ถ้าธุรกิจของคุณขายดีจนยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเริ่มออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าทุกครั้งที่ขาย เจ้าของธุรกิจมือใหม่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าใบกำกับภาษี คืออะไร ต่างจากใบเสร็จอย่างไร ต้องใส่ข้อมูลอะไรบ้าง และถ้าทำผิดจะเกิดอะไรขึ้น บทความนี้รวบรวมคำตอบทั้งหมดไว้ให้ อ่านจบแล้วนำไปใช้ได้ทันที
Key Takeaways
- สิทธิ์และหน้าที่การออก: เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT (รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี) เท่านั้นที่มีสิทธิ์และ”ต้องออก” ใบกำกับภาษีทันทีที่มีการขายสินค้าหรือรับชำระเงิน
- ความแตกต่างกับใบเสร็จ: ใบกำกับภาษีคือเอกสารทางภาษี (ใช้คำนวณ/ขอคืนภาษี) ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นเพียงหลักฐานการชำระเงิน
- ประเภทเอกสาร: มี 2 ประเภทหลัก คือ แบบเต็มรูป (ใส่ชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ นำไปขอคืนภาษีได้) และ แบบอย่างย่อ (ออกโดยร้านค้าปลีก นำไปขอคืนภาษีไม่ได้)
- จังหวะเวลาในการออก (Tax Point): ต้องออกทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ เช่น ส่งมอบสินค้า, รับเงินมัดจำ หรือได้รับค่าบริการ (ไม่ออกหรือออกช้ามีโทษปรับ)
- องค์ประกอบและโทษ: ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีข้อมูลครบ 7 อย่าง ตามกฎหมาย หากทำผิด ยื่นช้า หรือใช้ใบกำกับภาษีปลอม มีโทษทั้งเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และโทษจำคุก
ใบกำกับภาษี คืออะไร และใครต้องออก?
ใบกำกับภาษี คือ เอกสารที่ผู้ประกอบการจด VAT ต้องออกให้ลูกค้าทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ เพื่อแสดงราคาสินค้าและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากลูกค้า ตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 86
เอกสารนี้สำคัญกับทั้งสองฝ่าย:
- ฝ่ายผู้ขาย ใช้เป็นหลักฐาน “ภาษีขาย” สำหรับยื่นแบบ ภ.พ.30 ให้กรมสรรพากร
- ฝ่ายผู้ซื้อ ใช้เป็นหลักฐาน “ภาษีซื้อ” สำหรับหักลบภาษีหรือขอคืนภาษี
หลายคนอาจสงสัยว่าใครต้องออกใบกำกับภาษี? ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและบริษัท มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีทันทีเมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ สำหรับเกณฑ์บังคับจดทะเบียน VAT คือการมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ หากรายได้เกินกำหนดแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องดำเนินการจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
อยากเข้าใจเรื่องใบกำกับภาษีแบบเจาะลึก? อ่านต่อได้ที่บทความ ใบกำกับภาษี คืออะไร? สรุปสาระสำคัญที่ต้องรู้
ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีอะไรบ้าง? (มาตรา 86/4)
ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีข้อมูลครบ 7 อย่างตามมาตรา 86/4 ดังนี้
- คำว่า “ใบกำกับภาษี” เขียนไว้ในตำแหน่งที่เห็นชัด
- ชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษี ของผู้ขาย
- ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อ
- เลขที่ใบกำกับภาษี และเลขเล่ม (ถ้ามี)
- ชื่อสินค้า ปริมาณ และราคา
- จำนวนภาษี VAT แยกออกจากราคาสินค้าให้ชัดเจน
- วันที่ออกเอกสาร
ตัวอย่างง่ายๆ: สินค้าราคา 10,000 บาท บวก VAT 7% (700 บาท) รวมเป็น 10,700 บาท ใบกำกับภาษีต้องแยกให้เห็นชัดว่าราคาสินค้ากับ VAT เป็นคนละยอด ห้ามรวมเป็นตัวเลขเดียว
ต้องมีลายเซ็นไหม? กฎหมายไม่บังคับ แต่หลายกิจการยังคงเซ็นหรือประทับตราเพื่อความมั่นใจ ถ้าเป็น e-Tax Invoice จะใช้ลายเซ็นดิจิทัลแทน
ใบกำกับภาษี มีกี่ประเภท?
