Site icon OFM Blog

ไฟรั่วในน้ำดูยังไง? วิธีสังเกตและป้องกันไฟดูดช่วงน้ำท่วม

ไฟรั่วในน้ำดูยังไง? วิธีสังเกตและป้องกันไฟดูดช่วงน้ำท่วม

Table of Contents

Toggle

วิธีสังเกตและป้องกันไฟรั่วในน้ำ น้ำท่วมต้องระวังอะไรบ้าง?

ช่วงฝนตกหนักหรือน้ำท่วม สิ่งที่ต้องระวังไม่ได้มีแค่ระดับน้ำ แต่ยังรวมถึง “ไฟรั่วในน้ำ” ซึ่งเป็นอันตรายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หากสายไฟ ปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือตู้ไฟได้รับความเสียหายและสัมผัสกับน้ำ อาจทำให้เกิดกระแสไฟรั่วและเสี่ยงต่อไฟฟ้าดูดได้

โดยเฉพาะบ้าน สำนักงาน ร้านค้า โรงงาน และคลังสินค้า ที่มีปลั๊กพ่วง สายไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ใกล้พื้น ควรวางแผนรับมือตั้งแต่ก่อนน้ำเข้าพื้นที่ ทั้งการตัดกระแสไฟ ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง และเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อม

Key Takeaways

ไฟรั่วในน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ไฟรั่วเกิดจากกระแสไฟฟ้าไหลออกจากเส้นทางปกติ เช่น สายไฟที่ฉนวนชำรุด ปลั๊กแตก เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย หรือจุดเชื่อมต่อที่มีความชื้น

เมื่อน้ำสัมผัสบริเวณดังกล่าว ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น เพราะน้ำที่พบตามบ้าน ถนน หรือพื้นที่น้ำท่วมมักมีสิ่งสกปรกและแร่ธาตุปะปน ซึ่งสามารถนำไฟฟ้าได้ ดังนั้น หากพบว่าน้ำเริ่มเข้าใกล้ปลั๊ก สายไฟ หรือตู้ไฟ อย่ารอให้น้ำสัมผัสอุปกรณ์ก่อนจึงค่อยจัดการ

5 จุดเสี่ยงไฟรั่วที่ต้องเช็กเมื่อน้ำเริ่มท่วม

1. ปลั๊กไฟที่อยู่ใกล้พื้น

เต้ารับหรือปลั๊กที่ติดตั้งในระดับต่ำเป็นจุดที่น้ำอาจเข้าถึงได้ก่อนส่วนอื่นของบ้าน หากระดับน้ำเริ่มสูง ควรตัดไฟและหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว ไม่ควรถอดปลั๊กหรือจับสายไฟเมื่อบริเวณนั้นเปียกแล้ว

2. ปลั๊กพ่วงและสายไฟที่วางบนพื้น

ปลั๊กพ่วงมักถูกวางไว้ใต้โต๊ะ หลังตู้ หรือบริเวณพื้นสำนักงาน เมื่อมีน้ำไหลเข้าพื้นที่จึงมีโอกาสสัมผัสน้ำได้ง่าย ก่อนถึงช่วงฝนหนัก ควรจัดสายไฟให้เป็นระเบียบและย้ายปลั๊กพ่วงขึ้นจากพื้น

OFM GURU แนะนำ: ของสำคัญและอุปกรณ์ขนาดเล็กควรจัดเก็บในกล่องที่มีฝาปิดและยกขึ้นจากระดับพื้นล่วงหน้า เพื่อให้เคลื่อนย้ายได้รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กล่องพลาสติกแบบมีฝาปิดยังช่วยจัดอุปกรณ์สำนักงานหรือของใช้จำเป็นให้เป็นหมวดหมู่และเคลื่อนย้ายได้สะดวก

3. เครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เปียก

ควรระวังเป็นพิเศษกับอุปกรณ์ เช่น

หากอุปกรณ์ถูกน้ำท่วมแล้ว ไม่ควรทดลองเสียบปลั๊กเพื่อดูว่ายังใช้งานได้หรือไม่

4. สายไฟภายนอกบ้านและเสาไฟ

หากพบ

ไม่ควรเดินเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำขัง

5. ประตู รั้ว หรือโครงสร้างโลหะ

ประตูเหล็ก รั้ว ป้าย หรือเครื่องจักรที่มีระบบไฟอยู่ใกล้เคียง อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงหากมีไฟรั่ว หากพบความผิดปกติควรงดสัมผัสและให้ช่างหรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

