
เคยสงสัยบ้างไหมคะว่าปีๆหนึ่งเราทำงานหนักกันเกินไปหรือป่าว? ตื่นแต่เช้ามาทำงาน เพื่อฝ่าฝูงชนบนบีทีเอสทุกวัน บางช่วง งานก็วุ่นหัวหมุนทำเอาเลิกดึกดื่นกว่าหัวจะถึงหมอน แล้วสุดท้ายชีวิตก็วนลูปตื่นเช้าเช่นนี้เหมือนเดิมเกือบจะหมดปี จนบางทีก็อาจจะทำให้คุณตกอยู่ในสภาวะ Burn Out (ภาวะหมดไฟ) เอาได้ซะดื้อๆ และสำหรับมนุษย์ออฟฟิศคนไหนที่เริ่มจะป่วยทางใจกับความรู้สึกแบบนี้อยู่ละก็ ฟันธงได้เลยค่ะว่าคุณกำลังทำงานหนักเกินไปแล้ว
เพราะการเที่ยวไม่ใช่ข้ออ้าง
วิธีแก้สภาวะ Burn Out ที่ดีที่สุด ก็คือ การเคลียคิวเพื่อไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวหรือก๊วนเพื่อนสนิทให้ได้อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งนั่นเองค่ะ มีงานวิจัยระบุว่า ถ้าคนเราทำงานมากกว่า 2,000 ชั่วโมงต่อปี จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้น พนักงานออฟฟิศที่ทำงานน้อยกว่า 2,000 ชั่วโมงต่อปี หรือคนที่ไปเที่ยวอย่างน้อยปีละสองครั้งจึงมักจะมีศักยภาพในการทำงานมากกว่าคนที่ทำงานแบบไม่ลืมหูลืมตา

นอกจากการออกไปท่องเที่ยวจะช่วยให้คุณสลัดอาการ Burn Out ทิ้งได้แล้ว การได้ออกไปเจอโลกกว้างก็อาจจะทำให้คุณได้ชารต์พลังการทำงานกลับมาเต็มๆ ช่วยให้คุณมีพลังในการทำงานมากขึ้น และได้เห็นมุมมองใหม่ๆของชีวิตอีกด้วย สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะใช้วันลาพักร้อนไปเที่ยวดีไหม วันนี้เรามี 5 เหตุผลมาช่วยยืนยันค่ะ
5 เหตุผลที่คุณต้องรีบเคลียร์งานแล้วใช้วันพักร้อนไปเที่ยว
การไปเที่ยวจะช่วยให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น
เชื่อว่ามนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายต้องเคยตกอยู่ในโหมดนี้มาแล้วทั้งนั้น เพราะพอถึงช่วงเวลาก่อนออกวันออกทริปทีไร ทุกๆวันของการทำงานที่เหลืออยู่นั้น เราก็มักจะมีพลังกายและพลังใจมากกว่าวันทำงานปกติ อาจจะด้วยจิตใจที่เฝ้ารอทริปเที่ยวในอนาคตอย่างจดจ่อ ชนิดที่ว่า ปัญหาไหนๆในที่ทำงานก็จะไม่เก็บใส่ใจมาก เพราะอีกไม่วันก็จะได้ไปเที่ยวแล้ว
การไปเที่ยวช่วยให้เราได้ผ่อนคลายจากความเครียด
บ่อยครั้งที่ในแต่ละวัน ชาวออฟฟิศอย่างเรามักจะเจอกับปัญหาอันแสนจุกจิกมากมาย และกว่าจะแก้ได้ปลิดทิ้งก็ผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้ว หรือบางคนก็เก็บความกังวลนี้กลับมาที่บ้านโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ซึ่งการได้ออกไปเจออะไรแปลกใหม่ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เคยไปมาก่อนนี่แหละ จะช่วยให้คุณหลุดออกได้ความกังวลใจชั่วขณะ แล้วหันมาโฟกัสกับสถานที่สวยๆที่อยู่ตรงหน้าแทน

การไปเที่ยวช่วยให้ความสัมพันธ์เหนียวแน่นมากขึ้น
ไม่ว่าคุณจะแพ็คกระเป๋าเตรียมไปเที่ยวกับเพื่อน,แฟน หรือกับครอบครัว ขอให้รู้ไว้เลยคะว่าทริปเดินทางครั้งนี้ จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและพวกเขาเหล่านั้นเหนียวแน่นขึ้นอีกเป็นกอง เพราะในทุกๆทริปที่ต้องเจอร์ความแอดเวนเจอร์ ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้คุณหันมาใส่ใจและได้ใกล้ชิดคนรอบตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน และยิ่งไปกว่านั้น การที่ได้ทำกิจกรรมสนุกๆร่วมกับคนข้างกาย ก็จะช่วยให้คุณมีเวลาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เข้าใจกันมากขึ้นกว่าเดิมซ่ะอีก
การไปเที่ยวช่วยให้เราได้พักร่างกาย
สำหรับใครติดทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ทริปเที่ยวดีๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คุณได้รีเฟรชร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาทำงานได้นะ เพราะการที่คุณได้ออกไปท่องเที่ยว สัมผัสธรรมชาติ ในบรรยากาศที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง จะช่วยให้คุณได้ลดอาการปวดและความเมื่อยล้าทางร่างกายจากการทำงานอย่างหนักหน่วงมานาน และที่สำคัญทุกๆกิจกรรมที่ทำระหว่างการเดินทาง ย่อมดีกว่าการนั่งหน้าคอมวันละ 8 ชั่วโมงอย่างแน่นอน
การไปเที่ยวช่วยให้เรามองโลกในแง่บวกมากขึ้น
ในทุกการเดินทางมักจะมีเรื่องราวที่ทำให้เราได้เห็นโลกในมุมมองที่กว้างขึ้น ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ และความแตกต่างที่อยู่รอบตัวในแบบที่เราไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งสิ่งนี้เองจะทำให้เราได้เข้าใจคน สังคม วัฒนธรรมและโลกในแง่มุมที่หลากหลาย โดยไม่ยึดติดอยู่กรอบความคิดแบบเดิมอย่างที่เคยเป็น ตลอดจนยังเป็นแรงบันดาลใจทางความคิดซึ่งผลักดันให้ชีวิตเดินต่อไปในทางที่ดีขึ้นนั้นเอง
รู้แบบนี้แล้วก็รีบเคลียร์งานแล้วใช้วันลาพักร้อนที่เหลือไปรีเฟรชร่างกายกันเถอะค่ะ รับรองว่า สิ่งที่คุณจะได้กลับมาคงไม่ใช่แค่การหายจากอาการ Burn Out แน่นอน
อ่านบทความเพิ่มเติม : วิธีรับมือกับ “ภาวะหมดไฟ” ทำความเข้าใจก่อน Burnout!
สำหรับใครที่มีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวแล้วกำลังมองหา Item ที่จำเป็นสำหรับนักเดินทาง เข้ามาเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง และอุปกรณ์ตั้งแคมป์ได้เลยที่เว็บไซต์ OfficeMate เรามีส่วนลดพิเศษมากมาย แถมด้วยบริการจัดส่งฟรี คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม! ช่วยคุณประหยัดเงินเพื่อเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวได้อีกไม่น้อยเลยล่ะค่ะ