ใบกำกับภาษี มีกี่ประเภท คำตอบคือ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ใบกำกับภาษีเต็มรูป กับ ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (มาตรา 86/6) นอกจากนี้ยังมีเอกสารพ่วงคือ ใบลดหนี้ (Credit Note) และ ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note)
| หัวข้อ | ใบกำกับภาษีเต็มรูป | ใบกำกับภาษีอย่างย่อ |
| ใครออก | ผู้ประกอบการ VAT ทั่วไป | ร้านค้าปลีกขายตรงผู้บริโภค เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร |
| ข้อมูลผู้ซื้อ | ต้องระบุชื่อ-ที่อยู่ | ไม่ต้องระบุ |
| ขอคืนภาษีซื้อได้ไหม | ได้ | ไม่ได้ |
| ใช้กับ | ขายส่ง ขายให้บริษัท งาน B2B | ขายปลีกหน้าร้าน |
- ใบลดหนี้ (Credit Note): ออกเมื่อลดราคา รับคืนสินค้า หรือสินค้าเสียหายหลังออกใบกำกับภาษีไปแล้ว ทำให้ยอดลดลง
- ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note): ออกเมื่อคำนวณราคาผิดต่ำเกินไป หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มทีหลัง ทำให้ยอดเพิ่มขึ้น
ใบกำกับภาษี ต่างจาก ใบเสร็จรับเงิน อย่างไร?
ใบกำกับภาษี ต่างจาก ใบเสร็จรับเงิน ตรงที่หน้าที่การใช้งานคนละแบบ ใบกำกับภาษีคือเอกสารทางภาษี ส่วนใบเสร็จคือหลักฐานรับเงิน
| หัวข้อ | ใบกำกับภาษี | ใบเสร็จรับเงิน |
| หน้าที่ | เอกสารภาษี แสดงราคาสินค้าและ VAT | หลักฐานรับเงิน |
| ใครออก | เฉพาะผู้จด VAT | ผู้ขายทุกคน ไม่ว่าจด VAT หรือไม่ |
| ขอคืนภาษีซื้อได้ไหม | ได้ (แบบเต็มรูป) | ไม่ได้ |
| กฎหมายอ้างอิง | มาตรา 86 | มาตรา 105 |
ร้านค้าจำนวนมากเลือกทำเอกสารรวมกันเป็นฉบับเดียว เรียกว่า “ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี” โดยต้องมีข้อมูลครบตามใบกำกับภาษีเต็มรูป พร้อมระบุการรับเงินไว้ด้วย วิธีนี้เป็นที่นิยมมากในร้านค้าปลีกและธุรกิจบริการ
วิธีออกใบกำกับภาษี ต้องออกตอนไหน?
วิธีออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้องคือดูจาก “Tax Point” หรือจุดที่ต้องรับผิดชอบภาษี ไม่ใช่แค่ว่าขายเสร็จแล้วหรือยัง
- ขายสินค้า: ออกทันทีที่ส่งมอบสินค้า ยกเว้นมีการโอนกรรมสิทธิ์ ออกใบกำกับภาษี หรือรับเงินก่อนส่งมอบ ให้ใช้เหตุการณ์ที่เกิดก่อนเป็นตัวตั้ง
- รับเงินมัดจำ: ออกทันทีที่ได้รับเงิน แม้ยังไม่ส่งของ
- ให้บริการ: ออกทันทีที่ได้รับเงิน ไม่ใช่ตอนบริการเสร็จ
หลังจด VAT แล้ว มีงานที่ต้องทำต่อเนื่องทุกเดือน:
- ยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- ทำรายงานภาษีขาย สรุปใบกำกับภาษีที่ออกทั้งหมด
- ทำรายงานภาษีซื้อ สรุปใบกำกับภาษีที่ได้รับจากการซื้อ
- ทำรายงานสินค้าคงเหลือ (ถ้ามีสต๊อก)
4 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนออกใบกำกับภาษี
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เดือดร้อนบ่อยที่สุดมี 4 อย่าง ดังนี้
- พิมพ์เลขผู้เสียภาษีผิด: ลูกค้าใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อไม่ได้ อาจโดนตรวจสอบย้อนหลัง
- ไม่แยกราคาสินค้ากับ VAT: เช่นเขียนรวมยอด 10,700 บาทเฉย ๆ ไม่บอกว่าแยกเป็นเท่าไหร่ ถือว่าเอกสารไม่สมบูรณ์
- ออกช้ากว่า Tax Point: เช่น รับมัดจำแล้วไม่ออกใบกำกับภาษีทันที รอไปออกตอนส่งของ ถือว่าผิดกำหนดเวลา
- ออกใบอย่างย่อให้ลูกค้าบริษัท: ทำให้ลูกค้าเอาไปขอคืนภาษีไม่ได้ ควรออกใบเต็มรูปให้ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลเสมอ
ออกใบกำกับภาษีผิดหรือไม่ออก มีโทษอะไรบ้าง?
