รู้ไหมว่าการซื้อกาแฟวันละ 70–120 บาท เฉพาะวันทำงาน อาจทำให้คุณเสียเงินฟรีถึงปีละ 17,000–26,000 บาท โดยไม่รู้ตัวจะดีกว่าไหมถ้าเปลี่ยนมา “ชงเองที่บ้าน” ด้วยต้นทุนเพียงแก้วละ 5–20 บาท ซึ่งส่วนต่างนี้ช่วยให้คุณคืนทุนค่าเครื่องชงได้ภายในไม่กี่เดือน แถมยังได้รสชาติที่ถูกใจตามไลฟ์สไตล์
ไม่ว่าจะเป็นสายดริป แคปซูล หรือเอสเปรสโซ ที่ OFM เรามีเครื่องชงกาแฟให้เลือกครบทุกแบบ พร้อมแก้วเก็บอุณหภูมิคุณภาพดี จบในที่เดียวเพื่อความคุ้มค่าระยะยาวของคุณ
Key Highlight:
- คนไทยที่ดื่มกาแฟวันละแก้วนอกบ้าน ใช้เงินกับกาแฟได้ถึงหลักหมื่นต่อปีโดยไม่รู้ตัว
- ชงกาแฟเองที่บ้านไม่ได้แปลว่าต้องลงทุนสูง มีตัวเลือกหลายแบบตามงบและไลฟ์สไตล์
- Break-even Point หรือจุดคุ้มทุนของเครื่องชงกาแฟมาเร็วกว่าที่คิด
- เครื่องชงกาแฟแต่ละแบบเหมาะกับคนละสไตล์ ต้องเลือกให้ตรงกับพฤติกรรมการดื่ม
- OFM มีเครื่องชงกาแฟหลากหลายแบบและแก้วอุณหภูมิให้เลือกในที่เดียว
รู้ไหม? คนไทยหมดเงินกับกาแฟนอกบ้านปีละเท่าไหร่
ลองคิดเล่น ๆ ดูว่าถ้าซื้อกาแฟนอกบ้านวันละแก้ว แก้วละ 70 บาท เฉพาะวันทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ตัวเลขที่ได้คือ 350 บาทต่อสัปดาห์ หรือราว 17,000 บาทต่อปี
กาแฟนอกบ้านเฉลี่ยวันละแก้ว และซื้อเฉพาะวันทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ปีนึงหายไปเท่าไหร่
| กาแฟ (1 แก้ว/วัน) | ราคาต่อแก้ว | ต้นทุนต่อเดือน (~20 วัน) | ต้นทุนต่อปี (~245 วัน) |
| ร้านกาแฟทั่วไป | 70 บาท | 1,400 บาท | 17,150 บาท |
| ร้านกาแฟพรีเมียม | 120 บาท | 2,400 บาท | 29,400 บาท |
| ชงเองแบบแคปซูล | 25 บาท | 500 บาท | 6,125 บาท |
| ชงเองแบบดริป | 15 บาท | 300 บาท | 3,675 บาท |
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกให้เลิกซื้อกาแฟนอกบ้าน แต่ช่วยให้เห็นว่าถ้าชงเองได้บางวัน จะช่วยประหยัดได้จริงแค่ไหน
อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับชงกาแฟ เริ่มต้นง่ายที่บ้าน
เลิกจ่ายค่ากาแฟแพงๆ แล้วมาเริ่มชงเองกัน! ไม่ต้องมีเครื่องหรู แค่มีอุปกรณ์พื้นฐานที่ตรงใจ ก็ฟินกับกาแฟอร่อยได้ทุกเช้า มาดูตัวช่วยเริ่มต้นที่คัดมาให้แล้ว
เลือกเครื่องชงให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และสไตล์การดื่ม
1. แบบแคปซูล สะดวก รวดเร็ว เหมาะกับใคร
เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลคือตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่อยากชงเองแต่ไม่อยากยุ่งยาก กดปุ่มเดียวได้กาแฟภายใน 30 วินาที ไม่ต้องบด ไม่ต้องชั่งน้ำหนัก ทำความสะอาดง่าย และได้รสชาติที่สม่ำเสมอทุกแก้ว เหมาะมากสำหรับคนที่ติดกาแฟหรือดื่มกาแฟเป็นกิจวัตรตอนเช้าแต่ไม่มีเวลาหรือความอยากทำอะไรซับซ้อน
เครื่องชงกาแฟแคปซูล Etzel รุ่น SN7036 (สีแดง)
