การเลี้ยงสัตว์ระบบปิดในห้องแอร์มักเจอปัญหา “อากาศ” ทั้งกลิ่นสะสมจากกระบะทราย ขนที่ฟุ้งกระจาย และฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรงในปี 2026 แม้ใช้เครื่องฟอกอากาศทั่วไปก็มักเอาไม่อยู่ เพราะไม่ได้ออกแบบมาดักจับขนสัตว์หรือกำจัดกลิ่นแอมโมเนียโดยเฉพาะ ทำให้ไส้กรองตันเร็วและภูมิแพ้กำเริบ
บทความนี้จึงสรุป 5 เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยง ยี่ห้อไหนดี กำจัดขนและกลิ่นได้ดี คุ้มค่าจากการใช้งานจริง เพื่อแก้ปัญหากลิ่นและขนอย่างตรงจุด ให้คุณและสัตว์เลี้ยงสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด
Key Takeaways
- เลือกเครื่องที่ออกแบบเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ต้องมี Pre-Filter ดักขน + HEPA H13 + แผ่นคาร์บอนหนา เพื่อลดทั้งขนฟุ้ง กลิ่นแอมโมเนีย และฝุ่น PM2.5 ได้จริง
- ขนาดห้องและค่า CADR สำคัญมาก เลือกกำลังฟอกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน โดยเฉพาะบ้านระบบปิดหรือห้องแอร์ เพื่อควบคุมกลิ่นสะสมและลดสารก่อภูมิแพ้ได้มีประสิทธิภาพ
- วางถูกจุด + ดูแลไส้กรองสม่ำเสมอ = กลิ่นหาย ขนลดชัดเจน ตั้งเครื่องใกล้กระบะทรายหรือจุดพักผ่อนสัตว์เลี้ยง พร้อมทำความสะอาดและเปลี่ยนฟิลเตอร์ตามรอบ เพื่อให้อากาศสะอาดต่อเนื่องทั้งบ้าน
รวม 5 เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยง ยี่ห้อไหนดี กำจัดขนและกลิ่นได้ดี ปี 2026
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยจัดการทั้งปัญหากลิ่นฉุนและขนสัตว์ที่ปลิวว่อนในบ้านปี 2026 นี้ นี่คือ 5 เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงรุ่นท็อปที่คัดมาแล้วว่าตอบโจทย์เหล่าทาสได้ดีที่สุด!
1. HOMERUNPET เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยง รุ่น D1 สี IVORY WHITE
จุดเด่น:
- ไส้กรอง 3 ชั้น: ดักจับทั้งขนสัตว์ ฝุ่นละออง และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ครบจบในเครื่องเดียว
- HEPA H13: กรองฝุ่นจิ๋วและสารก่อภูมิแพ้ได้ละเอียดแม่นยำ
- ถอดเปลี่ยนง่าย: ไส้กรองชั้นนอกดักขนช่วยยืดอายุแผ่นกรองหลัก และเปลี่ยนอะไหล่เองได้สะดวก
- ดีไซน์ Ivory White: มินิมอล เข้ากับบ้านง่าย
จากการใช้งานจริง: จัดการปัญหาขนปลิวว่อนในช่วงผลัดขนได้ดีเยี่ยม ช่วยให้พื้นบ้านสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อวางใกล้จุดที่สัตว์เลี้ยงพักผ่อน
เหมาะสำหรับ:
- บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัว
- ห้องนอน หรือคอนโดพื้นที่กว้าง
- ผู้ที่ต้องการลดกลิ่นและปัญหาขนสัตว์ฟุ้งกระจาย
ราคา: 8,029 บาท
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: Homerunpet D1
2. PHILIPS เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยง รุ่น AC3360/1 สีครีม
