การเตรียม อุปกรณ์เปิดคลินิก ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานสากลเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยต้องครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือตรวจวินิจฉัยพื้นฐาน ระบบควบคุมการติดเชื้อ

 ไปจนถึงเทคโนโลยีเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EHR) การลงทุนในอุปกรณ์คุณภาพสูง เช่น เครื่องวัดความดันที่สอบเทียบได้ และชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉิน จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของคลินิกให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก

Key Takeaways

  • ความสำคัญของมาตรฐานสากล: หัวใจสำคัญของการเปิดคลินิกคือการเตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจในการดำเนินงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เครื่องมือวินิจฉัยไปจนถึงระบบควบคุมการติดเชื้อ
  • การจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ: ควรแบ่งอุปกรณ์ออกเป็น 5 หมวดหมู่หลัก (วินิจฉัย, เวชภัณฑ์, ควบคุมการติดเชื้อ, เฟอร์นิเจอร์, ระบบบริหารจัดการ) และจัดเก็บตามหลักฟังก์ชันการใช้งาน ความถี่ในการใช้ และโซนควบคุมการติดเชื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
  • การบำรุงรักษาและการสอบเทียบ: อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการวินิจฉัย เช่น เครื่องวัดความดัน หรือเครื่องชั่งน้ำหนัก ควรมีการสอบเทียบ (Calibration) และบำรุงรักษาเป็นประจำ เพื่อรับประกันความแม่นยำของผลลัพธ์ตามมาตรฐาน
  • หลักการเลือกซื้อที่คุ้มค่า: การเลือกซื้อควรพิจารณาจากความจำเป็นของคลินิกเฉพาะทาง ตรวจสอบการรับรองมาตรฐาน (อย., ISO) และเลือกอุปกรณ์ที่มีความทนทานสูง พร้อมการรับประกันยาวนาน เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว  

Table of Contents

รวม 10 อุปกรณ์เปิดคลีนิคที่ต้องเตรียม สำหรับการเปิดคลินิกให้ได้มาตรฐาน

ในการ setup คลีนิคจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เพื่อสุขภาพที่จำเป็นต้องซื้อมากมาย OFM ช่วยให้คุณง่ายขึ้นกับ 10 อุปกรณ์เปิดคลีนิคที่ต้องเตรียม เพื่อให้คลีนิคของคุณสามารถปฏิบัติการได้ราบรื่นตั้งแต่วันเปิด

1.เครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมันและมวลกาย BLUETOOTH ออลล์เวล BodyA-1b

เครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมันและมวลกาย BLUETOOTH ออลล์เวล BodyA-1b

เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ BodyA-1B จากออลล์เวลล์ เป็น อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่สำคัญสำหรับประเมินสุขภาพเชิงลึกของผู้ป่วย สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายได้มากถึง 20

อย่างเช่น มวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และ BMI พร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อบันทึกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้การติดตามผลสุขภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากล

จุดเด่นสินค้า

  • วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย 20 อย่าง: ให้ข้อมูลสุขภาพเชิงลึกที่แม่นยำ เช่น Body Fat, Body Water, กล้ามเนื้อ, BMR, และ BMI ซึ่งมีประโยชน์ในการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ
  • เซ็นเซอร์รูปตัว G ความแม่นยำสูง: ใช้ระบบ Sensor ที่ทันสมัยในการตรวจวัดน้ำหนักได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 180 กิโลกรัม
  • รองรับผู้ใช้งานได้ไม่จำกัด (Multiple Users): สามารถใช้งานร่วมกันได้หลายคนโดยไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน เหมาะสำหรับใช้ในคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก
  • เชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อบันทึกข้อมูล: ข้อมูลสุขภาพสามารถซิงค์ผ่าน Bluetooth ไปยังแอปพลิเคชัน ALLWELL Health App เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงและจัดเก็บเวชระเบียนได้อย่างสะดวก.

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
1. ข้อมูลละเอียดและครบถ้วน: วัดผลได้ถึง 20 องค์ประกอบ ทำให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพได้ครอบคลุม1. ความแม่นยำอาจแปรผันได้: การวัดองค์ประกอบร่างกายแบบ BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในร่างกาย
2. สะดวกในการติดตามผล: สามารถบันทึกและเปรียบเทียบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยลดการบันทึกด้วยมือ2. ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อ (Bluetooth): หากขาดการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต จะไม่สามารถเข้าถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายได้อย่างเต็มที่
3. ดีไซน์สวยงามและปลอดภัย: พื้นผิวเป็นกระจกนิรภัยขอบโค้งมน ดูหรูหรา และทำความสะอาดได้ง่าย3. ใช้ถ่าน AAA: ต้องมีการเปลี่ยนถ่านเมื่อพลังงานหมด (ใช้ถ่าน AAA 4 ก้อน) ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่ารุ่นชาร์จไฟได้
4. เหมาะสำหรับคลินิก: รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และรับประกันสินค้า 1 ปี4. เน้นการวัดผลแบบภาพรวม: ไม่ใช่เครื่องมือทางการแพทย์ระดับสูงที่ใช้ในงานวิจัย จึงเหมาะสำหรับคลินิกที่เน้นการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและการติดตามผล

2.รถเข็นผู้ป่วยรถเข็นคนชรารถเข็นผู้พิการWheelchairวิลแชร์ เหล็กชุบโครเมียม แบบพับได้ THAI SUN SPORT รุ่น DY01809 ล้อซีลวด

รถเข็นผู้ป่วยรถเข็นคนชรารถเข็นผู้พิการWheelchairวิลแชร์ เหล็กชุบโครเมียม แบบพับได้ THAI SUN SPORT รุ่น DY01809 ล้อซีลวด

รถเข็นผู้ป่วย (Wheelchair) โครงสร้างเหล็กชุบโครเมี่ยมแบบพับได้ แข็งแรงทนทาน พร้อมเบาะนั่งหนังเทียมสีน้ำเงิน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานพยาบาลที่จำเป็นสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัยภายในอาคาร รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 100 กก. และมีเบรกห้ามล้อ 2 ข้าง เพื่อความมั่นคงขณะจอดใช้งาน

จุดเด่นสินค้า

  • โครงสร้างเหล็กชุบโครเมี่ยม: ทนทาน แข็งแรง เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานพยาบาลหรือบ้าน
  • ระบบล้อครบครัน: มีล้อหลังขนาดใหญ่ (ประมาณ 24 นิ้ว) พร้อมวงล้อจับเข็น ให้ผู้ป่วยสามารถเข็นเองได้
  • ยางตัน ไม่ต้องดูแลมาก: ใช้ล้อยางตัน (ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง) หมดปัญหาเรื่องยางรั่วหรือต้องเติมลมบ่อย ๆ
  • พับเก็บได้: ออกแบบมาให้สามารถพับเก็บได้ง่าย สะดวกต่อการขนย้ายและประหยัดพื้นที่จัดเก็บ

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
โครงสร้างแข็งแรง ด้วยเหล็กชุบโครเมียม ทนต่อการใช้งานหนักน้ำหนักมาก โดยทั่วไปรถเข็นเหล็กมีน้ำหนักประมาณ 16–17 กก. ทำให้ขนย้ายขึ้นรถลำบาก
เบาะนั่งทำความสะอาดง่าย วัสดุเบาะหนังเทียม (PVC/Vinyl) สามารถเช็ดทำความสะอาดได้สะดวกเกิดสนิมง่าย หากโดนความชื้นหรือน้ำเป็นเวลานาน โครเมียมที่เคลือบอาจหลุดล่อนและเกิดสนิมได้
ล้อยางตัน ไม่ต้องกังวลเรื่องยางแบนหรือรั่วซึมขาดความยืดหยุ่น ล้อยางตันอาจมีแรงกระแทกมากกว่าล้อยางแบบเติมลมเมื่อเข็นบนพื้นผิวไม่เรียบ
ราคาเข้าถึงง่าย มักมีราคาที่ประหยัดกว่ารถเข็นโครงอะลูมิเนียมไม่มีเบรกมือ (ในบางรุ่นมาตรฐาน) ทำให้ผู้ดูแลไม่สามารถชะลอความเร็วขณะเข็นลงทางลาดได้สะดวก

3.เครื่องพ่นไอน้ำ เพิ่มความช Mac Modern Deerma_Mini_Aroma

เครื่องพ่นไอน้ำ เพิ่มความช Mac Modern Deerma_Mini_Aroma

เครื่องพ่นไอน้ำ Mac Modern Deerma Mini Aroma ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ทันสมัย ความจุ 300 มล. ใช้เทคโนโลยีอัลตร้าโซนิค เพิ่มความชื้นในอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสำนักงานที่ช่วยลดความแห้งของอากาศในห้องแอร์ ลดการระคายเคืองต่อผิวและระบบทางเดินหายใจ ทำงานเงียบ มีฟังก์ชันตั้งเวลาและระบบปิดอัตโนมัติเมื่อน้ำหมด ปลอดภัยและสะดวกในการใช้งาน

จุดเด่นสินค้า

  • เทคโนโลยีอัลตร้าโซนิค: ให้ไอน้ำที่ละเอียดและมีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชื้นในอากาศสูง
  • ดีไซน์เล็กและทันสมัย: ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับวางบนโต๊ะทำงานหรือพื้นที่จำกัด
  • การทำงานเงียบ: ตัวเครื่องทำงานได้เงียบสนิท ไม่รบกวนสมาธิขณะทำงานหรือเวลานอน
  • ปลอดภัยและสะดวก: มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อน้ำหมด และมีฟังก์ชันตั้งเวลาการทำงานได้

