Site icon OFM Blog

เครื่องฟอกอากาศสำหรับสำนักงาน วิธีเลือกซื้อให้เหมาะกับออฟฟิศ 2569

เครื่องฟอกอากาศ สำนักงาน

Table of Contents

Toggle

Highlight

เครื่องฟอกอากาศ กลายเป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับออฟฟิศยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน PM2.5 ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค หรือสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพพนักงาน 

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศ สำนักงานให้เหมาะกับพื้นที่และงบประมาณ พร้อมรุ่นแนะนำและเคล็ดลับการดูแลรักษาอย่างละเอียด

ทำไมออฟฟิศยุคใหม่ต้องมีเครื่องฟอกอากาศ? 

ออฟฟิศเป็นสถานที่ที่พนักงานใช้เวลามากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าอากาศในอาคารสำนักงานมีมลพิษไม่ได้แตกต่างจากอากาศภายนอกเลย สาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่หลีกเลี่ยงได้ยากในชีวิตการทำงานประจำวัน

1. ปัญหามลพิษในอาคารสำนักงาน

2. ผลกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน

อากาศที่ไม่สะอาดส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและการทำงาน ด้านสุขภาพ พนักงานอาจมีอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ปวดหัว ระคายเคืองตา คอแห้ง รวมถึงปัญหาระบบทางเดินหายใจและติดเชื้อง่ายขึ้น ด้านประสิทธิภาพ สมาธิลดลง ง่วงนอน อ่อนเพลีย 

และอัตราการลาป่วยเพิ่มขึ้น งานวิจัยจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health พบว่าอากาศที่ดีสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 8-11% นั่นหมายความว่าการลงทุนกับเครื่องฟอกอากาศในออฟฟิศไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นการลงทุนเพื่อผลผลิตขององค์กรด้วย

ประเภทเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับสำนักงาน

การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมต้องเริ่มจากการเข้าใจระบบกรองแต่ละประเภท เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาของออฟฟิศคุณได้ตรงจุด

ระบบกรอง HEPA (High-Efficiency Particulate Air)

ระบบ HEPA เป็นมาตรฐานการกรองอากาศที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะสามารถดักจับฝุ่นละเอียด PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้หรือหอบหืด และไม่ปล่อยโอโซนที่เป็นอันตราย

ข้อดี : ให้ประสิทธิภาพสูงสุด ดักจับฝุ่นละเอียด PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97%

ข้อจำกัด : ต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 6-12 เดือน และค่าไส้กรองค่อนข้างสูงกว่าประเภทอื่น ๆ

รุ่นแนะนำ: Sharp FU-A80TA-W เครื่องฟอกอากาศระบบพลาสม่าคลัสเตอร์

เครื่องฟอกอากาศจาก Sharp รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยี Plasmacluster แบบเข้มข้น พ่นอนุภาคไฟฟ้าบวกและลบเพื่อฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา และแบคทีเรียในอากาศ รองรับห้องขนาดใหญ่ถึง 62 ตร.ม.

มาพร้อมแผ่นกรอง HEPA ที่ดักจับฝุ่น 0.3 ไมครอนได้ 99.97% และระบบ Ion Shower ที่ทำความสะอาดห้องได้อย่างรวดเร็วภายใน 60 นาที แผ่นกรองมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี รับประกันศูนย์ 1 ปี

👉 ดูรายละเอียด: Sharp FU-A80TA-W ที่ OFM

ระบบ Ionizer (ระบบประจุลบ)

ระบบ Ionizer ทำงานโดยปล่อยไอออนลบออกมาจับกับฝุ่นในอากาศ ทำให้ฝุ่นมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นและตกลงสู่พื้น ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง ประหยัดค่าใช้จ่าย และสร้างความสดชื่นเหมือนอยู่ใกล้ธรรมชาติ

ทำงานเงียบไม่มีเสียงพัดลม อย่างไรก็ตาม ฝุ่นที่ตกลงพื้นต้องทำความสะอาดบ่อย และบางรุ่นอาจปล่อยโอโซน จึงต้องเลือกอย่างระวัง

ข้อดี : ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง ประหยัดค่าใช้จ่าย ทำงานเงียบไม่มีเสียงพัดลม

