซน์กะทัดรัด (Compact Design): ตัวรถมีขนาดเล็กใกล้เคียงกับรถลากแบบ Manual ทำให้ใช้งานในช่องทางแคบหรือบนรถบรรทุกได้ดีเยี่ยม
- ระบบความปลอดภัยครบครัน: มีปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency Button) และระบบลดความเร็วอัตโนมัติ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| เพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น ขนย้ายสินค้าได้เร็วกว่ารถลากทั่วไปหลายเท่าตัว | ราคาสูงกว่ารถลากพาเลทแบบ Manual ค่อนข้างมาก |
| แบตเตอรี่ชาร์จระหว่างวันได้ รองรับการทำงานแบบหลายกะ (Shift) โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ | จำเป็นต้องมีการวางแผนจุดชาร์จไฟภายในคลังสินค้าให้เหมาะสม |
| ประหยัดแรงงานและค่าใช้จ่าย ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของพนักงานจากการลากของหนัก | หากแบตเตอรี่หมดกลางคันจะไม่สามารถใช้งานแบบ Manual ได้ (ต้องรอชาร์จ) |
| เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำงานเงียบ ไร้มลพิษ เหมาะสำหรับคลังสินค้าแบบปิดหรือห้องเย็น | มีความซับซ้อนของระบบไฟฟ้ามากกว่า ทำให้ต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมบำรุง |
| โครงสร้างแข็งแรง ออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักในอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ | น้ำหนักตัวรถมากกว่ารุ่น Manual เล็กน้อยเนื่องจากมีชุดมอเตอร์และแบตเตอรี่ |
9.ฟิล์มยืดพันพาเลท LLDPE โปร่งใส ขนาด 15MIC X 50CM น้ำหนัก 2.37 กก.

ฟิล์มยืดพันพาเลท LLDPE คุณภาพสูง หัวใจสำคัญในการปกป้องสินค้าใน ระบบคลังสินค้า ให้มั่นคงและปลอดภัยตลอดการขนส่ง รองรับการใช้งานร่วมกับ เทคโนโลยีคลังสินค้า ทั้งการพันด้วยมือและเครื่องพันฟิล์มอัตโนมัติ ช่วยป้องกันฝุ่น ความชื้น และรักษาสมดุลของสินค้าบนพาเลทได้อย่างดีเยี่ยม
จุดเด่นสินค้า
- ความยืดหยุ่นสูง (Stretchability): ผลิตจากเม็ดพลาสติก LLDPE ที่เหนียวเป็นพิเศษ ทนทานต่อแรงดึงและแรงเจาะทะลุได้ดีเยี่ยม
- เนื้อฟิล์มใสพิเศษ: ช่วยให้การตรวจสอบสินค้าและการสแกนบาร์โค้ดผ่านฟิล์มทำได้ง่ายโดยไม่ต้องแกะหีบห่อ
- คุณสมบัติยึดเกาะตัวเองได้ดี: ฟิล์มเกาะติดกันเองได้แน่นหนาโดยไม่ต้องใช้เทปกาว ช่วยให้สินค้าไม่เลื่อนไหลขณะขนส่ง
- ป้องกันสิ่งปนเปื้อน: ช่วยปกป้องสินค้าจากฝุ่นละออง รอยขีดข่วน และความชื้นในอากาศได้เป็นอย่างดี
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความหนา 15 ไมครอน เป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพันสินค้าทั่วไป ให้ความคุ้มค่าต่อม้วนสูง | หากพันสินค้าที่มีมุมแหลมคมมากเกินไป ฟิล์มอาจฉีกขาดได้ง่ายกว่าเกรดที่หนากว่า |
| ประหยัดต้นทุน เนื้อฟิล์มยืดได้มาก ทำให้ใช้ปริมาณน้อยลงต่อการพันหนึ่งพาเลท | การพันด้วยมือต้องอาศัยทักษะเพื่อให้ได้ความตึงที่สม่ำเสมอทั่วทั้งพาเลท |
| น้ำหนัก 2.37 กก. ออกแบบมาให้ถือง่าย ถนัดมือ ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อต้องพันฟิล์มด้วยมือจำนวนมาก | หากเก็บไว้ในที่ร้อนจัดหรือโดนแสงแดดโดยตรง ฟิล์มอาจเสื่อมสภาพและสูญเสียความเหนียวได้ |
