ใบเสร็จรับเงินถือเป็นเอกสารสำคัญที่ร้านค้าต้องออกให้ลูกค้าทันทีทุกครั้งที่มีการรับเงิน ไม่ว่าลูกค้าจะร้องขอหรือไม่ก็ตาม เพราะหากใบเสร็จมีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็อาจทำให้เอกสารนั้นไม่มีผลในทางภาษีและนำไปใช้หักลดหย่อนหรือลงบัญชีไม่ได้เลย 

บทความนี้จึงสรุปข้อมูลสำคัญที่ต้องมีในใบเสร็จ ความแตกต่างระหว่างใบเสร็จรับเงินกับบิลเงินสด รวมถึงตัวอย่างรูปแบบใบเสร็จที่ถูกต้องเพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ได้จริงค่ะ

Table of Contents

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คืออะไร และต่างจากบิลเงินสดอย่างไร

ใบเสร็จรับเงิน หรือ Receipt คือกระดาษหรือไฟล์ที่ใช้ยืนยันว่า “ร้านได้รับเงินจากลูกค้าแล้ว” กฎหมายกำหนดว่าทุกครั้งที่รับเงินตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ร้านต้องออกใบเสร็จให้ จะออกเป็นกระดาษหรือออนไลน์ก็ได้ และออกได้ทั้งในนามบริษัท และในนามบุคคลธรรมดา

หลายคนงงระหว่างบิลเงินสดกับใบเสร็จรับเงิน เพราะหน้าตาคล้ายกัน แต่ต่างกันที่ “น้ำหนักทางกฎหมาย” โดยบิลเงินสดเป็นแค่เอกสารจดการขายและรับเงินตอนนั้น ส่วนใหญ่เขียนมือ ข้อมูลน้อย เลยใช้อ้างอิงได้น้อยกว่า

ก่อนจะรู้วิธีออกใบเสร็จรับเงินให้ถูก ต้องดูก่อนว่าธุรกิจเราอยู่กลุ่มไหน เพราะร้านที่จดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว กับร้านที่ยังไม่จด จะออกเอกสารต่างกันนิดหน่อย แบ่งง่าย ๆ เป็น 3 แบบ:

  • ใบเสร็จรับเงินทั่วไป:  สำหรับร้านที่ยังไม่จด VAT แค่ใส่ข้อมูลสินค้า/บริการและรายละเอียดทั่วไป
  • ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อ: ใบเล็ก ๆ ที่ได้จากร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารที่จด VAT มีข้อมูลร้านกับสินค้า แต่ไม่ใส่ข้อมูลลูกค้า
  • ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป: แบบละเอียดสุด ใส่ข้อมูลลูกค้าครบ มักออกให้ลูกค้าที่เป็นบริษัทเอาไปใช้ทำบัญชี

👉 ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม PEAK สรุปเรื่องใบเสร็จรับเงินไว้ครบ อ่านต่อเลย!

ใบเสร็จรับเงินบุคคลธรรมดากับบริษัทออกต่างกันยังไง?

เรื่องที่เข้าใจผิดบ่อยคือ คิดว่าต้องเปิดบริษัทก่อนถึงจะออกเอกสารได้ จริง ๆ แล้ว บุคคลธรรมดา ก็ออก ใบเสร็จรับเงิน ที่ใช้เป็นหลักฐานได้เหมือนกัน

หัวข้อเปรียบเทียบบุคคลธรรมดาบริษัท / นิติบุคคล
ความจำเป็นในการจดจัดตั้งไม่ต้องเปิดบริษัท ก็สามารถออกเอกสารได้ตามกฎหมายต้องจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท/ห้างหุ้นส่วนก่อน
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ผู้ขาย)ใช้ เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักใช้ เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก
ข้อมูลที่อยู่ผู้ขายใช้ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หรือที่อยู่ติดต่อปัจจุบันใช้ที่อยู่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือสาขาที่จดทะเบียนไว้
การออกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)โดยทั่วไปออกไม่ได้ (ยกเว้นบุคคลธรรมดาที่จด VAT)หากจด VAT ต้องออกเป็น ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี เพื่อแยกยอด VAT 7% ให้ชัดเจน
รูปแบบเอกสารเขียนมือ (เล่มสำเร็จรูป), พิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือไฟล์ PDFพิมพ์จากระบบบัญชี, คอมพิวเตอร์ หรือเอกสารจัดทำพิเศษ

