บอกลาปัญหาห้องเก็บของรกและหาของไม่เจอ ด้วย 4 ไอเดียจัดห้องเก็บของอย่างเป็นระบบที่ทำตามได้ทันที พร้อมแนะนำไอเดียการเลือกตู้และชั้นวางเก็บของที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าห้องจะเล็กหรือของจะเยอะแค่ไหนก็รับมือได้สบาย
Key Takeaways
- เคลียร์และคัดแยกของออกให้หมด: ขนของออกมาแบ่งเป็น 3 กอง (ใช้/บริจาค/ทิ้ง) โดยตัดใจทิ้งของที่ไม่ใช้เกิน 6–12 เดือน และหมั่นคัดออกสัปดาห์หรือเดือนละครั้ง
- แบ่งโซนเก็บตามความถี่และความสูง (Zoning): โซนล่างเก็บของหนัก/ใช้บ่อย, โซนกลางเก็บของใช้บ้างระดับสายตา, โซนบนเก็บของเบา/ชิ้นใหญ่ที่นานๆ ใช้ที
- เลือกอุปกรณ์และจัดเก็บให้ถูกวิธี: ใช้ชั้นวางปรับระดับได้ เลือกวัสดุกันชื้น/สนิม แขวนของด้ามยาวติดผนัง ใส่กล่องทึบติดป้าย Label และเว้นทางเดินกว้าง 80–90 ซม.
- เลือกประเภทตู้/ชั้นให้เหมาะกับพื้นที่: ห้องเล็กใช้ชั้นวางแบบเปิดโล่งเพื่อประหยัดพื้นที่ ส่วนพื้นที่กลางใช้ตู้ล็อกเกอร์เพื่อแยกของส่วนตัว
4 ไอเดียจัดห้องเก็บของให้เป็นระบบ ทำตามได้ทันที
ก่อนจะซื้อตู้หรือชั้นวางเพิ่ม ลองถามตัวเองก่อนว่าตอนนี้ห้องเก็บของมีปัญหาที่ต้นตอ หรือแค่ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะหลายบ้านซื้อของจัดเก็บมาเรื่อย ๆ แต่ห้องก็ยังรกเหมือนเดิม
เพราะไม่ได้แก้ที่ระบบตั้งแต่แรก 4 ไอเดียจัดห้องเก็บของต่อไปนี้เรียงจากพื้นฐานที่สุดไปถึงรายละเอียดที่คนมักมองข้าม ลองทำตามลำดับดูได้เลย!
1. เคลียร์พื้นที่และคัดแยกของออกก่อน
ขั้นแรกให้ขนของทั้งหมดออกจากห้องให้หมด แล้วแบ่งเป็น 3 กองเท่านั้น คือ กองที่ยังใช้อยู่ กองที่จะบริจาคหรือขาย และกองที่ทิ้ง การขนของออกทั้งหมดแบบนี้จะช่วยให้เห็นพื้นที่จริงของห้อง แทนที่จะแค่ย้ายของไปมาโดยไม่ได้ตัดใจทิ้งอะไรเลย ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลายคนจัดห้องแล้วก็ยังไม่รู้สึกว่าโล่งขึ้น
วิธีตัดสินใจง่าย ๆ ว่าของชิ้นไหนควรเก็บหรือควรปล่อยไป ให้ลองนึกว่าหยิบใช้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ถ้าเกิน 6-12 เดือนแล้วยังไม่ได้แตะ และไม่ใช่ของตามฤดูกาลหรือของที่มีความหมายพิเศษ ก็ให้จัดเข้ากองบริจาคหรือทิ้งไปเลย ไม่ต้องเสียดาย เพราะห้องเก็บของไม่ควรกลายเป็นที่พักของที่ไม่มีใครใช้จริง