| ปลอดภัยต่อการจัดส่ง ช่วยยึดสินค้าให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ลดความเสียหายจากการกระแทกหรือล้มเอียง | เนื้อฟิล์มแบบใสไม่สามารถพรางสายตาเพื่อป้องกันการมองเห็นสินค้าภายในได้ |
| เข้ากับระบบอัตโนมัติ สามารถใช้งานได้ดีกับทั้งคนและเครื่องพันฟิล์มกึ่งอัตโนมัติ | เป็นพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งต้องมีการจัดการขยะหรือรีไซเคิลอย่างเหมาะสม |
10.PK สายรัดพลาสติก แพ็คเครื่อง 12×0.9 มม. สีแดง (1 ม้วน)

อุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ ระบบคลังสินค้า ที่เน้นความแน่นหนาในการบรรจุภัณฑ์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยด้วย เทคโนโลยีคลังสินค้า ในการรัดสินค้าบนพาเลทหรือกล่องบรรจุภัณฑ์ให้คงรูปและมั่นคง รองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องรัดกล่องอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติได้อย่างลื่นไหลไร้การสะดุด
จุดเด่นสินค้า
- เนื้อพลาสติก PP คุณภาพสูง: มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อแรงดึงได้ดี ไม่เปราะแตกง่ายขณะใช้งานหรือขนส่ง
- สีแดงสดใสช่วยจำแนกสินค้า: เหมาะสำหรับการทำ Color Coding เพื่อคัดแยกประเภทสินค้าหรือโซนการจัดส่งให้ชัดเจน
- พื้นผิวมีลายกันลื่น: ผิวสัมผัสแบบ Embossed ช่วยให้กิ๊บเหล็กหรือรอยซีดด้วยความร้อนยึดเกาะได้แน่นหนา ไม่คลายตัว
- ใช้งานร่วมกับเครื่องจักรได้ดี: ความหนาและหน้ากว้างสม่ำเสมอ ลดปัญหาเครื่องรัดติดขัด (Jam) ช่วยให้งานบรรจุภัณฑ์ต่อเนื่อง
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความคุ้มค่าสูง ราคาต่อม้วนประหยัดเมื่อเทียบกับสายรัดประเภทเหล็กหรือ PET | ไม่เหมาะสำหรับการรัดสินค้าที่มีน้ำหนักมหาศาลหรือมีแรงดีดตัวสูงมาก |
| ถนอมสินค้า วัสดุพลาสติกไม่ทำให้ขอบกล่องเสียหายและไม่เป็นสนิมเหมือนสายรัดเหล็ก | หากเก็บในที่ที่มีอุณหภูมิสูงนานเกินไป พลาสติกอาจยืดตัวหรือกรอบได้ |
| เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รองรับการใช้งานกับเครื่องรัดระบบไฟฟ้า ช่วยให้แพ็กสินค้าได้รวดเร็ว | การรัดด้วยมือโดยไม่มีเครื่องทุ่นแรงทำได้ยากและไม่ได้ความตึงที่สม่ำเสมอ |
| ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ไม่มีขอบคมที่อาจบาดมือพนักงานขณะแกะหรือรัดสินค้า | เป็นวัสดุที่ต้องจัดการแยกขยะพลาสติกให้ถูกต้องหลังการใช้งานเพื่อสิ่งแวดล้อม |
| ทนต่อความชื้น ไม่เสียรูปทรงหรือประสิทธิภาพเมื่อต้องจัดเก็บในคลังสินค้าที่มีความชื้นสูง | หากตั้งค่าความร้อนของเครื่องรัดไม่พอดี อาจทำให้รอยเชื่อมต่อไม่แน่นเท่าที่ควร |
How to การเลือกใช้เทคโนโลยีในคลังสินค้าที่เหมาะกับธุรกิจคุณ
คู่มือการตัดสินใจเลือกลงทุนใน เทคโนโลยีในการกระจายสินค้า ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์โครงสร้างธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการจัดการที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- วิเคราะห์ความต้องการและปัญหาหลัก (Pain Points): ตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณต้องการเน้นความเร็วในการจัดส่งหรือความแม่นยำของสต็อก เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่ตรงจุด เช่น การนำระบบ WMS มาเริ่มใช้เป็นอันดับแรก
