คนจัดซื้อหลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ได้รับคำสั่งให้สั่งซื้อชุดป้องกันสารเคมีให้พนักงาน แต่พอเปิดแคตตาล็อกดู กลับเจอตัวเลือกมากมายทั้ง Type 3, Type 4, Type 5, Type 6 แถมมีมาตรฐาน EN หลายตัว ซ้อนกันจนสับสน สุดท้ายก็เลือกตัวที่ราคาถูกที่สุดหรือตัวที่ขายดีที่สุด โดยไม่รู้ว่าตรงกับความเสี่ยงของงานจริง ๆ หรือเปล่า
ปัญหาคือ ชุดป้องกันสารเคมีแต่ละ Type ออกแบบมาสำหรับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ถ้าเลือก Type 6 (กันละอองเบา) ไปใช้ในงานที่ต้องเจอสารเคมีเหลวฉีดพ่น ชุดจะไม่สามารถป้องกันได้ และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง ในทางกลับกัน ถ้าเลือก Type 3 (กันของเหลวแรงดันสูง) ไปใช้กับงานฝุ่นเบา ๆ ก็เป็นการสิ้นเปลืองงบโดยไม่จำเป็น
บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับคนจัดซื้อและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) โดยเฉพาะ จะอธิบายทุก Type แบบเข้าใจง่าย พร้อมตารางจับคู่ความเสี่ยงกับอุตสาหกรรม เพื่อให้สั่งซื้อได้ถูกต้อง ประหยัดงบ และปลอดภัยตามกฎหมาย
Key highlight:
- ชุดป้องกันสารเคมีแบ่งเป็น Type 3-6 ตามระดับการป้องกัน โดย Type 3 กันของเหลวแรงดันสูง ไปจนถึง Type 6 ที่กันละอองเบา การเลือกผิด Type อาจทำให้ชุดไม่ป้องกันอะไรเลย
- มาตรฐาน EN 14325 ทดสอบคุณภาพวัสดุ ส่วน EN 14126 รับรองการป้องกันเชื้อโรค ชุดที่ผ่าน อย. สามารถใช้ในโรงพยาบาลได้อย่างถูกกฎหมาย
- คนจัดซื้อควรจับคู่ระหว่าง “ความเสี่ยง × อุตสาหกรรม × Type” เช่น โรงงานเคมีใช้ Type 3-4 โรงพยาบาลใช้ Type 5/6 + EN 14126 งานพ่นสีใช้ Type 5/6
- ก่อนสั่งซื้อต้องอ่านสเปคชีทให้ดี ดูทั้ง Type มาตรฐาน EN วัสดุ ขนาด และเป็นชุดใช้ครั้งเดียวหรือใช้ซ้ำ สั่งซื้อได้สะดวกที่ OFM
ทำความเข้าใจมาตรฐาน EN ของชุดป้องกันสารเคมี
ก่อนจะดู Type ต้องเข้าใจมาตรฐานที่อยู่เบื้องหลังก่อน เพราะตัวเลข EN บนฉลากคือสิ่งที่การันตีว่าชุดนั้นผ่านการทดสอบจริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณาของผู้ผลิต
- EN 14325 (ทดสอบวัสดุ)
- มาตรฐานทดสอบ “เนื้อผ้าและรอยต่อ”
- วัดการซึมผ่านสารเคมี การฉีกขาด การเจาะทะลุ การเสียดสี
- เปรียบเสมือนใบรับรองคุณภาพวัสดุ
- ไม่ผ่าน = วัสดุยังไม่ได้มาตรฐาน
- EN 14126 (ป้องกันเชื้อโรค)
- มาตรฐานป้องกันเลือด สารคัดหลั่ง แบคทีเรีย ไวรัส
- สำคัญสำหรับงานแพทย์/ห้องแล็บ
- มีตัว “B” ต่อท้าย Type (เช่น Type 5B)
- ไม่มี B = กันฝุ่นได้ แต่ไม่รับรองกันเชื้อ
- อย. (สำหรับงานแพทย์ในไทย)
- PPE ทางการแพทย์ต้องขึ้นทะเบียน อย.
