Site icon OFM blog

นอนไม่หลับ ทำยังไงดี? มาดู 8 เทคนิคช่วยให้นอนหลับได้ แบบไม่ต้องพึ่งยา

เข้านอนหัวถึงหมอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม แต่จนตีสามแล้วก็ยังนอนไม่หลับ  
ง่วงมาก เพลียขั้นสุด อยากนอนพัก แต่ก็ยังนอนไม่หลับ

คนที่มีอาการเหล่านี้ คงรู้ดีว่า การนอนไม่หลับนั้นทรมานขนาดไหน วันนี้ OfficeMate จะพาไปดูสาเหตุที่ส่งผลให้คนนอนไม่หลับ แล้วถ้าอยากนอนหลับสนิทต้องทำอย่างไร? ไปดูกันเลย!

นอนไม่หลับมีหลายแบบ เช็กเลยคุณนอนไม่หลับแบบไหน?

นอนไม่หลับแค่ไหน ถึงเรียกว่าเป็นโรค?

ทางการแพทย์ โรคนอนไม่หลับ เรียกว่า Insomnia แน่นอนว่าคนเราก็สามารถมีคืนและวันที่นอนไม่หลับกันได้ แต่ถ้าหากคุณนอนไม่หลับมากกว่า 3 วัน ต่อสัปดาห์ เป็นเวลานานกว่า 1 เดือน หรือ การนอนไม่หลับเริ่มส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ง่วง หรืออ่อนเพลียตลอดทั้งวัน สมองตื้อ เซื่องซึม ความจำสั้น ประสิทธิภาพการทำงานลดลง อนุมานได้ว่าคุณอาจกำลังเป็นโรคนอนไม่หลับ หรือ Insomnia และควรพบจิตแพทย์ เพื่อปรึกษา และทำการรักษา ไม่ให้เกิดผลกระทบอื่นๆ ที่ร้ายแรงตามมา

นอนไม่หลับ สาเหตุมาจากอะไร?

นอนไม่หลับเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนนอนไม่หลับมากที่สุด คือ ความเครียด และความวิตกกังวล จากเรื่องที่กระทบจิตใจ โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนนอนที่สมองจะยิ่งคิดและประมวลผล ยิ่งเครียดมากเท่าไหร่ร่างกายก็จะตอบสนองด้วยการหลั่งสารคอร์ติซอล และอะดรีนาลีนออกมา ซึ่งเป็นสารที่รบกวนการนอนหลับ ทำให้หลับยาก รวมไปถึงคนที่เป็นโรคซึมเศร้า ก็มักมีอาการนอนไม่หลับหรือหลับยากร่วมด้วย ส่วนสาเหตุอื่นๆ เช่น

นอนไม่หลับ ทำยังไงดี?

หากคุณมีอาการนอนไม่หลับที่ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรค (Insomnia) วิธีแก้ง่ายๆ ที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับ คือ

ใครมีอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับไม่สนิท ลองเอาคำแนะนำจาก OfficeMate ไปปรับใช้กันดูนะคะ แต่ถ้าทำจนครบแล้วก็ยังนอนไม่หลับอยู่อย่างนั้น แนะนำให้ลองปรึกษาจิตแพทย์ ก่อนอาการนอนไม่หลับจะหนักข้อจนรักษาได้ยาก 

เพราะการนอนหลับ คือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ใครอยากเพิ่มประสิทธิภาพให้การนอนอีกซักนิด OfficeMate แนะนำ หนังสือที่จะช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น หยิบมาอ่านวันละนิด ได้ทั้งความรู้และช่วยให้เคลิ้มหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

นอนถูกวิธีสุขภาพดีตลอดชีวิต

เราใช้เวลาหนึ่งในสาม
หรือ 30 – 40 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตไปกับการนอน
นั่นหมายความว่า
หากคุณอายุ 70 ปี
คุณไดด้ใช้เวลากับการนอนไปมากถึง 25 ปีแล้ว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น

“การนอนของคุณมีคุณภาพหรือไม่”

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปรู้จักการนอนอย่างถูกต้อง และมีคุณภาพ
เพราะผมเชื่อว่า คนรวยที่สุดในโลกคือคนที่สุขภาพดีที่สุดในโลก