อีกเรื่องที่คนมักพลาดคือคิดว่าคัดของทิ้งครั้งเดียวจบ แต่จริง ๆ แล้วควรทำเป็นประจำทุกเดือน เพราะของใหม่จะทยอยเข้ามาแทนที่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แค่ใช้เวลาสัก 15-20 นาทีต่อเดือนในการเดินสำรวจแล้วคัดของที่ไม่จำเป็นออก ก็ช่วยไม่ให้ห้องกลับไปรกเหมือนเดิมได้
2. แบ่งโซนเก็บของตามความถี่ที่ใช้งาน
การแบ่งโซนจัดเก็บ หรือ Zoning จะช่วยทำให้หยิบของได้ง่ายขึ้นจริง ๆ หลักการคือแบ่งพื้นที่ตามความสูงและความถี่ในการใช้งาน แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้
- โซนล่าง ตั้งแต่ระดับสายตาลงมาถึงพื้น ควรเก็บของหนักหรือของที่หยิบใช้บ่อย เช่น กล่องเครื่องมือ กระเป๋าเดินทาง น้ำยาทำความสะอาด เพราะเป็นระดับที่ยกและหยิบได้ถนัดที่สุด ไม่ต้องเสี่ยงยกของหนักเหนือหัว
- โซนกลาง ตั้งแต่ระดับเอวถึงอก เหมาะกับของที่ใช้บ้างเป็นครั้งคราวแต่ต้องการหยิบสะดวก เช่น เอกสารสำคัญ อะไหล่ต่าง ๆ หรือสต็อกของใช้ในบ้าน เพราะเป็นระดับสายตาที่มองเห็นและหยิบได้ทันที ไม่ต้องก้มหรือเขย่งเอื้อม
- โซนบน เหนือศีรษะขึ้นไป ควรเก็บเฉพาะของที่เบาแต่ชิ้นใหญ่ และนาน ๆ ทีถึงจะได้ใช้ เช่น ผ้านวมสำรอง หรือของตกแต่งเทศกาล เพราะจุดนี้เอื้อมถึงยาก ไม่ควรเก็บของหนักไว้เสี่ยงตกใส่หัว
3. เลือกอุปกรณ์จัดเก็บให้เหมาะกับของที่มี
มีระบบโซนแล้ว แต่ถ้าเลือกอุปกรณ์ไม่เหมาะ ระบบที่วางไว้ก็ใช้งานได้ไม่นาน ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรพิจารณาตอนเลือกซื้อ
- ชั้นวางแบบปรับระดับได้ ปรับความสูงแต่ละชั้นให้พอดีกับของที่จะเก็บ จะได้ไม่เหลือพื้นที่ว่างเปล่าประโยชน์
- วัสดุกันชื้นและกันสนิม เช่น สเตนเลสหรือพลาสติกหนา เหมาะกับห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ค่อยดีหรือมีความชื้นสะสม
- กล่องทึบหรือตะกร้าที่ขนาดพอดีกับชั้น ช่วยรวมของชิ้นเล็กให้เป็นกลุ่มก้อน ไม่กระจัดกระจาย แถมกันฝุ่นได้ดีกว่าวางของแบบเปิดโล่ง
- ติดป้าย label หน้ากล่องทุกใบ แค่นี้ก็หาของเจอทันทีโดยไม่ต้องเปิดดูทีละกล่อง เป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุดในระยะยาว
4. จัดเก็บของชิ้นใหญ่และมุมพิเศษให้ถูกวิธี
ของอย่างไม้กวาดหรือสายยางที่มีด้ามยาว ควรแขวนไว้กับผนังแทนที่จะวางพิงหรือวางราบไว้กับพื้น เพราะการวางพิงเปลืองพื้นที่เดินและเสี่ยงล้มทับของอื่น การแขวนด้วยตะขอหรือรางแขวนติดผนังช่วยประหยัดพื้นที่พื้นได้เยอะ แถมหยิบใช้ได้ทันทีไม่ต้องขุดหา