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
ขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาง่ายและใช้พื้นที่วางน้อยความจุน้ำน้อย (300 มล.) ทำให้ต้องเติมน้ำบ่อยครั้ง หากเปิดใช้งานเป็นเวลานาน
มีฟังก์ชันตั้งเวลา ทำให้ควบคุมระยะเวลาการทำงานได้สะดวกไม่มีข้อมูลรับประกัน ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนจากผู้ผลิต/ผู้ขาย
เพิ่มความชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความแห้งของผิวหนังและเยื่อบุในห้องปรับอากาศจำกัดขนาดพื้นที่ใช้งาน เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กหรือพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น
สามารถใช้เป็นเครื่องพ่นอโรม่าได้ (ใช้กับผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่ไม่มีสารเคมีแรง)ต้องใช้ผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่เหมาะสม หากใช้น้ำมันหอมระเหยที่มีสารเคมีแรงอาจทำให้เครื่องเสื่อมเร็ว

4.ROODINSEAT ที่นอนลมแบบลอน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ รุ่น dos40 สีน้ำเงิน ขนาด 190 (ยาว) x 85 (กว้าง) x 10.2 (สูง) เซนติเมตร

ROODINSEAT ที่นอนลมแบบลอน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ รุ่น dos40 สีน้ำเงิน ขนาด 190 (ยาว) x 85 (กว้าง) x 10.2 (สูง) เซนติเมตร

ที่นอนลมแบบลอน Roodinseat รุ่น dos40 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้สำหรับลดและป้องกันแผลกดทับให้กับผู้ป่วยที่ต้องนอนเป็นเวลานาน ที่นอนทำจากไนล่อน TPU พร้อมผ้าคลุมกันน้ำ รองรับน้ำหนักได้ 120 กก. และมีช่องปล่อยลม CPR ฉุกเฉิน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานพยาบาลที่สำคัญและจำเป็นต่อการดูแลสุขภาวะของผู้ป่วยในระยะยาว

จุดเด่นสินค้า

  • ลดและป้องกันแผลกดทับ: ระบบลอนสลับแรงดันลมทุก 6 นาที ช่วยกระจายน้ำหนักและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับ
  • วัสดุทนทานและยืดหยุ่น: ลอนทำจากไนล่อน TPU พร้อมผ้าคลุมกันน้ำ (ไนล่อน PU) มีความแข็งแรง และสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก.
  • ซ่อมแซมได้ง่าย: ที่นอนมีทั้งหมด 18 ลอน และสามารถถอดเปลี่ยนหรือซ่อมแซมลอนที่เสียหายแยกส่วนได้
  • มาตรฐานและรับประกัน: ได้รับมาตรฐานระดับสากล (CE, ISO 13485) พร้อมการรับประกันที่นอน 1 ปี และมอเตอร์ไฟฟ้า 18 เดือน

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
มีช่องปล่อยลม CPR สำหรับลดลมอย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉินราคาสูง เมื่อเทียบกับที่นอนลมแบบรังผึ้ง หรือที่นอนทั่วไป
สลับแรงดันลมโดยอัตโนมัติ มอเตอร์สลับแรงดันทุก 6 นาที โดยไม่ต้องปรับเองการทำงานของมอเตอร์ อาจมีเสียงรบกวนเล็กน้อยขณะปั๊มลมสลับลอน
มีสัญญาณแจ้งเตือน เมื่อแรงดันลมต่ำกว่าปกติ เพื่อให้ผู้ดูแลแก้ไขได้ทันท่วงทีต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา การใช้งานจำเป็นต้องเสียบปลั๊กมอเตอร์ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
ลอนสามารถถอดเปลี่ยนได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาวการทำความสะอาด ตัวลอนอาจทำความสะอาดยากกว่าที่นอนลมแบบผืนเดียว (รังผึ้ง)

5.ชุดตรวจสารเสพติด เมทแอมเฟตามีน แบบจุ่ม(สตริป) ไบโอไลน์ ไบโอไลน์ 100 ชุดทดสอบ/ 1 กล่อง

ชุดตรวจสารเสพติด เมทแอมเฟตามีน แบบจุ่ม(สตริป) ไบโอไลน์ ไบโอไลน์ 100 ชุดทดสอบ/ 1 กล่อง

ชุดตรวจสารเสพติด Bio-Line แบบจุ่ม (Strip) สำหรับตรวจหาสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในปัสสาวะมนุษย์ ด้วยความไวที่ 1000 ng/ml ใช้หลักการทดสอบแบบขั้นตอนเดียว อ่านผลได้ด้วยตาเปล่าใน 5 นาที มีความไวและความจำเพาะสูง เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานประกอบการที่จำเป็นสำหรับการคัดกรองบุคลากรหรือผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว (100 ชุดทดสอบ/กล่อง)

จุดเด่นสินค้า

  • ความไวสูงและเฉพาะเจาะจง: สามารถตรวจหาเมทแอมเฟตามีนได้ที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 1,000 นาโนกรัม/มิลลิลิตร ขึ้นไป
  • ใช้งานง่ายและรวดเร็ว: เป็นชุดตรวจชนิดเร็วแบบขั้นตอนเดียว (One-Step) ทราบผลภายใน 5 นาที
  • มาตรฐานและเชื่อถือได้: ได้รับการรับแจ้งรายละเอียดเครื่องมือแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุข
  • ปริมาณคุ้มค่า: บรรจุ 100 ชุดทดสอบต่อกล่อง พร้อมถ้วยใส่ปัสสาวะแถมให้ในชุด เหมาะสำหรับองค์กรหรือหน่วยงานที่ใช้ปริมาณมาก