หลับดีมีคุณภาพ ด้วยเคล็ดลับฉบับสแตนฟอร์ด

เขียนโดยนายแพทย์นิชิโนะ เซจิ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาบันวิจัยด้านการนอนหลับอันดับหนึ่งของโลก และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการนอนหลับและจังหวะชีวภาพ แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ผู้เขียนได้นำผลงานวิจัยระดับโลกเกี่ยวกับการนอนหลับมานำเสนอให้เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้และเห็นผลได้จริง ภายในเล่มมีเนื้อหาทางกายภาพเรื่องการนอนเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการนอน จากนั้นจึงบอกเล่าเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการนอนลักษณะต่างๆ เช่น อาการนอนไม่หลับ โดยบอกถึงสาเหตุของอาการ และแนวทางจัดการด้วยเคล็ดลับที่น่าสนใจ เช่น กฎทอง 90 นาทีของการนอน การอาบน้ำด้วยฝักบัวช่วยให้นอนหลับได้ดี การแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นก่อนนอน รวมถึงเรื่องราวปกิณกะที่น่าสนใจและหลายคนไม่เคยคิดถึง

เทคนิคหลับสนิท นอนน้อยแค่ไหนก็สดชื่น

ผู้เขียนเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนอน ได้นำเสนอวิธีการเอาตัวรอดของคนที่ชอบนอนดึก เพื่อให้ตื่นเช้าพร้อมสมองและร่างกายที่ตื่นตัว ไม่หงุดหงิด พร้อมทำงานทั้งวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะนอนเพียงวันละ 5 ชั่วโมง ด้วยวิธีต่างๆ เช่น เทคนิคตื่นได้เองตามต้องการ, วิธีเลือกและใช้อุกรณ์การนอนที่ช่วยให้หลับสบาย, ช่วงเวลาเลวร้ายที่ห้ามนอนเด็ดขาด, การกด 7 จุด ที่ช่วยให้หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง, และวิธีสร้างนิสัยตื่นนอนตี 5 ภายใน 2 เดือน

ฝึกสมองให้สมองไม่เหนื่อย

สมองต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เคยหยุดพัก ไม่เว้นแม้แต่ตอนที่เราหลับใหล จึงไม่แปลกที่สมองจะเหนื่อยล้า และทำงานได้ไม่เต็มที่ “อิชิกาวะ โยชิกิ” จะมาแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ตั้งแต่การกิน การทำสมาธิ ไปจนถึงการนอนหลับ เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมอง และกลับมาทำงานอย่างกระปรี้กระเปร่า ไม่ว่าจะเป็น หนึ่งในกิจกรรมที่ดีต่อสมองที่สุดคือการทำอาหาร, เทคนิค 5 นาทีที่ช่วยให้สมองไม่ล้า ไม่เบลอ ไม่เหนื่อย, แขม่วท้องระหว่างเดินทางไปทำงาน, ล้างมือด้วยสบู่แล้วสมองจะทำงานได้ดีขึ้น, เคล็ดลับการนอนที่สมองได้พักผ่อนจริง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย ลองใช้ชีวิตตามที่ผู้เขียนแนะนำสัก 1 สัปดาห์ แล้วคุณจะเลิกพูดว่า “เฮ้อ วันนี้เหนื่อยชะมัด” อย่างแน่นอน!

ฝึกให้ไม่คิด

การฝึกให้ไม่คิดผ่านสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน อาทิ การฟัง พูด อ่าน เขียน กิน ดู สัมผัส ดมกลิ่น หัวเราะ วางแผน ทำอาหาร ซื้อของ รอ พัก เล่น นอนหลับ ฯลฯ เมื่อฝึกให้ไม่คิดแล้ว ความคิดที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะว่องไวมากขึ้น

ช้อปหนังสือเพิ่มประสิทธิภาพการนอน และหนังสือหมวดอื่นๆ ได้เลยที่ เว็บไซต์ OfficeMate

ขอบคุณข้อมูลจาก
med.mahidol.ac.th
paolohospital
thestandard

Exit mobile version