ในยุคที่แทบทุกอย่างทำผ่านหน้าจอได้หมด ตั้งแต่จดโน้ตประชุมไปจนถึงจัดตารางชีวิต สิ่งที่น่าสนใจคือ Gen Z ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่โตมากับเทคโนโลยีมากที่สุด กลับเป็นกลุ่มที่หันมา “ถอยห่างจากหน้าจอ” อย่างจริงจัง

ไม่ใช่เพราะเกลียดเทคโนโลยี แต่เพราะรู้สึกว่า “มันเยอะไป”

หลายคนรู้สึกว่าตัวเองติดหน้าจอมากเกินไป สมาธิสั้นลง ทำอะไรสักอย่างไม่ถึง 5 นาทีก็ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเช็ก จดอะไรในแอปก็ลืมได้ภายในวันเดียว แต่พอลองกลับมาเขียนด้วยมือ กลับรู้สึกว่าจำได้ดีกว่า คิดอะไรออกมากกว่า และสงบขึ้น

Key highlight: 

  • Gen Z กลายเป็นเจเนอเรชันที่ทำสิ่งน่าสนใจที่สุดในยุคนี้ — ท่ามกลางโลกที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัล พวกเขากลับหันมาจดโน้ตมือ ทำ Bullet Journal และใช้ Planner กระดาษ เพราะรู้สึกว่าการห่างจากหน้าจอบ้างช่วยให้สมาธิดีขึ้นและความเครียดลดลง
  • Digital Detox ไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งมือถือหรือปิดคอมพิวเตอร์ แต่คือการหาจุดสมดุลระหว่าง Analog กับ Digital — รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยิบปากกา เมื่อไหร่ควรเปิดแอป
  • เทคนิคจดโน้ตอย่าง Bullet Journal และ Daily Planner ช่วยจัดระบบความคิด บริหารเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยแค่มีสมุดโน้ต ปากกา และไฮไลต์สักชุดเล็ก ๆ ก็เริ่มได้แล้ว

จดมือดีกว่าพิมพ์จริงไหม? ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่สมองบอกเอง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องจดมือ ในเมื่อพิมพ์เร็วกว่า? คำตอบคือ “จดมือช้ากว่า แต่จำได้ดีกว่า” เพราะเวลาพิมพ์ สมองมักทำหน้าที่แค่คัดลอกคำพูดแบบคำต่อคำโดยไม่ได้กลั่นกรองมากนัก

แต่การเขียนด้วยมือบังคับให้เราฟัง เลือกประเด็น และสรุปก่อนลงมือเขียน กระบวนการนี้ทำให้ข้อมูลฝังลึกในความจำมากขึ้น งานวิจัยหลายชิ้นก็พบว่าคนที่จดโน้ตด้วยมือมักทำคะแนนทดสอบความเข้าใจได้ดีกว่าคนที่พิมพ์โน้ต

นอกจากช่วยเรื่องความจำ การจดมือยังช่วยเพิ่มสมาธิ เพราะไม่มีสิ่งรบกวนอย่างแจ้งเตือนหรือแท็บที่เปิดค้างไว้ มีแค่คุณกับกระดาษเท่านั้น

อีกทั้งในทางจิตวิทยายังมีเทคนิคที่เรียกว่า “Expressive Writing” การเขียนระบายความรู้สึกวันละ 15–20 นาที ซึ่งช่วยลดความเครียดและจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น ดังนั้นการจดโน้ตด้วยมือในที่ทำงานจึงไม่ใช่แค่เพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นเหมือนพื้นที่พักหายใจให้สมองระหว่างวันด้วย

เทคนิคจดโน้ตยอดนิยม เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

แต่ละเทคนิคจดโน้ตเหมาะกับสไตล์การทำงานที่ต่างกัน ลองดูว่าแบบไหนตอบโจทย์มากที่สุด

Bullet Journal: ระบบจดที่ยืดหยุ่นที่สุด

Bullet Journal (หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า BuJo) เป็นระบบจดบันทึกที่รวม To-do List, ไดอารี่ และ Planner ไว้ในสมุดเล่มเดียว ใช้สัญลักษณ์ง่าย ๆ เช่น จุด (•) สำหรับสิ่งที่ต้องทำ เครื่องหมายขีด (-) สำหรับโน้ต และวงกลม (○) สำหรับนัดหมาย

ข้อดีของ BuJo คือปรับแต่งได้ตามใจเลย อยากเพิ่ม Habit Tracker, Mood Tracker, Expense Tracker หรือหน้าไหนก็ได้ ทำได้หมด ไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบที่พิมพ์มาแล้ว

เหมาะกับ: คนที่ชอบความยืดหยุ่น ต้องการจัดระบบชีวิตทุกด้านในที่เดียว

สมุดที่แนะนำ: สมุดแบบ Dot Grid จะเหมาะที่สุด เพราะจุดช่วยจัดระเบียบโดยไม่บังคับรูปแบบ