- ต้องมีเลขทะเบียนก่อนจัดซื้อ
- ไม่มี อย. = เสี่ยงผิดกฎหมาย / ไม่ผ่านตรวจสอบ
Type 3 ถึง Type 6 คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่าย
ชุดป้องกันสารเคมีตามมาตรฐานยุโรป (EN) แบ่งเป็น Type 1 ถึง Type 6 โดย Type 1-2 เป็นชุดระดับสูงสุดที่กันแก๊สได้ (Gas-tight) ซึ่งไม่ค่อยพบในงานทั่วไป บทความนี้จะโฟกัสที่ Type 3-6 ซึ่งเป็นระดับที่ใช้กันมากที่สุดในอุตสาหกรรมไทย
1. Type 3: Liquid-tight — กันสารเคมีเหลวแรงดันสูง
Type 3 หรือ Liquid-tight เป็นชุดที่ป้องกันสารเคมีเหลวภายใต้แรงดันได้ ชุดประเภทนี้ต้องผ่านการทดสอบด้วยการฉีดสารเคมีเหลวตรง ๆ ที่ตะเข็บและรอยต่อ โดยสารเคมีต้องไม่ซึมผ่านเข้ามาภายในชุดเลย เหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสสารเคมีเหลวโดยตรง เช่น การล้างถังบรรจุสารเคมี การซ่อมบำรุงท่อในโรงงานปิโตรเคมี หรือการจัดการสารเคมีรั่วไหล
2. Type 4: Spray-tight — กันสารเคมีฉีดพ่น
Type 4 หรือ Spray-tight ป้องกันสารเคมีที่อยู่ในรูปแบบละอองฉีดพ่น (Spray) ได้ แต่ไม่ทนต่อสารเคมีเหลวที่ไหลตรง ๆ หรือมีแรงดัน การทดสอบจะฉีดสเปรย์ไปที่ชุดแล้วดูว่ามีการซึมผ่านหรือไม่ เหมาะกับงานพ่นสารเคมี งานฆ่าเชื้อในอุตสาหกรรมอาหาร หรืองานฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในพื้นที่ปิด
3. Type 5: Particle-tight — กันฝุ่นและอนุภาคละเอียด
Type 5 หรือ Particle-tight เน้นป้องกันอนุภาคแห้ง (Dry Particles) ขนาดเล็กไม่ให้ซึมเข้ามาภายในชุด เช่น ฝุ่นแร่ใยหิน (Asbestos) ฝุ่นซีเมนต์ ฝุ่นยา หรือสารเคมีแห้งที่เป็นผงละเอียด เป็น Type ที่นิยมใช้มากที่สุดในงานอุตสาหกรรมทั่วไปของประเทศไทย เพราะงานส่วนใหญ่มีความเสี่ยงจากฝุ่นและอนุภาคมากกว่าสารเคมีเหลว
4. Type 6: Light splash — กันละอองเบา ๆ และน้ำกระเด็น
Type 6 หรือ Light splash เป็นระดับการป้องกันต่ำที่สุดในกลุ่มชุดป้องกันสารเคมี ออกแบบมาเพื่อป้องกันการกระเด็นเล็กน้อย (Light Splash) ของสารเคมีเจือจาง เช่น น้ำยาทำความสะอาด สารฆ่าเชื้อเจือจาง หรือสีน้ำ เหมาะกับงานทำความสะอาดทั่วไป งานดูแลสนามหญ้าที่ใช้ปุ๋ยเคมี หรืองานที่มีความเสี่ยงต่ำ
จับคู่ Type × อุตสาหกรรม × ความเสี่ยง
การเลือกชุดป้องกันสารเคมีที่ถูกต้องต้องพิจารณา 3 ปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ประเภทของสารเคมีที่ต้องเผชิญ ลักษณะของอุตสาหกรรม และระดับความเสี่ยงของงาน มาดูตัวอย่างแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม
โรงงานเคมี / ปิโตรเคมี
งานในโรงงานเคมีและปิโตรเคมีมีความเสี่ยงสูง เพราะต้องเผชิญกับสารเคมีเหลวเข้มข้น ไอระเหย และอาจมีการรั่วไหลของสารเคมีภายใต้แรงดัน ชุดที่เหมาะคือ Type 3 หรือ Type 4 ขึ้นอยู่กับลักษณะงานเฉพาะ สำหรับงานซ่อมบำรุงทั่วไปที่ไม่ได้สัมผัสสารเคมีโดยตรง Type 5/6 ก็เพียงพอ
