ชวนหาคำตอบว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไร พร้อมทำความเข้าใจกลไกการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
เรียนรู้วิธีการเตรียมความพร้อมและวิธีป้องกันแผ่นดินไหวอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอาคารหรือที่โล่งแจ้ง การมีสติและมีความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับคุณและคนที่คุณรัก
Key Takeaways
- ความหมายของแผ่นดินไหว: คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดินอย่างฉับพลัน เนื่องจากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ใต้เปลือกโลกเพื่อปรับสมดุล
- สาเหตุการเกิด: เกิดได้จากหลายปัจจัยหลัก เช่น การเคลื่อนที่และการชนกันของแผ่นเปลือกโลก, การขยับตัวของรอยเลื่อนที่มีพลัง (Active Fault), การปะทุของภูเขาไฟ, รวมถึงกิจกรรมของมนุษย์อย่างการทำเหมืองหรือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่
- การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ: หากอยู่ในอาคารให้ใช้หลัก “หมอบ ป้อง หมอบค้าง” (Drop, Cover, Hold on) ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หากอยู่กลางแจ้งควรอยู่ห่างจากอาคารสูงและเสาไฟฟ้า และมีข้อห้ามสำคัญคือ “ห้ามใช้ลิฟต์” และ “ห้ามใช้ไฟแช็ก/ไม้ขีดไฟ” เนื่องจากอาจมีแก๊สรั่ว
- การปฏิบัติตัวหลังเหตุการณ์หยุดลง: ควรสำรวจความเสียหายของอาคารและอาการบาดเจ็บของคนรอบข้าง, เตรียมพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวระลอกหลัง (Aftershock), และหากอยู่ใกล้ชายฝั่งให้รีบอพยพขึ้นที่สูงทันทีเพราะอาจเกิดสึนามิ
- แนวทางการเตรียมความพร้อม: ควรตรวจสอบความมั่นคงของสิ่งก่อสร้าง, ยึดเฟอร์นิเจอร์หนักเข้ากับผนัง, ซักซ้อมแผนอพยพ และจัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ในจุดที่หยิบได้ง่าย
อะไรที่เรียกว่าแผ่นไหว
แผ่นดินไหว คือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดินอย่างฉับพลัน เนื่องจากการปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ภายใต้เปลือกโลกเพื่อปรับสมดุล
โดยลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนที่มีพลัง หรืออาจเกิดจากการกระทำของมนุษย์ ส่งผลให้เกิดคลื่นไหวสะเทือนที่สร้างความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างและเป็นอันตรายต่อชีวิตหากไม่มีการเตรียมพร้อมรับมืออย่างถูกวิธี
แผ่นดินไหว สาเหตุเกิดจากอะไร
เจาะลึกข้อสงสัยว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไร พร้อมทำความเข้าใจกลไกใต้พื้นพิภพที่ส่งผลกระทบต่อหน้าประวัติศาสตร์โลก เพื่อให้เราสามารถประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างมีสติ
1.การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก
แผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่และการชนกันของแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ที่สะสมพลังงานไว้ตามแนวรอยเลื่อน เมื่อหินทนรับแรงเครียดไม่ไหวจะเกิดการแตกหักและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาในรูปของคลื่นไหวสะเทือน กระบวนการทางธรรมชาตินี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนรุนแรงจนสร้างความเสียหายแก่พื้นผิวโลก
2.แรงดันใต้พิภพ
หากถามว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้อย่างไร ในมุมอื่นๆ ปรากฏการณ์สั่นสะเทือนนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากแรงดันมหาศาลของแมกมาใต้ดินในขณะที่ภูเขาไฟกำลังจะปะทุขึ้นสู่ผิวโลก นอกจากนี้การทรุดตัวของโพรงกักเก็บน้ำหรือช่องว่างขนาดใหญ่ใต้ดินยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการทรุดตัวของชั้นหิน จนส่งผลให้พื้นที่โดยรอบรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้อย่างชัดเจน
3.กิจกรรมของมนุษย์
กิจกรรมของมนุษย์เป็นอีกหนึ่งต้นตอที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว ไม่ว่าจะเป็นการทำเหมืองแร่ การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน หรือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ที่ส่งผลต่อการปรับสมดุลของชั้นหินในบริเวณนั้น
4. รอยเลื่อนที่มีพลัง
นอกจากทั้ง 3 หัวข้อแล้วยังมีอีก 1 สาเหตุที่ตอบคำถามว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นคือการขยับตัวของ “รอยเลื่อนที่มีพลัง” (Active Fault) ซึ่งเป็นจุดอ่อนบนแผ่นเปลือกโลก ที่มักเกิดการสั่นสะเทือนซ้ำๆ ในพื้นที่เดิม จนทำให้เกิแผ่นดินไหวในที่สุด
เกิดแผ่นดินไหว ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว การตัดสินใจที่รวดเร็วและถูกต้องภายใต้สถานการณ์วิกฤตถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยรักษาชีวิตของคุณได้ การศึกษาข้อมูลความปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหวไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณมีสติและสามารถรับมือกับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าคุณจะอยู่ภายในอาคารสูง หรืออยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง การปฏิบัติตามหลักสากลคือหัวใจสำคัญของการเอาตัวรอด
1. มีสติและใช้หลัก หมอบ ป้อง หมอบค้าง (Drop, Cover, Hold on)
เมื่อเริ่มรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว วิธีป้องกันคือ ให้รีบหมอบลงใต้โต๊ะที่แข็งแรงเพื่อป้องกันศีรษะและลำตัวจากสิ่งของที่อาจร่วงหล่นลงมา ใช้มือเกาะขาโต๊ะไว้ให้แน่นและเคลื่อนที่ไปพร้อมกับโต๊ะจนกว่าแผ่นดินไหวจะสงบลงอย่างสิ้นเชิง การมีสติและไม่ตื่นตระหนกวิ่งออกจากอาคารขณะสั่นสะเทือน จะช่วยลดโอกาสการหกล้มหรือบาดเจ็บจากเศษกระจกได้ดีที่สุด
2. หลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงและพื้นที่อันตรายรอบข้าง
หากอยู่ภายในอาคารให้อยู่ห่างจากหน้าต่างกระจก เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ยึดติด และขณะเกิดแผ่นดินไหวควรเลี่ยงการใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดค้าง กรณีที่อยู่กลางแจ้ง ให้พยายามเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่โล่งกว้างที่ห่างจากอาคารสูง เสาไฟฟ้า และป้ายโฆษณาที่อาจพังทลาย การรักษาตำแหน่งในพื้นที่ปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกวัสดุก่อสร้างหรือโครงสร้างอาคารหล่นทับได้อย่างมหาศาล
3. ระมัดระวังภัยแฝงหลังการสั่นสะเทือนสงบลง
เมื่อแผ่นดินไหวหยุดลง ให้รีบปิดวาล์วแก๊สและยกสะพานไฟเพื่อป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากท่อรั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจร เตรียมพร้อมรับมือกับอาฟเตอร์ช็อก (Aftershocks) ที่มักจะตามมา และคอยติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด การตรวจสอบสถานะความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้างทันที จะช่วยให้การขอรับความช่วยเหลือเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
ข้อปฏิบัติตัวเมื่อแผ่นดินไหวหยุดลง
แม้ว่าเราจะรู้ว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไรและระวังตัวขณะเกิดเหตุแล้ว แต่ช่วงเวลาหลังการสั่นสะเทือนหยุดลงถือเป็นนาทีชีวิตที่สำคัญไม่แพ้กัน การสำรวจความปลอดภัยรอบตัวอย่างมีสติจะช่วยป้องกันอันตรายซ้ำซ้อนจากสภาพแวดล้อมที่เสียหายและเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจตามมา
- ตรวจสอบอาการบาดเจ็บของตนเองและคนรอบข้าง พร้อมประเมินความเสียหายของโครงสร้างอาคารเพื่อเลี่ยงผลกระทบที่เกิดจากแผ่นดินไหว เช่น อาคารทรุดหรือเพดานถล่มลงมาทับ
- เตรียมพร้อมรับมือกับ “Aftershock” หรือแผ่นดินไหวระลอกหลัง ซึ่งเป็นภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงที่อาจทำให้อาคารที่ร้าวอยู่แล้วพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
- ตรวจเช็กระบบแก๊สและไฟฟ้าทันทีเพื่อป้องกันอัคคีภัย หากได้กลิ่นแก๊สให้รีบปิดวาล์วและเปิดหน้าต่างระบายอากาศ
- หากอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงทันทีเพราะอาจเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งถือเป็นภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงใต้สมุทรที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
- ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หากไม่จำเป็น เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากแผ่นดินไหว
การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว
การเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบเป็นหนทางเดียวที่จะลดอันตรายจากแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดได้ โดยการหมั่นตรวจสอบความมั่นคงของสิ่งก่อสร้างและซักซ้อมแผนอพยพจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีสติ
- กระบวนการเกิดแผ่นดินไหว: ทำความเข้าใจว่าการสั่นสะเทือนเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติสูง
- สาเหตุ และการป้องกัน แผ่นดินไหว: ศึกษาต้นตอที่ทำให้เกิดการสั่นตัวเพื่อใช้วางแผนการก่อสร้างอาคารให้มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและรองรับแรงกระแทกได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม
- การตรวจสอบภายในบ้าน: ยึดเฟอร์นิเจอร์หนักเข้ากับผนังและไม่วางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในที่สูง ซึ่งเป็นวิธีเบื้องต้นในการป้องกันสิ่งของล้มทับเมื่อเกิดการสั่นสะเทือน
- จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน: เตรียมถุงยังชีพที่ประกอบด้วยยา อาหาร และอุปกรณ์สื่อสารไว้ในจุดที่หยิบง่าย เพื่อความคล่องตัวหากต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน
- ซักซ้อมสม่ำเสมอ: การหมั่นซ้อมแผนเผชิญเหตุและการหาจุดปลอดภัยในบ้านเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดอันตรายจากแผ่นดินไหวที่จะเกิดต่อชีวิตและคนใกล้ชิด
ความรุนแรงของแผ่นดินไหว
การทำความเข้าใจว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไรและลักษณะของบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวจะช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากระดับความรุนแรงของแรงสั่นสะเทือนมีผลโดยตรงต่อการวางแผนความปลอดภัยและการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยที่เหมาะสม โดยมาตราที่นิยมใช้ในการวัดจะมีทั้ง “ขนาด” (Magnitude) ที่บอกพลังงาน และ “ความรุนแรง” (Intensity) ที่บอกผลกระทบในพื้นที่นั้นๆ
| ขนาด (แมกนิจูด) | ความรุนแรง (เมอร์คัลลี) | ลักษณะความรุนแรงและผลกระทบที่สังเกตได้ |
| 1.0 – 2.9 | I | คนไม่รู้สึก แต่เครื่องมือตรวจวัดสามารถจับสัญญาณได้ |
| 3.0 – 3.9 | II – III | คนที่อยู่นิ่งๆ หรืออยู่บนตึกสูงเริ่มรู้สึก เหมือนรถบรรทุกวิ่งผ่าน |
| 4.0 – 4.9 | IV – V | รู้สึกเกือบทุกคน หน้าต่างสั่น ถ้วยชามแกว่งหรือตกแตก |
| 5.0 – 5.9 | VI – VII | เดินเซ ของหนักในบ้านเคลื่อนที่ อาคารที่ออกแบบไม่ดีเริ่มเสียหาย |
| 6.0 – 6.9 | VIII – IX | อาคารเสียหายอย่างมาก ปล่องไฟพัง ท่อใต้ดินแตกหัก |
| 7.0 ขึ้นไป | X – XII | อาคารพังทลายเกือบทั้งหมด แผ่นดินแยก รางรถไฟบิดงอ วินาศสันตะโร |
รวม 10 อุปกรณ์รับมือเหตุแผ่นดินไหวไม่ว่าเกิดจากอะไร
ไม่ว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไร ทั้งจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกหรือกิจกรรมของมนุษย์ การเตรียมความพร้อมคือหัวใจสำคัญของการรักษาชีวิต
การมีถุงยังชีพและอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ครบถ้วนจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างมีสติและปลอดภัยที่สุด มาตรวจสอบ 10 อุปกรณ์สำคัญที่คุณควรมีติดบ้านไว้เพื่อรับมือกับแรงสั่นสะเทือนที่ไม่คาดคิด
1.GENTOS ไฟฉาย LED Floox Series รุ่น LU-101 ความสว่าง 18lm

แม้ความสงสัยว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไรจะเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่ยากจะคาดเดา แต่การเตรียมพร้อมรับมือด้วยอุปกรณ์ส่องสว่างอย่างไฟฉาย LED GENTOS รุ่นนี้ จะช่วยให้คุณอุ่นใจและปลอดภัยขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในยามค่ำคืนหรือสถานการณ์ที่ไฟฟ้าดับกะทันหัน
จุดเด่นสินค้า
- ความสว่างที่เหมาะสม: ให้ความสว่าง 18 ลูเมน พร้อมระยะลำแสง 20 เมตร เพียงพอต่อการใช้งานนำทางหรือส่องหาของในพื้นที่มืดขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ดีไซน์กะทัดรัดพกพาง่าย: รูปทรงปากกาและมีคลิปหนีบ ช่วยให้พกติดตัวหรือเสียบไว้ในกระเป๋าเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ทุกเวลา
- ความทนทานสูง: ตัวกระบอกทำจากอลูมิเนียมคุณภาพดี แข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก และมีมาตรฐานกันฝุ่นกันน้ำระดับ IP54
- ประหยัดพลังงาน: ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องหลายชั่วโมงด้วยถ่านเพียงก้อนเดียว ช่วยให้คุณมีแสงสว่างใช้ตลอดช่วงเวลาที่จำเป็น
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| พกพาสะดวก ขนาดเล็กเบาเหมือนปากกา พกติดตัวได้ตลอดเวลา | ความสว่างจำกัด 18 ลูเมนอาจไม่เพียงพอสำหรับการส่องสว่างในพื้นที่กว้างมาก |
| วัสดุแข็งแรง อลูมิเนียมทนทาน ไม่แตกหักง่ายเมื่อตกหล่น | ระยะแสง ส่องได้ไกลเพียง 20 เมตร เหมาะกับการใช้งานในระยะใกล้เท่านั้น |
| กันน้ำกันฝุ่น ใช้งานได้ในสภาวะฝนตกปรอยๆ หรือพื้นที่ที่มีฝุ่นละออง | ถ่านไฟฉาย ต้องคอยตรวจสอบพลังงานถ่านสำรองอยู่เสมอเนื่องจากไม่ใช่รุ่นชาร์จไฟ |
| ใช้งานง่าย สวิตช์เปิด-ปิดที่ส่วนท้าย ออกแบบมาให้ใช้งานได้รวดเร็ว | ฟังก์ชัน ไม่มีโหมดไฟกระพริบ (Strobe) สำหรับใช้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ |
2.ไฟฉายคาดศีรษะ ดำ-เหลือง ทาจิม่า LE-F281D-Y

หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การเตรียมอุปกรณ์เพื่อ การป้องกันแผ่นดินไหว และการเอาตัวรอดในที่มืดเป็นสิ่งสำคัญมาก ไฟฉายคาดศีรษะ TAJIMA รุ่นนี้จะช่วยให้คุณมีแสงสว่างนำทางโดยที่มือทั้งสองข้างยังว่างเพื่อป้องกันตัวหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัย
จุดเด่นสินค้า
- ระบบส่องสว่างประสิทธิภาพสูง: ให้ลำแสงที่สม่ำเสมอและกว้าง ช่วยให้มองเห็นเส้นทางและอุปสรรคได้อย่างชัดเจนในสภาวะฉุกเฉิน
- ดีไซน์คาดศีรษะกระชับ: สายรัดปรับระดับได้และมีความยืดหยุ่นสูง ช่วยให้ไฟฉายติดแน่นกับศีรษะหรือหมวกนิรภัย ไม่หลุดง่ายขณะเคลื่อนที่เร็ว
- โหมดการใช้งานหลากหลาย: สามารถปรับความสว่างได้หลายระดับตามความจำเป็น เพื่อช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้ยาวนานที่สุด
- มาตรฐานความทนทาน: ตัวเครื่องออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงกระแทกและละอองน้ำ เหมาะสำหรับการใช้งานในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือการกู้ภัย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| มือเป็นอิสระ สามารถใช้มือทั้งสองข้างในการปีนป่ายหรือประคองตัวได้เต็มที่ | น้ำหนักสะสม หากสวมใส่เป็นเวลานานอาจรู้สึกหนักบริเวณหน้าผากได้ |
| ความคล่องตัวสูง แสงไฟจะส่องไปตามทิศทางที่ผู้สวมใส่หันหน้าไปเสมอ | การใช้พลังงาน หากเปิดความสว่างสูงสุดต่อเนื่อง แบตเตอรี่จะหมดเร็ว |
| ทัศนวิสัยกว้าง ลำแสงถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมพื้นที่การมองเห็นได้ดี | สายรัด หากใช้งานไปนานๆ สายรัดอาจมีการยืดตัวและต้องคอยปรับใหม่ |
| สีสันเด่นชัด ตัวเครื่องสีดำ-เหลือง ช่วยให้มองหาอุปกรณ์ได้ง่ายในที่มืด | ความร้อน บริเวณหลอด LED อาจมีความร้อนสะสมเมื่อเปิดใช้งานนานๆ |
3.MAPLE SAFETY นกหวีดพร้อมสายคล้อง สีแดง (6 ชิ้น/แพ็ค)

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ การป้องกันแผ่นดินไหว คือการมีอุปกรณ์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือที่เชื่อถือได้ ซึ่งนกหวีด Maple Safety พร้อมสายคล้องนี้เป็นไอเท็มช่วยชีวิตขนาดเล็กที่ทรงพลัง ช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถระบุตำแหน่งของคุณได้แม้อยู่ในจุดที่มองไม่เห็นหรือส่งเสียงตะโกนไม่ไหว
จุดเด่นสินค้า
- เสียงดังชัดเจนและกังวาน: ออกแบบมาเพื่อให้เกิดเสียงแหลมสูงที่ทะลุทะลวงผ่านเสียงรบกวนได้ไกล ช่วยให้การขอความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพสูงสุด
- วัสดุพลาสติกคุณภาพดี: ตัวนกหวีดมีความแข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และปลอดภัยเมื่อต้องสัมผัสกับริมฝีปากเป็นเวลานาน
- มาพร้อมสายคล้องคอ: ช่วยให้พกพาได้สะดวกและหยิบใช้งานได้ทันทีในสถานการณ์คับขัน ลดความเสี่ยงในการทำอุปกรณ์หล่นหาย
- สีแดงเด่นชัด: สีสันที่สดใสช่วยให้มองหาอุปกรณ์ได้ง่ายแม้ในสภาวะแสงน้อยหรือในกระเป๋าฉุกเฉินที่มีของจำนวนมาก
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความน่าเชื่อถือ ใช้งานได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่หรือไฟฟ้า | ระยะของเสียง ประสิทธิภาพอาจลดลงหากมีสิ่งกีดขวางหนาแน่นมาก |
| ประหยัดแรง ใช้ลมเป่าเพียงเล็กน้อยก็เกิดเสียงดังกว่าการตะโกนหลายเท่า | ฟังก์ชันเดียว ใช้งานเพื่อส่งสัญญาณเสียงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น |
| ความคุ้มค่า หนึ่งแพ็คมีถึง 6 ชิ้น สามารถแบ่งให้สมาชิกในครอบครัวได้ครบ | ความปลอดภัย สายคล้องคอหากยาวเกินไปอาจเกี่ยวขีดข่วนหรือพันกับสิ่งของได้ |
| บำรุงรักษาง่าย เพียงล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าและเช็ดให้แห้ง | ขนาด เนื่องจากมีขนาดเล็ก หากไม่ห้อยคอไว้อาจจะหาได้ยากในยามตกใจ |
4.หมวกนิรภัย KVB รุ่น XT-09 สีขาว

แม้เราจะทราบดีว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไร แต่การป้องกันอันตรายจากเศษซากวัสดุที่อาจร่วงหล่นลงมาคือสิ่งสำคัญที่สุด หมวกนิรภัย KVB รุ่น XT-09 จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันศีรษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยลดแรงกระแทกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณในระหว่างเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
จุดเด่นสินค้า
- โครงสร้างพลาสติก ABS คุณภาพสูง: ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ สามารถทนต่อแรงกระแทกจากด้านบนได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐานความปลอดภัย
- ระบบรองในปรับระดับได้: มาพร้อมสายรัดและระบบรองในที่ช่วยกระจายแรงกระแทก พร้อมปุ่มปรับขนาดให้กระชับกับศีรษะของผู้สวมใส่ได้ทุกรูปแบบ
- การระบายอากาศที่ดี: ออกแบบให้มีช่องทางไหลเวียนของอากาศ ช่วยให้สวมใส่สบายได้ยาวนาน ไม่รู้สึกร้อนหรืออับชื้นขณะปฏิบัติงานหรือใช้งานในยามฉุกเฉิน
- น้ำหนักเบาและสมดุล: แม้จะมีความแข็งแรงสูงแต่มีน้ำหนักเบา ช่วยลดความเมื่อยล้าของต้นคอเมื่อต้องสวมใส่เป็นเวลานานในสถานการณ์กู้ภัย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความปลอดภัยระดับมาตรฐาน ป้องกันแรงกระแทกจากของแข็งร่วงหล่นได้จริง | ขนาดการจัดเก็บ มีรูปทรงที่ค่อนข้างใหญ่ ไม่สามารถพับหรือทำให้เล็กลงได้ |
| ความสบายในการสวมใส่ ระบบรองในช่วยให้หมวกไม่สัมผัสศีรษะโดยตรง ลดความเจ็บ | การทำความสะอาด ส่วนของสายรัดผ้าด้านในอาจสะสมเหงื่อและต้องถอดซักแยก |
| ความทนทาน วัสดุ ABS ทนต่อแสงแดดและรอยขีดข่วนได้ดี อายุการใช้งานยาวนาน | ทัศนวิสัย ปีกหมวกด้านหน้าอาจบดบังการมองเห็นในมุมสูงเล็กน้อย |
| การปรับกระชับ สามารถปรับความแน่นได้รวดเร็วเพียงแค่หมุนปุ่มด้านหลัง | ความร้อนสะสม หากใช้งานในพื้นที่ปิดที่ร้อนจัด อาจยังรู้สึกอุ่นได้แม้มิช่องระบาย |
5.หน้ากากกันฝุ่นไอระเหยมีวาล์ว (กล่อง10ชิ้น) 3M 9913V P1

หากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว สิ่งที่มักตามมาคือฝุ่นละอองจากการถล่มของอาคารและสารเคมีที่อาจรั่วไหล หน้ากากกันฝุ่นและไอระเหย 3M รุ่นนี้จึงเป็นอุปกรณ์ปกป้องระบบทางเดินหายใจที่จำเป็น เพื่อให้คุณสามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ
จุดเด่นสินค้า
- ประสิทธิภาพการกรองสูง: สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กและช่วยลดระดับกลิ่นเจือจางของไอระเหยสารเคมี รวมถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- วาล์วระบายอากาศ Cool Flow: ช่วยระบายความร้อนและความชื้นสะสมจากภายในหน้ากาก ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้นและสวมใส่ได้สบายแม้ในสภาวะที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมาก
- ดีไซน์กระชับกับใบหน้า: รูปทรงหน้ากากถูกออกแบบมาให้รับกับสรีระใบหน้า พร้อมแถบโลหะปรับกระชับบริเวณสันจมูก ช่วยป้องกันการรั่วซึมของอากาศจากภายนอก
- บรรจุภัณฑ์มาตรฐาน: ใน 1 กล่อง บรรจุ 10 ชิ้น สะดวกต่อการสำรองไว้ใช้ในชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับครอบครัวหรือพนักงานในองค์กร
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความปลอดภัยสูง กรองได้ทั้งฝุ่นและกลิ่นไอระเหยจากสารอินทรีย์ | การใช้งาน ออกแบบมาเพื่อใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถนำไปซักหรือทำความสะอาดเพื่อใช้ซ้ำได้ |
| หายใจสะดวก วาล์วช่วยลดแรงต้านทานการหายใจออกได้ดีมาก | ขนาด หากผู้สวมใส่มีใบหน้าขนาดเล็กหรือใหญ่เป็นพิเศษอาจปรับให้กระชับได้ยาก |
| น้ำหนักเบา สวมใส่ได้นานโดยไม่รู้สึกหนักหรือกดทับใบหน้าเกินไป | การเก็บรักษา หากแกะออกจากซองแล้วและโดนความชื้น ประสิทธิภาพการกรองจะลดลง |
| แบรนด์เชื่อถือได้ 3M เป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล | ราคา ต่อชิ้นจะสูงกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปเนื่องจากฟังก์ชันการกรองที่ซับซ้อนกว่า |
6.ถุงมือกันบาดระดับ 5 M SYNOS 21SNSTK-763A สีดำ

แม้เราจะไม่สามารถควบคุมได้ว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไร แต่เราสามารถป้องกันมือของเราจากเศษกระจกหรือเหล็กแหลมที่พังทลายลงมาได้ด้วยถุงมือกันบาดระดับ 5 จาก SYNOS ที่มีความทนทานสูง ช่วยให้คุณเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางหรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน
จุดเด่นสินค้า
- การป้องกันระดับสูงสุด: มีคุณสมบัติกันบาดสูงถึงระดับ 5 (Level 5) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามมาตรฐานสากล สามารถป้องกันของมีคมที่เกิดจากซากปรักหักพังได้ดีเยี่ยม
- วัสดุคุณภาพสูง: ผลิตจากเส้นใยชนิดพิเศษที่ทนต่อการฉีกขาด แต่ยังคงความยืดหยุ่น ช่วยให้เคลื่อนไหวนิ้วมือเพื่อหยิบจับอุปกรณ์หรือทำงานละเอียดได้ถนัด
- เคลือบสารกันลื่น: บริเวณฝ่ามือเคลือบสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ (Grip) ทำให้หยิบจับวัตถุที่ลื่นหรือเปียกน้ำได้อย่างมั่นคง ไม่หลุดมือ
- สวมใส่สบายระบายอากาศได้ดี: เนื้อผ้าถูกออกแบบมาให้ระบายความร้อนได้ดี ลดการสะสมของเหงื่อขณะใช้งานหนัก ช่วยให้สวมใส่ทำงานได้ต่อเนื่องยาวนาน
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความปลอดภัยเหนือชั้น ป้องกันการบาดเฉือนจากเศษกระจกและโลหะได้จริง | การป้องกันสารเคมี ไม่สามารถป้องกันการซึมผ่านของเหลวหรือสารเคมีรุนแรงได้ |
| ความคล่องตัวสูง เนื้อผ้าบางแต่เหนียว ทำให้สัมผัสวัตถุได้แม่นยำกว่าถุงมือหนัง | ความร้อน หากต้องหยิบจับวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงมาก อาจป้องกันความร้อนได้จำกัด |
| ซักทำความสะอาดได้ สามารถล้างทำความสะอาดเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง | การเลือกขนาด จำเป็นต้องเลือกไซส์ที่พอดีมือ หากหลวมเกินไปจะลดประสิทธิภาพการกันบาด |
| ดีไซน์ทันสมัย สีดำดูสะอาดตาและไม่เลอะเทอะง่ายเมื่อต้องใช้งานในพื้นที่ฝุ่นเยอะ | ราคา สูงกว่าถุงมือผ้าทั่วไปเนื่องจากใช้เทคโนโลยีการทอเส้นใยป้องกันขั้นสูง |
7.แบตเตอรี่สํารอง 10000 mAh รุ่น Wonder (PB-114E) WHY ดํำ

ในยามที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอย่าง การป้องกันแผ่นดินไหว การติดต่อสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แบตเตอรี่สำรอง WHY รุ่น WONDER นี้จะช่วยให้สมาร์ทโฟนของคุณมีพลังงานเพียงพอสำหรับการติดตามข่าวสารหรือขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา แม้ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าถูกตัดขาด
จุดเด่นสินค้า
- ความจุ 10,000 mAh: เพียงพอต่อการชาร์จสมาร์ทโฟนทั่วไปได้ 2-3 รอบ ช่วยให้คุณไม่พลาดการติดต่อสื่อสารที่สำคัญในช่วงเวลาคับขัน
- ดีไซน์บางเบาพกพาสะดวก: ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด สามารถใส่ในกระเป๋าฉุกเฉินหรือกระเป๋าเสื้อได้ง่ายโดยไม่เพิ่มน้ำหนักที่เป็นภาระ
- ระบบความปลอดภัยครบครัน: มีกลไกป้องกันการจ่ายไฟเกิน ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร และควบคุมอุณหภูมิ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดขณะใช้งานในสภาวะต่างๆ
- รองรับการชาร์จพร้อมกัน: มีพอร์ตเชื่อมต่อที่หลากหลาย ช่วยให้คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์สื่อสารและไฟฉายแบบชาร์จได้พร้อมกันในเวลาเดียว
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความคล่องตัวสูง ขนาดกะทัดรัดเหมาะสำหรับใส่ในชุดเตรียมพร้อมฉุกเฉิน | ความจุระดับปานกลาง 10,000 mAh อาจไม่เพียงพอหากต้องใช้งานต่อเนื่องหลายวัน |
| ความปลอดภัย มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ช่วยถนอมแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ที่นำมาเสียบ | ความเร็วในการชาร์จ อาจชาร์จได้ช้ากว่ารุ่นที่รองรับระบบ Fast Charge ระดับสูง |
| ราคาคุ้มค่า เมื่อเทียบกับคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับ | วัสดุตัวเรือน ผิวสัมผัสอาจลื่นมือได้ง่ายหากมือเปียกหรือเลอะฝุ่น |
| ไฟแสดงสถานะชัดเจน ช่วยให้ตรวจสอบปริมาณไฟที่เหลืออยู่ได้อย่างแม่นยำ | ระยะเวลาชาร์จเข้า การชาร์จไฟคืนเข้าตัวแบตเตอรี่สำรองอาจใช้เวลานานหลายชั่วโมง |
8.กระเป๋าเป้สะพายหลัง KASSA HOME รุ่น TD7121028-3NB

หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับจัดทำ “กระเป๋าฉุกเฉิน” เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน กระเป๋าเป้สะพายหลัง Kassa Home รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ลงตัวด้วยพื้นที่จัดเก็บที่กว้างขวางและดีไซน์ที่เน้นความคล่องตัว ช่วยให้คุณบรรจุสิ่งของจำเป็นทั้งหมดและพร้อมเคลื่อนที่ได้ทันทีในเวลาคับขัน
จุดเด่นสินค้า
- พื้นที่จัดเก็บกว้างขวาง: ภายในมีช่องใส่ของขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุทั้งอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยา และอุปกรณ์ส่องสว่างได้อย่างเป็นระเบียบ
- สายสะพายนุ่ม: ออกแบบมาเพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก ลดอาการกดทับบริเวณบ่าและไหล่ ทำให้สามารถสะพายเดินเป็นเวลานานได้โดยไม่เมื่อยล้า
- วัสดุผ้าคุณภาพดี: ผลิตจากเนื้อผ้าที่มีความทนทานต่อการใช้งาน แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักของอุปกรณ์กู้ภัยและของใช้ส่วนตัวได้ดี
- ดีไซน์เรียบง่ายเข้าได้กับทุกโอกาส: นอกจากใช้เป็นกระเป๋าฉุกเฉินแล้ว ยังสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวทั่วไปได้อย่างอเนกประสงค์
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความจุเยอะ สามารถใส่สิ่งของจำเป็นสำหรับการเอาตัวรอดได้ครบถ้วน | การกันน้ำ วัสดุผ้าปกติอาจซึมน้ำได้หากโดนฝนหนักโดยไม่มีผ้าคลุมกันฝน |
| น้ำหนักเบา ตัวกระเป๋าเองมีน้ำหนักไม่มาก ช่วยลดภาระเมื่อต้องบรรจุของหนัก | จำนวนช่องแยก ช่องย่อยด้านในอาจมีจำกัดสำหรับคนที่ต้องการแยกของชิ้นเล็กๆ |
| ราคาเข้าถึงง่าย ให้ความคุ้มค่าสูงเมื่อเทียบกับคุณภาพและขนาดของกระเป๋า | การระบายอากาศ บริเวณแผ่นหลังอาจสะสมความร้อนได้หากสะพายเดินกลางแจ้งนานๆ |
| ซ่อมแซมง่าย วัสดุผ้าสามารถดูแลรักษาและทำความสะอาดได้สะดวก | โครงสร้าง เป็นกระเป๋าทรงอ่อน หากใส่ของน้อยอาจจะไม่เป็นรูปทรงตั้งตรง |
9.NESTLE น้ำดื่ม รุ่น Pure Life ขนาด0.6ลิตร

น้ำคือสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในสภาวะฉุกเฉินที่ระบบประปาอาจขัดข้อง การมีน้ำดื่มสะอาดบรรจุขวดอย่างเนสเล่ เพียวไลฟ์ ติดบ้านหรือในกระเป๋าสำรองไว้ จะช่วยให้คุณและครอบครัวมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและความสดชื่นในทุกสถานการณ์
จุดเด่นสินค้า
- กระบวนการผลิตมาตรฐานสากล: ผ่านการกรองและการฆ่าเชื้อที่เข้มงวด มั่นใจได้ในความสะอาด ปราศจากสิ่งเจือปนและเชื้อโรค
- ขนาดบรรจุพอดีต่อการพกพา: ปริมาณ 0.6 ลิตร เป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับจัดใส่กระเป๋าฉุกเฉิน ไม่หนักจนเกินไปและเพียงพอต่อการดื่มในหนึ่งมื้อ
- บรรจุภัณฑ์แข็งแรง: ขวดถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการขนส่งและการจัดเก็บ ไม่แตกหรือรั่วซึมง่ายเมื่อต้องวางรวมกับอุปกรณ์อื่น
- รสชาติสะอาดสดชื่น: ไม่มีกลิ่นหรือรสแปลกปลอม ช่วยให้ดื่มง่ายและดับกระหายได้อย่างมีประสิทธิภาพในยามร่างกายอ่อนเพลีย
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความสะอาดปลอดภัย มั่นใจได้มากกว่าน้ำจากแหล่งธรรมชาติในยามวิกฤต | ใช้พื้นที่จัดเก็บ หากต้องสำรองไว้จำนวนมากสำหรับหลายวันจะใช้พื้นที่พอสมควร |
| พกพาสะดวก รูปทรงขวดจับถนัดมือ ใส่ในช่องข้างกระเป๋าเป้ได้พอดี | ขยะพลาสติก หลังใช้งานเสร็จจะเกิดขยะขวดพลาสติกที่ต้องจัดการ |
| อายุการเก็บรักษานาน สามารถเก็บสำรองไว้ได้นาน (ควรตรวจสอบวันหมดอายุสม่ำเสมอ) | ปริมาณต่อขวด สำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย ขนาด 0.6 ลิตรอาจจะหมดเร็วเกินไป |
| ราคาประหยัด หาซื้อได้ง่ายในปริมาณมาก คุ้มค่าสำหรับการจัดเตรียมเซตสำรอง | น้ำหนัก เมื่อบรรจุรวมกันหลายขวดในกระเป๋า จะเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว |
10.หน้ากากกันฝุ่นป้องกันPM2.5(20ชิ้น/กล่อง) 3M 9320A+ FFP2

หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน การเข้าใจว่าแผ่นดินไหวสาเหตุมักมาจากแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้โครงสร้างอาคารเสียหายจนเกิดฝุ่นละอองมหาศาล หน้ากาก 3M รุ่น 9320A+ มาตรฐาน FFP2 นี้ จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยปกป้องปอดของคุณจากอนุภาคอันตรายเหล่านั้นเพื่อให้คุณอพยพได้อย่างปลอดภัย
จุดเด่นสินค้า
- ดีไซน์พับ 3 ส่วน: ออกแบบมาเป็นพิเศษให้ขยับตามการพูดได้ดีและไม่หลุดง่าย พร้อมพื้นที่ว่างด้านในช่วยให้หายใจสะดวก ไม่รู้สึกอึดอัด
- มาตรฐานการกรองระดับ FFP2: มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กและละอองของเหลวได้ดีเยี่ยม ให้ความมั่นใจในสภาวะที่มีฝุ่นฟุ้งกระจายสูง
- แผ่นรองจมูกดูดซับเหงื่อ: ด้านในมีโฟมบุบริเวณสันจมูก ช่วยให้สวมใส่กระชับ นุ่มสบาย และลดการเกิดฝ้าบนแว่นตาสำหรับผู้ที่สวมแว่น
- พกพาสะดวกแบบแยกชิ้น: หน้ากากแต่ละชิ้นบรรจุในซองพลาสติกแยกกัน ช่วยรักษาความสะอาดและง่ายต่อการจัดใส่กระเป๋าฉุกเฉินประจำบ้าน
ข้อดี-ข้อเสีย
| ข้อดี | ข้อเสีย |
| ความปลอดภัยสูง กรองฝุ่น PM 2.5 และอนุภาคขนาดเล็กในที่เกิดเหตุได้ดี | ราคาต่อชิ้น สูงกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปเนื่องจากมาตรฐานการกรองที่สูงกว่า |
| สวมใส่สบาย วัสดุภายในนุ่มและออกแบบมาให้รับกับสรีระใบหน้าหลายรูปแบบ | การใช้งาน เป็นรุ่นที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่ควรนำกลับมาซักหรือใช้ซ้ำหลายครั้ง |
| เก็บรักษาง่าย บรรจุซองแยกชิ้น ป้องกันความชื้นและฝุ่นก่อนการใช้งานจริง | สายรัด เป็นแบบคล้องศีรษะที่เน้นความกระชับ แต่อาจสวมใส่ยากกว่าแบบคล้องหู |
| การระบายอากาศ เทคโนโลยีการทอเส้นใยช่วยให้หายใจคล่องแม้ไม่มีวาล์ว | ความร้อน หากใช้งานในพื้นที่ปิดที่อุณหภูมิสูง อาจมีความรู้สึกอุ่นได้บ้าง |
เบอร์หน่วยงานสำหรับติดต่อเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว
เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว การสื่อสารที่รวดเร็วกับหน่วยงานที่ถูกต้องคือปัจจัยสำคัญในการแจ้งเหตุและขอรับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
แม้เราจะทราบดีว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไรและพยายามป้องกันเพียงใด แต่อุบัติภัยย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เราจึงได้รวบรวมเบอร์สายด่วนสำคัญที่ควรบันทึกไว้ เพื่อความปลอดภัยและการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดังนี้
- 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.): สายด่วนหลักสำหรับแจ้งเหตุสาธารณภัยและขอความช่วยเหลือกรณีอาคารทรุดหรือได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวตลอด 24 ชั่วโมง
- 02-399-4114 หรือ 1182 กรมอุตุนิยมวิทยา: ติดต่อกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวเพื่อตรวจสอบศูนย์กลาง ความรุนแรง และการแจ้งเตือนภัยสึนามิ
- 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.): สำหรับแจ้งเหตุเจ็บป่วยหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากสิ่งของหล่นทับหรืออาคารพังทลาย
- 191 หรือ 199: แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายและแจ้งเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังการสั่นสะเทือน
- 1130 (กฟน.) หรือ 1129 (กฟภ.): แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง ไฟฟ้ารั่ว หรือขอให้ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าหลังเกิดเหตุ
- 1146 กรมทางหลวงชนบท: ตรวจสอบสภาพเส้นทาง ถนน หรือสะพานที่อาจเกิดการร้าวและไม่ปลอดภัยต่อการสัญจร
สรุป 3 คำถามหลักที่ช่วยให้คุณรอดจากแผ่นดินไหว
สร้างเกราะป้องกันชีวิตด้วย 3 คำถามสำคัญที่จะช่วยให้คุณรับมืออย่างมีสติไม่ว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไร เพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดในวินาทีวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
1. สาเหตุหลักของแผ่นดินไหวคืออะไร?
แผ่นดินไหวเกิดจากอะไร? สาเหตุหลักเกือบทั้งหมดมาจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกตามแนวรอยเลื่อนที่มีพลัง (Tectonic Earthquakes) เมื่อแผ่นเปลือกโลกเกิดการเบียด ชน หรือแยกออกจากกัน จะมีการสะสมพลังงานความเครียดไว้ในชั้นหิน เมื่อพลังงานพุ่งสูงจนถึงขีดจำกัด หินจะแตกหักฉับพลันและปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของคลื่นไหวสะเทือน
2. แผ่นดินไหวมีกี่ชนิด?
แผ่นดินไหวอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งจากพลังงานความร้อนใต้ภูเขาไฟที่ผลักดันให้แมกมาเคลื่อนตัวก่อนการปะทุ การยุบตัวของโพรงถ้ำหรือเหมืองแร่ใต้ดิน รวมถึงกิจกรรมจากน้ำมือมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์และการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งการทำความเข้าใจว่าแผ่นดินไหวเกิดจากอะไรในแต่ละรูปแบบ จะช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงและเฝ้าระวังภัยพิบัติได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น
3. ทำไมบางพื้นที่ถึงเกิดแผ่นดินไหวบ่อยกว่าที่อื่น?
นั่นเป็นเพราะพื้นที่เหล่านั้นตั้งอยู่บน “รอยต่อของแผ่นเปลือกโลก” โดยเฉพาะบริเวณ “วงแหวนแห่งไฟ” (Ring of Fire) ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก นอกจากนี้ แผ่นดินไหวในบางพื้นที่ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่เปราะบาง ทำให้พื้นที่เหล่านั้นมีความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหวสูงกว่าพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใจกลางแผ่นเปลือกโลกที่เสถียรกว่า
แผ่นดินไหวเกิดจากอะไร รับมือและเยียวยาอย่างไร
การเริ่มต้นรับมือภัยพิบัติอย่างถูกวิธี ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจว่า แผ่นดินไหวเกิดจากอะไร ซึ่งโดยส่วนใหญ่มีต้นตอหลักมาจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก การรู้เท่าทันกลไกธรรมชาตินี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมเพื่อลดความสูญเสีย
ทั้งการหมั่นซักซ้อมแผนอพยพ และที่สำคัญที่สุดคือการจัดเตรียมถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็นให้พร้อมหยิบใช้ได้ทันที รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยเพื่อยึดเฟอร์นิเจอร์ให้มั่นคง
สำหรับการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ ควรเน้นที่การประเมินสภาพจิตใจควบคู่ไปกับการตรวจสอบโครงสร้างอาคารให้กลับมาแข็งแรงปลอดภัยดังเดิม เตรียมความพร้อมวันนี้ด้วยอุปกรณ์รับมือภัยพิบัติครบวงจรและสินค้าความปลอดภัยมาตรฐานสากล ได้ที่ OFM.co.th ตัวช่วยที่จะทำให้คุณและครอบครัวอุ่นใจในทุกสถานการณ์
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th