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
ความสะดวกในการจัดเก็บ สามารถเก็บได้นานถึง 2 ปี ที่อุณหภูมิ 2-30 องศาเซลเซียสจำกัดการตรวจสารเดียว ตรวจได้เฉพาะสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เท่านั้น ไม่ได้ตรวจสารเสพติดอื่น ๆ
ความรวดเร็วในการแปลผล ทราบผลการตรวจเบื้องต้นได้ภายใน 5 นาทีต้องมีการเก็บรักษาที่เหมาะสม ห้ามแช่แข็ง และควรเปิดซองเมื่อพร้อมใช้งานเท่านั้น (เสื่อมสภาพภายใน 1 ชม. หลังเปิด)
การทดสอบแบบ Competitive Binding ให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้สำหรับการคัดกรองเบื้องต้นเป็นชุดทดสอบคัดกรองเบื้องต้น หากผลเป็นบวกต้องส่งตรวจยืนยันผลด้วยวิธีอื่นในห้องปฏิบัติการ
มีแถบควบคุม (Control Line) ช่วยยืนยันว่าการทดสอบทำงานอย่างถูกต้องตามปกติต้องใช้ปัสสาวะ เป็นสิ่งส่งตรวจ ซึ่งต้องเตรียมภาชนะบรรจุที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

6.HOSPRO เปลสนาม YDC-1A4 สีฟ้า ขนาด 185.5x50x7.8 ชม.

HOSPRO เปลสนาม YDC-1A4 สีฟ้า ขนาด 185.5x50x7.8 ชม.

เปลสนาม Hospro รุ่น YDC-1A4 วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์และผ้าสีฟ้า พับเก็บได้ มีน้ำหนักเบาเพียง 3.7 กก. แต่รองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 160 กก. ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถือเป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือหน่วยกู้ภัยที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากพกพาสะดวกและพร้อมใช้งานทันที

จุดเด่นสินค้า

  • โครงสร้างน้ำหนักเบาและแข็งแรง: ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ มีน้ำหนักเพียง 3.7 กก. แต่สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 160 กก.
  • สะดวกต่อการพกพา: ออกแบบให้พับเก็บได้ ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บในพื้นที่จำกัดและการขนย้ายไปยังที่เกิดเหตุ
  • ใช้งานง่าย: สามารถกางและพับเก็บได้ง่าย รวดเร็ว เหมาะสำหรับการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ทนทานต่อการใช้งาน: วัสดุมีความทนทานสูงต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ (จากการเป็นเปลสนาม)

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
น้ำหนักเบามาก ช่วยลดภาระในการขนย้ายของผู้ปฏิบัติงานไม่มีล้อ ทำให้ต้องใช้ผู้ช่วยอย่างน้อย 2 คน ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
โครงสร้างทนทาน ผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ทนทานต่อการกัดกร่อนความกว้างจำกัด ขนาดความกว้าง 50 ซม. อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ป่วยที่มีรูปร่างใหญ่
พับได้กะทัดรัด ประหยัดพื้นที่จัดเก็บทั้งในรถพยาบาลและห้องฉุกเฉินเสี่ยงต่อการติดไฟ ผู้ผลิตมีคำแนะนำให้ระวังเปลวไฟเนื่องจากผลิตภัณฑ์อาจติดไฟได้
รองรับน้ำหนักได้สูง ถึง 160 กก. ทำให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีเข็มขัดนิรภัย (ไม่ได้ระบุ) อาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อรัดผู้ป่วยให้แน่นหนา

7.YUWELL เครื่องเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจน รุ่น 7F-10W สีเทา

YUWELL เครื่องเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจน รุ่น 7F-10W สีเทา

เครื่องเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจน YUWELL รุ่น 7F-10W ขนาด 10 ลิตร/นาที ความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 93% ± 3% พร้อมฟังก์ชันพ่นละอองยาในตัว

มีระบบสัญญาณเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติของระบบไฟฟ้า แรงดัน หรือออกซิเจนต่ำ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานพยาบาลที่สำคัญสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นสินค้า

  • อัตราการไหลสูง: สามารถปรับอัตราการไหลของออกซิเจนได้ถึง 10 ลิตรต่อนาที เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนในปริมาณมาก
  • มีฟังก์ชันพ่นละอองยา: สามารถต่อชุดอุปกรณ์พ่นละอองยา (Nebulizer) ได้ในตัว ทำให้สะดวกในการรักษาทางเดินหายใจ
  • ระบบความปลอดภัยสูง: มีระบบเตือนเมื่อไฟฟ้าขัดข้อง ออกซิเจนต่ำ และแรงดันผิดปกติ พร้อมคอมเพรสเซอร์ระบบป้องกันความร้อน
  • ความเข้มข้นสม่ำเสมอ: ให้ความเข้มข้นของออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 93% ± 3% ที่อัตราการไหลสูงสุด