จุดเด่น:
- ดักจับขนและฝุ่นแม่นยำ: ออกแบบพิเศษเพื่อกรองขนสัตว์ที่ปลิวว่อนและฝุ่นละอองโดยเฉพาะ
- กำจัดกลิ่นสัตว์เลี้ยง: มีระบบสลายกลิ่นไม่พึงประสงค์ เปลี่ยนกลิ่นสาบให้เป็นอากาศบริสุทธิ์
- เงียบกริบไม่กวนใจ: ทำงานด้วยเสียงเบาพิเศษ ไม่ทำให้สัตว์เลี้ยงตกใจหรือรบกวนการนอน
- ดีไซน์มินิมอล: สีครีมสวยสะอาดตา เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านได้ง่าย
จากการใช้งานจริง: รุ่นนี้จัดการปัญหากลิ่นสะสมในห้องได้ดีเยี่ยม แม้อยู่ในพื้นที่ปิดอากาศก็ยังสดชื่น ส่วนการดักจับขนสัตว์ทำได้ดีมาก ช่วยลดภาระการทำความสะอาดพื้นและเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะ
เหมาะสำหรับ:
- ห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนที่สัตว์เลี้ยงอยู่เป็นประจำ
- บ้านหรือคอนโดที่ต้องการคุมทั้งเรื่องฝุ่นและกลิ่นสัตว์เลี้ยง
- เจ้าของที่แพ้ขนสัตว์แต่ใจรักอยากเลี้ยง
ราคา: 16,900 บาท
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: PHILIPS AC3360/1
3. [PRE-ORDER] LG เครื่องฟอกอากาศ รุ่น PuriCare 360 AS65GDBY0 พร้อมฟังก์ชันสัตว์เลี้ยง
จุดเด่น:
- ฟอกอากาศ 360 องศา: ดีไซน์ทรงกระบอก ดูดและกระจายอากาศสะอาดได้รอบทิศทางแบบไร้มุมอับ
- Pet Mode & Clean Booster: มีโหมดดักจับขนสัตว์และกลิ่นโดยเฉพาะ พร้อมใบพัดยกตัวเพื่อส่งลมสะอาดได้ไกลขึ้น
- ระบบกรองหลายขั้นตอน: กำจัดได้ทั้งฝุ่น PM 2.5, แบคทีเรีย และก๊าซอันตราย
- Smart Control: ตรวจสอบคุณภาพอากาศและสั่งการผ่านแอป LG ThinQ ได้ทุกที่
จากการใช้งานจริง: รุ่นนี้เป็นเครื่องฟอกที่ทรงพลังมาก ขนสัตว์ที่ลอยฟุ้งในอากาศลดลงอย่างเห็นได้ชัด ระบบลมหมุนเวียนช่วยให้บ้านไม่มีกลิ่นอับของสัตว์เลี้ยงแม้เลี้ยงในพื้นที่ปิด
เหมาะสำหรับ:
- ห้องโถงกว้างหรือห้องนั่งเล่นที่มีสัตว์เลี้ยง
- บ้านหรือคอนโดพื้นที่ 60 ตร.ม. ขึ้นไป
- เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่แพ้ฝุ่นและขนสัตว์ (Allergy Friendly)
ราคา: ฿ 27,900.00 (Pre-order)
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: LG PuriCare 360 (AS65GDBY0)
4. เครื่องฟอกอากาศ ฮิตาชิ EP-A5000-WH
จุดเด่น:
- แผ่นกรอง EPA คุณภาพสูง: ดักจับฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ (ไรฝุ่น/ละอองเกสร) ได้ดีเยี่ยม การันตีโดยสถาบัน British Allergy
- โหมดเพิ่มความชุ่มชื้น: ปรับความชื้นได้สูงสุด 60% ช่วยให้ผิวไม่แห้งขณะอยู่ในห้องแอร์
- ระบบ Inverter: ทำงานเงียบและประหยัดพลังงานมากกว่าโหมดปกติถึง 36%
- แผ่นกรองขจัดกลิ่นรุนแรง: จัดการกลิ่นสัตว์เลี้ยง บุหรี่ อาหาร และกลิ่นท่อน้ำทิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะสำหรับ:
- ห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นขนาดไม่เกิน 33 ตร.ม.
- ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือไวต่อฝุ่นและกลิ่น
- การใช้งานในห้องแอร์ที่ต้องการควบคุมความชื้นสะสม
ราคา: 14,900 บาท
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: Hitachi EP-A5000-WH
5. [PRE-ORDER] LG เครื่องฟอกอากาศ PURICARE 360 รุ่น AS10GDBY0 ฟังก์ชันสัตว์เลี้ยง
จุดเด่น:
- ฟอกรอบทิศทาง 360°: ดีไซน์ทรงกระบอก ดูดและกระจายอากาศสะอาดได้ครอบคลุมทุกมุมห้อง
- Pet Mode โดยเฉพาะ: เน้นจัดการขนสัตว์ที่ปลิวว่อนและสลายกลิ่นกวนใจด้วยระบบกรองพิเศษ
- Clean Booster: หัวฉีดลมช่วยพุ่งอากาศสะอาดไปได้ไกลและเร็วขึ้น
- UVnano: ใช้แสง UV กำจัดแบคทีเรียและเชื้อโรคที่พัดมากับอากาศเพื่อความสะอาดสูงสุด
จากการใช้งานจริง ระบบกรองหลายชั้นดักจับได้ทั้งฝุ่นจิ๋วและกลิ่นสาบสัตว์เลี้ยงอย่างอยู่หมัด สั่งงานผ่านแอป LG ThinQ ได้จากทุกที่ สะดวกมากสำหรับคนทำงานนอกบ้าน
เหมาะสำหรับ:
- บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง (หมา/แมว) และต้องการคุมเรื่องกลิ่นและขนเป็นพิเศษ
- ห้องกว้างหรือโถงรับแขกที่ต้องการการหมุนเวียนอากาศสูง
- ผู้ที่กังวลเรื่องเชื้อโรคและแบคทีเรียในอากาศ
ราคา Pre-order: ฿43,900 (จากปกติ ฿45,900)
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม: LG PuriCare 360 (AS10GDBY0)
👉 ถ้ายังเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ดูรีวิวและเปรียบเทียบ 10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี 2026 พร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม เหมาะกับทุกพื้นที่ ได้เลย🚀
ตารางเปรียบเทียบเครื่องฟอกอากาศเลี้ยงสัตว์ ยี่ห้อไหนดี
เปรียบเทียบจุดเด่น ฟังก์ชัน และความเหมาะสมของเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละรุ่น เพื่อช่วยคุณตัดสินใจเลือกยี่ห้อที่คุ้มค่าและตอบโจทย์บ้าน Pet-Friendly มากที่สุด
| รุ่นสินค้า | จุดเด่นสำคัญ | ค่า CADR (ตร.ม./ชม.) | ระดับเสียงต่ำสุด (dB) | พื้นที่ / ความเหมาะสม | ราคาไส้กรองประมาณการ | ราคา (บาท) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Homerunpet D1 | ไส้กรอง 3 ชั้น (HEPA H13), ถอดเปลี่ยนง่าย, เน้นดักขนและฝุ่นจิ๋ว | 200 | 30 dB | คอนโด / ห้องนอน, สัตว์เลี้ยงหลายตัว | 9xx.- | 8,029 |
| Philips AC3360/1 | กรองขนแม่นยำ, สลายกลิ่นสาบได้ดีเยี่ยม, ทำงานเงียบกริบ | 300 | 22 dB (เงียบมาก) | ห้องปิดที่ต้องการคุมกลิ่น, เจ้าของที่เป็นภูมิแพ้ | 1,9xx.- | 16,900 |
| LG PuriCare 360 (AS65GDBY0) | ฟอก 360°, มี Pet Mode & Clean Booster, สั่งงานผ่านแอป | 480 | 25 dB | ห้องกว้าง 60 ตร.ม. ขึ้นไป, เน้นกำจัดขนฟุ้ง | 2,5xx.- | 27,900 (Pre) |
| Hitachi EP-A5000-WH | มาตรฐาน British Allergy, เพิ่มความชื้นในห้องแอร์, ระบบ Inverter | 330 | 15 dB (เงียบมาก) | ห้องไม่เกิน 33 ตร.ม., ผู้ที่ผิวแห้งง่าย | 2,2xx.- | 14,900 |
| LG PuriCare 360 (AS10GDBY0) | ระบบ UVnano ฆ่าเชื้อโรค, ฟอกรอบทิศทางแรงสูง, Pet Mode พิเศษ | 700+ (สูงสุด) | 26 dB | บ้านหลังใหญ่ / โถงกว้าง, เน้นความสะอาดสูงสุด | 3,xxx.- (2 ชุด) | 43,900 (Pre) |
💡OPM Tips: หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหา LG PuriCare 360 คือที่สุดของปี 2026 ในการจัดการทั้งขนและเชื้อโรค แต่ถ้าเน้นความคุ้มค่าและดีไซน์ที่เข้ากับคอนโด Homerunpet D1 หรือ Philips คือตัวเลือกที่ทาสส่วนใหญ่ไว้วางใจ
ช้อปเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงรุ่นที่ใช่ พร้อมโปรโมชั่นไส้กรองราคาพิเศษได้ที่ OFM วันนี้!
5 เหตุผลที่คนรักสัตว์ต้องมีเครื่องฟอกอากาศไว้ในบ้าน
การสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดคือหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงอย่างมีความสุข และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณควรมีเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงไว้ติดบ้าน
- ดักจับขนฟุ้งกระจาย: ป้องกันขนสัตว์เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด
- กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์: ช่วยสลายกลิ่นตัว กลิ่นฉี่ และกลิ่นอุจจาระที่ฝังแน่น
- ลดสารก่อภูมิแพ้: ดักจับรังแคสัตว์ ฝุ่นละออง และไรฝุ่นที่สะสมตามเฟอร์นิเจอร์
- ยับยั้งเชื้อโรค: กรองแบคทีเรียและเชื้อราที่มาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง
- ประสิทธิภาพเฉพาะทาง: เครื่องสำหรับสัตว์เลี้ยงมีฟิลเตอร์พิเศษที่จัดการขนและกลิ่นได้ตรงจุดมากกว่าเครื่องทั่วไป
วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงให้ตอบโจทย์บ้าน Pet-Friendly
วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศในบ้านที่สยบทั้งขนปลิวและกลิ่นกวนใจ เพื่อสร้างพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับคุณและสัตว์เลี้ยงตัวโปรด
- แผ่นกรองชั้นแรก (Pre-Filter) ต้องถอดล้างได้: สำคัญมากในการดักจับขน ช่วยยืดอายุไส้กรอง HEPA ไม่ให้อุดตันเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย
- คาร์บอนต้องหนา (Activated Carbon): เพื่อกำจัดกลิ่นแอมโมเนียจากกระบะทรายได้อยู่หมัด ควรเลือกที่ระบุว่าเน้นกำจัดกลิ่นสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
- ทำงานเงียบ (Quiet Mode): สัตว์เลี้ยงบางตัวหูไวต่อเสียงมาก ควรเลือกเครื่องที่มีเสียงต่ำกว่า 30–40 dB เพื่อไม่ให้เครียดหรือตกใจ
- ค่า CADR เหมาะสม: เลือกประสิทธิภาพการฟอกให้พอดีกับขนาดห้อง (เช่น ห้อง 20 ตร.ม. ควรมีค่า CADR 200 ขึ้นไป)
- วางให้ถูกจุด: ตั้งเครื่องใกล้บริเวณที่นอนหรือจุดที่มีขนฟุ้งกระจายมากที่สุด
เลือกเครื่องฟอกอากาศให้ตอบโจทย์ทุกพื้นที่ในบ้าน อ่านเทคนิคการเลือกฉบับอัปเดตปี 2026 เพิ่มเติมได้ที่นี่: https://www.ofm.co.th/blog/air-purifier-buying-guide-2026/
เคล็ดลับวางเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยง กลิ่นหาย ขนลด
เปลี่ยนบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงให้ไร้กลิ่นและขนกวนใจ ด้วยเทคนิคการวางเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงและดูแลไส้กรองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
1. การวางตำแหน่ง (Positioning)
- ห้ามวางชิดกำแพง: เว้นระยะห่างรอบเครื่องอย่างน้อย 20–30 ซม. เพื่อให้ลมหมุนเวียนได้รอบทิศทาง
- วางใกล้จุดยุทธศาสตร์: เช่น ข้างกระบะทราย, ใต้คอนโดแมว หรือจุดที่แมวนอนประจำ เพื่อดักจับขนและกลิ่นได้ทันที
2. สูตรยืดอายุไส้กรอง (ประหยัดงบ)
- ดูแล Pre-filter: ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นทุก 3 วัน และล้างทำความสะอาดทุก 1–2 สัปดาห์
- เปลี่ยน HEPA ตามกำหนด: อย่ารอจนมีกลิ่นเหม็น
อ่านเพิ่มเติม: เคล็ดลับวางเครื่องฟอกอากาศให้ถูกจุด เพื่ออากาศสะอาดทั่วบ้าน
4 เคล็ดลับดูแลเครื่องฟอกอากาศ ฉบับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยให้คุณกับเจ้าตัวแสบสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ยาวนาน ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ได้เลย!
- เปิดใช้งาน 24 ชม.: เพื่อกำจัดขนและกลิ่นอย่างต่อเนื่อง
- เปลี่ยนฟิลเตอร์ทุก 3-6 เดือน: ตามรอบหรือเมื่อไส้กรองเริ่มดำ
- ทำความสะอาดรอบเครื่อง: ดูดฝุ่นสม่ำเสมอเพื่อป้องกันขนอุดตันช่องลม
- เพิ่มความถี่ช่วงผลัดขน: ตรวจเช็คและเปลี่ยนไส้กรองบ่อยขึ้นในช่วงที่สัตว์เลี้ยงขนร่วงมาก
3 เรื่องที่ทาสต้องรู้ก่อนควักเงินซื้อเครื่องฟอกอากาศ!
ก่อนจะเปย์เพื่อเจ้านาย มาเช็ก 3 เคล็ดลับเลือกเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงให้คุ้มค่าและปราบปัญหาขนได้อยู่หมัด!
1. ประสิทธิภาพการฟอก (CADR) ที่คุณต้องใส่ใจ
สำหรับการเลี้ยงสัตว์ระบบปิด ค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) คือหัวใจหลัก หากคุณเลี้ยงสัตว์ 2 ตัวขึ้นไปในห้องนอนขนาด 20 ตร.ม.
การเลือกเครื่องที่มี CADR 200 อย่าง Homerunpet D1 ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าเป็นห้องนั่งเล่นที่แมววิ่งเล่นกันเยอะ แนะนำรุ่นที่ CADR 300+ อย่าง Philips หรือ Hitachi เพื่อให้ยอดการหมุนเวียนอากาศ (Air Change per Hour) สูงพอที่จะดักจับขนก่อนจะตกลงพื้น
2. ระดับเสียง: ปัจจัยสำคัญของสัตว์เลี้ยงที่หูไว
สัตว์เลี้ยงมีความไวต่อเสียงมากกว่าคนเราหลายเท่า:
- รุ่นที่เงียบที่สุด: ยกให้ Hitachi และ Philips ที่ทำระดับเสียงในโหมด Sleep ได้ต่ำกว่า 25 dB ซึ่งเบากว่าเสียงกระซิบเสียอีก เหมาะมากสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ขี้ตกใจ
- โหมด Turbo: รุ่นอย่าง LG PuriCare แม้ตอนเร่งเครื่องจะเสียงดังกว่าเล็กน้อย แต่ระบบ Clean Booster จะช่วยรีดอากาศสะอาดออกมาได้เร็วที่สุดเมื่อมีกลิ่นฉุนจากกระบะทราย
3. ค่าใช้จ่ายแฝง (Maintenance Cost)
การเลี้ยงสัตว์ทำให้ไส้กรองเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ 1.5 – 2 เท่า:
- สายประหยัด: Homerunpet D1 ตอบโจทย์ที่สุด เพราะราคาไส้กรองต่อชิ้นไม่ถึงพันบาท เปลี่ยนบ่อยได้ไม่เสียดายเงิน
- สายพรีเมียม: LG แม้ราคาไส้กรองจะสูงกว่า แต่มาพร้อมระบบ UVnano ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ในไส้กรอง ทำให้ไม่มีกลิ่นอับสะสมที่ตัวเครื่องในระยะยาว
FAQ รวมทุกเรื่องต้องรู้ก่อนเลือกเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยง
FAQ มัดรวมทุกคำถามยอดฮิตที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องรู้ เพื่อเลือกเครื่องฟอกอากาศที่กำจัดขนและกลิ่นได้อยู่หมัด
1. เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงต่างจากเครื่องฟอกอากาศทั่วไปอย่างไร?
เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงมักมีไส้กรองพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดักจับขนสัตว์ รังแค และมีฟิลเตอร์คาร์บอนที่ดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยงได้ดีกว่าเครื่องทั่วไป
2. เครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงราคาแพงไหม?
ราคาของเครื่องฟอกอากาศสำหรับสัตว์เลี้ยงมีความหลากหลาย ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ, คุณสมบัติ, และขนาดพื้นที่ที่รองรับ
3. ขนาดห้องมีผลต่อการเลือกเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงอย่างไร?
ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีค่า CADR และพื้นที่ครอบคลุมที่เหมาะสมกับขนาดห้องของคุณ เพื่อให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในการกรองอากาศ
เลือกเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยง ยี่ห้อไหนดี ฟังก์ชั่นครบ สู้ฝุ่น PM2.5 ได้จริง ช้อปเลยที่ OFM
สำหรับคนรักสัตว์ในปี 2026 การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ตอบโจทย์ต้องเน้นระบบ Pre-filter ที่ดักจับขนได้จริง และไส้กรอง Carbon ที่หนาพอจะสยบกลิ่นแอมโมเนียจากกระบะทราย
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นยอดฮิตอย่าง Homerunpet D1, Philips, Hitachi หรือตัวท็อปพลังฟอก 360 องศาจาก LG ต่างก็ช่วยลดปัญหาภูมิแพ้และฝุ่น PM2.5 ได้อย่างตรงจุด เพื่อสุขอนามัยที่ดีของทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในระยะยาว
สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และดูแลสัตว์เลี้ยงที่คุณรักได้ง่ายกว่าเดิม เลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศสัตว์เลี้ยงแบรนด์ดังพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มได้ที่ OfficeMate (OFM) แหล่งรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สำนักงานครบวงจร สั่งง่าย ส่งไว พร้อมบริการหลังการขายที่มั่นใจได้!
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th