วิธีสังเกตว่าอาจเกิดไฟรั่ว

ไฟรั่วไม่สามารถดูได้จากสีหรือสภาพของน้ำ จึงไม่ควรใช้มือหรือเท้าทดสอบเด็ดขาด แต่สามารถสังเกตสัญญาณผิดปกติของระบบไฟฟ้าได้ เช่น

เบรกเกอร์ตัดบ่อยผิดปกติ

หากเบรกเกอร์ตัดซ้ำ ๆ โดยเฉพาะหลังฝนตกหรือมีน้ำเข้าพื้นที่ อาจแสดงว่าระบบไฟฟ้ามีความผิดปกติ อย่าพยายามเปิดเบรกเกอร์กลับขึ้นซ้ำหลายครั้งโดยไม่หาสาเหตุ

ปลั๊กหรือสายไฟมีรอยไหม้

หากพบ

ควรหยุดใช้งานทันที

มีเสียงผิดปกติจากตู้ไฟหรือปลั๊ก

เสียงช็อต เสียงแตก หรือเสียงดังผิดปกติ ควรถือเป็นสัญญาณอันตราย

เครื่องใช้ไฟฟ้าเคยถูกน้ำ

แม้อุปกรณ์ภายนอกจะแห้งแล้ว ภายในอาจยังมีความชื้นหรือสิ่งสกปรกหลงเหลืออยู่ จึงควรให้ช่างตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้

สงสัยว่าในน้ำมีไฟรั่ว ต้องทำอย่างไร?

1. ห้ามเดินลงไปในน้ำ

แม้น้ำจะดูปกติ ไม่มีควัน หรือไม่มีประกายไฟ ก็ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย อย่าใช้มือ เท้า หรือวัตถุโลหะทดสอบน้ำ

2. ตัดเมนไฟ หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

หากตู้เมนอยู่ในพื้นที่แห้งและเข้าถึงได้โดยไม่ต้องผ่านน้ำขัง สามารถตัดกระแสไฟจากเมนหลักได้ แต่ถ้าต้องเดินลุยน้ำเพื่อไปถึงตู้ไฟ ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปด้วยตัวเอง

3. กันคนออกจากพื้นที่

หากเกิดเหตุในสำนักงาน ร้านค้า หรือคลังสินค้า ควรรีบปิดกั้นพื้นที่และแจ้งให้ทุกคนหลีกเลี่ยง อุปกรณ์อย่างป้ายเตือน เทปกั้นพื้นที่ หรือกรวยจราจรจึงเป็นของที่ควรมีติดสถานประกอบการไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

4. ติดต่อเจ้าหน้าที่หรือช่างไฟ

หากไม่แน่ใจว่าไฟถูกตัดแล้วหรือไม่ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อน

7 วิธีป้องกันไฟรั่วช่วงน้ำท่วม

1. ติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว

อุปกรณ์อย่าง RCD หรือ RCBO มีหน้าที่ตรวจจับกระแสไฟรั่วและตัดวงจรตามคุณสมบัติของอุปกรณ์ การเลือกและติดตั้งควรให้ช่างไฟที่มีความรู้ดำเนินการ และควรใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

2. ตรวจสอบระบบสายดิน

บ้านและอาคารควรมีระบบสายดินที่ติดตั้งอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงโลหะหรือใช้งานในพื้นที่ชื้น ไม่ควรดัดแปลงระบบสายดินด้วยตัวเองหากไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้า

3. ย้ายปลั๊กพ่วงและสายไฟออกจากพื้น

ก่อนเข้าสู่ช่วงฝนตกหนัก ควรตรวจพื้นที่เสี่ยงน้ำเข้าบ้าน แล้วจัดสายไฟใหม่ เช่น

4. ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง

หากมีประกาศเตือนน้ำท่วมหรือบ้านเคยมีประวัติน้ำเข้า ควรย้ายอุปกรณ์ก่อนน้ำมา เช่น

5. เตรียมไฟฉายและไฟฉุกเฉิน

หากต้องตัดไฟทั้งบ้าน การมีแสงสว่างสำรองจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเดินในพื้นที่มืด ควรเตรียม

และเก็บไว้ในตำแหน่งที่หยิบได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่น้ำท่วม

6. ตรวจสายไฟและปลั๊กเป็นประจำ

หากพบสายไฟ

ควรเปลี่ยนหรือให้ช่างตรวจสอบก่อนเกิดเหตุ

7. เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้เป็นชุด

บ้านและสถานประกอบการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรมี Flood Emergency Kit เตรียมไว้หนึ่งชุด ประกอบด้วย

รองเท้าบูตหรือถุงมือช่วยป้องกันไฟดูดได้ไหม?

นี่เป็นจุดที่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง รองเท้าบูตหรือถุงมือทั่วไปไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้เดินเข้าไปในน้ำที่สงสัยว่ามีกระแสไฟรั่ว อุปกรณ์ PPE แต่ละประเภทถูกออกแบบสำหรับความเสี่ยงแตกต่างกัน เช่น รองเท้าเซฟตี้อาจเน้นป้องกันแรงกระแทก การลื่น หรือความเสี่ยงในพื้นที่อุตสาหกรรม ส่วนถุงมือนิรภัยก็มีวัสดุและวัตถุประสงค์ต่างกัน ดังนั้น หากสงสัยว่ามีไฟรั่ว วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือไม่เข้าไปในพื้นที่และตัดแหล่งจ่ายไฟก่อน

รองเท้าบูตยังมีประโยชน์สำหรับงานทำความสะอาดหรือเดินในพื้นที่เปียก หลังจากยืนยันแล้วว่าระบบไฟฟ้าปลอดภัย

หลังน้ำลด เปิดไฟใช้ทันทีได้ไหม?

ไม่ควร

แม้น้ำจะลดและพื้นจะแห้งแล้ว แต่ความชื้น โคลน หรือสิ่งสกปรกอาจยังอยู่ภายใน

ก่อนเปิดระบบไฟกลับมาใช้งาน ควรตรวจสอบบริเวณที่เคยถูกน้ำและให้ช่างตรวจระบบหากมีความเสี่ยง และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำไม่ควรใช้วิธี “ลองเสียบดูว่ายังติดไหม”

หลังระบบไฟปลอดภัยแล้ว ควรทำความสะอาดอย่างไร?

เมื่อตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าไม่มีความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้า จึงค่อยเริ่มระบายน้ำและทำความสะอาดพื้นที่ อุปกรณ์ที่ควรเตรียม เช่น

OFM มีหมวด อุปกรณ์ทำความสะอาด สำหรับบ้าน สำนักงานและพื้นที่ธุรกิจ ทั้งอุปกรณ์แม่บ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ห้องน้ำ และอุปกรณ์ดูแลพื้นที่ต่าง ๆ

ถ้าเจอคนถูกไฟดูดในน้ำ ต้องช่วยอย่างไร?

สิ่งแรกที่ต้องจำคือ อย่ารีบเข้าไปจับตัวผู้ประสบเหตุ หากแหล่งจ่ายไฟยังทำงานอยู่ ผู้ที่เข้าไปช่วยอาจถูกไฟดูดตามไปด้วย

ควรปฏิบัติดังนี้

  1. ห้ามเข้าไปสัมผัสผู้ประสบเหตุทันที
  2. ตัดกระแสไฟจากแหล่งจ่ายหากทำได้อย่างปลอดภัย
  3. แจ้งเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน
  4. กันผู้อื่นออกจากพื้นที่
  5. เมื่อยืนยันว่าพื้นที่ปลอดจากกระแสไฟแล้ว จึงเข้าช่วยเหลือตามหลักปฐมพยาบาล

สรุป วิธีป้องกันไฟรั่วในน้ำให้ปลอดภัย

สิ่งที่อันตรายที่สุดของไฟรั่วในน้ำคือ เราไม่สามารถรู้ได้จากการมองน้ำเพียงอย่างเดียว ดังนั้นหากพบว่าน้ำเข้าใกล้ปลั๊ก สายไฟ หรือตู้ไฟ ควรถือว่าพื้นที่นั้นมีความเสี่ยงจนกว่าจะตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัย

หลักสำคัญมีเพียงไม่กี่ข้อ

น้ำใกล้ไฟ → ตัดไฟ
สงสัยไฟรั่ว → อย่าเดินเข้าไป
อุปกรณ์โดนน้ำ → อย่ารีบเสียบใช้
ไม่มั่นใจ → เรียกช่างหรือเจ้าหน้าที่

และสำหรับบ้าน ร้านค้า สำนักงาน โรงงาน หรือคลังสินค้าที่เคยมีประวัติน้ำท่วม การเตรียม กล่องเก็บของ ไฟฉาย อุปกรณ์ฉุกเฉิน และอุปกรณ์ทำความสะอาด ไว้ตั้งแต่ก่อนน้ำมา จะช่วยให้รับมือสถานการณ์ได้รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น

🎁 ลูกค้าใหม่ ช้อปคุ้มรับส่วนลด 10%

กรอกโค้ด ENJOY10 เมื่อช้อปครบ 2,499 บาทขึ้นไป (ลดสูงสุด 2,999 บาท)

เงื่อนไขสำคัญ:

Exit mobile version