การเตรียม อุปกรณ์เปิดคลินิก ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานสากลเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยต้องครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือตรวจวินิจฉัยพื้นฐาน ระบบควบคุมการติดเชื้อ
ไปจนถึงเทคโนโลยีเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EHR) การลงทุนในอุปกรณ์คุณภาพสูง เช่น เครื่องวัดความดันที่สอบเทียบได้ และชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉิน จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของคลินิกให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก
Key Takeaways
- ความสำคัญของมาตรฐานสากล: หัวใจสำคัญของการเปิดคลินิกคือการเตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจในการดำเนินงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เครื่องมือวินิจฉัยไปจนถึงระบบควบคุมการติดเชื้อ
- การจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบ: ควรแบ่งอุปกรณ์ออกเป็น 5 หมวดหมู่หลัก (วินิจฉัย, เวชภัณฑ์, ควบคุมการติดเชื้อ, เฟอร์นิเจอร์, ระบบบริหารจัดการ) และจัดเก็บตามหลักฟังก์ชันการใช้งาน ความถี่ในการใช้ และโซนควบคุมการติดเชื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
- การบำรุงรักษาและการสอบเทียบ: อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการวินิจฉัย เช่น เครื่องวัดความดัน หรือเครื่องชั่งน้ำหนัก ควรมีการสอบเทียบ (Calibration) และบำรุงรักษาเป็นประจำ เพื่อรับประกันความแม่นยำของผลลัพธ์ตามมาตรฐาน
- หลักการเลือกซื้อที่คุ้มค่า: การเลือกซื้อควรพิจารณาจากความจำเป็นของคลินิกเฉพาะทาง ตรวจสอบการรับรองมาตรฐาน (อย., ISO) และเลือกอุปกรณ์ที่มีความทนทานสูง พร้อมการรับประกันยาวนาน เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว
รวม 10 อุปกรณ์เปิดคลีนิคที่ต้องเตรียม สำหรับการเปิดคลินิกให้ได้มาตรฐาน
ในการ setup คลีนิคจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เพื่อสุขภาพที่จำเป็นต้องซื้อมากมาย OFM ช่วยให้คุณง่ายขึ้นกับ 10 อุปกรณ์เปิดคลีนิคที่ต้องเตรียม เพื่อให้คลีนิคของคุณสามารถปฏิบัติการได้ราบรื่นตั้งแต่วันเปิด
1.เครื่องชั่งน้ำหนักวัดไขมันและมวลกาย BLUETOOTH ออลล์เวล BodyA-1b

เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ BodyA-1B จากออลล์เวลล์ เป็น อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่สำคัญสำหรับประเมินสุขภาพเชิงลึกของผู้ป่วย สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายได้มากถึง 20
อย่างเช่น มวลไขมัน มวลกล้ามเนื้อ และ BMI พร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อบันทึกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นระบบ ช่วยให้การติดตามผลสุขภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากล
จุดเด่นสินค้า
- วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย 20 อย่าง: ให้ข้อมูลสุขภาพเชิงลึกที่แม่นยำ เช่น Body Fat, Body Water, กล้ามเนื้อ, BMR, และ BMI ซึ่งมีประโยชน์ในการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ
- เซ็นเซอร์รูปตัว G ความแม่นยำสูง: ใช้ระบบ Sensor ที่ทันสมัยในการตรวจวัดน้ำหนักได้อย่างเที่ยงตรงและแม่นยำ รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 180 กิโลกรัม
- รองรับผู้ใช้งานได้ไม่จำกัด (Multiple Users): สามารถใช้งานร่วมกันได้หลายคนโดยไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน เหมาะสำหรับใช้ในคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก
- เชื่อมต่อแอปพลิเคชันเพื่อบันทึกข้อมูล: ข้อมูลสุขภาพสามารถซิงค์ผ่าน Bluetooth ไปยังแอปพลิเคชัน ALLWELL Health App เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงและจัดเก็บเวชระเบียนได้อย่างสะดวก.