6 จุดสำคัญที่ทำให้ใบเสร็จถูกต้อง

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท และไม่ว่าจะมาในรูปแบบกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ขอแค่มีข้อมูลครบ 6 ข้อนี้ สรรพากรก็ยอมรับและตรวจสอบย้อนหลังได้สบายค่ะ:

  1. เลขลำดับ: ต้องมีเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี) และเลขลำดับของใบเสร็จรับเงินอย่างชัดเจน ไม่ซ้ำกัน (ตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร เพื่อให้สรรพากรตรวจสอบรันเล่มได้ง่าย) 
  2. ข้อมูลผู้ขาย: ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัว (ประชาชน หรือ เลขผู้เสียภาษี)
  3. ข้อมูลผู้ซื้อ: ชื่อ และที่อยู่ (กรณีต้องการใบเสร็จแบบเต็มรูป)
  4. วันที่: วัน เดือน ปี ที่มีการรับเงิน
  5. รายการสินค้า/บริการ: รายละเอียดสิ่งที่ซื้อขายให้ชัดเจน
  6. ยอดเงิน: จำนวนเงินรวมที่ถูกต้อง ทั้งตัวเลขและตัวอักษร

ใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง ต้องมีอะไรบ้าง? 

รวมจุดสังเกตใบเสร็จรับเงิน ต้องมีอะไรบ้าง ลองเช็กตามลิสต์นี้ ถ้าครบทุกข้อก็มั่นใจได้เลยว่าเป็นใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องแน่นอน

ข้อมูลพื้นฐานของใบเสร็จรับเงินทั่วไป

ใบเสร็จรับเงินทั่วไป

  • มีคำว่า “ใบเสร็จรับเงิน” เขียนชัดบนเอกสาร
  • ชื่อ ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษี (หรือเลขบัตรประชาชนถ้าเป็นบุคคลธรรมดา) ของผู้ขาย
  • วันที่ออก และเลขที่เอกสาร
  • รายการสินค้า/บริการ พร้อมจำนวนและราคาชัด ๆ

ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีรูปแบบเต็ม

ใบเสร็จรับเงินแบบเต็ม

  • หัวข้อ “ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี”
  • ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ
  • วันที่ออกเอกสาร และเลขที่รันลำดับ
  • รายการสินค้า/บริการ (จำนวน, ราคา และยอด VAT แยกต่างหาก)

ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีรูปแบบย่อ

ใบเสร็จรับเงินอย่างย่อ

  • คำว่า “ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อ”
  • ชื่อ ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษีของผู้ขาย
  • วันที่ออก และเลขที่เอกสาร
  • รายการสินค้า/บริการ พร้อมจำนวน ราคา และ ราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว (ไม่แยกยอด VAT เหมือนแบบเต็มรูป)
  • ไม่ต้องใส่ข้อมูลผู้ซื้อ และปกติจะออกเป็นกระดาษมากกว่าไฟล์ออนไลน์

เทียบกันชัด ๆ บิลเงินสด vs ใบเสร็จรับเงิน vs ใบกำกับภาษี ต่างกันอย่างไร?

ไขข้อข้องใจเรื่องเอกสารการเทียบกันชัด ๆ ว่า บิลเงินสด ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี แตกต่างกันอย่างไร ใช้แทนกันได้ไหม แล้วเอกสารแบบไหนที่ธุรกิจของคุณต้องใช้ให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้พลาดเรื่องภาษี