ตัวอย่างสินค้าที่เหมาะ: 3M 4570 (Type 3/4/5/6) หรือ PANGOLIN SUIT4000 (Type 3B/4B/5B/6B) สำหรับงานที่ต้องเจอสารเคมีเหลว
ชุดป้องกันสารเคมี XL เทา 3M 4570
ดูเพิ่มเติมที่ ชุด PPE
โรงพยาบาล / ห้องปฏิบัติการ
งานในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการต้องการชุดที่ป้องกันเชื้อโรคเป็นหลัก จึงต้องเลือกชุดที่ผ่านมาตรฐาน EN 14126 เท่านั้น Type 5B/6B เป็นตัวเลือกที่นิยมมากที่สุดสำหรับงานประเภทนี้ เพราะกันได้ทั้งฝุ่น ละอองสารคัดหลั่ง และเชื้อโรค โดยไม่หนักจนเคลื่อนไหวลำบาก
สิ่งสำคัญคือ ชุดต้องผ่าน อย. ด้วย หากใช้ในสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข
งานพ่นสี / กำจัดแมลง
งานพ่นสีและกำจัดแมลงมีความเสี่ยงจากละอองสารเคมีฝอยและไอระเหย Type 5/6 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเพราะกันทั้งอนุภาคละเอียด (ฝุ่นสี) และละอองเบา (สเปรย์) ได้ในตัวเดียว หากเป็นงานพ่นสีในพื้นที่ปิดที่มีละอองหนาแน่น ควรพิจารณา Type 4 เพิ่มเติม
ชุดป้องกันสารเคมี XL ขาว 3M 4520
3M ชุดป้องกันสารเคมี รุ่น 4510 สีขาว ขนาด L
งานทำความสะอาด / ล้างเครื่องจักร
งานทำความสะอาดทั่วไปและการล้างเครื่องจักรมีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง โดยส่วนใหญ่สัมผัสกับน้ำยาทำความสะอาดเจือจางหรือน้ำมันเครื่อง Type 6 เพียงพอสำหรับงานประเภทนี้ แต่หากใช้สารเคมีเข้มข้นในการล้าง ควรเลื่อนขึ้นไปใช้ Type 5/6 เป็นอย่างน้อย
ชุดป้องกันฝุ่นละออง M ขาว 3M 4500
สินค้าตัวอย่าง ชาเก้ SK604 Type 5/6
ชาเก้ SK604 เป็นหนึ่งในชุดป้องกันสารเคมีที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดไทย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลและโรงงานอุตสาหกรรม มาดูสเปคที่น่าสนใจ
สเปคที่น่าสนใจ
ชาเก้ SK604 เป็นชุดหมี Coverall แบบใช้ครั้งเดียว ผลิตจากวัสดุ SMS (Spunbond-Meltblown-Spunbond) สีขาว มีฮู้ดคลุมศีรษะ ซิปหน้าพร้อมแถบปิด ข้อมือและข้อเท้าเป็นยางยืด ช่วยป้องกันการรั่วซึม
ผ่านมาตรฐาน EN Type 5/6 สำหรับการป้องกันฝุ่นละอองและละอองสารเคมี รวมถึง EN 14126 สำหรับการป้องกันเชื้อโรค และได้รับการขึ้นทะเบียนกับ อย. สามารถใช้ในสถานพยาบาลได้อย่างถูกต้อง
เหมาะกับงานอะไรบ้าง
ชาเก้ SK604 เหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง ได้แก่ งานในโรงพยาบาลและสถานพยาบาล (ป้องกันเชื้อโรคและสารคัดหลั่ง) งานในโรงงานที่มีฝุ่นละอองและอนุภาคละเอียด งานพ่นสีและพ่นสารเคมีเบา งานทำความสะอาดที่ต้องเจอสารเคมีเจือจาง และงานในห้องปฏิบัติการที่ต้องการความสะอาดสูง