ข้อจำกัด : ฝุ่นที่ตกลงพื้นต้องทำความสะอาดบ่อย

รุ่นแนะนำ: MEX Purifina P201

เครื่องฟอกอากาศแบรนด์ไทยคุณภาพดีราคาคุ้มค่า รองรับพื้นที่ 24 ตร.ม. มีค่า CADR 318 m³/h มาพร้อมระบบกรอง 3 ชั้น ได้แก่ Pre-Filter, H12 HEPA และ Activated Carbon

พร้อมระบบ Ionizer สร้างประจุลบขจัดแบคทีเรีย หน้าจอ LED Touch Screen ใช้งานง่าย มี Air Quality Sensor แสดงคุณภาพอากาศ 3 ระดับ มีโหมด Sleep Mode สำหรับใช้ตอนกลางคืน และตั้งเวลาได้ถึง 8 ชั่วโมง รับประกัน 2 ปี

👉 ดูรายละเอียด: MEX Purifina P201 ที่ OFM

ระบบ UV-C (แสงอัลตราไวโอเลต)

แสง UV-C มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียได้ถึง 99% เหมาะมากในช่วงที่มีโรคระบาดหรือไข้หวัดใหญ่ ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อย แต่ไม่สามารถดักจับฝุ่นได้ จึงมักใช้ร่วมกับระบบ HEPA และหลอด UV มีอายุการใช้งานจำกัด

ข้อดี : เหมาะกับช่วง ที่มีโรคระบาดหรือไข้หวัดใหญ่ ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อย

ข้อจำกัด : ไม่สามารถดักจับฝุ่นได้

รุ่นแนะนำ: Electrolux UltimateHome 500 EP53-46UGA

เครื่องฟอกอากาศระดับพรีเมียมจาก Electrolux รองรับห้องขนาด 52 ตร.ม. มาพร้อมระบบกรอง 5 ขั้นตอน PureProtect ได้แก่ Pre-Filter, สารเคลือบป้องกันแบคทีเรีย, HEPA13 กรองละเอียด 0.3 ไมครอน, Activated Carbon ดูดซับกลิ่นและก๊าซ VOC และหลอด UV-C LED ปลอดสารปรอทที่ขจัดเชื้อแบคทีเรียได้ 99.98% และไวรัส H1N1 ได้ 99.99%

👉 ดูรายละเอียด: Electrolux UltimateHome 500 ที่ OFM

ระบบ Activated Carbon (ถ่านกัมมันต์) 

เครื่องฟอกอากาศระบบถ่านกัมมันต์มีความสามารถในการดูดซับกลิ่น ควัน และสารเคมี VOC ได้ดีเยี่ยม เหมาะกับออฟฟิศที่เพิ่งทำสีใหม่ มีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ หรืออยู่ใกล้แหล่งที่มีกลิ่น แต่ไม่สามารถกรองฝุ่นละเอียดได้ จึงต้องใช้ร่วมกับ HEPA และต้องเปลี่ยนแผ่นกรองเมื่ออิ่มตัว

ข้อดี : ดูดซับกลิ่น ควัน และสารเคมี VOC ได้ดีเยี่ยม

ข้อจำกัด : ไม่สามารถกรองฝุ่นละเอียดได้

รุ่นแนะนำ: Electrolux UltimateHome 300

เครื่องฟอกอากาศพรีเมียมจาก Electrolux รองรับห้องขนาด 29 ตร.ม. มาพร้อมระบบกรอง 5 ขั้นตอน ได้แก่ Pre-Filter, Anti-bacterial HEPA, HEPA13, Activated Carbon และ UV-C เทคโนโลยี PureProtect

ช่วยลดสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตราย หลอด UV-C สามารถยับยั้งไวรัส SARS-CoV-2 ทำงานเงียบเพียง 20 เดซิเบล มีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น PM1, PM2.5 และ PM10 ควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส LED พร้อม AQI Index รับประกัน 2 ปี

👉 ดูรายละเอียด: Electrolux UltimateHome 300 ที่ OFM

วิธีคำนวณขนาดเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับพื้นที่ออฟฟิศ

การเลือกขนาดที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญในการได้ประสิทธิภาพสูงสุด หากเลือกเครื่องเล็กเกินไป อากาศจะไม่ถูกกรองทัน หากใหญ่เกินไปก็สิ้นเปลืองค่าไฟโดยไม่จำเป็น

ค่า CADR คืออะไร?

