Site icon OFM Blog

คลายสงสัย ออกกำลังกายตอนเช้า vs ตอนเย็น แบบไหนดีกว่ากัน?

มีข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกาย สำหรับสายรักสุขภาพที่อยากเริ่มต้นออกกำลังกาย แต่ยังลังเลว่าควรลุกแต่เช้าไปวิ่ง หรือรอเวลาเย็นหลังเลิกงานดี บทความนี้เราจะพาคุณมาคลายข้อสงสัยกันว่า การออกกำลังกายช่วงไหน “ดีกว่า” และเหมาะกับใครมากที่สุด!

สรุปย่อเลือกตามเป้าหมาย (Quick Guide)

ตารางเปรียบเทียบ ออกกำลังกายตอนเช้า vs ตอนเย็น

หัวข้อออกกำลังกายตอนเช้า (06.00 – 09.00 น.)ออกกำลังกายตอนเย็น (15.00 – 21.00 น.)
เป้าหมายหลักลดไขมันสะสม (Fat Burn), สร้างวินัยสร้างกล้ามเนื้อ (Hypertrophy), เพิ่มพละกำลัง
สภาพร่างกายท้องว่าง, ข้อต่อยังตึง, อุณหภูมิร่างกายต่ำร่างกายยืดหยุ่นเต็มที่, มีพลังงานจากอาหาร
ข้อดีเด่นกระตุ้นระบบเผาผลาญยาวนานตลอดวันความเสี่ยงบาดเจ็บต่ำกว่า, เล่นเวทได้หนักขึ้น
ข้อควรระวังต้องวอร์มอัพนานขึ้น, เสี่ยงววูบหากพักผ่อนไม่พอห้ามออกกำลังกายดึกเกินไป (ทำให้นอนไม่หลับ)

เจาะลึกการออกกำลังกายตอนเช้า

การออกกำลังกายตอนเช้าจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นไปตลอดวัน โดยเฉพาะกับคนที่ชอบออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งที่สวนสาธารณะ (แต่ช่วงนี้ต้องระวังฝุ่นนิดนึงนะ) เพราะอากาศในตอนเช้าถือว่ามีมลพิษน้อย วิ่งไปฟังเพลงไป ได้รับวิตามินจากแดดยามเช้า และเมื่อร่างกายถูกกระตุ้น กล้ามเนื้อเริ่มทำงาน และมีการหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา จะให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้

นอกจากนั้น การออกกำลังกายตอนเช้ายังส่งผลให้ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงาน และดึงไขมันสะสมมาใช้ระหว่างวันได้เยอะขึ้น เหมาะสำหรับคนที่กำลังคุมน้ำหนักและลดไขมันในร่างกาย แนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอตอนเช้าตั้งแต่ 7.00-8.30 น. จะช่วยลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกินได้ดี

ข้อดีของการออกกำลังกายตอนเช้า 🌅

ข้อควรระวังเมื่อออกกำลังกายตอนเช้า

หากต้องการออกกำลังกายในตอนเช้า โดยเฉพาะกับคนที่อยากออกกำลังกายก่อนไปทำงาน ซึ่งต้องตื่นเช้าขึ้นอีกเป็นชั่วโมง สิ่งสำคัญคือต้องนอนให้พอ ไม่อย่างนั้น จะรู้สึกอ่อนเพลียมากขึ้น ทั้งยังเสี่ยงวูบ และทำให้การออกกำลังกายไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

สำหรับใครที่รู้สึกว่าไม่มีแรงจะลุกไปออกกำลังกายตอนเช้า แนะนำให้ทานขนมปัง หรือแครกเกอร์รองท้อง ให้ร่างกายมีน้ำตาล จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น และมีแรงออกกำลังกายค่ะ 

ข้อควรระวังอีกหนึ่งอย่าง คือ อย่าลืมวอร์มร่างกายก่อนทุกครั้ง และควรวอร์มให้นาน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เพราะตอนเช้าร่างกายอาจยังไม่ได้เตรียมพร้อมจะรับแรงกระแทกมากนัก หากออกกำลังกายหนักๆ หรือเริ่มด้วยการใช้แรงโดยไม่วอร์มอัพ ข้อต่อที่ยังไม่ยืดหยุ่น กล้ามเนื้อที่ยังไม่พร้อมอาจจะทำให้บาดเจ็บได้

เจาะลึกการออกกำลังกายตอนเย็น

งานวิจัยบอกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายตอนเย็น คือ ตั้งแต่ 15.00-21.00 น. เหมาะสำหรับการเข้าฟิตเนสไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะร่างกายได้รับพลังงานจากการทานอาหารมาตลอดทั้งวัน ใครอยากฟิตเพิ่มกล้าม แนะนำออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งตอนเย็น จะช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่า

