บ้านที่มีกลิ่นอับ ผนังขึ้นรา เสื้อผ้าชื้น หรือคนในบ้านภูมิแพ้กำเริบ มักมีต้นตอมาจากความชื้นสะสม ซึ่งพบได้บ่อยในเมืองไทยโดยเฉพาะห้องปิดมิดชิดและเปิดแอร์เป็นประจำ “เครื่องดูดความชื้น” จึงเป็นตัวช่วยสำคัญ แต่จะเลือกรุ่นไหนให้คุ้มค่าและเหมาะกับบ้านที่สุด? 

บทความนี้คัดมาให้เน้นๆ กับ 10เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี 2026 น่าใช้จาก OfficeMate พร้อมตารางเปรียบเทียบ สเปกเจาะลึก และวิธีเลือกตามขนาดห้อง ให้คุณตัดสินใจได้ง่ายจบในหน้าเดียว!

Table of Contents

Key Takeaways

  • เลือกรุ่นตามขนาดห้องและระดับความชื้น: ห้องขนาดเล็กถึงปานกลาง (10–30 ตร.ม.) เหมาะกับรุ่นเริ่มต้นเน้นประหยัดอย่าง KASHIWA HC-102 หรือ HAFELE HMEL0152 ส่วนห้องขนาดใหญ่ (25–50 ตร.ม.) หรือชื้นจัด ควรเลือก BWELL BDH-30A หรือ SHARP DW-D20A-W ที่มีกำลังดูดสูงและรองรับพื้นที่กว้าง
  • เน้นห้องนอน ความเงียบ และการต่อสายทิ้งน้ำ: สำหรับใช้งานตอนกลางคืน XIAOMI XMI-BHR8121TH (โหมด Sleep 35.6 dB) และ INKBIRD (< 40 dB) โดดเด่นเรื่องเสียงเงียบ ทั้งยังรองรับการต่อสายยางระบายน้ำทิ้งต่อเนื่องโดยไม่ต้องคอยเทถัง เหมาะกับห้องนอนหรือเด็กเล็ก
  • ฟังก์ชันเฉพาะทางคุ้มค่ากว่าเครื่องเดียวจบ: หากบ้านมีผู้ป่วยภูมิแพ้ต้องการจัดการฝุ่น PM2.5 ควรเลือก SHARP DW-T30FB ที่เป็น 2-in-1 ฟอกอากาศในตัว ส่วนบ้านที่ต้องตากผ้าในร่มช่วงหน้าฝน LG PuriCare Dual Inverter ตอบโจทย์ได้ดีด้วยโหมดอบผ้าโดยเฉพาะ
  • เทคนิคการใช้งานเพิ่มประสิทธิภาพ: ควรวางเครื่องบนพื้นราบห่างจากผนัง 20–30 ซม. ปิดประตูหน้าต่างขณะเปิด และตั้งค่าความชื้นเป้าหมายไว้ที่ 50–60% เพื่อยับยั้งเชื้อรา ป้องกันกลิ่นอับ และช่วยประหยัดพลังงาน

รวม 10 เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หมดปัญหาบ้านชื้น กลิ่นอับ เชื้อรา ตัวไหนคุ้มสุด?

บอกลาบ้านอับ ชื้น และเชื้อราร้าย! รวม 10 เครื่องดูดความชื้นรุ่นเด็ดปี 2026 Performance สูง ประหยัดไฟ คุ้มค่าที่สุดที่จะช่วยคืนอากาศสดชื่นและสุขภาพที่ดีให้ทุกคนในบ้าน