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| 1. ข้อมูลละเอียดและครบถ้วน: วัดผลได้ถึง 20 องค์ประกอบ ทำให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพได้ครอบคลุม | 1. ความแม่นยำอาจแปรผันได้: การวัดองค์ประกอบร่างกายแบบ BIA (Bioelectrical Impedance Analysis) อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในร่างกาย |
| 2. สะดวกในการติดตามผล: สามารถบันทึกและเปรียบเทียบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยลดการบันทึกด้วยมือ | 2. ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อ (Bluetooth): หากขาดการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต จะไม่สามารถเข้าถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายได้อย่างเต็มที่ |
| 3. ดีไซน์สวยงามและปลอดภัย: พื้นผิวเป็นกระจกนิรภัยขอบโค้งมน ดูหรูหรา และทำความสะอาดได้ง่าย | 3. ใช้ถ่าน AAA: ต้องมีการเปลี่ยนถ่านเมื่อพลังงานหมด (ใช้ถ่าน AAA 4 ก้อน) ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่ารุ่นชาร์จไฟได้ |
| 4. เหมาะสำหรับคลินิก: รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และรับประกันสินค้า 1 ปี | 4. เน้นการวัดผลแบบภาพรวม: ไม่ใช่เครื่องมือทางการแพทย์ระดับสูงที่ใช้ในงานวิจัย จึงเหมาะสำหรับคลินิกที่เน้นการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและการติดตามผล |
2.รถเข็นผู้ป่วยรถเข็นคนชรารถเข็นผู้พิการWheelchairวิลแชร์ เหล็กชุบโครเมียม แบบพับได้ THAI SUN SPORT รุ่น DY01809 ล้อซีลวด

รถเข็นผู้ป่วย (Wheelchair) โครงสร้างเหล็กชุบโครเมี่ยมแบบพับได้ แข็งแรงทนทาน พร้อมเบาะนั่งหนังเทียมสีน้ำเงิน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานพยาบาลที่จำเป็นสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัยภายในอาคาร รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 100 กก. และมีเบรกห้ามล้อ 2 ข้าง เพื่อความมั่นคงขณะจอดใช้งาน
จุดเด่นสินค้า
- โครงสร้างเหล็กชุบโครเมี่ยม: ทนทาน แข็งแรง เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานพยาบาลหรือบ้าน
- ระบบล้อครบครัน: มีล้อหลังขนาดใหญ่ (ประมาณ 24 นิ้ว) พร้อมวงล้อจับเข็น ให้ผู้ป่วยสามารถเข็นเองได้
- ยางตัน ไม่ต้องดูแลมาก: ใช้ล้อยางตัน (ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง) หมดปัญหาเรื่องยางรั่วหรือต้องเติมลมบ่อย ๆ
- พับเก็บได้: ออกแบบมาให้สามารถพับเก็บได้ง่าย สะดวกต่อการขนย้ายและประหยัดพื้นที่จัดเก็บ
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| โครงสร้างแข็งแรง ด้วยเหล็กชุบโครเมียม ทนต่อการใช้งานหนัก | น้ำหนักมาก โดยทั่วไปรถเข็นเหล็กมีน้ำหนักประมาณ 16–17 กก. ทำให้ขนย้ายขึ้นรถลำบาก |
| เบาะนั่งทำความสะอาดง่าย วัสดุเบาะหนังเทียม (PVC/Vinyl) สามารถเช็ดทำความสะอาดได้สะดวก | เกิดสนิมง่าย หากโดนความชื้นหรือน้ำเป็นเวลานาน โครเมียมที่เคลือบอาจหลุดล่อนและเกิดสนิมได้ |
| ล้อยางตัน ไม่ต้องกังวลเรื่องยางแบนหรือรั่วซึม | ขาดความยืดหยุ่น ล้อยางตันอาจมีแรงกระแทกมากกว่าล้อยางแบบเติมลมเมื่อเข็นบนพื้นผิวไม่เรียบ |
| ราคาเข้าถึงง่าย มักมีราคาที่ประหยัดกว่ารถเข็นโครงอะลูมิเนียม | ไม่มีเบรกมือ (ในบางรุ่นมาตรฐาน) ทำให้ผู้ดูแลไม่สามารถชะลอความเร็วขณะเข็นลงทางลาดได้สะดวก |
3.เครื่องพ่นไอน้ำ เพิ่มความช Mac Modern Deerma_Mini_Aroma

เครื่องพ่นไอน้ำ Mac Modern Deerma Mini Aroma ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์ทันสมัย ความจุ 300 มล. ใช้เทคโนโลยีอัลตร้าโซนิค เพิ่มความชื้นในอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสำนักงานที่ช่วยลดความแห้งของอากาศในห้องแอร์ ลดการระคายเคืองต่อผิวและระบบทางเดินหายใจ ทำงานเงียบ มีฟังก์ชันตั้งเวลาและระบบปิดอัตโนมัติเมื่อน้ำหมด ปลอดภัยและสะดวกในการใช้งาน
จุดเด่นสินค้า
- เทคโนโลยีอัลตร้าโซนิค: ให้ไอน้ำที่ละเอียดและมีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชื้นในอากาศสูง
- ดีไซน์เล็กและทันสมัย: ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับวางบนโต๊ะทำงานหรือพื้นที่จำกัด
- การทำงานเงียบ: ตัวเครื่องทำงานได้เงียบสนิท ไม่รบกวนสมาธิขณะทำงานหรือเวลานอน
- ปลอดภัยและสะดวก: มีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อน้ำหมด และมีฟังก์ชันตั้งเวลาการทำงานได้
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| ขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาง่ายและใช้พื้นที่วางน้อย | ความจุน้ำน้อย (300 มล.) ทำให้ต้องเติมน้ำบ่อยครั้ง หากเปิดใช้งานเป็นเวลานาน |