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
แม้ว่าชาเก้ SK604 จะเป็นชุดที่คุ้มค่าและใช้งานได้หลากหลาย แต่ก็มีข้อจำกัดที่คนจัดซื้อต้องรู้ ได้แก่ เป็นชุดแบบใช้ครั้งเดียว (Disposable) ไม่สามารถซักและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ไม่เหมาะกับงานที่ต้องเจอสารเคมีเหลวแรงดันสูง (ต้องใช้ Type 3-4 แทน) และไม่ป้องกันแก๊สหรือไอระเหยเข้มข้น ต้องใช้ร่วมกับหน้ากากกรองอากาศแยกต่างหาก
ชุดป้องกันสารเคมี ชาเก้ SK604 สีขาว ไซส์ M Type5/6 ชุดPPE ใช้ในโรงพยาบาลได้ EN14126 ผ่านอย. ป้องกันละอองน้ำ ละอองสารเคมี สารคัดหลั่ง ป้องกันเชื้อโรคได้
ดูเพิ่มเติมที่ : ชุดป้องกันสารเคมี ชาเก้
วิธีอ่านฉลาก/สเปคชุด PPE ก่อนสั่งซื้อ
ดูอะไรในสเปคชีท
- Type 3 / 4 / 5 / 6 ให้ตรงกับความเสี่ยงงาน
- มาตรฐาน EN (เช่น EN 14126 สำหรับงานเชื้อโรค)
- วัสดุ เช่น SMS, Microporous, Tyvek
- รอยต่อ Sewn / Taped / Welded
- มีเลขทะเบียน อย. (ถ้าใช้ในสถานพยาบาล)
ขนาด (Sizing) ให้พอดีและปลอดภัย
- วัด รอบอก + ส่วนสูง เทียบตารางผู้ผลิต
- คับไป = เสี่ยงฉีกขาด
- หลวมไป = เสี่ยงรั่ว/เกี่ยวเครื่องจักร
- อยู่ระหว่างไซส์ → เลือกไซส์ใหญ่กว่า
- ควรลองขยับ นั่ง ก้ม ยกแขนก่อนใช้งานจริง
ชุดใช้ครั้งเดียว vs ใช้ซ้ำ
- Disposable
- สะอาดทุกครั้ง ไม่ต้องซัก
- ต้นทุนต่อตัวต่ำ แต่สะสมระยะยาว
- Reusable
- ราคาสูงกว่า แต่คุ้มเมื่อใช้บ่อย
- เหมาะงานเสี่ยงต่ำ
เลือกจาก: ความถี่ใช้งาน + ระดับความเสี่ยง + งบประมาณ + ข้อกำหนดอุตสาหกรรม
กฎหมายแรงงานกับ PPE: นายจ้างต้องรู้อะไรบ้าง
การจัดหาอุปกรณ์ PPE ให้พนักงานไม่ใช่แค่เรื่องจิตสำนึก แต่เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตาม นายจ้างอาจถูกปรับหรือดำเนินคดี
พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน รวมถึงต้องฝึกอบรมให้ลูกจ้างรู้วิธีใช้งานอย่างถูกต้อง และต้องตรวจสอบสภาพอุปกรณ์เป็นประจำ
นอกจากนี้ กฎกระทรวงยังกำหนดให้สถานประกอบการที่มีการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ต้องจัดเตรียมชุดป้องกันสารเคมีที่เหมาะสมกับประเภทของสารเคมีที่ใช้ พร้อมทั้งต้องมีแผนฉุกเฉินกรณีสารเคมีรั่วไหลด้วย
ใครเป็นคนจ่าย: นายจ้าง vs ลูกจ้าง
ตามกฎหมาย นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา PPE ทั้งหมด ห้ามเรียกเก็บจากลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ทั้งนี้รวมถึงค่าชุดป้องกันสารเคมีทดแทนเมื่อชุดเดิมเสื่อมสภาพ ค่าอุปกรณ์เสริม เช่น หน้ากากกรองอากาศและถุงมือ รวมถึงค่าฝึกอบรมการใช้งาน PPE อย่างถูกวิธี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชุดป้องกันสารเคมี
Q1: ชุดป้องกันสารเคมี Type 5/6 ใช้ในโรงพยาบาลได้หรือไม่?