รายการบิลเงินสดใบเสร็จรับเงินใบกำกับภาษี
ไว้ทำอะไรจดการขายและรับเงินตอนนั้นยืนยันว่ารับเงินแล้วแสดงยอดภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขาย
ใครออกได้ร้านทั่วไป ไม่ต้องจด VATทุกกิจการ ทั้งคนและบริษัทเฉพาะคนที่จด VAT แล้ว
ออกตอนไหนตอนขายและรับเงินตอนรับเงินแล้วตอนส่งของหรือรับเงิน แล้วแต่อย่างไหนเกิดก่อน
ใช้ทางภาษีปกติใช้ยื่นภาษีไม่ได้ใช้ยื่นภาษีเงินได้ใช้หัก/คืนภาษีซื้อ-ขายได้
ทางกฎหมายอ่อน (เว้นมีคำว่า “ใบเสร็จรับเงิน”)ใช้เป็นหลักฐานได้ใช้เป็นหลักฐานได้
น่าเชื่อถือน้อยสุดสูง ตรวจย้อนหลังได้สูง มีผลทางภาษีตรง ๆ

สรุปสั้น ๆ: ถ้าอยากได้เอกสารที่ สรรพากรยอมรับ และใช้ทางภาษีได้ ควรออกเป็น ใบเสร็จรับเงิน หรือ ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ดีกว่าใช้ บิลเงินสด เขียนมือเปล่า ๆ

FAQ เคลียร์ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงิน

รวมคำถาม-คำตอบที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและป้องกันความผิดพลาดทางภาษี

1. ใบเสร็จรับเงิน ต้องมีอะไรบ้าง ถึงจะเป็นใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง? 

อย่างน้อยต้องมีคำว่า “ใบเสร็จรับเงิน”, ชื่อ-ที่อยู่-เลขผู้เสียภาษี (หรือเลขบัตรประชาชน) ของผู้ขาย, วันที่และเลขที่เอกสาร, รายการสินค้า/บริการพร้อมจำนวนและราคา ถ้าเป็นแบบเต็มรูปต้องเพิ่มข้อมูลผู้ซื้อและยอด VAT แยกด้วย ข้อมูลครบเมื่อไหร่ก็เป็นเอกสารที่ สรรพากรยอมรับ ทันที

2. บุคคลธรรมดาออกใบเสร็จรับเงินได้ไหม? 

ได้ค่ะ การออกใบเสร็จรับเงิน บุคคลธรรมดา แค่ใส่ชื่อ-ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชนแทนเลขผู้เสียภาษีของบริษัท ก็ถือเป็น ใบเสร็จที่ถูกต้อง ใช้ยืนยันการรับเงินและยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเปิดบริษัทก่อน

3. บิลเงินสด ใช้ยื่นภาษีได้ไหม? 

ปกติ บิลเงินสดเขียนมือทั่วไปใช้ยื่นภาษีไม่ได้ เพราะมีรายละเอียดน้อยและน้ำหนักทางกฎหมายต่ำ แต่ถ้าทำให้เป็นบิลเงินสดที่ถูกต้อง โดยเติมคำว่า “ใบเสร็จรับเงิน” ใส่ข้อมูลผู้ขายครบ และให้ผู้รับเงินเซ็นชื่อ ก็จะใช้อ้างอิงได้ดีขึ้น ทางที่ชัวร์ที่สุดคือออกเป็น ใบเสร็จรับเงิน เต็มรูปแบบไปเลย

OFM x PEAK จัดการของใช้สำนักงานและใบเสร็จรับเงิน ครบจบเพื่อธุรกิจคุณ 

จัดการระบบหลังบ้านให้ธุรกิจคุณแบบมืออาชีพ ด้วยการจับคู่ระบบจัดซื้อและบัญชีออนไลน์เข้าด้วยกัน เมื่อสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไอที และสินค้าเพื่อธุรกิจอื่นๆ จาก OFM คุณจะได้รับใบกำกับภาษีที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว

 และเมื่อเชื่อมต่อกับ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ระบบจะช่วยจัดการใบเสร็จรับเงิน (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) ใบเสนอราคา และใบแจ้งหนี้ให้อัตโนมัติ ถูกต้องตามมาตรฐานสรรพากร ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ป้องกันข้อมูลตกหล่น และสร้างระบบรายรับ-รายจ่ายที่ตรวจสอบได้ทันที

ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท

0 CommentsClose Comments

Leave a comment