| มีฟังก์ชันตั้งเวลา ทำให้ควบคุมระยะเวลาการทำงานได้สะดวก | ไม่มีข้อมูลรับประกัน ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนจากผู้ผลิต/ผู้ขาย |
| เพิ่มความชื้นอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความแห้งของผิวหนังและเยื่อบุในห้องปรับอากาศ | จำกัดขนาดพื้นที่ใช้งาน เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กหรือพื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น |
| สามารถใช้เป็นเครื่องพ่นอโรม่าได้ (ใช้กับผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่ไม่มีสารเคมีแรง) | ต้องใช้ผลิตภัณฑ์น้ำหอมที่เหมาะสม หากใช้น้ำมันหอมระเหยที่มีสารเคมีแรงอาจทำให้เครื่องเสื่อมเร็ว |
4.ROODINSEAT ที่นอนลมแบบลอน พร้อมมอเตอร์ไฟฟ รุ่น dos40 สีน้ำเงิน ขนาด 190 (ยาว) x 85 (กว้าง) x 10.2 (สูง) เซนติเมตร

ที่นอนลมแบบลอน Roodinseat รุ่น dos40 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้สำหรับลดและป้องกันแผลกดทับให้กับผู้ป่วยที่ต้องนอนเป็นเวลานาน ที่นอนทำจากไนล่อน TPU พร้อมผ้าคลุมกันน้ำ รองรับน้ำหนักได้ 120 กก. และมีช่องปล่อยลม CPR ฉุกเฉิน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานพยาบาลที่สำคัญและจำเป็นต่อการดูแลสุขภาวะของผู้ป่วยในระยะยาว
จุดเด่นสินค้า
- ลดและป้องกันแผลกดทับ: ระบบลอนสลับแรงดันลมทุก 6 นาที ช่วยกระจายน้ำหนักและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับ
- วัสดุทนทานและยืดหยุ่น: ลอนทำจากไนล่อน TPU พร้อมผ้าคลุมกันน้ำ (ไนล่อน PU) มีความแข็งแรง และสามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก.
- ซ่อมแซมได้ง่าย: ที่นอนมีทั้งหมด 18 ลอน และสามารถถอดเปลี่ยนหรือซ่อมแซมลอนที่เสียหายแยกส่วนได้
- มาตรฐานและรับประกัน: ได้รับมาตรฐานระดับสากล (CE, ISO 13485) พร้อมการรับประกันที่นอน 1 ปี และมอเตอร์ไฟฟ้า 18 เดือน
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| มีช่องปล่อยลม CPR สำหรับลดลมอย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน | ราคาสูง เมื่อเทียบกับที่นอนลมแบบรังผึ้ง หรือที่นอนทั่วไป |
| สลับแรงดันลมโดยอัตโนมัติ มอเตอร์สลับแรงดันทุก 6 นาที โดยไม่ต้องปรับเอง | การทำงานของมอเตอร์ อาจมีเสียงรบกวนเล็กน้อยขณะปั๊มลมสลับลอน |
| มีสัญญาณแจ้งเตือน เมื่อแรงดันลมต่ำกว่าปกติ เพื่อให้ผู้ดูแลแก้ไขได้ทันท่วงที | ต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา การใช้งานจำเป็นต้องเสียบปลั๊กมอเตอร์ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง |
| ลอนสามารถถอดเปลี่ยนได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว | การทำความสะอาด ตัวลอนอาจทำความสะอาดยากกว่าที่นอนลมแบบผืนเดียว (รังผึ้ง) |
5.ชุดตรวจสารเสพติด เมทแอมเฟตามีน แบบจุ่ม(สตริป) ไบโอไลน์ ไบโอไลน์ 100 ชุดทดสอบ/ 1 กล่อง

ชุดตรวจสารเสพติด Bio-Line แบบจุ่ม (Strip) สำหรับตรวจหาสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในปัสสาวะมนุษย์ ด้วยความไวที่ 1000 ng/ml ใช้หลักการทดสอบแบบขั้นตอนเดียว อ่านผลได้ด้วยตาเปล่าใน 5 นาที มีความไวและความจำเพาะสูง เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานประกอบการที่จำเป็นสำหรับการคัดกรองบุคลากรหรือผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว (100 ชุดทดสอบ/กล่อง)
จุดเด่นสินค้า
- ความไวสูงและเฉพาะเจาะจง: สามารถตรวจหาเมทแอมเฟตามีนได้ที่ความเข้มข้นตั้งแต่ 1,000 นาโนกรัม/มิลลิลิตร ขึ้นไป
- ใช้งานง่ายและรวดเร็ว: เป็นชุดตรวจชนิดเร็วแบบขั้นตอนเดียว (One-Step) ทราบผลภายใน 5 นาที
- มาตรฐานและเชื่อถือได้: ได้รับการรับแจ้งรายละเอียดเครื่องมือแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุข
- ปริมาณคุ้มค่า: บรรจุ 100 ชุดทดสอบต่อกล่อง พร้อมถ้วยใส่ปัสสาวะแถมให้ในชุด เหมาะสำหรับองค์กรหรือหน่วยงานที่ใช้ปริมาณมาก
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| ความสะดวกในการจัดเก็บ สามารถเก็บได้นานถึง 2 ปี ที่อุณหภูมิ 2-30 องศาเซลเซียส | จำกัดการตรวจสารเดียว ตรวจได้เฉพาะสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) เท่านั้น ไม่ได้ตรวจสารเสพติดอื่น ๆ |
| ความรวดเร็วในการแปลผล ทราบผลการตรวจเบื้องต้นได้ภายใน 5 นาที | ต้องมีการเก็บรักษาที่เหมาะสม ห้ามแช่แข็ง และควรเปิดซองเมื่อพร้อมใช้งานเท่านั้น (เสื่อมสภาพภายใน 1 ชม. หลังเปิด) |
| การทดสอบแบบ Competitive Binding ให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้สำหรับการคัดกรองเบื้องต้น | เป็นชุดทดสอบคัดกรองเบื้องต้น หากผลเป็นบวกต้องส่งตรวจยืนยันผลด้วยวิธีอื่นในห้องปฏิบัติการ |