อีกจุดที่ต้องไม่ลืมคือทางเดินตรงกลางห้อง ควรเว้นไว้อย่างน้อย 80-90 ซม. เพื่อให้เดินเข้าถึงของทุกมุมได้โดยไม่ต้องปีนข้ามหรือยกของออกก่อน ระยะนี้ใช้ได้ทั้งห้องเก็บของขนาดเล็กในบ้านและห้องเก็บของขนาดใหญ่ในออฟฟิศ
ตารางเปรียบเทียบตู้และชั้นวางของเพิ่มพื้นที่ใช้สอย
ยิ่งตู้ใหญ่ ไม่ได้แปลว่ายิ่งเก็บของได้เป็นระเบียบ! เคล็ดลับการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย คือการเลือกตู้หรือชั้นวางให้พอดีกับประเภทของที่จะเก็บ เราได้รวบรวมตู้และชั้นวางจาก FURRADEC ที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน ตั้งแต่เอกสารสำคัญ ของจุ๊กจิ๊ก ไปจนถึงของใช้ในครัว มาให้คุณเปรียบเทียบและเลือกแบบที่ใช่ที่สุดสำหรับบ้านคุณแล้วที่นี่
| รุ่น/ชื่อสินค้า | ขนาด/วัสดุ | จุดเด่นในการจัดเก็บ | ราคาโปรโมชัน |
| FURRADEC ตู้ล็อกเกอร์ไม้ 2 ชั้น 2 ช่อง สีขาว-ดาร์กโอ๊ค | 60x40x80 ซม. / ไม้ Particle Board เกรด A เคลือบ Melamine | แยกช่องเก็บของ 2 ชั้น มีกุญแจแยกแต่ละช่อง เหมาะเก็บของส่วนตัวไม่ให้ปนกัน | 4,140 บาท (จาก 4,790 บาท) |
| FURRADEC ตู้เอกสารบานเปิด 5 ชั้น รุ่น SC2082 สีบีช-เทาดำ | 5 ชั้น / ไม้พาร์ทิเคิลเกรด A ผิวเมลามีนกันน้ำ | ปรับระดับชั้นได้ 3 แผ่น บานเปิด 4 ประตูพร้อมล็อก จุของได้เยอะ เหมาะเก็บเอกสาร | 10,580 บาท (จาก 11,370 บาท) |
| FURRADEC ตู้ในห้องครัว รุ่น PANTRY80W สีไม้ Muji | 80x60x215 ซม. / พาร์ติเคิลบอร์ดเกรด A ท็อปโพสต์ฟอร์มทนความร้อน | 3 บานทึบ + 3 ลิ้นชักรางเหล็ก มีชั้นวางนอกเพิ่ม เหมาะแยกโซนของใช้ในครัว | 18,090 บาท (จาก 20,100 บาท) |
| ตู้ในห้องครัว เมเปิ้ล เฟอร์ราเดค PANTRY80 | 80x60x205 ซม. / ไม้ Particle Board เกรด A ปิดขอบ PVC | บานเปิดทึบ 3 ประตู + ลิ้นชัก 3 ช่อง มีชั้นวางในตัว 1 แผ่น เหมาะกับครัวที่ต้องแยกของชัดเจน | 15,100 บาท (จาก 16,320 บาท) |
| FURRADEC ชั้นวาง 5 ชั้น รุ่น Tower สีเนเชอรัลทีค | 60x30x159 ซม. / ไม้ PB หนา 15 มม. ขาเหล็ก Powder Coating | รับน้ำหนักได้ชั้นละ 15 กก. วางมุมไหนก็ได้ เหมาะเป็นชั้นเปิดโล่งสำหรับของที่หยิบบ่อย | 1,499 บาท (จาก 2,990 บาท) |
| FURRADEC ชั้นวาง 4 ชั้น รุ่น Blox สีแอช-ขาว | 4 ชั้น / ไม้ Particle Board เคลือบผิว PU ปิดขอบ PVC | รับน้ำหนักได้สูงสุด 40 กก. ประกอบง่าย เหมาะเป็นชั้นวางตั้งต้นสำหรับห้องเก็บของขนาดเล็ก | 2,990 บาท (จาก 3,790 บาท) |