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
มีระบบสัญญาณเตือน แจ้งเมื่อความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำหรือระบบไฟฟ้าผิดปกติน้ำหนักมาก ตัวเครื่องมีน้ำหนักถึง 34.5 กิโลกรัม ทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก
พ่นละอองยาในตัวได้ ช่วยให้ประหยัดพื้นที่และไม่ต้องใช้อุปกรณ์พ่นยาแยกต่างหากเสียงดังขณะทำงาน มีระดับเสียงในการทำงานไม่เกิน 60 เดซิเบลเอ (ค่อนข้างมีเสียงดัง)
มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ (Breaker) เมื่อกระแสไฟฟ้าผิดปกติ ช่วยป้องกันเครื่องเสียหายการรับประกันสั้น รับประกันสินค้า 1 ปี จากการใช้งานที่ถูกต้อง (หากมีการใช้งานแล้วไม่รับเปลี่ยนคืน)
มีแสดงเวลาทำงานสะสม ช่วยให้ผู้ใช้ทราบอายุการใช้งานของเครื่องใช้กำลังไฟสูง กำลังไฟเข้าไม่เกิน 850 VA (เมื่อเทียบกับรุ่นเล็ก) อาจส่งผลต่อค่าไฟ

8.Eazy Bed เตียงพับปรับระดับไฟฟ้า รุ่น Jumbo New Model กว้าง 80 ซม.

Eazy Bed เตียงพับปรับระดับไฟฟ้า รุ่น Jumbo New Model กว้าง 80 ซม.

Eazy Bed รุ่น Jumbo เตียงพับโครงสร้างเหล็กแข็งแรงพิเศษ ปรับระดับได้ทั้งระบบไฟฟ้า (รีโมท) และปรับมือ 6 ระดับ พร้อมเบาะหนา 7 ซม. เตียงรุ่นนี้รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 400 กก. มีล้อและราวกันตก

ทำให้ใช้งานได้หลากหลายและสะดวกสบาย นับเป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือบ้านสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องการเตียงเสริมที่ปรับเอนหลังและพับเก็บได้

จุดเด่นสินค้า

  • รองรับน้ำหนักพิเศษ: โครงสร้างแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 400 กิโลกรัม
  • ปรับระดับได้ 2 ระบบ: สามารถปรับเอนหลังด้วยระบบไฟฟ้าควบคุมด้วยรีโมท และปรับด้วยมือได้ถึง 6 ระดับ
  • ทำความสะอาดง่าย: มาพร้อมเบาะผ้าฝ้ายหนา 7 ซม. ที่มีซิปสำหรับถอดซักได้ ไม่กักเก็บฝุ่นหรือเชื้อโรค
  • พับเก็บและเคลื่อนย้ายสะดวก: ออกแบบให้พับเก็บได้ง่ายเมื่อไม่ใช้งาน ประหยัดพื้นที่ และมีล้อสำหรับเคลื่อนย้าย

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
ความแข็งแรงสูง รองรับน้ำหนักได้มากถึง 400 กก. (สูงกว่าเตียงพับทั่วไป)ความกว้างจำกัด รุ่น 80 ซม. มีขนาดค่อนข้างแคบ อาจไม่สบายเท่าเตียงมาตรฐาน
การปรับไฟฟ้า สะดวกสบายสำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวลำบากต้องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าต้องพึ่งพาแหล่งจ่ายไฟในการปรับระดับเตียง
มีราวกันตก (ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่มีในภาพ/ข้อมูลทั่วไป) ช่วยป้องกันการตกเตียงน้ำหนักมาก เนื่องจากโครงสร้างที่แข็งแรง ทำให้มีน้ำหนักมากกว่าเตียงพับธรรมดา
เบาะรองรับแรงกดทับ เบาะหนา 7 ซม. ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีการซักทำความสะอาด ต้องถอดเบาะผ้าฝ้ายออกมาซัก ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่าเบาะหนังเทียมทางการแพทย์

9.แอลกอฮอลล์ล้างมือซานิสเปรย์ SMARTLAB สีเขียวใส 3.8 ลิตร แพ็ค ชุด 8 แกลลอน

แอลกอฮอลล์ล้างมือซานิสเปรย์ SMARTLAB สีเขียวใส 3.8 ลิตร แพ็ค ชุด 8 แกลลอน

แอลกอฮอล์ล้างมือซานิสเปรย์ SmartLab สำหรับพ่นทำความสะอาดมือและพื้นผิว เพื่อทำลายจุลินทรีย์และไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูตรใส สีเขียว ผสมมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อถนอมผิวหนังให้ชุ่มชื้น

สามารถใช้ได้บ่อยตามต้องการ เหมาะสำหรับใช้เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานประกอบการที่ต้องการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดคุณภาพสูงและปริมาณมาก (บรรจุ 3.8 ลิตร/แกลลอน, 8 แกลลอน/ชุด)