CADR (Clean Air Delivery Rate) คือค่าที่บอกว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถส่งอากาศสะอาดได้กี่ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (m³/h) หรือลูกบาศก์ฟุตต่อนาที (CFM) ค่า CADR สูงหมายความว่ากรองอากาศได้เร็ว เหมาะกับห้องใหญ่ ส่วน CADR ต่ำเหมาะกับห้องเล็ก

สูตรคำนวณขนาดห้อง

สูตร: พื้นที่ห้อง (ตร.ม.) × ความสูงเพดาน (ม.) × จำนวนรอบกรองต่อชั่วโมง = CADR ที่ต้องการ (m³/h)

แนะนำให้กรองอากาศ 3-5 รอบต่อชั่วโมงสำหรับออฟฟิศทั่วไป

ตัวอย่าง: ห้องประชุมขนาด 30 ตร.ม. เพดานสูง 2.7 ม. คำนวณ 30 × 2.7 × 4 รอบ = 324 m³/h ควรเลือกเครื่องที่มี CADR อย่างน้อย 324 m³/h

ตารางแนะนำ CADR ตามขนาดห้อง:

ขนาดห้องCADR ที่แนะนำเหมาะสำหรับ
10-20 ตร.ม.150-250 m³/hห้องประชุมเล็ก
20-40 ตร.ม.250-400 m³/hออฟฟิศขนาดกลาง
40-60 ตร.ม.400-600 m³/hOpen Space
60+ ตร.ม.600+ m³/hห้องใหญ่ ใช้หลายเครื่อง

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อเครื่องฟอกอากาศสำนักงาน

เครื่องฟอกอากาศสำนักงานรุ่นยอดนิยมอื่น ๆ 

นอกจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่เหมาะกับออฟฟิศของคุณแล้ว เครื่องฟอกอากาศก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน ต่อไปนี้คือรุ่นแนะนำที่ตอบโจทย์ออฟฟิศหลากหลายขนาด

1. Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact — คุ้มค่า ใช้งานง่าย

เครื่องฟอกอากาศอัจฉริยะจาก Xiaomi ขนาดกะทัดรัด เหมาะกับห้องขนาด 16-27 ตร.ม. มีค่า CADR 230 m³/h กรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนได้ 99.97% ทำงานเงียบเพียง 20 dB ใช้ไฟเพียง 27W ควบคุมผ่าน Mi Home App และสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant หรือ Alexa ได้ ไส้กรองใช้ได้นาน 6-12 เดือน รับประกัน 1 ปี

👉 ดูรายละเอียด: Xiaomi 4 Compact ที่ OFM

2. Sharp FP-J30TA — ราคาประหยัด ห้องเล็ก

เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กจาก Sharp เหมาะกับห้องขนาด 23 ตร.ม. มาพร้อมเทคโนโลยี Plasmacluster 7000 และแผ่นกรอง HEPA ดักจับฝุ่น 0.3 ไมครอนได้ 99.97% มี CADR 180 m³/h ดีไซน์โค้งมนปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก มีหลายสีให้เลือก ไส้กรองใช้ได้นานประมาณ 2 ปี รับประกันศูนย์ 1 ปี ได้รับรางวัล Seal of Approval จาก Allergy UK

👉 ดูรายละเอียด: Sharp FP-J30TA ที่ OFM

3. Dyson Purifier Big+Quiet Formaldehyde BP03 — พรีเมียม พื้นที่ใหญ่

เครื่องฟอกอากาศระดับพรีเมียมจาก Dyson รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่สูงสุด 100 ตร.ม. กระจายลมได้ไกล 10 เมตร มาพร้อมระบบกรอง 3 เฟส ได้แก่ HEPA H13 ดักจับอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.1 ไมครอนได้ 99.95% ถ่านกัมมันต์กำจัดก๊าซและกลิ่น

รวมถึงตัวกรองยังช่วยเร่งปฏิกิริยาออกซิเจนทำลายฟอร์มาลดีไฮด์อย่างถาวร ฟิลเตอร์ HEPA ใช้ได้นานถึง 5 ปี ควบคุมผ่าน MyDyson App