| ตู้ล็อคเกอร์ 9 ช่อง เฟอร์ราเดค LK4920 | 120x40x200 ซม. / ไม้ Particle Board เกรด A | บานเปิดทึบ 9 ช่อง แยกกุญแจล็อก 9 ชุด เหมาะใช้เก็บของแยกเจ้าของหลายคนในพื้นที่เดียว | 17,140 บาท (จาก 18,420 บาท) |
| ตู้ล็อคเกอร์ 33 ช่อง ครีม เฟอร์ราเดค LK-033 | 91.4×45.7×182.9 ซม. / แผ่นเหล็ก SPCC เคลือบสารป้องกันสนิม | ล็อกเกอร์เหล็ก 33 ช่อง ทนสนิม เหมาะกับห้องที่ต้องแยกช่องเก็บของจำนวนมากในตู้เดียว | 16,980 บาท (จาก 19,590 บาท) |
ถ้าของที่ต้องเก็บเป็นชิ้นเล็กและต้องแยกสัดส่วนชัดเจน เช่น เอกสารหรือของใช้ส่วนตัว ตู้ล็อกเกอร์แบบมีกุญแจแยกช่องจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเป็นของที่หยิบใช้บ่อยและอยากมองเห็นง่าย ชั้นวางเปิดโล่งอย่างรุ่น Tower หรือ Blox จะสะดวกกว่าตู้บานปิด
เทคนิคเลือกตู้เก็บของและชั้นวางให้คุ้มค่า เหมาะกับขนาดห้อง
จัดระเบียบพื้นที่ในบ้านให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยเทคนิคการเลือกตู้เก็บของและชั้นวางให้พอดีกับขนาดห้อง ฟังก์ชันครบ พร้อมเปลี่ยนมุมอับให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานอย่างมีสไตล์
- วัดขนาดและเว้นพื้นที่: วัดพื้นที่ก่อนซื้อเสมอ โดยต้องเหลือทางเดินกว้างอย่างน้อย 80–90 ซม. เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
- เลือกประเภทให้ตรงพื้นที่:
- ห้องขนาดเล็ก: ใช้ชั้นวางแบบเปิดโล่ง (รับน้ำหนัก 15–40 กก./ชั้น) เพราะยืดหยุ่นและราคาประหยัดกว่า
- พื้นที่ส่วนกลาง/ออฟฟิศ: ใช้ตู้ล็อกเกอร์แบบแยกกุญแจ เพื่อป้องกันของหายหรือปะปนกัน
- เลือกวัสดุต้านความชื้น: หากห้องชื้นหรืออับ อากาศถ่ายเทไม่ดี ให้เลือกแผ่นเหล็กเคลือบกันสนิม หรือไม้เคลือบผิวเมลามีนกันน้ำ แทนไม้ธรรมดาเพื่อป้องกันการบวมและเสียรูป
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไอเดียจัดห้องเก็บของ
รวมคำตอบสำหรับคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการจัดห้องเก็บของ ให้เป็นระเบียบ หยิบใช้ง่าย และคุ้มค่าทุกตารางนิ้ว
1. จัดห้องเก็บของอย่างไรไม่ให้กลับมารกอีก?
กำหนดวันคัดของทิ้งเป็นประจำทุกเดือน และตั้งกฎง่าย ๆ ว่าของทุกชิ้นต้องมีที่ทางของมันแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโซนล่าง กลาง หรือบน ถ้าซื้อของใหม่เข้ามา ก็ต้องคัดของเก่าออกในปริมาณใกล้เคียงกัน ไม่งั้นของจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนล้นโซนที่จัดไว้อยู่ดี
2. เลือกชั้นวางหรือตู้แบบไหนไม่เป็นสนิม?