จุดเด่นสินค้า

  • ฆ่าเชื้อโรค/ไวรัส: ใช้สำหรับทำความสะอาดและทำลายจุลินทรีย์และไวรัสที่สะสมอยู่บนมือหรือพื้นผิว
  • มีมอยส์เจอไรเซอร์: มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ช่วยถนอมผิวหนัง ป้องกันผิวแห้งจากการใช้ซ้ำ ๆ
  • ปริมาณคุ้มค่าต่อธุรกิจ: บรรจุในขนาดแกลลอน 3.8 ลิตร และขายเป็นชุด 8 แกลลอน เหมาะสำหรับโรงพยาบาล คลินิก หรือองค์กรขนาดใหญ่
  • การรับรองคุณภาพ: เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและมีเอกสารรับรองด้านความปลอดภัย (เช่น เอกสารจาก อย. / SDS)

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
ใช้ได้ทั้งมือและพื้นผิว มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับการฆ่าเชื้อโรคทั่วไปต้องมีอุปกรณ์แบ่งบรรจุ เนื่องจากเป็นแกลลอนขนาดใหญ่ ต้องนำไปแบ่งใส่ขวดสเปรย์หรือขวดปั๊มก่อนใช้งานจริง
ใช้ได้บ่อยตามต้องการ สูตรผสมสารบำรุงผิว ทำให้ไม่ระคายเคืองเมื่อใช้ซ้ำ ๆการจัดเก็บ ต้องเก็บให้ห่างจากเปลวไฟ ความร้อน และแสงแดดโดยตรง เนื่องจากเป็นสารไวไฟ
ราคาต่อหน่วยถูก การสั่งซื้อเป็นแพ็ค 8 แกลลอน ทำให้ได้ราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบต่อลิตรปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำ อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้รายย่อยที่ต้องการใช้ในปริมาณน้อย
เป็นแอลกอฮอล์ชนิดน้ำ เหมาะสำหรับใช้กับเครื่องพ่นหรือหัวสเปรย์ โดยไม่ทำให้หัวตันง่ายไม่มีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ระบุชัดเจน ในหน้าสินค้า (ต้องดูจากเอกสารกำกับเพิ่มเติม) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการฆ่าเชื้อโรค

10.ALLWELL เครื่องดูดเสมหะชนิดพกพา รุ่น Askir 30

ALLWELL เครื่องดูดเสมหะชนิดพกพา รุ่น Askir 30

เครื่องดูดเสมหะ Allwell รุ่น Askir 30 ชนิดพกพา ใช้สำหรับดูดเสมหะและของเหลวจากช่องปาก/ทางเดินหายใจของผู้ป่วย มีแรงดูดสูงสุดถึง -0.8 bar มาพร้อมระบบป้องกันของเหลวเข้าเครื่องถึง 3 ชั้น

รวมถึงแผ่นกรองแบคทีเรียชนิดกันน้ำ และมอเตอร์ยกสูงจากฐาน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือหน่วยดูแลผู้ป่วยที่บ้านที่ต้องการประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งานสูง

จุดเด่นสินค้า

  • ระบบป้องกันของเหลว 3 ชั้น: มีชุดกรองแบคทีเรีย (Hydrophobic Filter), ระบบลูกลอยกันน้ำล้น, และการออกแบบมอเตอร์ยกสูง/ช่องระบายของเหลว เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • ประสิทธิภาพแรงดูดสูง: มีอัตราการไหลสูงสุดถึง 40 ลิตรต่อนาที พร้อมแรงดูดสูงสุดที่ -0.8 bar สามารถดูดเสมหะได้อย่างรวดเร็ว
  • ขวดบรรจุทนทาน: ขวดขนาด 1 ลิตร ทำจาก Polycarbonate ทนต่อแรงกระแทกและสามารถนำเข้าเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ (Autoclave) ได้
  • การรับประกันยาวนาน: รับประกันสินค้า 1 ปี และรับประกันมอเตอร์ยาวนานถึง 3 ปี (บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพมอเตอร์)

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
ความปลอดภัยของเครื่องสูง มีระบบป้องกันของเหลวเข้ามอเตอร์ที่ดีมาก ช่วยยืดอายุการใช้งานเป็นรุ่นใช้ไฟฟ้า (230V) แม้จะเป็นชนิดพกพา แต่ต้องต่อกับแหล่งจ่ายไฟ AC ไม่ใช่แบบแบตเตอรี่ในตัว (ตามข้อมูลสินค้า)
อุปกรณ์ครบชุด มาพร้อมชุดกรองแบคทีเรีย, กระบอกของเหลว, สายยาง และสายดูดเสมหะต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง แผ่นกรองแบคทีเรียต้องเปลี่ยนเป็นระยะเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรค
กระบอกเก็บของเหลวทนทาน สามารถนึ่งฆ่าเชื้อได้ ทำให้รักษาความสะอาดได้ง่ายมีขนาดใหญ่กว่า เมื่อเทียบกับเครื่องดูดเสมหะชนิดแบตเตอรี่ขนาดเล็ก (เหมาะสำหรับพกพาภายในบ้าน/คลินิก มากกว่าการเคลื่อนที่ฉุกเฉิน)
แรงดูดสูงถึง 40 ลิตร/นาที เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องดูดเสมหะปริมาณมากหรือมีความเหนียวข้นสูงราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเครื่องดูดเสมหะพื้นฐานทั่วไปในท้องตลาด