| มีแถบควบคุม (Control Line) ช่วยยืนยันว่าการทดสอบทำงานอย่างถูกต้องตามปกติ | ต้องใช้ปัสสาวะ เป็นสิ่งส่งตรวจ ซึ่งต้องเตรียมภาชนะบรรจุที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ |
6.HOSPRO เปลสนาม YDC-1A4 สีฟ้า ขนาด 185.5x50x7.8 ชม.

เปลสนาม Hospro รุ่น YDC-1A4 วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์และผ้าสีฟ้า พับเก็บได้ มีน้ำหนักเบาเพียง 3.7 กก. แต่รองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 160 กก. ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถือเป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือหน่วยกู้ภัยที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากพกพาสะดวกและพร้อมใช้งานทันที
จุดเด่นสินค้า
- โครงสร้างน้ำหนักเบาและแข็งแรง: ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ มีน้ำหนักเพียง 3.7 กก. แต่สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 160 กก.
- สะดวกต่อการพกพา: ออกแบบให้พับเก็บได้ ทำให้ง่ายต่อการจัดเก็บในพื้นที่จำกัดและการขนย้ายไปยังที่เกิดเหตุ
- ใช้งานง่าย: สามารถกางและพับเก็บได้ง่าย รวดเร็ว เหมาะสำหรับการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ทนทานต่อการใช้งาน: วัสดุมีความทนทานสูงต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ (จากการเป็นเปลสนาม)
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| น้ำหนักเบามาก ช่วยลดภาระในการขนย้ายของผู้ปฏิบัติงาน | ไม่มีล้อ ทำให้ต้องใช้ผู้ช่วยอย่างน้อย 2 คน ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย |
| โครงสร้างทนทาน ผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ทนทานต่อการกัดกร่อน | ความกว้างจำกัด ขนาดความกว้าง 50 ซม. อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ป่วยที่มีรูปร่างใหญ่ |
| พับได้กะทัดรัด ประหยัดพื้นที่จัดเก็บทั้งในรถพยาบาลและห้องฉุกเฉิน | เสี่ยงต่อการติดไฟ ผู้ผลิตมีคำแนะนำให้ระวังเปลวไฟเนื่องจากผลิตภัณฑ์อาจติดไฟได้ |
| รองรับน้ำหนักได้สูง ถึง 160 กก. ทำให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ | ไม่มีเข็มขัดนิรภัย (ไม่ได้ระบุ) อาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อรัดผู้ป่วยให้แน่นหนา |
7.YUWELL เครื่องเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจน รุ่น 7F-10W สีเทา

เครื่องเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจน YUWELL รุ่น 7F-10W ขนาด 10 ลิตร/นาที ความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 93% ± 3% พร้อมฟังก์ชันพ่นละอองยาในตัว
มีระบบสัญญาณเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติของระบบไฟฟ้า แรงดัน หรือออกซิเจนต่ำ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานพยาบาลที่สำคัญสำหรับการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นสินค้า
- อัตราการไหลสูง: สามารถปรับอัตราการไหลของออกซิเจนได้ถึง 10 ลิตรต่อนาที เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนในปริมาณมาก
- มีฟังก์ชันพ่นละอองยา: สามารถต่อชุดอุปกรณ์พ่นละอองยา (Nebulizer) ได้ในตัว ทำให้สะดวกในการรักษาทางเดินหายใจ
- ระบบความปลอดภัยสูง: มีระบบเตือนเมื่อไฟฟ้าขัดข้อง ออกซิเจนต่ำ และแรงดันผิดปกติ พร้อมคอมเพรสเซอร์ระบบป้องกันความร้อน
- ความเข้มข้นสม่ำเสมอ: ให้ความเข้มข้นของออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 93% ± 3% ที่อัตราการไหลสูงสุด
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| มีระบบสัญญาณเตือน แจ้งเมื่อความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำหรือระบบไฟฟ้าผิดปกติ | น้ำหนักมาก ตัวเครื่องมีน้ำหนักถึง 34.5 กิโลกรัม ทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก |
| พ่นละอองยาในตัวได้ ช่วยให้ประหยัดพื้นที่และไม่ต้องใช้อุปกรณ์พ่นยาแยกต่างหาก | เสียงดังขณะทำงาน มีระดับเสียงในการทำงานไม่เกิน 60 เดซิเบลเอ (ค่อนข้างมีเสียงดัง) |
| มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ (Breaker) เมื่อกระแสไฟฟ้าผิดปกติ ช่วยป้องกันเครื่องเสียหาย | การรับประกันสั้น รับประกันสินค้า 1 ปี จากการใช้งานที่ถูกต้อง (หากมีการใช้งานแล้วไม่รับเปลี่ยนคืน) |
| มีแสดงเวลาทำงานสะสม ช่วยให้ผู้ใช้ทราบอายุการใช้งานของเครื่อง | ใช้กำลังไฟสูง กำลังไฟเข้าไม่เกิน 850 VA (เมื่อเทียบกับรุ่นเล็ก) อาจส่งผลต่อค่าไฟ |
8.Eazy Bed เตียงพับปรับระดับไฟฟ้า รุ่น Jumbo New Model กว้าง 80 ซม.