Digital Detox สมุด DOT GRID iboom IB1901D 30 แผ่น จุดไข่ปลา, กรีนรี้ด

สมุด DOT GRID iboom IB1901D 30 แผ่น จุดไข่ปลา, กรีนรี้ด

Digital Detox สมุดไดอารี่ อี-ไฟล์ CNB127 ลายตารางจุด 50 แผ่น A5 คละสี

สมุดไดอารี่ อี-ไฟล์ CNB127 ลายตารางจุด 50 แผ่น A5 คละสี

ดูเพิ่มเติมที่ สมุดโน้ต

Daily Planner: วางแผนวันต่อวัน

สำหรับคนที่ไม่ได้อยากตกแต่งสมุดอะไรมาก แค่ต้องการเครื่องมือจัดตารางชีวิตแบบตรงไปตรงมา Planner รายวันคือคำตอบ ช่วยแบ่ง Time Block สำหรับแต่ละกิจกรรม เขียนสิ่งที่สำคัญที่สุดของวันนี้ และเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องทำ

เป็นระบบที่ง่ายที่สุดแต่มีประสิทธิภาพสูง เปิดมาตอนเช้า เขียน 5 นาที ก็รู้แล้วว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง

เหมาะกับ: คนที่มีนัดเยอะ ต้องบริหารเวลาระหว่างงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือคนที่เพิ่งเริ่มจดโน้ตมือแล้วอยากลองอะไรที่ไม่ซับซ้อน

Digital Detox สมุดแพลนเนอร์ PLANNER & CALENDAR WORKSPACE สี LOFT GREY

สมุดแพลนเนอร์ PLANNER & CALENDAR WORKSPACE สี LOFT GREY

Digital Detox CASSA สมุดโน๊ต A7 มีเส้น พร้อมที่ล๊อครหัส ปกหนังเทียม สีชมพู ขนาด 13x18x5.2 cm

CASSA สมุดโน๊ต A7 มีเส้น พร้อมที่ล๊อครหัส ปกหนังเทียม สีชมพู ขนาด 13x18x5.2 cm

ดูเพิ่มเติมที่ ปฏิทิน ไดอารี่ Organizer

เครื่องเขียนที่ช่วยให้จดสนุก: เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์

เครื่องเขียนที่ดีทำให้ประสบการณ์จดโน้ตมือต่างจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ปากกาที่เขียนลื่น สมุดที่กระดาษดี ไฮไลต์สีสดใส ทุกอย่างช่วยให้ “อยากหยิบขึ้นมาจด” มากกว่าเดิม

ปากกา: ลูกลื่น vs ปากกาเจล vs หมึกซึม

  • ปากกาลูกลื่น — เขียนลื่น แห้งเร็ว ลายเส้นบาง ราคาประหยัด เหมาะกับจดเร็ว ๆ ในออฟฟิศ เซ็นเอกสาร หรือเขียนอะไรทั่วไป
  • ปากกาเจล — หมึกเข้ม ลื่นกว่าลูกลื่น มีสีให้เลือกเยอะ เป็นตัวเลือกยอดนิยมของสาย Bullet Journal และ Gen Z ที่ชอบจดโน้ตให้สวย หัว 0.5 มม. เป็นขนาดที่ใช้ได้กับทุกสไตล์
  • ปากกาหมึกซึม — ให้ลายเส้นที่มีเอกลักษณ์ เขียนนุ่มมือ เหมาะกับคนที่ชอบประสบการณ์เขียนแบบ Premium แต่ต้องเลือกสมุดที่กระดาษหนาหน่อย ไม่งั้นหมึกจะซึมผ่าน
Digital Detox UNI ปากกาลูกลื่น รุ่น SXN-101FL สีฟ้าสกายบลู ขนาด 0.5 มม.

UNI ปากกาลูกลื่น รุ่น SXN-101FL สีฟ้าสกายบลู ขนาด 0.5 มม.

ดูเพิ่มเติมที่ ปากกาลูกลื่น

Digital Detox ปากกาหมึกเจล 0.5 มม. น้ำเงิน เพนเทล Ener Gel BLN75

ปากกาหมึกเจล 0.5 มม. น้ำเงิน เพนเทล Ener Gel BLN75

ดูเพิ่มเติมที่ ปากกาเจล

Digital Detox LAMY ปากกาหมึกซึม รุ่น SAFARI STEELBLACK หัวปากกา F ขนาด 0.5 มม.

LAMY ปากกาหมึกซึม รุ่น SAFARI STEELBLACK หัวปากกา F ขนาด 0.5 มม.

ดูเพิ่มเติมที่ ปากกา & หมึกเติม

ไฮไลต์ ไม่ใช่แค่ลงสีให้สวย แต่ช่วยจัดระบบข้อมูล

ไฮไลต์เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากถ้าใช้ถูกวิธี โดยเทคนิค Color Coding คือการกำหนดสีให้มีความหมาย เช่น

สีเหลือง = ข้อมูลสำคัญ / สีชมพู = สิ่งที่ต้องทำ / สีเขียว = ไอเดียใหม่ / สีส้ม = คำถาม / สีฟ้า = อ้างอิง

พอกำหนดสีชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น เวลาต้องกลับมาอ่านโน้ตก็ไม่ต้องอ่านซ้ำทั้งหน้า แค่กวาดตาดูสีก็รู้แล้วว่าส่วนไหนคืออะไร ประหยัดเวลาไปเยอะมาก

Digital Detox ELEPHANT ปากกาเน้นข้อความ ขนาดเส้น 3.8 มม. คละสี 6 ด้าม/แพ็ค

ELEPHANT ปากกาเน้นข้อความ ขนาดเส้น 3.8 มม. คละสี 6 ด้าม/แพ็ค

ดูเพิ่มเติมที่ ปากกาไฮไลต์

Digital Detoxไม่ได้แปลว่าทิ้ง Digital: หาจุดสมดุลที่เหมาะกับตัวเอง

หัวใจของ Digital Detox ไม่ใช่การเลิกใช้เทคโนโลยี แต่คือการ “ใช้ให้เป็น” รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยิบปากกา เมื่อไหร่ควรเปิดแอป

เทคนิค Analog Morning / Digital Afternoon

วิธีที่ลองทำได้ทันทีคือ แบ่งวันทำงานออกเป็น 2 ครึ่ง

  • ช่วงเช้า (ก่อนเที่ยง) — ใช้สมุดโน้ตและ Planner เป็นหลัก วางแผนวัน จดไอเดีย เตรียมประชุม ช่วงเช้าเป็นเวลาที่สมองสดที่สุด การเขียนด้วยมือช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้ดี
  • ช่วงบ่าย (หลังเที่ยง) — สลับมาใช้ Digital เป็นหลัก ตอบอีเมล ทำงานบนคอมพิวเตอร์ อัปเดต Task ใน Project Management Tool

เทคนิคนี้ช่วยให้ไม่รู้สึก Burnout จากหน้าจอ เพราะครึ่งวันแรกได้พักสายตาและใช้สมองอีกแบบไปแล้ว ไม่จำเป็นต้อง Detox ทั้งวัน แค่ 2-3 ชั่วโมงก็เห็นความต่าง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Digital Detoxและการจดโน้ตมือ

Q: จดมือช้ากว่าพิมพ์มาก จะตามทันเนื้อหาได้ไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องจดทุกคำ เน้นจดเฉพาะ “คำสำคัญ” และ “ใจความหลัก” แล้วค่อยกลับมาขยายความทีหลัง ยิ่งฝึกจดแบบสรุปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น แถมจำได้ดีกว่าพิมพ์ทุกคำอีก

Q: ต้องลงทุนกับเครื่องเขียนเยอะไหม?

A: ไม่ต้องเลย เริ่มต้นด้วยปากกาเจลด้ามละ 20-50 บาท สมุดโน้ตเล่มละ 50-100 บาท และไฮไลต์ 2-3 สี ก็เพียงพอแล้ว สิ่งสำคัญคือเลือกปากกาที่เขียนลื่นและสมุดที่กระดาษไม่บาง เมื่อจดจนเป็นนิสัยแล้วค่อยอัปเกรด

Q: Digital Detox ทำได้จริงไหม ถ้าต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน?

A: ทำได้ แค่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น จดรายการสิ่งที่ต้องทำประจำวันด้วยมือแทนแอป เขียนโน้ตประชุมลงสมุดแทนพิมพ์

เริ่มวันละนิด แค่หยิบปากกา และลงมือเขียน

ไม่ต้องเปลี่ยนชีวิตทั้งหมดในวันเดียว เริ่มจากสิ่งเดียวต่อวันก็พอ

อาจเป็น To-do List ตอนเช้าที่เขียนด้วยมือแทนพิมพ์ลงแอป หรือ Reflection สั้น ๆ ก่อนเลิกงานว่าวันนี้ทำอะไรได้ดี อะไรอยากปรับ แค่นี้ก็จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ทั้งสมาธิที่ดีขึ้น ความเครียดที่ลดลง และไอเดียที่ไหลลื่นกว่าเดิม

Digital Detox ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้อง “เริ่ม” และเครื่องเขียนดี ๆ สักชุดเล็ก ๆ ก็ช่วยให้การเริ่มต้นสนุกขึ้นมาก

💡 ที่ OFM มีเครื่องเขียนครบชุดสำหรับคนที่อยากเริ่มจดโน้ตมือ ตั้งแต่ปากกาเจล สมุดโน้ต ไฮไลต์ Sticky Note ไปจนถึง Planner หาซื้อได้ง่าย ๆ ส่งถึงที่ ช้อปเลย!

ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥

🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)

💥 รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)

🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!

📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th

0 CommentsClose Comments

Leave a comment