หลักการแบ่งอุปกรณ์เปิดคลีนิคให้ใช้งานง่ายตามาตรฐานสากล 

การจัดหมวดหมู่ อุปกรณ์เปิดคลินิก ตามหลักการมาตรฐานสากลจะช่วยให้การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์มีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด และรับประกันความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ป่วย

1. การแบ่งตามฟังก์ชันการใช้งาน (Functional Grouping):

จัดแบ่งอุปกรณ์ตามวัตถุประสงค์หลักของการใช้งาน เช่น อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัย (Diagnostic), อุปกรณ์ทำหัตถการ (Procedural), อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน (Emergency) ซึ่งช่วยให้ค้นหาเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับสถานการณ์เฉพาะได้ทันที

2. การแบ่งตามความถี่ในการใช้งาน (Frequency of Use):

จัดเก็บ อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่ใช้บ่อยให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายที่สุด (เช่น บนรถเข็น หรือใกล้มือแพทย์) ในขณะที่อุปกรณ์ที่ใช้น้อยแต่มีความสำคัญ (เช่น เครื่อง AED หรือชุดทำแผลปลอดเชื้อ) ควรมีป้ายระบุชัดเจน.

3. การแบ่งตามหลักการควบคุมการติดเชื้อ (Infection Control Zoning):

แยกอุปกรณ์ออกเป็นโซนอย่างชัดเจน: อุปกรณ์สะอาด/ปลอดเชื้อ (Sterile), อุปกรณ์ปนเปื้อน (Contaminated), และ ขยะติดเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่.

4. การแบ่งตามพื้นที่ปฏิบัติงาน (Area of Operation):

กำหนดชุดอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับแต่ละห้องหรือแต่ละพื้นที่ เช่น ห้องตรวจพื้นฐาน, ห้องทำหัตถการเล็ก, ห้องเก็บยา/เวชภัณฑ์ เพื่อให้แต่ละโซนมีทุกสิ่งที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ข้ามห้อง

5. การแบ่งตามอายุการใช้งานและการบำรุงรักษา (Maintenance and Calibration):

จัดทำป้ายและรายการบันทึกสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการการ สอบเทียบ (Calibration) หรือ บำรุงรักษา เป็นประจำ (เช่น เครื่องวัดความดัน, เครื่องชั่งน้ำหนัก) เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือทั้งหมดให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลเสมอ.

เช็คลิสต์อุปกรณ์เปิดคลีนิคมีหมวดหมู่ไหนบ้าง

อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่ได้มาตรฐานสากลมักถูกจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ เพื่อความเป็นระเบียบในการจัดเก็บและการปฏิบัติงานที่รวดเร็ว OFM สรุปมาให้แล้วกับ 5 หมวดหมู่ของอุปกรณ์คลีนิคมีอะไรบ้าง

  1. อุปกรณ์การแพทย์และวินิจฉัย (Medical & Diagnostic Equipment): ครอบคลุมเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจร่างกายและประเมินอาการ เช่น หูฟัง, เครื่องวัดความดัน, เครื่องวัดไข้, และชุดตรวจหู/ตา.
  2. เวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง (Pharmaceuticals & Consumables): ได้แก่ ยา, วัคซีน, น้ำยาฆ่าเชื้อ, สำลี, ผ้าก๊อซ, ชุดทำแผลสำเร็จรูป, และถุงมือยางที่ต้องใช้แล้วทิ้ง.
  3. อุปกรณ์ควบคุมการติดเชื้อและสุขาภิบาล (Infection Control & Sanitation): ประกอบด้วยเครื่องมือสำหรับทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เช่น เครื่องอบฆ่าเชื้อ (Autoclave), กล่องทิ้งเข็ม, ถังขยะติดเชื้อ, และชุด PPE ที่ได้มาตรฐาน.
  4. เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก (Furniture & Facility Equipment): รวมถึงเตียงตรวจ, โต๊ะทำงาน, เก้าอี้ผู้ป่วย, ชั้นวางยา, ตู้เก็บเอกสาร, และระบบแสงสว่างที่เหมาะสมกับการตรวจวินิจฉัย
  5. ระบบบริหารจัดการและเทคโนโลยี (Management & Technology Systems): ได้แก่ คอมพิวเตอร์สำหรับบันทึกเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR), ระบบนัดหมาย, เครื่องพิมพ์, และระบบสำรองข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง

How to เลือกซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิคยังไงให้คุ้มค่า 