Eazy Bed รุ่น Jumbo เตียงพับโครงสร้างเหล็กแข็งแรงพิเศษ ปรับระดับได้ทั้งระบบไฟฟ้า (รีโมท) และปรับมือ 6 ระดับ พร้อมเบาะหนา 7 ซม. เตียงรุ่นนี้รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 400 กก. มีล้อและราวกันตก
ทำให้ใช้งานได้หลากหลายและสะดวกสบาย นับเป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือบ้านสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องการเตียงเสริมที่ปรับเอนหลังและพับเก็บได้
จุดเด่นสินค้า
- รองรับน้ำหนักพิเศษ: โครงสร้างแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 400 กิโลกรัม
- ปรับระดับได้ 2 ระบบ: สามารถปรับเอนหลังด้วยระบบไฟฟ้าควบคุมด้วยรีโมท และปรับด้วยมือได้ถึง 6 ระดับ
- ทำความสะอาดง่าย: มาพร้อมเบาะผ้าฝ้ายหนา 7 ซม. ที่มีซิปสำหรับถอดซักได้ ไม่กักเก็บฝุ่นหรือเชื้อโรค
- พับเก็บและเคลื่อนย้ายสะดวก: ออกแบบให้พับเก็บได้ง่ายเมื่อไม่ใช้งาน ประหยัดพื้นที่ และมีล้อสำหรับเคลื่อนย้าย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| ความแข็งแรงสูง รองรับน้ำหนักได้มากถึง 400 กก. (สูงกว่าเตียงพับทั่วไป) | ความกว้างจำกัด รุ่น 80 ซม. มีขนาดค่อนข้างแคบ อาจไม่สบายเท่าเตียงมาตรฐาน |
| การปรับไฟฟ้า สะดวกสบายสำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวลำบาก | ต้องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าต้องพึ่งพาแหล่งจ่ายไฟในการปรับระดับเตียง |
| มีราวกันตก (ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่มีในภาพ/ข้อมูลทั่วไป) ช่วยป้องกันการตกเตียง | น้ำหนักมาก เนื่องจากโครงสร้างที่แข็งแรง ทำให้มีน้ำหนักมากกว่าเตียงพับธรรมดา |
| เบาะรองรับแรงกดทับ เบาะหนา 7 ซม. ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี | การซักทำความสะอาด ต้องถอดเบาะผ้าฝ้ายออกมาซัก ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่าเบาะหนังเทียมทางการแพทย์ |
9.แอลกอฮอลล์ล้างมือซานิสเปรย์ SMARTLAB สีเขียวใส 3.8 ลิตร แพ็ค ชุด 8 แกลลอน

แอลกอฮอล์ล้างมือซานิสเปรย์ SmartLab สำหรับพ่นทำความสะอาดมือและพื้นผิว เพื่อทำลายจุลินทรีย์และไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ สูตรใส สีเขียว ผสมมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อถนอมผิวหนังให้ชุ่มชื้น
สามารถใช้ได้บ่อยตามต้องการ เหมาะสำหรับใช้เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือสถานประกอบการที่ต้องการผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดคุณภาพสูงและปริมาณมาก (บรรจุ 3.8 ลิตร/แกลลอน, 8 แกลลอน/ชุด)
จุดเด่นสินค้า
- ฆ่าเชื้อโรค/ไวรัส: ใช้สำหรับทำความสะอาดและทำลายจุลินทรีย์และไวรัสที่สะสมอยู่บนมือหรือพื้นผิว
- มีมอยส์เจอไรเซอร์: มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ช่วยถนอมผิวหนัง ป้องกันผิวแห้งจากการใช้ซ้ำ ๆ
- ปริมาณคุ้มค่าต่อธุรกิจ: บรรจุในขนาดแกลลอน 3.8 ลิตร และขายเป็นชุด 8 แกลลอน เหมาะสำหรับโรงพยาบาล คลินิก หรือองค์กรขนาดใหญ่
- การรับรองคุณภาพ: เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและมีเอกสารรับรองด้านความปลอดภัย (เช่น เอกสารจาก อย. / SDS)
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| ใช้ได้ทั้งมือและพื้นผิว มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสำหรับการฆ่าเชื้อโรคทั่วไป | ต้องมีอุปกรณ์แบ่งบรรจุ เนื่องจากเป็นแกลลอนขนาดใหญ่ ต้องนำไปแบ่งใส่ขวดสเปรย์หรือขวดปั๊มก่อนใช้งานจริง |
| ใช้ได้บ่อยตามต้องการ สูตรผสมสารบำรุงผิว ทำให้ไม่ระคายเคืองเมื่อใช้ซ้ำ ๆ | การจัดเก็บ ต้องเก็บให้ห่างจากเปลวไฟ ความร้อน และแสงแดดโดยตรง เนื่องจากเป็นสารไวไฟ |
| ราคาต่อหน่วยถูก การสั่งซื้อเป็นแพ็ค 8 แกลลอน ทำให้ได้ราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบต่อลิตร | ปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำ อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้รายย่อยที่ต้องการใช้ในปริมาณน้อย |