👉 ดูรายละเอียด: Dyson BP03 ที่ OFM

4. Sharp FP-J30TA-A — ราคาประหยัด ห้องเล็ก ดีไซน์โค้งมน

เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กจาก Sharp เหมาะสำหรับห้องขนาด 23 ตร.ม. มาพร้อมเทคโนโลยี Plasmacluster 7000 ที่ปล่อยอนุภาคไฟฟ้าบวกและลบเพื่อฆ่าเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

👉 ดูรายละเอียด: Sharp FP-J30TA-A สีฟ้า ที่ OFM

เคล็ดลับ: ออฟฟิศขนาดใหญ่แนะนำใช้หลายเครื่องกระจายตามจุด จะสามรถทำงานได้ดีกว่าใช้เครื่องใหญ่เครื่องเดียว

เปลี่ยนออฟฟิศของคุณให้เป็นที่ทำงานในฝันของพนักงาน เลือกช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ที่ OFM

วิธีดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศให้มีประสิทธิภาพยาวนาน

 การดูแลเครื่องฟอกอากาศก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพยาวนานมากขึ้น มีส่วนไหนของเครื่องฟอกอากาศที่ต้องดูแลบ้าง นี่คือตารางการดูแลที่เราแนะนำ

สัญญาณที่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง: เครื่องแจ้งเตือน ลมออกอ่อนลง มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรือไส้กรองเปลี่ยนสีดำคล้ำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องฟอกอากาศในออฟฟิศ

Q: เครื่องฟอกอากาศ ควรเปิดตลอดเวลาไหม?
A: แนะนำเปิดตลอดเวลาทำงาน หรืออย่างน้อย 8-10 ชม./วัน การเปิด-ปิดบ่อยทำให้กรองอากาศไม่ทัน

Q: ออฟฟิศต้องใช้กี่เครื่อง?
A: ขึ้นอยู่กับพื้นที่และ CADR ของเครื่อง ออฟฟิศ 100 ตร.ม. อาจใช้ 2-3 เครื่องขนาดกลางกระจายตามจุด

Q: เครื่องฟอกอากาศกับแอร์ใช้ด้วยกันได้ไหม?
A: ได้และควรใช้ด้วยกัน แอร์ทำความเย็นแต่ไม่ได้กรองฝุ่นละเอียด เครื่องฟอกจะช่วยเสริมการกรองอากาศ

Q: HEPA กับ Ionizer อันไหนดีกว่า?
A: HEPA ดีกว่าสำหรับกรองฝุ่นละเอียดและผู้มีภูมิแพ้ Ionizer ดีกว่าสำหรับความสดชื่นและไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง ถ้ามีงบแนะนำเลือกรุ่นที่มีทั้งสองระบบ

Q: วางเครื่องฟอกอากาศตรงไหนดี?
A: วางกลางห้องหรือใกล้แหล่งมลพิษ เช่น ใกล้เครื่องพิมพ์ ใกล้ประตูทางเข้า ไม่ควรวางติดผนังหรือใต้โต๊ะเพราะจะกั้นการไหลเวียนอากาศ

สรุป: อากาศดี งานเดิน ลงทุนกับเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสม

เครื่องฟอกอากาศ สำนักงาน ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพพนักงานและประสิทธิภาพการทำงาน อากาศที่ดีช่วยให้พนักงานทำงานได้ดีขึ้น ลดปัญหาสุขภาพ และสร้างบรรยากาศการทำงานที่น่าอยู่

เลือกระบบกรองที่ตอบโจทย์ปัญหาของออฟฟิศ คำนวณขนาดให้เหมาะกับพื้นที่ และดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ออฟฟิศของคุณก็จะมีอากาศดีตลอดทั้งปี

พร้อมอัปเกรดคุณภาพอากาศในออฟฟิศ? OFM มีเครื่องฟอกอากาศหลากหลายรุ่น พร้อมอุปกรณ์ไอทีและเฟอร์นิเจอร์สำนักงานครบครัน ช้อปได้เลย!

ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥

🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)

💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)

🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!

📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th

Exit mobile version