การเลือกซื้อ อุปกรณ์เปิดคลินิก อย่างชาญฉลาดเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมงบประมาณและรับประกันคุณภาพบริการ โดยเน้นที่การใช้งานจริงและความคุ้มค่าในระยะยาวตามมาตรฐานสากล แทนการเลือกซื้อจากราคาเพียงอย่างเดียว OFM สรุปมาให้แล้วว่ามีวิธีการเลือกซื้อยังไงบ้าง

  • ประเมินความจำเป็นตามประเภทคลินิก (Needs Assessment): จัดทำรายการ อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่จำเป็นที่สุดสำหรับคลินิกเฉพาะทางของคุณ (เช่น คลินิกผิวหนังต้องการเครื่องเลเซอร์, คลินิกกายภาพบำบัดต้องการเครื่องอัลตราซาวด์) หลีกเลี่ยงการซื้ออุปกรณ์ที่มีฟังก์ชันซับซ้อนเกินความจำเป็นเพื่อลดต้นทุนเริ่มต้น
  • พิจารณาอายุการใช้งานและการรับประกัน (Durability and Warranty): เลือกเครื่องมือที่มีความทนทานสูงและมีระยะเวลาการรับประกันยาวนาน รวมถึงการบริการหลังการขายที่ดี เพราะอุปกรณ์ทางการแพทย์ส่วนใหญ่มีราคาสูง การเลือกซื้อที่คุ้มค่าคือการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ในอนาคต
  • ตรวจสอบการรับรองและมาตรฐาน (Certification and Compliance): ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่ได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ (เช่น อย., ISO) เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำและความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการผ่านเกณฑ์การรับรองคลินิกมาตรฐานสากล
  • เปรียบเทียบตัวเลือกการเงิน (Financial Options): พิจารณาทางเลือกทางการเงิน เช่น การเช่าซื้อ (Leasing) หรือการผ่อนชำระ 0% สำหรับอุปกรณ์ราคาสูง แทนการซื้อขาด เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของคลินิกในช่วงเริ่มต้น
  • ซื้อชุดอุปกรณ์พื้นฐานแบบยกแพ็ค/รวม (Bulk/Bundle Purchasing): เลือกซื้อเวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง (เช่น ถุงมือ, สำลี, ชุดทำแผล) ในปริมาณมากจากซัพพลายเออร์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น OFM) เพื่อให้ได้ราคาต่อหน่วยที่ถูกลงและรับประกันความต่อเนื่องของสินค้าคงคลัง

สรุปคำถามที่ควรรู้ก่อนซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิค 

นอกจากวิธีการซื้อ และหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิคยังมีคำถามอีกมากมายที่ควรรู้ OFM สรุปมาให้แล้วกับคำถามที่ควรรู้ก่อนซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิค  

1. อุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐานสำหรับคลินิกเวชกรรมทั่วไปมีอะไรบ้าง?

อุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นที่สุดคือ ชุดตรวจวินิจฉัย (Diagnostic Set) เช่น หูฟังทางการแพทย์ เครื่องวัดความดันโลหิตแบบสอบเทียบได้ และเครื่องวัดอุณหภูมิ นอกจากนี้ยังต้องมีเตียงตรวจที่ได้มาตรฐาน ไฟส่องตรวจ และ ชุดทำแผลและปฐมพยาบาล พร้อมยาและเวชภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการรักษาเบื้องต้น

2. เปิดคลินิกความงามต้องมีอุปกรณ์พิเศษอะไรบ้าง?

คลินิกความงามต้องมี อุปกรณ์เสริมความงามเฉพาะทาง เช่น เครื่องเลเซอร์ (สำหรับกำจัดขนหรือปรับสภาพผิว), เครื่อง High-Frequency (HIFU) หรือเครื่องมือยกกระชับใบหน้าและร่องลึกต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือต้องมีอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานสำหรับฉุกเฉิน และเครื่องมือฉีดหรือทำหัตถการปลอดเชื้อตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด.

3. กฎหมายเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ในคลินิกมีอะไรบ้าง?

กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ ซึ่งกำหนดให้เครื่องมือแพทย์ทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อุปกรณ์ที่ใช้งานต้องมีการ บำรุงรักษาและสอบเทียบ ตามกำหนดเวลา เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำและความปลอดภัย โดยบุคลากรผู้ใช้ต้องได้รับการฝึกอบรมที่ถูกต้อง.

เริ่มอย่างมีมาตรฐานกับอุปกรณ์เปิดคลีนิคที่ตรงตามมาตรฐานสากล 

การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคลินิกตั้งแต่เริ่มต้นคือการเลือก อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองมาตรฐานสากล โดยเฉพาะเครื่องมือวินิจฉัยและอุปกรณ์ควบคุมการติดเชื้อ

 องค์กรควรจัดทำเช็คลิสต์ที่ละเอียดและจัดซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างครบวงจร การเลือกซื้อเครื่องมือและเวชภัณฑ์พื้นฐานจาก

OFM ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้ามีความหลากหลาย มีคุณภาพ และพร้อมสำหรับการใช้งานเพื่อให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

0 CommentsClose Comments

Leave a comment