มองหาตู้ที่ระบุวัสดุชัดเจนว่าเป็นแผ่นเหล็ก SPCC เคลือบสารป้องกันสนิม หรือไม้ที่เคลือบผิวเมลามีนกันน้ำ หลีกเลี่ยงเหล็กที่ไม่ระบุการเคลือบผิวไว้ โดยเฉพาะถ้าห้องเก็บของมีความชื้นสูงหรืออยู่ใกล้จุดที่มีน้ำ
3. ควรเริ่มจัดห้องเก็บของจากจุดไหนก่อน?
เริ่มจากคัดแยกของออกก่อนเสมอ อย่าเพิ่งซื้อตู้หรือชั้นวางเพิ่ม เพราะถ้าไม่คัดของออกก่อน ปริมาณของที่ต้องเก็บก็ไม่ได้ลดลงจริง สุดท้ายก็ยังเจอปัญหาห้องรกเหมือนเดิม
4. ห้องเก็บของขนาดเล็กควรใช้ตู้บานปิดหรือชั้นวางแบบเปิด?
ชั้นวางแบบเปิดโล่งเหมาะกับห้องขนาดเล็กมากกว่า เพราะไม่ต้องเผื่อระยะเปิดบานตู้ และมองเห็นของได้ทันทีไม่ต้องเปิดหา ส่วนตู้บานปิดจะเหมาะกว่าถ้าอยากซ่อนของให้ห้องดูเป็นระเบียบมากขึ้น
จัดห้องเก็บของให้เป็นระบบ เลือกอุปกรณ์ให้ตรงจุด เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้จริง
การจัดห้องเก็บของให้เป็นระเบียบอย่างถาวรต้องทำ 3 เรื่องควบคู่กัน ทั้งการคัดของออกอย่างเด็ดขาด แบ่งโซนตามความถี่การใช้งาน และเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับสภาพห้อง โดยการเลือกชั้นวางและตู้ที่เหมาะสมจะช่วยรักษาความมีระเบียบระยะยาว
เช่น ใช้ชั้นวางเปิดโล่งกับของที่หยิบบ่อย เลือกตู้ล็อกเกอร์เพื่อความเป็นส่วนตัว หรือใช้ตู้บานปิดกันชื้นสำหรับเก็บของชิ้นใหญ่โซนบน
ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้อตู้และชั้นวางเก็บของ FURRADEC ได้ที่ OFM มีให้เลือกครบทุกไซซ์และตอบโจทย์ทุกโซน ทั้งรุ่น Tower และ Blox ชั้นวางปรับระดับได้ ตู้ล็อกเกอร์ และตู้เอกสารบานปิดกันสนิมกันชื้น พร้อมการรับประกัน 1 ปี และบริการส่งถึงบ้าน
🎁 ลูกค้าใหม่ ช้อปคุ้มรับส่วนลด 10%
กรอกโค้ด ENJOY10 เมื่อช้อปครบ 2,499 บาทขึ้นไป (ลดสูงสุด 2,999 บาท)
- ช่องทาง: OFM.co.th และ OFM Mobile App เท่านั้น
- ระยะเวลา: 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569
- สิทธิ์: จำกัด 1 สิทธิ์ / ใบเสร็จ / รหัสลูกค้า (รวม 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)
เงื่อนไขสำคัญ:
- ยกเว้น: สินค้าขึ้นต้นรหัส Y, สินค้า Marketplace, กระดาษถ่ายเอกสาร, ปริ้นเตอร์/หมึก/โทนเนอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Flash Drive/Hard Disk), ลูกค้า E-Procurement และไม่สามารถใช้ร่วมกับค่าจัดส่งหรือโปรโมชั่นอื่นได้
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเรียกคืนคะแนน The 1 / ของสมนาคุณ หากมีการยกเลิกคำสั่งซื้อ