A: ได้ แต่ต้องเป็นชุดที่ผ่านมาตรฐาน EN 14126 (ป้องกันเชื้อโรค) และขึ้นทะเบียนกับ อย. ด้วย ตัวอย่างเช่น ชาเก้ SK604 ที่ผ่านทั้งสองมาตรฐาน ถ้าชุดเขียนแค่ Type 5/6 โดยไม่มี EN 14126 จะไม่เหมาะสำหรับงานที่ต้องป้องกันเชื้อโรคในสถานพยาบาล
Q2: ชุด Type 5/6 กับ Type 4 ต่างกันอย่างไร?
A: Type 5/6 ป้องกันอนุภาคแห้ง (ฝุ่น) และละอองเบา (น้ำกระเด็น) ในขณะที่ Type 4 ป้องกันละอองฉีดพ่น (Spray) ซึ่งมีแรงกว่า ถ้างานมีการพ่นสารเคมีใส่ตัวโดยตรง ควรใช้ Type 4 ถ้าเป็นแค่ละอองลอยหรือฝุ่น Type 5/6 เพียงพอ
Q3: สั่งชุดป้องกันสารเคมีจำนวนมากสำหรับองค์กร ทำอย่างไร?
A: OFM รองรับการสั่งซื้อจำนวนมากสำหรับองค์กร พร้อมเครดิตเทอมสูงสุด 60 วัน ส่งฟรีทั่วประเทศ และออกใบกำกับภาษีได้ สามารถติดต่อทีมขายองค์กรเพื่อขอใบเสนอราคาเฉพาะ
Q4: ชุดป้องกันสารเคมีแบบใช้ครั้งเดียว ใช้ได้กี่ชั่วโมง?
A: ชุดแบบใช้ครั้งเดียวออกแบบมาเพื่อใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดหนึ่งกะทำงาน (8-12 ชั่วโมง) แต่ต้องเปลี่ยนทันทีหากชุดเปียก ฉีกขาด หรือปนเปื้อนสารเคมีปริมาณมาก และต้องไม่นำกลับมาใช้ซ้ำเด็ดขาด
Q5: ต้องสวมอุปกรณ์เสริมอะไรร่วมกับชุดป้องกันสารเคมี?
A: ชุดป้องกันสารเคมีคุ้มครองเฉพาะลำตัว แขน และขา ต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์ PPE อื่น ได้แก่ หน้ากากกรองอากาศ (สำหรับป้องกันไอระเหยและฝุ่น) ถุงมือกันสารเคมี แว่นตานิรภัยหรือ Face Shield และรองเท้านิรภัยหุ้มข้อ เลือกอุปกรณ์เสริมที่ตรงกับประเภทความเสี่ยงของงานเช่นกัน
เลือก Type ให้ตรง เช็ก EN ให้ครบ ก็ปลอดภัยหายห่วง
การเลือกชุดป้องกันสารเคมีให้ถูกต้องไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เข้าใจว่างานของคุณมีความเสี่ยงอะไร แล้วจับคู่กับ Type ที่เหมาะสม ตรวจสอบมาตรฐาน EN ให้ตรงกับข้อกำหนด และอ่านสเปคชีทก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง ก็สามารถจัดหาอุปกรณ์ PPE ที่ปลอดภัย ประหยัดงบ และถูกกฎหมายได้
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥 รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th