- คำนวณความคุ้มค่าในการลงทุน (ROI): พิจารณาเปรียบเทียบระหว่างต้นทุนของเทคโนโลยีในการกระจายสินค้ากับผลกำไรที่จะได้กลับมาจากการลดความผิดพลาดและประหยัดแรงงานในระยะยาว
- ความสามารถในการขยายตัว (Scalability): ควรเลือกเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่นและรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต เช่น ระบบหุ่นยนต์ที่สามารถเพิ่มจำนวนตัวเครื่องได้ตามปริมาณออเดอร์ที่มากขึ้น
- การเชื่อมต่อกับระบบเดิม (Integration): ตรวจสอบว่าเทคโนโลยีในการกระจายสินค้าตัวใหม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบ ERP หรือซอฟต์แวร์บัญชีที่คุณมีอยู่เดิมได้อย่างไร้รอยต่อหรือไม่
- ความง่ายในการใช้งานและฝึกอบรม: เลือกเทคโนโลยีที่มีหน้าจอใช้งานง่าย (User-friendly) เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวและใช้งานระบบสแกนมือถือได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้
สรุป 3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ เทคโนโลยีในคลังสินค้า
เรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ย่อมเป็นสิ่งใหม่ที่ต้องศึกษา และทำความเข้าใจกับมัน OFM สรุปมาให้แล้วกับ 3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับ เทคโนโลยีในคลังสินค้าที่คุณควรรู้
1. หุ่นยนต์ในคลังสินค้าช่วยอะไรได้บ้าง?
หุ่นยนต์ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) ที่ช่วยขนย้ายสินค้าได้แม่นยำตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่รู้จักเหนื่อยล้า
2. เทคโนโลยี IoT มีบทบาทอย่างไรในคลังสินค้า?
เทคโนโลยี IoT ช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อติดตามสถานะสินค้าและสภาพแวดล้อมในคลังแบบ Real-time ทำให้สามารถบริหารจัดการทรัพยากรและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา
3. อนาคตของเทคโนโลยีคลังสินค้าจะเป็นอย่างไร?
อนาคตจะก้าวสู่การเป็นคลังสินค้าอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Automated) ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงร่วมกับโครงข่าย 5G เพื่อการตัดสินใจที่อัจฉริยะและไร้รอยต่อ
ให้ธุรกิจของคุณก้าวไปอีกขั้นกับ เทคโนโลยีในคลังสินค้า
หากคุณกำลังมองหาโซลูชันเพื่อยกระดับธุรกิจเทคโนโลยีในคลังสินค้า คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการสต็อกได้อย่างมืออาชีพ
โดยคุณสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์โรงงานที่ทันสมัย ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประโยชน์ของเทคโนโลยี ในคลังสินค้า ได้ง่ายๆ ที่ OFM.co.th ซึ่งรวบรวมเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการจัดการสินค้าไว้อย่างครบครัน เช่น เครื่องสแกนบาร์โค้ด แท็บเล็ตอุตสาหกรรม หรืออุปกรณ์แพ็คกิ้งอัจฉริยะ
ที่นี่มีพร้อมให้คุณเลือกช้อปเพื่อเปลี่ยนคลังสินค้าแบบเดิมให้กลายเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมรับทุกยอดขายที่เติบโต
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th