อันดับยี่ห้อ / รุ่นขนาดห้องความจุถังน้ำจุดเด่นราคา
1BWELL BDH-30A20–40 ตร.ม.3.4 ลิตรสั่งงานผ่าน Wi-Fi, ลดความชื้นสูงสุด 30 ลิตร/วัน, เสียง 42 dB15,990 บาท
2INKBIRD (12 ลิตร/วัน)ไม่ระบุ1.8 ลิตรโหมดละลายน้ำแข็ง, เสียงเงียบ < 40 dB, ล็อกป้องกันเด็ก7,890 บาท
3THAI SUN SPORT HMEL011920 ตร.ม.2 ลิตรน้ำหนักเบา 2.2 กก., ตัดอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม8,090 บาท
4SHARP DW-D20A-W25–50 ตร.ม.4.2 ลิตรโหมดลดความชื้น 3 ระดับ, ป้องกันเชื้อรา ลดกลิ่นอับ13,990 บาท
5SHARP DW-T30FBไม่ระบุไม่ระบุ2-in-1 ฟอกอากาศ PM2.5 + ลดความชื้น18,890 บาท
6BIAOWANG HMEL0151ห้องรับแขก / ห้องนอน2.5 ลิตรดีไซน์ทันสมัย ไม่เปลืองพื้นที่4,290 บาท
7KASHIWA HC-10210–30 ตร.ม.1.2 ลิตรกำลังไฟ 30 วัตต์ ราคาประหยัด1,699 บาท
8HAFELE HMEL015220 ตร.ม.ไม่ระบุพลาสติก ABS ทนทาน น้ำหนัก 2.2 กก.4,690 บาท
9XIAOMI XMI-BHR8121THไม่ระบุ4.5 ลิตรลดความชื้นสูงสุด 22 ลิตร/วัน, โหมด Sleep 35.6 dB(A), สั่งงานผ่าน Google Assistant / Alexa9,499 บาท
10LG PuriCare MD16GQSA1.ATHไม่ระบุไม่ระบุDual Inverter, ลดความชื้นสูงสุด 28 ลิตร, Auto Cleaning, โหมดอบผ้า16,900 บาท

ราคา ณ วันที่จัดทำ อาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชัน

1. เครื่องดูดความชื้น BWELL รุ่น BDH-30A

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • ขนาดห้อง: 20–40 ตร.ม.
  • กำลังลดความชื้น: สูงสุด 30 ลิตร/วัน
  • ถังน้ำ: 3.4 ลิตร ระบายน้ำได้ทั้งแบบเทถังหรือต่อสายยาง
  • การควบคุม: แผงสัมผัส หน้าจอดิจิทัลแสดงระดับความชื้น เชื่อมต่อ Wi-Fi ตั้งเวลาได้ 24 ชม.
  • เสียง: 42 เดซิเบล
  • ระบบ: คอมเพรสเซอร์ประสิทธิภาพสูง
  • ข้อดี: กำลังลดความชื้นสูง เหมาะกับห้องกว้างหรือห้องที่ชื้นจัด ต่อสายยางระบายน้ำต่อเนื่องได้ ไม่ต้องคอยเทน้ำ
  • ข้อพิจารณา: ราคาสูงกว่ารุ่นพื้นฐานหลายเท่า เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมผ่านแอปและใช้งานหนัก
  • ราคา 15,990 บาท

2. INKBIRD เครื่องลดความชื้นสำหรับบ้าน (12 ลิตร/วัน)

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • กำลังลดความชื้น: สูงสุด 12 ลิตร/วัน (ที่ 30°C ความชื้น 80%)
  • ถังน้ำ: 1.8 ลิตร ตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม พร้อมท่อน้ำทิ้ง 1 เมตร
  • โหมด: อัตโนมัติ กำหนดเอง แห้ง และละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ
  • ฟังก์ชัน: ตั้งเวลานับถอยหลัง ล็อกป้องกันเด็ก จอดิจิทัลแสดงความชื้น
  • เสียง: ต่ำกว่า 40 dB
  • น้ำหนัก / ขนาด: 10.5 กก. / 30 x 24 x 48.5 ซม. มีล้อเคลื่อนย้าย
  • ประกัน: 6 เดือน
  • ข้อดี: เสียงเงียบ เหมาะกับห้องนอน ห้องเด็ก ห้องเรียน มีล็อกป้องกันเด็ก
  •  ข้อพิจารณา: ตัวเครื่องหนักกว่ารุ่นพกพา และมีการสั่นเล็กน้อยตอนเปิด/ปิดซึ่งเป็นเรื่องปกติ
  • ราคา 7,890 บาท

3. เครื่องดูดความชื้น THAI SUN SPORT รุ่น HMEL0119

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • ขนาดห้อง: 20 ตร.ม.
  • กำลังลดความชื้น: สูงสุด 750 มล./วัน
  • ถังน้ำ: 2 ลิตร ตัดอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม
  • น้ำหนัก: 2.2 กก.
  • อุณหภูมิใช้งาน: 5–32°C
  • ข้อดี: เบา เคลื่อนย้ายและเทน้ำง่าย เหมาะกับห้องขนาดเล็ก
  • ข้อพิจารณา: กำลังลดความชื้นเหมาะกับห้องประมาณ 20 ตร.ม. ไม่ควรใช้กับพื้นที่กว้าง
  • ราคา 8,090 บาท

4. เครื่องดูดความชื้น SHARP รุ่น DW-D20A-W

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • ขนาดห้อง: 25–50 ตร.ม.
  • ถังน้ำ: 4.2 ลิตร
  • โหมด: ความเร็วสูง ต่ำ และอัตโนมัติ
  • จุดเด่น: ช่วยป้องกันเฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้าจากเชื้อรา รวมถึงลดกลิ่นอับ
  • ข้อดี: ครอบคลุมพื้นที่กว้างที่สุดในกลุ่ม ถังใหญ่ ไม่ต้องเทน้ำบ่อย
  • ข้อพิจารณา: เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องขนาดใหญ่เป็นหลัก
  • ราคา 13,990 บาท (ราคาปกติ 17,490 บาท โปรโมชันถึง 31/10/2027)

5. เครื่องลดความชื้นพร้อมฟอกอากาศ SHARP รุ่น DW-T30FB

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • ระบบ 2-in-1: ควบคุมความชื้น ป้องกันเชื้อรา ลดกลิ่นอับ และฟอกอากาศกำจัดฝุ่น PM2.5 กับสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องเดียว
  • ข้อดี: ไม่ต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศแยก ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับบ้านที่มีคนแพ้ฝุ่น
  • ข้อพิจารณา: ราคาสูงที่สุดในกลุ่ม เหมาะกับคนที่ต้องการทั้งสองฟังก์ชันจริง ๆ
  • ราคา 18,890 บาท (ราคาปกติ 23,690 บาท โปรโมชันถึง 31/10/2027)

6. เครื่องดูดความชื้น BIAOWANG รุ่น HMEL0151

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • ถังน้ำ: 2.5 ลิตร
  • การใช้งาน: ดูดความชื้นและกำจัดกลิ่นอับ เหมาะกับห้องรับแขกและห้องนอน
  • ดีไซน์: ทันสมัย ใช้งานง่าย ไม่เปลืองพื้นที่
  • ข้อดี: ราคาเข้าถึงง่าย ถังน้ำ 2.5 ลิตร ใหญ่กว่า KASHIWA, INKBIRD และ THAI SUN SPORT เหมาะกับการใช้งานในบ้านทั่วไป
  •  ข้อพิจารณา: ข้อมูลสินค้าไม่ระบุกำลังลดความชื้นต่อวันและขนาดห้องที่เหมาะสม ควรตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนซื้อ
  • ราคา 4,290 บาท

7. เครื่องดูดความชื้น KASHIWA รุ่น HC-102

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • ขนาดห้อง: 10–30 ตร.ม.
  • ถังน้ำ: 1.2 ลิตร วัสดุพลาสติกแข็งแรง น้ำหนักเบา
  • กำลังไฟ: 30 วัตต์ ประหยัดพลังงาน
  • ดีไซน์: ถังเก็บน้ำออกแบบให้ลดเสียงรบกวน
  • ข้อดี: ราคาต่ำที่สุดในบทความ เหมาะกับห้องเล็ก ตู้เสื้อผ้า หรือคนที่อยากลองใช้ก่อน
  •  ข้อพิจารณา: ถังน้ำเล็ก ต้องเทน้ำบ่อยกว่ารุ่นอื่นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
  • ราคา 1,699 บาท

8. เครื่องดูดความชื้น HAFELE รุ่น HMEL0152

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • ขนาดห้อง: 20 ตร.ม.
  • วัสดุ: พลาสติก ABS ทนทาน
  • น้ำหนัก: 2.2 กก. เคลื่อนย้ายสะดวก
  • ประกัน: 3 เดือน
  • ข้อดี: ราคากลาง ดีไซน์เรียบ เบา
  •  ข้อพิจารณา: ประกันสั้นกว่ารุ่นอื่นในบทความ
  • ราคา 4,690 บาท

9. เครื่องดูดความชื้น XIAOMI รุ่น XMI-BHR8121TH

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • กำลังลดความชื้น: สูงสุด 22 ลิตร/วัน
  • ถังน้ำ: 4.5 ลิตร หยุดทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม
  • การระบายน้ำ: รองรับการต่อสายระบายน้ำ ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนาน
  • โหมด Sleep: เสียงเงียบเพียง 35.6 dB(A)
  • การควบคุม: สั่งงานผ่าน Google Assistant และ Alexa
  • สี: ขาว
  • ข้อดี: กำลังลดความชื้นสูงในราคาที่ต่ำกว่า BWELL และ SHARP รุ่นใหญ่ ถังน้ำ 4.5 ลิตรใหญ่ที่สุดในบทความ โหมด Sleep เงียบกว่ารุ่นอื่นที่ระบุค่าเสียง เหมาะกับห้องนอน
  •  ข้อพิจารณา: ข้อมูลสินค้าไม่ระบุขนาดห้องที่เหมาะสม ควรตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนซื้อ โดยเฉพาะถ้าใช้กับห้องกว้าง
  • ราคา 9,499 บาท

10. เครื่องดูดความชื้น LG PuriCare Air Care Dual Inverter รุ่น MD16GQSA1.ATH

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี
  • กำลังลดความชื้น: สูงสุด 28 ลิตร
  • ระบบ: Dual Inverter ทนทาน ประหยัดพลังงาน
  • เทคโนโลยี: Auto Cleaning ไล่ความชื้นอัตโนมัติ
  • โหมดการทำงาน: อัจฉริยะ เร่งด่วน เงียบ เฉพาะจุด และอบผ้า
  • จุดเด่น: ช่วยป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับในบ้าน
  • ข้อดี: กำลังลดความชื้นสูง มีโหมดให้เลือกหลากหลาย รวมถึงโหมดอบผ้าที่เหมาะกับช่วงหน้าฝนหรือบ้านที่ตากผ้าในร่ม ระบบ Dual Inverter ช่วยให้ใช้งานต่อเนื่องได้ประหยัดพลังงาน
  • ข้อพิจารณา: ราคาสูง และข้อมูลสินค้าไม่ระบุขนาดห้องและความจุถังน้ำ ควรตรวจสอบที่หน้าสินค้าก่อนซื้อ
  • ราคา 16,900 บาท

💦🏠✨ ปกป้องบ้านและออฟฟิศจากภัยน้ำท่วม & ความชื้นสะสม🛒 เลือกช้อปที่ OFM:https://www.ofm.co.th/promotions/flood-essential-items-2026

เครื่องดูดความชื้น ทำงานยังไง?

เครื่องดูดความชื้นทำงานโดยดูดอากาศชื้นในห้องเข้าไปในตัวเครื่อง ให้ผ่านแผงเย็นจนไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นหยดน้ำ หยดน้ำจะไหลลงเก็บในถังน้ำ ส่วนอากาศที่แห้งกว่าจะถูกปล่อยกลับออกมาในห้อง เมื่อทำซ้ำต่อเนื่อง ความชื้นสัมพัทธ์ในห้องจะค่อย ๆ ลดลง

  • ดูดอากาศชื้นเข้าเครื่อง ด้วยพัดลมภายในตัวเครื่อง
  • ทำให้ไอน้ำควบแน่น เป็นหยดน้ำ (รุ่นคอมเพรสเซอร์ เช่น BWELL BDH-30A ทำงานด้วยหลักการนี้)
  • เก็บน้ำในถัง เครื่องหลายรุ่นตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม หรือต่อสายยางระบายน้ำต่อเนื่องได้
  • ปล่อยอากาศแห้งกลับสู่ห้อง และตรวจวัดความชื้นผ่านเซนเซอร์เพื่อทำงานตามค่าที่ตั้งไว้

เครื่องดูดความชื้น ช่วยอะไร?

เครื่องดูดความชื้นช่วยคุมความชื้นในห้อง ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ เชื้อรา และความเสียหายกับข้าวของในบ้าน

  • ลดกลิ่นอับ ห้องปิด ห้องเก็บของ และห้องนอนที่ไม่ค่อยเปิดหน้าต่างจะอากาศสดขึ้น
  • ปกป้องเฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า รองเท้า และเสื้อผ้า จากความเสียหายที่เกิดจากความชื้น
  • ลดการเจริญเติบโตของเชื้อรา ซึ่งชอบสภาพแวดล้อมชื้น
  • ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้บางชนิดที่เติบโตในที่ชื้น เหมาะกับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ
  • เลือกฟังก์ชันเสริมได้ตามการใช้งาน เช่น ตั้งเวลา Wi-Fi สั่งงานด้วยเสียง หรือฟอกอากาศ 2-in-1

วิธีเลือกเครื่องดูดความชื้นให้เหมาะกับการใช้งาน

อยากบอกลาบ้านอับชื้น เชื้อรา และภูมิแพ้? เช็ก 4 เทคนิคเลือกเครื่องดูดความชื้นให้เป๊ะตรงใจ ซื้อทีเดียวจบ

  1. ดูขนาดห้อง: ห้องเล็ก 10-20 ตร.ม. เลือก KASHIWA HC-102, THAI SUN SPORT HMEL0119 หรือ HAFELE HMEL0152 ห้อง 20-40 ตร.ม. เลือก BWELL BDH-30A หรือ INKBIRD ห้องกว้าง 25-50 ตร.ม. เลือก SHARP DW-D20A-W
  2. ดูถังน้ำและการระบายน้ำ: ถังใหญ่เทน้ำน้อยครั้ง เช่น XIAOMI 4.5 ลิตร ถ้าไม่อยากเทน้ำ เลือกรุ่นต่อสายยางได้ เช่น BWELL, INKBIRD, XIAOMI
  3. เลือกฟังก์ชันที่ใช้จริง: Wi-Fi (BWELL) สั่งงานด้วยเสียง (XIAOMI) ล็อกป้องกันเด็ก (INKBIRD) ฟอกอากาศ 2-in-1 (SHARP DW-T30FB) โหมดอบผ้า (LG)
  4. เทียบงบประมาณ: ราคาตั้งแต่ 1,699 ถึง 18,890 บาท และตรวจระยะประกันด้วย

เครื่องดูดความชื้น วางตรงไหนดี?

เช็กจุดตั้งเครื่องดูดความชื้น ให้บ้านไร้รา หายใจโล่งปอด และทำงานเต็ม efficiency

  • วางบนพื้นราบ ห่างผนังและเฟอร์นิเจอร์ประมาณ 20–30 ซม. เพื่อให้อากาศไหลเวียน
  • วางใกล้จุดที่ชื้นที่สุด เช่น มุมห้อง ใกล้ตู้เสื้อผ้า หรือใกล้ห้องน้ำ
  • อย่าวางใกล้ม่านหรือผ้าที่อาจบังช่องลมเข้า-ออก

เครื่องดูดความชื้น เปิดตอนไหน?

สงสัยไหมว่าทำไมบ้านยังอับ ทั้งที่เปิดเครื่องดูดความชื้นตลอด? เช็ก 3 ช่วงเวลาที่เปิดเครื่องดูดความชื้นแล้วเห็นผลไว แถมประหยัดไฟขึ้นทันตา!

  • เปิดช่วงที่ห้องอับชื้น เช่น หลังฝนตก ช่วงหน้าฝน หรือหลังซักผ้าตากในห้อง
  • ปิดประตูหน้าต่างระหว่างใช้งาน เพื่อไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้ามาเพิ่ม
  • ตั้งความชื้นเป้าหมายประมาณ 50–60% ซึ่งเป็นช่วงที่สบายและไม่ส่งเสริมเชื้อรา (ตรวจสอบค่าแนะนำในคู่มือของแต่ละรุ่น)

แนะนำวิธีใช้เครื่องดูดความชื้น

เปิดเครื่องดูดความชื้นทั้งวันแต่ก็ยังรู้สึกไม่เหนียวตัว? ลองปรับ 4 เทคนิคง่ายๆ นี้ แล้วห้องคุณจะแห้งสบายไร้กลิ่นอับทันที

  1. วางเครื่องบนพื้นราบในตำแหน่งที่เหมาะสม แล้วเสียบปลั๊ก
  2. ปิดประตูและหน้าต่างของห้อง
  3. เลือกโหมดและตั้งความชื้นเป้าหมาย (หรือใช้โหมดอัตโนมัติ)
  4. เมื่อถังน้ำเต็ม เครื่องรุ่นที่มีระบบตัดอัตโนมัติจะหยุดทำงาน ให้เทน้ำทิ้งแล้วใส่ถังกลับ
  5. รุ่นที่ต่อสายยางได้ ให้ต่อท่อไปยังท่อระบายน้ำหรือพื้นห้องน้ำ เพื่อทำงานต่อเนื่อง

วิธีดูแลเครื่องดูดความชื้นให้ใช้ได้นาน

ปลดล็อคบ้านโปร่ง ลดกลิ่นอับ! รู้จักวิธีใช้เครื่องดูดความชื้นให้เป๊ะ ปัง คุ้มค่า และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น

  • เทน้ำและล้างถังน้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันกลิ่นและตะไคร่
  • ทำความสะอาดแผ่นกรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  • ถ้าไม่ใช้งานนาน ให้เทน้ำทิ้งและเช็ดถังให้แห้งก่อนเก็บ

FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี

ไขทุกข้อข้องใจเรื่องเครื่องดูดความชื้น! คัดคำถามยอดฮิตพร้อมคำตอบที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเลือกรุ่นที่ใช่และคุ้มที่สุดสำหรับบ้านคุณ

1. เครื่องดูดความชื้นรุ่นไหนเหมาะกับห้องนอนที่สุด?

ถ้าเน้นความเงียบ XIAOMI XMI-BHR8121TH มีโหมด Sleep เสียงเงียบเพียง 35.6 dB(A) ส่วน INKBIRD เสียงต่ำกว่า 40 dB และมีล็อกป้องกันเด็ก เหมาะกับห้องนอนเด็ก หากเป็นห้องนอนเล็กและงบจำกัด KASHIWA HC-102 (1,699 บาท) เหมาะกับพื้นที่ 10-30 ตร.ม.

2. เครื่องดูดความชื้นรุ่นไหนไม่ต้องคอยเทน้ำ?

รุ่นที่รองรับการต่อสายระบายน้ำต่อเนื่องคือ BWELL BDH-30A (ระบายผ่านสายยางได้), INKBIRD (มาพร้อมท่อน้ำทิ้งยาว 1 เมตร) และ XIAOMI XMI-BHR8121TH (รองรับต่อสายระบายน้ำ) ส่วนรุ่นอื่นเมื่อถังน้ำเต็มเครื่องจะหยุดทำงานอัตโนมัติ ต้องเทน้ำทิ้งก่อนใช้งานต่อ

3. เครื่องดูดความชื้นรุ่นไหนเหมาะกับบ้านที่ตากผ้าในร่มหรือมีคนแพ้ฝุ่น?

ถ้าตากผ้าในร่มบ่อย LG PuriCare MD16GQSA1.ATH มีโหมดอบผ้า และลดความชื้นได้สูงสุด 28 ลิตร ส่วนบ้านที่มีคนแพ้ฝุ่น SHARP DW-T30FB เป็นระบบ 2-in-1 ที่ฟอกอากาศกำจัดฝุ่น PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ไปพร้อมกับลดความชื้น

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับบ้านคุณ

เครื่องดูดความชื้น ยี่ห้อไหนดี ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและการใช้งานเป็นหลัก ห้องเล็กหรือตู้เสื้อผ้างบจำกัด KASHIWA HC-102 (1,699 บาท) และ BIAOWANG HMEL0151 (4,290 บาท) เป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่คุ้มค่า ห้องนอนที่ต้องการความเงียบเหมาะกับ XIAOMI XMI-BHR8121TH และ INKBIRD

ส่วนห้องกว้างหรือห้องชื้นจัดควรเลือก BWELL BDH-30A หรือ SHARP DW-D20A-W ถ้าตากผ้าในร่มบ่อย LG PuriCare มีโหมดอบผ้า และบ้านที่มีคนแพ้ฝุ่นเหมาะกับ SHARP DW-T30FB ที่ฟอกอากาศในตัว

เลือกซื้อเครื่องดูดความชื้นได้ครบทุกยี่ห้อที่ OfficeMate (ofm.co.th) ทั้งรุ่นราคาประหยัดไปจนถึงรุ่นท็อป พร้อมโปรโมชันและราคาพิเศษ สั่งง่าย จัดส่งถึงบ้าน เปลี่ยนบ้านอับชื้นให้แห้งสบายได้วันนี้

🎁 ลูกค้าใหม่ ช้อปคุ้มรับส่วนลด 10%

กรอกโค้ด ENJOY10 เมื่อช้อปครบ 2,499 บาทขึ้นไป (ลดสูงสุด 2,999 บาท)

  • ช่องทาง: OFM.co.th และ OFM Mobile App เท่านั้น
  • ระยะเวลา: 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569
  • สิทธิ์: จำกัด 1 สิทธิ์ / ใบเสร็จ / รหัสลูกค้า (รวม 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)

เงื่อนไขสำคัญ:

  • ยกเว้น: สินค้าขึ้นต้นรหัส Y, สินค้า Marketplace, กระดาษถ่ายเอกสาร, ปริ้นเตอร์/หมึก/โทนเนอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Flash Drive/Hard Disk), ลูกค้า E-Procurement และไม่สามารถใช้ร่วมกับค่าจัดส่งหรือโปรโมชั่นอื่นได้
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเรียกคืนคะแนน The 1 / ของสมนาคุณ หากมีการยกเลิกคำสั่งซื้อ

0 CommentsClose Comments

Leave a comment