| เป็นแอลกอฮอล์ชนิดน้ำ เหมาะสำหรับใช้กับเครื่องพ่นหรือหัวสเปรย์ โดยไม่ทำให้หัวตันง่าย | ไม่มีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ระบุชัดเจน ในหน้าสินค้า (ต้องดูจากเอกสารกำกับเพิ่มเติม) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการฆ่าเชื้อโรค |
10.ALLWELL เครื่องดูดเสมหะชนิดพกพา รุ่น Askir 30

เครื่องดูดเสมหะ Allwell รุ่น Askir 30 ชนิดพกพา ใช้สำหรับดูดเสมหะและของเหลวจากช่องปาก/ทางเดินหายใจของผู้ป่วย มีแรงดูดสูงสุดถึง -0.8 bar มาพร้อมระบบป้องกันของเหลวเข้าเครื่องถึง 3 ชั้น
รวมถึงแผ่นกรองแบคทีเรียชนิดกันน้ำ และมอเตอร์ยกสูงจากฐาน เป็นอุปกรณ์เปิดคลีนิคหรือหน่วยดูแลผู้ป่วยที่บ้านที่ต้องการประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งานสูง
จุดเด่นสินค้า
- ระบบป้องกันของเหลว 3 ชั้น: มีชุดกรองแบคทีเรีย (Hydrophobic Filter), ระบบลูกลอยกันน้ำล้น, และการออกแบบมอเตอร์ยกสูง/ช่องระบายของเหลว เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- ประสิทธิภาพแรงดูดสูง: มีอัตราการไหลสูงสุดถึง 40 ลิตรต่อนาที พร้อมแรงดูดสูงสุดที่ -0.8 bar สามารถดูดเสมหะได้อย่างรวดเร็ว
- ขวดบรรจุทนทาน: ขวดขนาด 1 ลิตร ทำจาก Polycarbonate ทนต่อแรงกระแทกและสามารถนำเข้าเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ (Autoclave) ได้
- การรับประกันยาวนาน: รับประกันสินค้า 1 ปี และรับประกันมอเตอร์ยาวนานถึง 3 ปี (บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพมอเตอร์)
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
| ความปลอดภัยของเครื่องสูง มีระบบป้องกันของเหลวเข้ามอเตอร์ที่ดีมาก ช่วยยืดอายุการใช้งาน | เป็นรุ่นใช้ไฟฟ้า (230V) แม้จะเป็นชนิดพกพา แต่ต้องต่อกับแหล่งจ่ายไฟ AC ไม่ใช่แบบแบตเตอรี่ในตัว (ตามข้อมูลสินค้า) |
| อุปกรณ์ครบชุด มาพร้อมชุดกรองแบคทีเรีย, กระบอกของเหลว, สายยาง และสายดูดเสมหะ | ต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง แผ่นกรองแบคทีเรียต้องเปลี่ยนเป็นระยะเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรค |
| กระบอกเก็บของเหลวทนทาน สามารถนึ่งฆ่าเชื้อได้ ทำให้รักษาความสะอาดได้ง่าย | มีขนาดใหญ่กว่า เมื่อเทียบกับเครื่องดูดเสมหะชนิดแบตเตอรี่ขนาดเล็ก (เหมาะสำหรับพกพาภายในบ้าน/คลินิก มากกว่าการเคลื่อนที่ฉุกเฉิน) |
| แรงดูดสูงถึง 40 ลิตร/นาที เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องดูดเสมหะปริมาณมากหรือมีความเหนียวข้นสูง | ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเครื่องดูดเสมหะพื้นฐานทั่วไปในท้องตลาด |
หลักการแบ่งอุปกรณ์เปิดคลีนิคให้ใช้งานง่ายตามาตรฐานสากล
การจัดหมวดหมู่ อุปกรณ์เปิดคลินิก ตามหลักการมาตรฐานสากลจะช่วยให้การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์มีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด และรับประกันความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ป่วย
1. การแบ่งตามฟังก์ชันการใช้งาน (Functional Grouping):
จัดแบ่งอุปกรณ์ตามวัตถุประสงค์หลักของการใช้งาน เช่น อุปกรณ์ตรวจวินิจฉัย (Diagnostic), อุปกรณ์ทำหัตถการ (Procedural), อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน (Emergency) ซึ่งช่วยให้ค้นหาเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับสถานการณ์เฉพาะได้ทันที
2. การแบ่งตามความถี่ในการใช้งาน (Frequency of Use):
จัดเก็บ อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่ใช้บ่อยให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายที่สุด (เช่น บนรถเข็น หรือใกล้มือแพทย์) ในขณะที่อุปกรณ์ที่ใช้น้อยแต่มีความสำคัญ (เช่น เครื่อง AED หรือชุดทำแผลปลอดเชื้อ) ควรมีป้ายระบุชัดเจน.