เครื่องชงกาแฟแคปซูล -DECAKILA KECF013W สีขาว-ดำ
XIAOMI เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น MIN1 สี IVORY WHITE
SEGAFREDO กาแฟแคปซูล ลุงโก้ ขนาด 55 กรัม
Flower Dance Coffee Capsule กล่องละ 10 แคปซูล
ดูเพิ่มเติมที่ กาแฟแคปซูล
2. แบบดริป ควบคุมรสชาติได้ เหมาะกับใคร
เครื่องชงกาแฟแบบดริปเหมาะสำหรับคนที่ชอบกาแฟรสอ่อนถึงกลาง ดื่มเป็นปริมาณมาก หรืออยู่ในบ้านหรือออฟฟิศที่มีคนดื่มหลายคนในคราวเดียว ต้นทุนต่อแก้วต่ำที่สุดในบรรดาเครื่องชงทุกแบบ และสามารถชงได้ครั้งละหลายแก้วโดยไม่ต้องชงซ้ำ เหมาะมากสำหรับออฟฟิศหรือบ้านที่มีคนดื่มกาแฟพร้อมกันตอนเช้า
เครื่องชงกาแฟดริป Etzel รุ่น SN259D (แบบดิจิตัล)
เครื่องชงกาแฟดริป – DECAKILA KECF008M สีเทา-เงิน
ดูเพิ่มเติมที่ กาแฟดริป
3. แบบ Espresso ลงทุนสูง แต่คุ้มในระยะยาว
เครื่องชงกาแฟแบบ Espresso เหมาะสำหรับคนที่ชอบกาแฟเข้มข้นและอยากได้รสชาติใกล้เคียงร้านกาแฟมากที่สุด ต้นทุนเครื่องสูงกว่าแบบอื่น แต่ถ้าปกติดื่มกาแฟแพงจากร้านพรีเมียมวันละแก้ว ก็คงได้คืนทุนในไม่นาน และความสามารถในการทำ Latte, Cappuccino หรือ Americano เองที่บ้านช่วยให้ไม่ต้องพึ่งร้านกาแฟในวันที่ไม่อยากออกไปไหน
MiniMex เครื่องชงกาแฟ Bella รุ่น MBL1-CR
MiniMex เครื่องชงกาแฟ รุ่น BARISTA X
INKBIRD เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ แรงดัน 15 บาร์ รุ่น MK519 สีเงิน
NESCAFE เมล็ดกาแฟคั่ว อโรมาติโก้ ขนาด 500 กรัม
GRAPHCOFFEE เมล็ดกาแฟ House Blend FINDERMAN 250 กรัม
ดูเพิ่มเติมที่ กาแฟ
แก้วอุณหภูมิทำให้กาแฟที่ชงเองคุ้มยิ่งขึ้นและพกได้ทุกที่
แก้วอุณหภูมิหรือกระติกเก็บอุณหภูมิเป็นอุปกรณ์เสริมที่ทำให้การชงกาแฟเองคุ้มค่ามากขึ้น เพราะชงที่บ้านแล้วพกไปดื่มระหว่างเดินทางหรือที่ทำงานได้โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม และกาแฟยังร้อนหรือเย็นอยู่ตลอดเวลาที่ต้องการ
เก็บร้อน-เย็นได้นานแค่ไหน ต่างกันยังไงในแต่ละราคา
แก้วอุณหภูมิทั่วไปในตลาดแบ่งออกได้ตามความสามารถในการเก็บอุณหภูมิ รุ่นเริ่มต้นราคา 200-500 บาทมักเก็บความร้อนได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง หรือว่าจะรุ่นกลางราคา 500-1,500 บาทเก็บได้ 8-12 ชั่วโมงก็เพียงพอให้พกกาแฟที่ชงเองจากบ้านมาจิบระหว่างทำงานแล้ว
GIO แก้วน้ำสเตนเลสเก็บอุณหภูมิ พร้อมหลอดดูด 32 ออนซ์ รุ่น HT32A-Green สีเขียว
TYESO แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ 400 มล. ผลิตจากสแตนเลส 304 สีขาว
GIO แก้วน้ำสเตนเลสเก็บอุณหภูมิ พร้อมหลอดดูด 16 ออนซ์ รุ่น CT16-Orange สีส้ม
ดูเพิ่มเติมที่ แก้ว / ถ้วยกาแฟ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการชงกาแฟเองที่บ้าน
1. ชงกาแฟเองที่บ้านต้องใช้งบเริ่มต้นเท่าไหร่?
ขึ้นอยู่กับแบบเครื่องที่เลือก รวม ๆ แล้วเตรียมประมาณ 2,000-3,500 บาทก็ค่อนข้างที่จะครอบคลุมทั้งเครื่องทำกาแฟและเมล็ดกาแฟสำหรับเดือนแรก ๆ
2. เครื่องชงกาแฟดูแลรักษายากไหม?
แต่ละเครื่องดูแลง่ายหรือยากไม่เท่ากัน แต่ที่ง่ายสุดคงไม่พ้นเครื่องแบบแคปซูล แค่ล้างถาดรองและเปลี่ยนแคปซูล แต่เครื่องดริปก็ล้างทำความสะอาดง่ายไมแพ้กัน ส่วนเครื่อง Espresso ต้องการการดูแลมากที่สุด ทั้งการล้างหัวชง ทำ Backflush และการ Descale เป็นระยะ แต่ถ้าทำสม่ำเสมอเครื่องก็ใช้งานได้นาน
3. กาแฟชงเองอร่อยเท่าร้านไหม?
ขึ้นอยู่กับเครื่องและทักษะ เครื่อง Espresso ที่ดีพร้อมทักษะการชงที่ถูกต้องให้รสชาติใกล้เคียงร้านกาแฟดีมาก แต่ต้องการเวลาฝึกฝน ส่วนเครื่องแคปซูลให้รสชาติสม่ำเสมอและสะดวกกว่า แม้อาจไม่ได้ซับซ้อนเท่าร้าน Specialty Coffee แต่สำหรับการดื่มในชีวิตประจำวันถือว่าดีมากในราคาที่ต่ำกว่ามาก
4. ชงกาแฟที่บ้านและออฟฟิศ ต้นทุนจริงคือเท่าไหร่
ต้นทุนในการชงกาแฟเองขึ้นอยู่กับวิธีและวัตถุดิบที่เลือก โดยคร่าว ๆ แคปซูลกาแฟอยู่ที่ประมาณ 20-30 บาทต่อแคปซูล เมล็ดกาแฟบดสำหรับดริปหรือ Espresso อยู่ที่ประมาณ 10-20 บาทต่อแก้ว และกาแฟสำเร็จรูปคุณภาพดีอยู่ที่ 3-8 บาทต่อแก้ว เมื่อรวมกับค่าไฟและค่าน้ำหรือนมแล้ว ต้นทุนรวมต่อแก้วยังไงก็ต่ำกว่าซื้อนอกบ้านหลายเท่า
ชงกาแฟเองครั้งแรก คุ้มกว่าที่คิด
การชงกาแฟเองไม่ได้ซับซ้อนหรือแพงอย่างที่หลายคนกังวล และเมื่อเทียบตัวเลขจริง ๆ แล้ว ความต่างของค่าใช้จ่ายระหว่างซื้อกับชงเองนั้นมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก
ไม่ว่าจะเลือกแบบแคปซูลที่สะดวกรวดเร็ว แบบดริปที่คุ้มค่าที่สุด หรือแบบ Espresso ที่ให้รสชาติเข้มข้นใกล้ร้าน OFM มีครบทุกแบบให้เลือกตามสไตล์และงบที่มี
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th