อีกหนึ่งข้อดีของการออกกำลังกายตอนเย็น ก็คือช่วยผ่อนคลายร่างกาย โดยเฉพาะกับชาวออฟฟิศที่นั่งทำงานหลังแข็งมาทั้งวัน การไปออกกำลังกายตอนเย็นช่วยให้กล้ามเนื้อได้ยืดเหยียด จะรู้สึกสบายตัวขึ้น นอกจากนั้น ฮอร์โมนเอนดอร์ฟินที่หลั่งออกมาระหว่างออกกำลังกาย ยังช่วยให้อารมณ์ดี และช่วยลดความเครียดที่สะสมมาทั้งวันได้อีกด้วย 

ข้อดีของการออกกำลังกายตอนเย็น 🌇

ข้อควรระวังเมื่อออกกำลังกายตอนเย็น 

การออกกำลังกายตอนเย็น แนะนำให้ออกก่อนถึงเวลาเข้านอน 4-6 ชั่วโมง เพราะฮอร์โมนต่างๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และตื่นตัว หากออกกำลังกายดึกเกินไปอาจทำให้นอนหลับไม่สนิท หรือนอนไม่หลับได้ 

นอกจากนั้น สิ่งที่หลายคนมักจะทำคือการอดข้าวเย็น ซึ่งต้องบอกว่าผิดถนัด เพราะเมื่อออกกำลังกาย ร่างกายสูญเสียทั้งพลังงาน และมวลกล้ามเนื้อ หลังจากออกกำลังกายตอนเย็นเสร็จแล้ว จึงควรทานอาหารประเภทโปรตีน อย่างไข่ อกไก่ เพิ่มด้วยผักต่างๆ

เพื่อให้ร่างกายได้นำอาหารเหล่านี้เข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปจากการออกกำลงกาย หากงดข้าวเย็น แทนที่จะได้เพิ่มกล้ามเนื้อ กลับทำให้ร่างกายทรุดโทรมลง และอาจเข้าสู่โหมดจำศีล ลดการเผาผลาญเนื่องจากต้องเซฟพลังงานเก็บไว้ ซึ่งทำให้ในอนาคตจะลดไขมันยากขึ้นกว่าเดิม

สรุปแล้วออกกำลังกายตอนไหนดีกว่ากัน?

ท้ายที่สุดแล้ว “ความสม่ำเสมอ” สำคัญกว่าช่วงเวลา

เลือกช่วงเวลาที่เข้ากับตารางชีวิตของคุณมากที่สุด ช่วงเวลาที่คุณสามารถทำมันได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกฝืน นั่นคือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายของคุณครับ

สิ่งที่สำคัญกว่าช่วงเวลา คือความสม่ำเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นทีมออกกำลังกายตอนเช้า หรือทีมออกกำลังกายตอนเย็น สิ่งที่สำคัญกว่า คือ ความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย ในหนึ่งสัปดาห์ ควรหาเวลามาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 3-4 วัน วันละไม่น้อยกว่า 15-30 นาที โดยเฉพาะคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก หรือลดไขมัน ถ้าจะให้เห็นผล ต้องออกกำลังกายครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป

ร่างกายจึงจะเริ่มดึงไขมันที่สะสมไว้มาใช้ และควรทำควบคู่ไปกับการทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดของทอด ของมัน และของหวาน นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำเปล่าให้มาก เท่านี้ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น และฟิตแอนด์เฟิร์มพร้อมสู้กับโรคภัยต่างๆ ได้แล้ว 

สำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือปลีกตัวยาก แนะนำให้ออกกำลังกายจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันแทน เช่น ขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์หรือบันไดเลื่อน เดินช้อปปิ้ง ทำงานบ้าน เดินไปซื้อข้าวกลางวัน แม้จะผลาญแคลอรี่ได้ไม่เยอะเท่า แต่ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน และเป็นการกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ดีขึ้นทีละนิดได้เช่นกัน 

ไม่ได้ไปยิม ไม่ได้ออกไปวิ่ง ก็เข้ามาช้อปอุปกรณ์ออกกำลังกาย ไปออกกำลังกายเองที่บ้าน ที่เว็บไซต์ OfficeMate มีอุปกรณ์ออกกำลังกายให้เลือกมากมาย ทั้งเชือกกระโดด เสื่อโยคะ ดัมเบล ยางยืด ลู่วิ่งไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า และอื่นๆ อีกเพียบ แถมด้วยโปรโมชั่นเด็ดๆ ตลอดเดือน และบริการส่งฟรี เมื่อสั่งซื้อครบ 499 บาท คลิกเลย!

🔥 ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)

🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉  www.ofm.co.th

บทความแนะนำ!

ขอบคุณข้อมูลจาก

Exit mobile version