3. การแบ่งตามหลักการควบคุมการติดเชื้อ (Infection Control Zoning):
แยกอุปกรณ์ออกเป็นโซนอย่างชัดเจน: อุปกรณ์สะอาด/ปลอดเชื้อ (Sterile), อุปกรณ์ปนเปื้อน (Contaminated), และ ขยะติดเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่.
4. การแบ่งตามพื้นที่ปฏิบัติงาน (Area of Operation):
กำหนดชุดอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับแต่ละห้องหรือแต่ละพื้นที่ เช่น ห้องตรวจพื้นฐาน, ห้องทำหัตถการเล็ก, ห้องเก็บยา/เวชภัณฑ์ เพื่อให้แต่ละโซนมีทุกสิ่งที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ข้ามห้อง
5. การแบ่งตามอายุการใช้งานและการบำรุงรักษา (Maintenance and Calibration):
จัดทำป้ายและรายการบันทึกสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการการ สอบเทียบ (Calibration) หรือ บำรุงรักษา เป็นประจำ (เช่น เครื่องวัดความดัน, เครื่องชั่งน้ำหนัก) เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือทั้งหมดให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลเสมอ.
เช็คลิสต์อุปกรณ์เปิดคลีนิคมีหมวดหมู่ไหนบ้าง
อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่ได้มาตรฐานสากลมักถูกจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ เพื่อความเป็นระเบียบในการจัดเก็บและการปฏิบัติงานที่รวดเร็ว OFM สรุปมาให้แล้วกับ 5 หมวดหมู่ของอุปกรณ์คลีนิคมีอะไรบ้าง
- อุปกรณ์การแพทย์และวินิจฉัย (Medical & Diagnostic Equipment): ครอบคลุมเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจร่างกายและประเมินอาการ เช่น หูฟัง, เครื่องวัดความดัน, เครื่องวัดไข้, และชุดตรวจหู/ตา.
- เวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง (Pharmaceuticals & Consumables): ได้แก่ ยา, วัคซีน, น้ำยาฆ่าเชื้อ, สำลี, ผ้าก๊อซ, ชุดทำแผลสำเร็จรูป, และถุงมือยางที่ต้องใช้แล้วทิ้ง.
- อุปกรณ์ควบคุมการติดเชื้อและสุขาภิบาล (Infection Control & Sanitation): ประกอบด้วยเครื่องมือสำหรับทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ เช่น เครื่องอบฆ่าเชื้อ (Autoclave), กล่องทิ้งเข็ม, ถังขยะติดเชื้อ, และชุด PPE ที่ได้มาตรฐาน.
- เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก (Furniture & Facility Equipment): รวมถึงเตียงตรวจ, โต๊ะทำงาน, เก้าอี้ผู้ป่วย, ชั้นวางยา, ตู้เก็บเอกสาร, และระบบแสงสว่างที่เหมาะสมกับการตรวจวินิจฉัย
- ระบบบริหารจัดการและเทคโนโลยี (Management & Technology Systems): ได้แก่ คอมพิวเตอร์สำหรับบันทึกเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR), ระบบนัดหมาย, เครื่องพิมพ์, และระบบสำรองข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง
How to เลือกซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิคยังไงให้คุ้มค่า
การเลือกซื้อ อุปกรณ์เปิดคลินิก อย่างชาญฉลาดเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมงบประมาณและรับประกันคุณภาพบริการ โดยเน้นที่การใช้งานจริงและความคุ้มค่าในระยะยาวตามมาตรฐานสากล แทนการเลือกซื้อจากราคาเพียงอย่างเดียว OFM สรุปมาให้แล้วว่ามีวิธีการเลือกซื้อยังไงบ้าง
- ประเมินความจำเป็นตามประเภทคลินิก (Needs Assessment): จัดทำรายการ อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่จำเป็นที่สุดสำหรับคลินิกเฉพาะทางของคุณ (เช่น คลินิกผิวหนังต้องการเครื่องเลเซอร์, คลินิกกายภาพบำบัดต้องการเครื่องอัลตราซาวด์) หลีกเลี่ยงการซื้ออุปกรณ์ที่มีฟังก์ชันซับซ้อนเกินความจำเป็นเพื่อลดต้นทุนเริ่มต้น
- พิจารณาอายุการใช้งานและการรับประกัน (Durability and Warranty): เลือกเครื่องมือที่มีความทนทานสูงและมีระยะเวลาการรับประกันยาวนาน รวมถึงการบริการหลังการขายที่ดี เพราะอุปกรณ์ทางการแพทย์ส่วนใหญ่มีราคาสูง การเลือกซื้อที่คุ้มค่าคือการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ในอนาคต
- ตรวจสอบการรับรองและมาตรฐาน (Certification and Compliance): ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่ได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ (เช่น อย., ISO) เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำและความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการผ่านเกณฑ์การรับรองคลินิกมาตรฐานสากล
- เปรียบเทียบตัวเลือกการเงิน (Financial Options): พิจารณาทางเลือกทางการเงิน เช่น การเช่าซื้อ (Leasing) หรือการผ่อนชำระ 0% สำหรับอุปกรณ์ราคาสูง แทนการซื้อขาด เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของคลินิกในช่วงเริ่มต้น
- ซื้อชุดอุปกรณ์พื้นฐานแบบยกแพ็ค/รวม (Bulk/Bundle Purchasing): เลือกซื้อเวชภัณฑ์และวัสดุสิ้นเปลือง (เช่น ถุงมือ, สำลี, ชุดทำแผล) ในปริมาณมากจากซัพพลายเออร์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น OFM) เพื่อให้ได้ราคาต่อหน่วยที่ถูกลงและรับประกันความต่อเนื่องของสินค้าคงคลัง
สรุปคำถามที่ควรรู้ก่อนซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิค
นอกจากวิธีการซื้อ และหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิคยังมีคำถามอีกมากมายที่ควรรู้ OFM สรุปมาให้แล้วกับคำถามที่ควรรู้ก่อนซื้ออุปกรณ์เปิดคลีนิค
1. อุปกรณ์ทางการแพทย์พื้นฐานสำหรับคลินิกเวชกรรมทั่วไปมีอะไรบ้าง?
อุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นที่สุดคือ ชุดตรวจวินิจฉัย (Diagnostic Set) เช่น หูฟังทางการแพทย์ เครื่องวัดความดันโลหิตแบบสอบเทียบได้ และเครื่องวัดอุณหภูมิ นอกจากนี้ยังต้องมีเตียงตรวจที่ได้มาตรฐาน ไฟส่องตรวจ และ ชุดทำแผลและปฐมพยาบาล พร้อมยาและเวชภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการรักษาเบื้องต้น
2. เปิดคลินิกความงามต้องมีอุปกรณ์พิเศษอะไรบ้าง?
คลินิกความงามต้องมี อุปกรณ์เสริมความงามเฉพาะทาง เช่น เครื่องเลเซอร์ (สำหรับกำจัดขนหรือปรับสภาพผิว), เครื่อง High-Frequency (HIFU) หรือเครื่องมือยกกระชับใบหน้าและร่องลึกต่าง ๆ สิ่งสำคัญคือต้องมีอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานสำหรับฉุกเฉิน และเครื่องมือฉีดหรือทำหัตถการปลอดเชื้อตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด.
3. กฎหมายเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ในคลินิกมีอะไรบ้าง?
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ ซึ่งกำหนดให้เครื่องมือแพทย์ทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อุปกรณ์ที่ใช้งานต้องมีการ บำรุงรักษาและสอบเทียบ ตามกำหนดเวลา เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำและความปลอดภัย โดยบุคลากรผู้ใช้ต้องได้รับการฝึกอบรมที่ถูกต้อง.
เริ่มอย่างมีมาตรฐานกับอุปกรณ์เปิดคลีนิคที่ตรงตามมาตรฐานสากล
การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคลินิกตั้งแต่เริ่มต้นคือการเลือก อุปกรณ์เปิดคลินิก ที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองมาตรฐานสากล โดยเฉพาะเครื่องมือวินิจฉัยและอุปกรณ์ควบคุมการติดเชื้อ
องค์กรควรจัดทำเช็คลิสต์ที่ละเอียดและจัดซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่างครบวงจร การเลือกซื้อเครื่องมือและเวชภัณฑ์พื้นฐานจาก
OFM ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้ามีความหลากหลาย มีคุณภาพ และพร้อมสำหรับการใช้งานเพื่อให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย