สัมผัสเสน่ห์ของการดื่มกาแฟดริปที่หอมละมุนด้วยการเรียนรู้อินไซต์ วิธีดริปกาแฟ ที่คุณสามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน การชงแบบ drip coffee ไม่เพียงแต่ให้รสชาติที่สะอาดและดึงเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่การ ดริปกาแฟ ยังเป็นงานอดิเรกสุดคลาสสิกที่ช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับสุนทรียภาพในทุกเช้าครับ

Key Takeaways

  • เสน่ห์ของการดริปกาแฟ: คือศิลปะการสกัดกาแฟด้วยมือที่เน้นความพิถีพิถัน โดยการรินน้ำร้อนผ่านผงกาแฟคั่วบดบนตัวกรอง เพื่อให้ได้น้ำกาแฟที่มีความใสสะอาด รสชาติกลมกล่อม และสามารถดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟแต่ละแหล่งปลูกออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
  • อุปกรณ์สำคัญที่ต้องมี: อุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ ถ้วยดริป (Dripper), กระดาษกรอง, และกาดริปที่มีคอเรียวเล็ก เพื่อใช้ในการควบคุมทิศทางและปริมาณสายน้ำได้อย่างแม่นยำ รวมถึงเครื่องบดกาแฟเพื่อคงความสดใหม่ของกลิ่นหอม และตาชั่งดิจิทัลที่ช่วยจับเวลาและวัดน้ำหนักเพื่อให้การชงในทุกครั้งมีมาตรฐานที่สม่ำเสมอ
  • ปัจจัยควบคุมรสชาติ (Ratio & Temp): การสกัดรสชาติที่ดีต้องอาศัยระดับการบดที่เหมาะสมและอุณหภูมิน้ำระหว่าง 90-94 องศาเซลเซียส หัวใจสำคัญคืออัตราส่วนทองคำ (Brew Ratio) ที่นิยมใช้คือ 1:15 หรือการใช้กาแฟ 15 กรัม ต่อน้ำประมาณ 225 มิลลิลิตร ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ช่วยให้กาแฟมีความเข้มข้นพอดี ไม่เจือจางหรือขมจนเกินไป
  • เทคนิคและขั้นตอนการชง: เริ่มต้นจากการล้างกระดาษกรองเพื่อขจัดกลิ่นกระดาษ จากนั้นทำการ “บลูมมิ่ง” โดยรินน้ำเล็กน้อยให้พอชุ่มและรอ 30-45 วินาที เพื่อให้กาแฟคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ซึ่งจะช่วยให้การสกัดรสชาติในขั้นตอนต่อไปสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนั้นค่อยๆ รินน้ำวนเป็นวงกลมอย่างใจเย็นจนครบปริมาณ
  • การเตรียมพื้นที่และบรรยากาศ: การเลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะบาร์ที่มีความสูงเหมาะสมและดีไซน์มินิมอล มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศร้านกาแฟในบ้าน ช่วยให้การเตรียมอุปกรณ์และการยืนชงกาแฟเป็นไปอย่างสะดวกสบายและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

Table of Contents

อะไรคือกาแฟดริป ทำความรู้จักการชงกาแฟสุดฮิตที่นิยมกันในตอนนี้  

การดริปกาแฟ คือ วิธีการสกัดกาแฟด้วยการเทน้ำร้อนผ่านผงกาแฟคั่วบดบนตัวกรอง เพื่อให้ได้น้ำกาแฟที่ใสและรสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ เสน่ห์ของมันอยู่ที่ความพิถีพิถันและการควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ด้วยมือเราเอง

ทำให้วิธีชงกาแฟดริปกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมสำหรับคนรักกาแฟยุคใหม่ ที่ต้องการเสพทั้งรสชาติและกลิ่นหอมกรุ่นที่สดใหม่ในทุกแก้วที่ชงด้วยตัวเองครับ

เริ่มดริปอย่างโปร กับอุปกรณ์ดริปกาแฟที่ต้องมีติดบ้าน

การเริ่มต้นชงกาแฟดริปให้ได้รสชาติระดับพรีเมียมนั้นเริ่มต้นจากการมีเครื่องชงกาแฟ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เหมาะสมและแม่นยำ หากคุณต้องการดื่มกาแฟดริปที่หอมละมุนไม่แพ้คาเฟ่ การเตรียมไอเท็มเหล่านี้ไว้ติดบ้านจะช่วยให้คุณควบคุมคุณภาพของกาแฟได้เหมือนบาริสต้ามืออาชีพครับ

  • ถ้วยดริป (Dripper): อุปกรณ์หลักที่มีให้เลือกหลายรูปทรง เช่น V60 หรือ Kalita ซึ่งส่งผลต่อความเร็วในการไหลของน้ำและรสชาติกาแฟที่ต่างกัน
  • กระดาษกรอง (Filter Paper): ทำหน้าที่กรองกากกาแฟและไขมันออก ช่วยให้น้ำกาแฟที่ได้มีความใส (Clean Cup) และดึงรสสัมผัสของเมล็ดกาแฟออกมาได้ชัดเจน
  • กาดริปกาแฟ (Drip Kettle): กาต้มน้ำที่มีพวยเรียวเล็ก ช่วยให้คุณควบคุมทิศทางและปริมาณการไหลของน้ำร้อนได้อย่างแม่นยำขณะรินลงบนผงกาแฟ
  • เครื่องบดกาแฟ (Coffee Grinder): หัวใจสำคัญของการคงความหอมสดใหม่ ควรเลือกเครื่องบดที่ปรับระดับความละเอียดให้เหมาะกับการดริปได้
  • ตาชั่งดิจิทัล (Digital Scale): ใช้สำหรับชั่งน้ำหนักเมล็ดกาแฟและปริมาณน้ำ รวมถึงจับเวลาในการสกัดเพื่อให้ได้รสชาติมาตรฐานเดิมในทุกแก้ว
  • เหยือกเสิร์ฟ (Server): ภาชนะรองรับน้ำกาแฟที่ดริปเสร็จแล้ว มักทำจากแก้วทนความร้อน ช่วยให้คุณมองเห็นสีของกาแฟและแบ่งเสิร์ฟได้ง่าย

เกร็ดความรู้เรื่องกาแฟดริปที่มือใหม่ควรรู้  

การก้าวเข้าสู่โลกของกาแฟดริปจะสนุกและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น หากคุณเข้าใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอนการชง นี่คือเกร็ดความรู้พื้นฐานที่จะช่วยให้มือใหม่พัฒนาฝีมือและเข้าใจรสชาติของกาแฟแก้วโปรดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ

  • คุณภาพของน้ำสำคัญไม่แพ้เมล็ดกาแฟ: ควรใช้น้ำกรองที่สะอาดและไม่มีกลิ่นคลอรีน เพราะน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุสูงเกินไปหรือน้ำประปาจะบดบังกลิ่นและรสชาติที่แท้จริงของกาแฟ
  • การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟ: ควรเก็บเมล็ดกาแฟไว้ในถุงวาล์วหรือภาชนะสุญญากาศที่ทึบแสงเพื่อป้องกันอากาศและความชื้น ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้กลิ่นหอมระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว
  • ระยะการพักเมล็ด (Degassing): เมล็ดกาแฟที่คั่วเสร็จใหม่ๆ ควรพักทิ้งไว้ประมาณ 7-14 วัน เพื่อให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระบายออกก่อนนำมาดริป จะช่วยให้รสชาติมีความนิ่งและกลมกล่อมขึ้น
  • สีของกระดาษกรอง: กระดาษกรองสีขาว (Bleached) จะไม่มีกลิ่นกระดาษรบกวน ส่วนสีน้ำตาล (Unbleached) จะดูเป็นธรรมชาติกว่าแต่ต้องใช้น้ำร้อนล้างผ่านให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้มีกลิ่นกระดาษติดไปกับกาแฟ
  • การทดลองและจดบันทึก: รสชาติที่ “ใช่” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองปรับระดับการบดหรืออุณหภูมิน้ำทีละน้อยแล้วจดบันทึกไว้ จะช่วยให้คุณค้นพบสูตรเฉพาะตัวที่ชอบที่สุดได้ไวขึ้น
  • ระดับการบดเมล็ดกาแฟ (Grind Size): หัวใจของการดริปคือการบดให้ได้ขนาดประมาณเกลือแกง (Medium) หากบดละเอียดเกินไปรสชาติจะขมจัด แต่หากหยาบเกินไปกาแฟจะจืดและเปรี้ยว
  • อุณหภูมิของน้ำ (Water Temperature): น้ำที่ใช้ควรมีอุณหภูมิประมาณ 90-94 องศาเซลเซียส น้ำที่เดือดจัดเกินไปจะเผาผงกาแฟจนเกิดรสไหม้ ส่วนน้ำที่เย็นเกินไปจะสกัดรสชาติออกมาได้ไม่เต็มที่
  • อัตราส่วนทองคำ (Brew Ratio): การชั่งตวงน้ำหนักกาแฟต่อน้ำเป็นเรื่องสำคัญ โดยสัดส่วนมาตรฐานที่นิยมคือ 1:15 (กาแฟ 1 กรัม ต่อน้ำ 15 กรัม) เพื่อความสมดุลของรสชาติที่สม่ำเสมอในทุกครั้งที่ชง

ขั้นตอนการทำกาแฟดริปแบบบาริสต้ามือโปร  

ยกระดับสุนทรียภาพในการดื่มกาแฟด้วย วิธีการดริปกาแฟ อย่างพิถีพิถันเพื่อดึงคาแรกเตอร์ของเมล็ดกาแฟออกมาให้ชัดเจนที่สุด การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องและใช้สูตรดริปกาแฟที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้รสชาติมีความสมดุล

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่หลงใหลในกลิ่นหอมกรุ่น คุณก็สามารถสร้างสรรค์กาแฟดริปแก้วโปรดให้มีคุณภาพระดับบาริสต้าได้ที่บ้านครับ

1. การเตรียมกระดาษกรอง

วางกระดาษกรองลงในถ้วยดริปแล้วใช้น้ำร้อนล้างผ่านกระดาษให้ทั่ว เพื่อกำจัดกลิ่นกระดาษและช่วยอุ่นอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการสกัดกาแฟดริป

2. การตวงและบดกาแฟ

บดเมล็ดกาแฟสดใหม่ในระดับความละเอียดปานกลาง (คล้ายน้ำตาลทราย) โดยใช้สูตรมาตรฐาน 1:15 เช่น ใช้กาแฟ 20 กรัม ต่อน้ำ 300 กรัม

3. การบลูมมิ่ง (Blooming)

เริ่มเทน้ำร้อนปริมาณเล็กน้อยให้พอชุ่มผงกาแฟแล้วรอประมาณ 30-45 วินาที เพื่อให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระบายออก ซึ่งช่วยให้สกัดรสชาติกาแฟดริปได้ดีขึ้น

4. การรินน้ำเป็นวงกลม

ค่อยๆ รินน้ำที่เหลือเป็นวงกลมอย่างสม่ำเสมอจากจุดศูนย์กลางออกไปด้านนอก โดยควบคุมกระแสน้ำให้ไหลนิ่งและนุ่มนวลเพื่อการสกัดที่ทั่วถึง

5. การควบคุมเวลาสกัด

สังเกตเวลาในการดริปทั้งหมดให้อยู่ในช่วง 2.30 – 3.00 นาที เพื่อไม่ให้กาแฟดริปเข้มข้นหรือเจือจางจนเกินไป

6. การผสมน้ำกาแฟให้เข้ากัน

เมื่อน้ำไหลผ่านจนหมด ให้แกว่งเหยือกเสิร์ฟเบาๆ เพื่อให้น้ำกาแฟดริปชั้นบนและชั้นล่างผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียวก่อนเทลงแก้ว

รวม 10 อุปกรณ์สำหรับมุมชงกาแฟดริปที่คุณต้องมีติดบ้าน

การสร้างมุมกาแฟในฝันเริ่มต้นจากการเลือกเครื่องมือที่ช่วยให้ การชงกาแฟดริป เป็นเรื่องง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอุณหภูมิน้ำหรือความละเอียดของผงกาแฟ 

อุปกรณ์ที่ครบครันจะเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็นสโลว์บาร์สุดชิค นี่คือ 10 ไอเท็มสำคัญที่จะมายกระดับสุนทรียภาพใน การชงกาแฟดริป ของคุณให้สมบูรณ์แบบครับ

1.โต๊ะบาร์ คาปู ขาขาว เฟอร์ราเดค BAR1610W

โต๊ะบาร์ คาปู ขาขาว เฟอร์ราเดค BAR1610W

โต๊ะบาร์ดีไซน์ทันสมัยที่ช่วยเปลี่ยนมุมโปรดให้กลายเป็นคาเฟ่ส่วนตัว เหมาะสำหรับนั่งจิบ กาแฟดริป ในยามเช้า พื้นผิวท็อปโต๊ะเรียบลื่นทนทานต่อความร้อนและรอยขีดข่วน พร้อมขาเหล็กสีขาวที่มอบความแข็งแรงและความมินิมอลอย่างลงตัว

จุดเด่นสินค้า

  • วัสดุคุณภาพสูง: ผลิตจากไม้ Particle Board เกรด A ท็อปโต๊ะหนา 25 มม. แข็งแรงทนทาน
  • ผิวสัมผัสดีเยี่ยม: เคลือบผิวด้วย Melamine ป้องกันน้ำ ความร้อน และรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี
  • ดีไซน์มินิมอล: โทนสีคาปูชิโนตัดกับขาเหล็กสีขาว ให้ความรู้สึกอบอุ่นและทันสมัย เข้าได้กับทุกการตกแต่ง
  • พื้นที่ใช้งานกว้างขวาง: หน้ากว้างถึง 160 ซม. รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งนั่งทำงานและรับประทานอาหาร
  • การรับประกัน: มั่นใจในการใช้งานด้วยการรับประกันสินค้านานถึง 1 ปี

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
ความทนทานสูง: ผิวเมลามีนช่วยให้ทำความสะอาดง่ายและทนต่อการใช้งานหนักน้ำหนักค่อนข้างเบา: สินค้ามีน้ำหนัก 15 กก. อาจต้องระวังเรื่องความนิ่งหากวางของหนักด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ขนาดที่เหมาะสม: ความสูง 100 ซม. ออกแบบมาตามมาตรฐานโต๊ะบาร์ นั่งสบายการประกอบ: เป็นสินค้าที่ต้องนำมาประกอบเอง (มีคู่มือให้ในชุด)
ราคาคุ้มค่า: เมื่อเทียบกับวัสดุเกรด A และดีไซน์ที่ได้พื้นที่จัดวาง: เนื่องจากมีความยาวถึง 160 ซม. จึงอาจไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีจำกัดมากนัก
ดีไซน์สวยงาม: สีคาปูชิโนให้ลุคที่ดูพรีเมียมและผ่อนคลาย

2.โต๊ะบาร์ สีลาดิเนีย เฟอร์ราเดค BAR1410K

โต๊ะบาร์ สีลาดิเนีย เฟอร์ราเดค BAR1410K

โต๊ะบาร์ดีไซน์โมเดิร์นสีลาดิเนีย-ดำที่ช่วยสร้างบรรยากาศสุดชิลล์ในบ้านหรือออฟฟิศ พร้อมพื้นที่กว้างขวางสำหรับวางชุด Coffee Drip ตัวท็อปโต๊ะแข็งแรงทนทานต่อความร้อนและรอยขีดข่วน รองรับการใช้งานได้ทั้งการนั่งทำงานและมุมพักผ่อนสไตล์คาเฟ่

จุดเด่นสินค้า

  • วัสดุเกรดพรีเมียม: ผลิตจากไม้ Particle Board เกรด A ท็อปโต๊ะหนา 25 มม. แข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ
  • พื้นผิว Melamine: เคลือบผิวหน้าอย่างดี มีคุณสมบัติกันน้ำ ทนต่อความร้อน และรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม
  • โครงสร้างแข็งแกร่ง: ขาเหล็กทำสีดำ มอบความมั่นคงและให้ลุคเท่แบบ Loft หรือ Industrial
  • ขนาดกะทัดรัดแต่ใช้งานได้จริง: หน้ากว้าง 140 ซม. ลึก 50 ซม. และสูง 105 ซม. เหมาะกับมุมจำกัดที่ต้องการความหรูหรา
  • รับประกันคุณภาพ: มั่นใจได้ด้วยการรับประกันสินค้านาน 1 ปี จากสภาพการใช้งานปกติ

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
ทนทานสูง: ท็อปโต๊ะหนาและเคลือบผิวกันรอยขีดข่วน/ความร้อนได้ดีมาก เหมาะกับการวางเครื่องดื่มความสูง: ด้วยความสูง 105 ซม. จำเป็นต้องใช้คู่กับเก้าอี้สตูลบาร์ที่มีความสูงเหมาะสมเท่านั้น
ดีไซน์สวยเท่: สีลาดิเนียตัดกับขาเหล็กดำ ให้ความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย และทำความสะอาดง่ายน้ำหนัก: ตัวโต๊ะมีน้ำหนัก 20 กก. อาจเคลื่อนย้ายคนเดียวได้ลำบาก
พื้นที่ประหยัด: ด้วยความลึกเพียง 50 ซม. ทำให้ไม่กินพื้นที่ทางเดินแต่ยังวางของได้ครบถ้วนการประกอบ: สินค้าจัดส่งแบบยังไม่ได้ประกอบ ผู้ใช้ต้องประกอบเองตามคู่มือ
แบรนด์เชื่อถือได้: เฟอร์ราเดค (Furradic) มั่นใจได้ในเรื่องมาตรฐานการผลิต

3.ONE ผ้าไมโครไฟเบอร์ 250GSM สีน้ำเงิน 15×16 นิ้ว แพ็ค 2+1

ONE ผ้าไมโครไฟเบอร์ 250GSM สีน้ำเงิน 15x16 นิ้ว แพ็ค 2+1

ดูแลอุปกรณ์กาแฟให้เงางามไร้คราบน้ำด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เนื้อนุ่มที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเช็ดทำความสะอาดหลัง การดริปกาแฟ ด้วยนวัตกรรมเส้นใยนาโนที่ซึมซับน้ำได้ดีเยี่ยมและดักจับฝุ่นได้อย่างละเอียด โดยไม่ทิ้งรอยขีดข่วนบนเครื่องบดหรือเหยือกดริปใบโปรดของคุณ

จุดเด่นสินค้า

  • ซึมซับดีเยี่ยม: ความหนา 250GSM ช่วยให้ซับคราบน้ำหรือกาแฟที่หกเลอะเทอะได้รวดเร็วและแห้งสนิท
  • ถนอมพื้นผิว: ผลิตด้วยนาโนเทคโนโลยี เนื้อผ้านุ่มละเอียด ไม่ทำให้พื้นผิวอุปกรณ์ที่เป็นแก้ว เซรามิก หรือสเตนเลสเป็นรอย
  • ดักจับฝุ่นได้ดี: ช่วยลดการฟุ้งกระจายของผงกาแฟและฝุ่นละอองขนาดเล็กบนเคาน์เตอร์บาร์
  • ขนาดพอเหมาะ: ขนาด 15×16 นิ้ว จับถนัดมือ ใช้งานสะดวกทั้งการเช็ดเปียกและเช็ดแห้ง
  • สุดคุ้ม: มาในแพ็ค 2 ฟรี 1 (รวม 3 ผืน) ให้คุณแยกใช้งานตามประเภท เช่น เช็ดก้านสตรีม เช็ดโต๊ะ หรือเช็ดแก้ว

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
ประสิทธิภาพการทำความสะอาด: ดักจับคราบมันและคราบกาแฟได้ดีกว่าผ้าคอตตอนทั่วไปการดูแลรักษา: ไม่ควรใช้สารฟอกขาวหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของเส้นใยลดลง
ไม่ทิ้งขนผ้า: เช็ดแก้วหรืออุปกรณ์ดริปแล้วใสสะอาด ไม่มีเศษขนติดค้างข้อจำกัดเรื่องความร้อน: ห้ามรีดหรือใช้ความร้อนสูง เพราะจะทำให้เส้นใยไมโครไฟเบอร์ละลาย
ความคุ้มค่า: ราคาต่อผืนถูกลงด้วยโปรโมชั่นแพ็ค 2 แถม 1การสะสมกลิ่น: หากซักไม่สะอาดหรือตากไม่แห้ง อาจสะสมกลิ่นอับได้ง่าย
แห้งไว: เนื้อผ้าถ่ายเทอากาศได้ดี ทำให้ซักแล้วแห้งเร็ว พร้อมกลับมาใช้งานใหม่ได้ทันที

4.ONE กระดาษโน้ต รุ่น O7676P-A คละสี พาสเทล ขนาด 3×3 นิ้ว (แพ็ค 5 เล่ม)

ONE กระดาษโน้ต รุ่น O7676P-A คละสี พาสเทล ขนาด 3x3 นิ้ว (แพ็ค 5 เล่ม)

จดบันทึกสูตรลับหรือเขียนเมนูกาแฟดริป ประจำวันด้วยกระดาษโน้ตสีพาสเทลแสนหวานที่ช่วยให้บาร์กาแฟดูมีสีสัน เนื้อกระดาษเรียบเนียน เขียนลื่น และมีแถบกาวในตัว ติดแน่นลอกออกง่ายโดยไม่ทิ้งคราบ เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ต้องการจัดระเบียบความคิดและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าในทุกแก้ว

จุดเด่นสินค้า

  • สีสันละมุนตา: โทนสีพาสเทลคละ 5 สี (ชมพู, เหลือง, ฟ้า, เขียว) ช่วยแยกหมวดหมู่เมนูหรือข้อความได้ชัดเจน
  • กาวคุณภาพดี: แถบกาวเหนียว ติดแน่นกับทุกพื้นผิวเรียบ เช่น เครื่องชงกาแฟ โถบด หรือผนังเคาน์เตอร์
  • ลอกออกง่าย: สามารถดึงออกและเปลี่ยนที่ติดใหม่ได้บ่อยครั้ง โดยไม่ทำลายพื้นผิวและไม่ทิ้งคราบกาว
  • ขนาดมาตรฐาน: ขนาด 3×3 นิ้ว พื้นที่พอเหมาะสำหรับเขียนชื่อเมล็ดกาแฟ Tasting Notes หรือลำดับคิว
  • สุดคุ้ม: บรรจุแพ็คละ 5 เล่ม (100 แผ่น/เล่ม) ใช้งานได้ยาวนานในราคาสบายกระเป๋า

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
ช่วยการจดจำ: สีพาสเทลช่วยให้ข้อความดูเด่นชัดแต่สบายตา ไม่รกบาร์กาแฟความชื้น: หากติดในบริเวณที่มีไอน้ำจากเครื่องชงกาแฟโดยตรง กาวอาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
เนื้อผ้ากระดาษดี: เขียนได้ด้วยปากกาหลายประเภท ทั้งลูกลื่นและปากกาเจล โดยไม่ซึมเลอะการเขียน: หากใช้ปากกาหมึกซึม (Fountain Pen) ที่มีหมึกเยิ้มมาก อาจต้องรอให้แห้งสักครู่
พกพาสะดวก: ขนาดกะทัดรัด วางไว้ข้างเครื่องชงหรือในกระเป๋าอุปกรณ์ได้ง่ายจำนวนสี: เป็นแบบคละสีมาในแพ็ค ไม่สามารถเลือกซื้อเฉพาะสีใดสีหนึ่งได้
เป็นมิตรต่ออุปกรณ์: ลอกออกได้สะอาดหมดจด ไม่ต้องกังวลเรื่องคราบกาวติดอุปกรณ์ราคาแพง

5.ถุงกรองกาแฟ ถุงดริปกาแฟ แบบมีหูแขวน 50 ซอง เอทเซล SN230-A-Drip bag coffee filter pcs

ถุงกรองกาแฟ ถุงดริปกาแฟ แบบมีหูแขวน 50 ซอง เอทเซล SN230-A-Drip bag coffee filter pcs

สัมผัสความหอมละมุนด้วย วิธีชงกาแฟสดด้วยมือ ที่แสนง่ายดายเพียงฉีกซอง กางหูแขวน แล้วเทน้ำร้อนลงบน กาแฟดริป ตัวฟิลเตอร์ผลิตจากเส้นใยคุณภาพดีที่ช่วยสกัดรสชาติกาแฟได้อย่างสะอาดหมดจด พร้อมให้คุณดื่มด่ำกับรสชาติระดับคาเฟ่ได้ทุกที่ทุกเวลา 

จุดเด่นสินค้า

  • ดีไซน์หูแขวน (Ear Hang): ออกแบบมาให้เกาะขอบแก้วได้แน่นมั่นคง ไม่หลุดง่ายขณะรินน้ำร้อน
  • เนื้อกรองละเอียด: ผลิตจากวัสดุ Food Grade ที่ช่วยกรองกากกาแฟได้ดีเยี่ยม ให้รสสัมผัสที่ใสและสะอาด (Clean Cup)
  • สะดวกและรวดเร็ว: เหมาะสำหรับพกพาไปท่องเที่ยวหรือใช้งานในออฟฟิศ ไม่ต้องใช้เครื่องชงหรืออุปกรณ์ดริปที่ยุ่งยาก
  • บรรจุจุใจ: 1 แพ็ค บรรจุถึง 50 ซอง ตอบโจทย์การใช้งานประจำวันได้อย่างคุ้มค่า
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: วัสดุสามารถย่อยสลายได้ง่ายหลังการใช้งาน ช่วยลดภาระต่อธรรมชาติ

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
พกพาสะดวก: มีน้ำหนักเบาและประหยัดพื้นที่ เหมาะมากสำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือพกไปทำงานใช้ได้ครั้งเดียว: เป็นสินค้าประเภทใช้แล้วทิ้ง (Single-use) ซึ่งอาจสร้างขยะมากกว่าการใช้ฟิลเตอร์เหล็ก
ความสะอาด: ไม่ต้องล้างอุปกรณ์หลังชง เพียงหยิบถุงกรองออกทิ้งได้ทันทีข้อจำกัดของขนาดแก้ว: หูแขวนถูกออกแบบมาสำหรับแก้วขนาดมาตรฐาน หากแก้วกว้างเกินไปอาจแขวนไม่ได้
ราคาประหยัด: เฉลี่ยต่อชิ้นราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับการซื้อกาแฟสดตามร้านการควบคุมรสชาติ: ผู้ชงต้องมีความนิ่งในการรินน้ำด้วยมือเอง เพื่อให้ได้รสชาติกาแฟที่สม่ำเสมอ
สกัดรสชาติได้ดี: เส้นใยสม่ำเสมอทำให้การไหลของน้ำคงที่ ช่วยให้กาแฟไม่ขมหรือเปรี้ยวจนเกินไป

6.Coffee Needle Tamper แทมเปอร์เข็มเกลี่ยผงกาแฟ 58MM สีเทา

Coffee Needle Tamper แทมเปอร์เข็มเกลี่ยผงกาแฟ 58MM สีเทา

ยกระดับรสชาติในทุกสูตรดริปด้วยการกระจายผงกาแฟให้สม่ำเสมอ ลดการจับตัวเป็นก้อนเพื่อการสกัดที่ทั่วถึง อุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้การชงกาแฟดริป หรือเอสเพรสโซ่มีความนิ่งและแม่นยำยิ่งขึ้น ดีไซน์สวยงามในโทนสีเทา พร้อมเข็มสแตนเลสคุณภาพสูงที่แข็งแรงและปลอดภัยต่ออาหาร

จุดเด่นสินค้า

  • ลดการเกิด Channeling: เข็มช่วยเกลี่ยผงกาแฟที่จับตัวเป็นก้อนให้กระจายตัว เพื่อให้การสกัดน้ำผ่านกาแฟได้สม่ำเสมอที่สุด
  • ขนาดมาตรฐาน 58 มม.: ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับด้ามชง (Portafilter) หรือตะแกรงดริปขนาดมาตรฐานยอดนิยม
  • วัสดุเกรดพรีเมียม: ผลิตจากสแตนเลสคุณภาพดี ไม่เป็นสนิม และด้ามจับถนัดมือช่วยให้การทำงานคล่องตัว
  • ดีไซน์ทันสมัย: สีเทาสุดเรียบหรู เข้ากับชุดอุปกรณ์ทำกาแฟได้ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสายโฮมบาร์หรือบาริสต้ามืออาชีพ
  • ทำความสะอาดง่าย: ตัวเข็มและโครงสร้างอุปกรณ์ออกแบบมาให้เช็ดล้างคราบผงกาแฟออกได้สะดวก

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
เพิ่มคุณภาพรสชาติ: ช่วยให้กาแฟที่ได้มีรสสัมผัสที่บาลานซ์ ไม่เปรี้ยวหรือขมโดดจากการสกัดที่ไม่ทั่วถึงต้องใช้ความระมัดระวัง: ปลายเข็มมีความแหลมคม ต้องจัดเก็บให้พ้นมือเด็กและระวังขณะใช้งาน
ความทนทาน: วัสดุมีความแข็งแรงสูง ใช้งานได้ยาวนาน ไม่สึกหรอได้ง่ายความเฉพาะเจาะจง: ขนาด 58 มม. ไม่สามารถใช้กับเครื่องชงหรือชุดดริปที่มีขนาดเล็กกว่านี้ได้
น้ำหนักสมดุล: ด้ามจับมีน้ำหนักที่พอดี ช่วยให้การกดและเกลี่ยผงกาแฟเป็นเรื่องง่ายความชำนาญ: ในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเพื่อหาจังหวะการเกลี่ยที่เหมาะสมกับแรงกด
ราคาคุ้มค่า: เป็นการลงทุนขนาดเล็กที่ช่วยยกระดับคุณภาพกาแฟได้อย่างเห็นผลชัดเจน

7.BLUEKOFF กาแฟคั่ว ดอยช้าง A5 DARK ROAST 100% อาราบิก้า

BLUEKOFF กาแฟคั่ว ดอยช้าง A5 DARK ROAST 100% อาราบิก้า

หากคุณกำลังสงสัยว่า กาแฟดริป ยี่ห้อไหนอร่อย Bluekoff ดอยช้าง A5 คือคำตอบด้วยเมล็ดอาราบิก้าแท้ 100% ระดับคั่วเข้มที่ให้บอดี้แน่น หอมกลิ่นคั่วและดาร์กช็อกโกแลตอย่างชัดเจน มอบประสบการณ์การดื่มที่เข้มข้นถึงใจ ไม่ว่าจะชงผ่านฟิลเตอร์หรือเครื่องชงก็ให้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ 

จุดเด่นสินค้า

  • แหล่งกำเนิดคุณภาพ: เมล็ดกาแฟจากดอยช้าง แหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
  • เกรด A5 พรีเมียม: คัดสรรเมล็ดไซส์ใหญ่พิเศษ คุณภาพสม่ำเสมอ เพื่อการสกัดรสชาติที่แม่นยำทุกแก้ว
  • ระดับคั่วเข้ม (Dark Roast): ให้รสสัมผัสที่หนักแน่น (Full Body) มีความเปรี้ยวน้อยมากจนถึงไม่มีเลย
  • กลิ่นหอมเฉพาะตัว: โดดเด่นด้วยโทน Nutty, Chocolate และมีความหวานปลายแบบ Caramel
  • สดใหม่เสมอ: บรรจุในถุงฟอยล์คุณภาพดีพร้อมวาล์วระบายอากาศ ช่วยรักษาความสดและกลิ่นหอมได้ยาวนาน

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
รสชาติเข้มข้น: เหมาะมากสำหรับคนชอบกาแฟที่ไม่ติดเปรี้ยว และสามารถนำไปผสมนมได้อร่อยความซับซ้อนของรสผลไม้: เนื่องจากเป็นคั่วเข้ม จะไม่ค่อยมีรสผลไม้ (Fruity) เหมือนกาแฟคั่วอ่อน
ความคุ้มค่า: ราคาต่อปริมาณถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับเมล็ดกาแฟระดับ Single Originน้ำมันบนเมล็ด: กาแฟคั่วเข้มจะมีน้ำมันเคลือบผิวเมล็ดมากกว่าปกติ ต้องหมั่นทำความสะอาดเครื่องบด
การใช้งานหลากหลาย: ใช้ได้ทั้งการทำกาแฟดริป, Espresso, หรือ Moka Potความเฉพาะกลุ่ม: อาจเข้มข้นเกินไปสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นดื่มกาแฟดำที่ชอบรสสัมผัสบางเบา
แบรนด์มาตรฐาน: Bluekoff เป็นยี่ห้อที่บาริสต้ามั่นใจในมาตรฐานการคั่วที่สม่ำเสมอ

8.เครื่องชั่งดิจิตอล coffee Digital scale ตาชั่งกาแฟ 3kg/ อัน

เครื่องชั่งดิจิตอล coffee Digital scale ตาชั่งกาแฟ 3kg/ อัน

รังสรรค์รสชาติที่สมบูรณ์แบบตาม สูตรดริป กาแฟ 15 กรัม ด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลที่มาพร้อมฟังก์ชันจับเวลาในตัว ช่วยให้คุณควบคุมอัตราส่วนและเวลาการสกัดได้อย่างแม่นยำ เพื่อผลลัพธ์กาแฟที่คงที่ในทุกแก้ว ดีไซน์ทันสมัย ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทั้งบาริสต้ามืออาชีพและผู้ที่ชงดื่มเองที่บ้าน

จุดเด่นสินค้า

  • ฟังก์ชัน 2-in-1: สามารถชั่งน้ำหนักและจับเวลาได้พร้อมกันในเครื่องเดียว จำเป็นมากสำหรับการดริปกาแฟ
  • ความละเอียดสูง: รองรับน้ำหนักสูงสุด 3 กก. โดยมีความละเอียดถึง 0.1 กรัม ช่วยให้การตวงเมล็ดกาแฟแม่นยำที่สุด
  • หน้าจอ LCD ชัดเจน: แสดงตัวเลขขนาดใหญ่พร้อมไฟ Backlight ทำให้อ่านค่าได้ง่ายแม้ในที่แสงน้อย
  • ฟังก์ชัน Tare: ระบบหักน้ำหนักภาชนะ ช่วยให้ชั่งน้ำหนักผงกาแฟและปริมาณน้ำได้อย่างสะดวก
  • แผ่นยางกันลื่น: มาพร้อมแผ่นซิลิโคนรองบนเครื่องชั่ง ช่วยกันความร้อนจากเหยือกดริปและป้องกันภาชนะลื่นไถล

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
ความคุ้มค่า: ฟังก์ชันครบจบในเครื่องเดียวในราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับมือใหม่และมือโปรการตอบสนอง: เซนเซอร์อาจมีอาการหน่วง (Delay) เล็กน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องชั่งราคาสูงระดับหลักพัน
ดีไซน์ประหยัดพื้นที่: ขนาดกะทัดรัด วางบนแท่นดริปหรือพกพาไปแคมป์ปิ้งได้สะดวกความไวต่อความชื้น: ตัวเครื่องไม่กันน้ำ หากน้ำกาแฟหกใส่แผงวงจรอาจทำให้เครื่องรวนได้
หน่วยวัดหลากหลาย: สามารถเปลี่ยนหน่วยได้ตามความต้องการ (กรัม, ออนซ์, มิลลิลิตร)แบตเตอรี่: หากเปิดไฟหน้าจอทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้เปลืองแบตเตอรี่ (ควรปิดเมื่อไม่ใช้งาน)
วัสดุทำความสะอาดง่าย: พื้นผิวพลาสติกแข็งแรงและแผ่นซิลิโคนที่ถอดล้างได้

9.MiniMex เครื่องชงกาแฟ Drip Coffee รุ่น MDC2

MiniMex เครื่องชงกาแฟ Drip Coffee รุ่น MDC2

สัมผัสสุนทรียภาพของ กาแฟดริป ได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยเครื่องชงอัตโนมัติที่ควบคุมอุณหภูมิน้ำได้แม่นยำ ดีไซน์สวยงามทันสมัยสไตล์มินิมอล มาพร้อมระบบวาล์วกันหยดและเหยือกแก้วทนความร้อนคุณภาพสูง ตอบโจทย์ความสะดวกสบายสำหรับเช้าที่เร่งรีบแต่ยังต้องการรสชาติที่นุ่มนวลและหอมกรุ่น

จุดเด่นสินค้า

  • ระบบสกัดอัจฉริยะ: ออกแบบมาเพื่อกระจายน้ำให้ทั่วถึงผงกาแฟ ช่วยให้การสกัดรสชาติสมดุลและสม่ำเสมอ
  • เหยือกแก้ว Borosilicate: ทนความร้อนได้สูง แข็งแรงทนทาน และมองเห็นปริมาณกาแฟด้านในได้อย่างชัดเจน
  • แผ่นอุ่นกาแฟ: มีระบบรักษาความร้อนด้านล่างเหยือก ช่วยให้กาแฟของคุณยังคงอุณหภูมิที่เหมาะสมพร้อมดื่มอยู่เสมอ
  • วาล์วป้องกันการหยด: สามารถดึงเหยือกแก้วออกเพื่อรินกาแฟได้ทันทีแม้เครื่องยังชงไม่เสร็จ โดยไม่เลอะเทอะพื้นผิว
  • ตัวกรองถอดล้างได้: มาพร้อมกรวยกรองที่ถอดทำความสะอาดง่าย ช่วยประหยัดการใช้กระดาษกรองและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
ความสะดวกสบาย: ไม่ต้องยืนประคองกาดริปเอง เครื่องจัดการให้นิ่งและแม่นยำทุกครั้งที่ชงการควบคุมแบบ Manual: ไม่สามารถปรับจังหวะการเทน้ำ (Pouring pattern) ได้หลากหลายเท่าการชงมือ
ประหยัดเวลา: เหมาะสำหรับการชงครั้งละหลายแก้ว (สูงสุด 1.25 ลิตร) เพื่อดื่มในครอบครัวหรือออฟฟิศขนาดตัวเครื่อง: ต้องมีพื้นที่วางถาวรบนเคาน์เตอร์ และต้องการปลั๊กไฟในการใช้งาน
ดูแลรักษาง่าย: อุปกรณ์ถอดล้างได้ทุกชิ้น และตัวเครื่องเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายการสกัดรสชาติ: สำหรับนักดริปสาย Specailty อาจรู้สึกว่ารสชาติไม่ซับซ้อนเท่าการใช้กาดริบคอห่าน
ความปลอดภัย: มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อใช้งานเสร็จ ป้องกันอันตรายจากความร้อนสะสม

10.DOLCE GUSTO ก้านชงกาแฟแคปซูล ใช้ได้กับ กาแฟแคปซูล ขนาด 51 มิล.

DOLCE GUSTO ก้านชงกาแฟแคปซูล ใช้ได้กับ กาแฟแคปซูล ขนาด 51 มิล.

เปลี่ยนเครื่องชงกาแฟตัวโปรดให้ใช้งานได้หลากหลายด้วยก้านชงที่ออกแบบมาเพื่อสกัดรสชาติจากแคปซูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้คุณดื่มด่ำกับรสชาติที่นุ่มนวลคล้ายการดื่ม กาแฟดริป ในรูปแบบที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งกว่า ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ช่วยให้การทำกาแฟในทุกเช้าเป็นเรื่องง่ายและไม่จำเจ

จุดเด่นสินค้า

  • ความอเนกประสงค์: ช่วยให้เครื่องชงกาแฟหัวกรุ๊ปขนาด 51 มม. สามารถสกัดกาแฟจากแคปซูลระบบ Dolce Gusto ได้ทันที
  • สกัดรสชาติได้ดี: ออกแบบมาให้รองรับแรงดันน้ำที่เหมาะสม เพื่อดึงกลิ่นและรสชาติของกาแฟออกมาได้อย่างเต็มที่
  • วัสดุเกรดพรีเมียม: ตัวก้านทำจากโลหะแข็งแรงและด้ามจับพลาสติกคุณภาพสูง จับถนัดมือและทนความร้อนได้ดี
  • ประหยัดเวลา: เหมาะสำหรับช่วงเวลาเร่งรีบที่ต้องการกาแฟรสชาติดีโดยไม่ต้องบดเมล็ดหรือเตรียมอุปกรณ์ดริปให้ยุ่งยาก
  • ทำความสะอาดง่าย: โครงสร้างไม่ซับซ้อน สามารถถอดล้างทำความสะอาดคราบกาแฟออกได้รวดเร็ว

ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีข้อเสีย
เพิ่มทางเลือก: ทำให้เครื่องชงตัวเดียวสามารถชงได้ทั้งกาแฟบดและกาแฟแคปซูลความเฉพาะเจาะจง: ใช้ได้เฉพาะกับเครื่องชงที่มีขนาดหัวกรุ๊ป 51 มม. เท่านั้น (ต้องเช็ครุ่นให้ดี)
ความสะดวก: ลดขั้นตอนการเตรียมกาแฟและการทำความสะอาดเมื่อเทียบกับการชงแบบดั้งเดิมรสสัมผัส: รสชาติที่ได้จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของแคปซูล ซึ่งอาจไม่สดใหม่เท่าการบดเมล็ดชงเอง
ความสวยงาม: ดีไซน์ทันสมัย สีสันเข้ากับเครื่องชงกาแฟส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดีน้ำหนัก: ก้านโลหะมีน้ำหนักพอสมควร หากใส่ไม่ลงล็อกอาจต้องใช้แรงกดเพิ่มเล็กน้อย
คุ้มค่า: เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ไม่ต้องซื้อเครื่องชงแคปซูลแยกอีกเครื่อง

3 คำถามยอดฮิตสำหรับวงการกาแฟดริป 

สำหรับใครที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของ กาแฟดริป ขอรวบรวม 3 คำถามสุดคลาสสิกที่จะช่วยคลายข้อสงสัยและทำให้การดริปกาแฟของคุณสนุกและมีสีสันมากยิ่งขึ้นครับ

1. กาแฟดริปต่างจากกาแฟชงแบบอื่นอย่างไร?

การดริปให้รสชาติที่สะอาดและดึงเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟออกมาได้ชัดเจนกว่าการชงแบบเอสเพรสโซที่เน้นความเข้มข้น ด้วยการสกัดผ่านกระดาษกรองที่ช่วยแยกน้ำมันและตะกอนออก ทำให้ได้สัมผัสที่นุ่มนวลและดื่มง่ายเหมือนดื่มชา กาแฟดริปเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซึมซับกลิ่นและรสสัมผัสที่ซับซ้อนของเมล็ดกาแฟ Specialty อย่างแท้จริง

2. ผงกาแฟสำหรับดริปควรบดละเอียดแค่ไหน?

ผงกาแฟสำหรับดริปควรบดอย่างไร คำตอบคือควรบดให้มีขนาดปานกลางใกล้เคียงกับเกลือแกงหรือน้ำตาลทรายหยาบ เพื่อให้การไหลของน้ำผ่านกาแฟทำได้อย่างสมดุล ไม่เร็วเกินไปจนจืดชืด หรือช้าเกินไปจนเกิดรสขมไหม้ นับว่าเป็นสเน่ห์ของกาแฟดริป

3. ดริปกาแฟใช้เวลานานเท่าไหร่?

การดริปกาแฟ โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 2.30 ถึง 3.00 นาที โดยต้องคำนวณว่า ควรใช้น้ำกี่กรัม ให้สัมพันธ์กับผงกาแฟ ตามสูตรมาตรฐาน 1:15 เช่น หากใช้กาแฟ 20 กรัม จะต้องใช้น้ำ 300 กรัม เพื่อให้ได้กาแฟดริปรสชาติที่กลมกล่อมและพอดีที่สุด

เสน่ห์กาแฟดริป วงการนี้เข้าแล้วออกยาก

เสน่ห์ของการดื่มกาแฟดริปอยู่ที่ความพิถีพิถันซึ่งช่วยดึงกลิ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟออกมาได้อย่างลุ่มลึก หลายคนอาจสงสัยว่า กาแฟดริปเหมาะกับใคร คำตอบคือเหมาะสำหรับผู้ที่รักในความสงบและต้องการสัมผัสรสชาติกาแฟที่สะอาดและนุ่มนวล 

การชงกาแฟดริปต้องอาศัยการฝึกฝน แต่เมื่อทำได้แล้วจะกลายเป็นความภูมิใจในทุกแก้วที่จิบ หากคุณพร้อมก้าวเข้าสู่วงการสโลว์บาร์ สามารถเลือกช้อปอุปกรณ์ชงกาแฟครบชุดได้ที่ OFM เพื่อสร้างสรรค์มุมกาแฟสุดพิเศษที่บ้านคุณ

ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥

🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)

💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)

🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!

📌 ช้อปเลย 👉  https://www.ofm.co.th

0 CommentsClose Comments

Leave a comment