การไม่ออกใบกำกับภาษี หรือออกผิด มีโทษตามกฎหมายชัดเจน ดังนี้
- ไม่ออกเอกสาร หรือออกไม่ทันเวลา: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 90(12))
- ยื่น ภ.พ.30 ล่าช้าหรือไม่ยื่น: เสียเบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
- จงใจทำใบกำกับภาษีปลอม หรือใช้ใบปลอม: ผิดตามมาตรา 90/4 มีทั้งปรับและจำคุก 3 เดือน ถึง 7 ปี พร้อมปรับ 2,000-200,000 บาท ถือเป็นความผิดที่สรรพากรตรวจเข้มที่สุด
ข้อควรระวัง: แม้ผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ เช่น พิมพ์เลขผู้เสียภาษีผิด หรือลืมแยกยอด VAT ก็อาจถูกสรรพากรตรวจสอบย้อนหลังได้ ควรเช็กความถูกต้องทุกครั้งก่อนส่งให้ลูกค้า
ต้องเก็บใบกำกับภาษีไว้นานแค่ไหน?
ต้องเก็บใบกำกับภาษีไว้อย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ทำรายงานภาษี
- เก็บมาตรฐาน: 5 ปี
- ถ้าสรรพากรร้องขอ: เจ้าหน้าที่สั่งให้เก็บต่อได้อีกไม่เกิน 2 ปี รวมสูงสุด 7 ปี โดยเฉพาะช่วงถูกตรวจสอบภาษี
- เก็บแบบไหนได้บ้าง: เก็บกระดาษหรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ถ้าใช้ e-Tax Invoice หรือโปรแกรมบัญชีที่ได้มาตรฐาน
คำแนะนำ: จัดเก็บแยกตามเดือนและปีภาษีให้เป็นระบบ จะได้หาเจอเร็วเวลาถูกเรียกตรวจ
ใบกำกับภาษีปลอม สังเกตและป้องกันได้อย่างไร?
ใบกำกับภาษีปลอม หรือ “ใบผี” คือเอกสารที่ออกทั้งที่ไม่มีการซื้อขายจริง มักถูกใช้เพื่อสร้างภาษีซื้อปลอมและหนีภาษี สรรพากรตรวจเรื่องนี้เข้มขึ้นมากในช่วงหลัง
สัญญาณที่ควรระวัง:
- ตรวจสอบตัวตนผู้ออกไม่ได้ หรือเลขผู้เสียภาษีไม่ตรงกับข้อมูลจริง
- มีคนเสนอขายใบกำกับภาษีทั้งที่ไม่มีสินค้า/บริการจริง มักแถมส่วนลดจากยอด VAT
- ที่อยู่หรือกิจการติดต่อไม่ได้จริง หรือเพิ่งจดทะเบียนแล้วหายไปทันที
วิธีป้องกัน:
- เช็กเลขผู้เสียภาษีของคู่ค้า ผ่านระบบตรวจสอบผู้ประกอบการ VAT ของกรมสรรพากรก่อนทำธุรกรรม
- เก็บหลักฐานการซื้อขายจริง เช่น ใบสั่งซื้อ สัญญา หลักฐานขนส่งและการจ่ายเงิน คู่กับใบกำกับภาษีเสมอ
- ใช้ e-Tax Invoice หรือโปรแกรมบัญชีที่ตรวจสอบได้ ลดโอกาสรับใบปลอมโดยไม่รู้ตัว
FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบกำกับภาษี
รวมทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับใบกำกับภาษี! ตอบชัด ครบ จบ ทุกข้อสงสัย เพื่อให้คุณจัดการเอกสารทางภาษีได้อย่างถูกต้อง ไม่มีผิดพลาด
1. ทำไมจึงต้องขอใบกำกับภาษี?
เพื่อใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อ นำไปหักภาษีขาย หรือขอคืนภาษีจากสรรพากรตามสิทธิ รวมถึงใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายทางบัญชี
2. ใบกำกับภาษีหาย ทำอย่างไร?
ขอใบแทนจากผู้ออกเอกสารเดิมได้ โดยต้องเขียนคำว่า “ใบแทน” ระบุเล่มที่ เลขที่ และวันที่ของใบเดิม แล้วบันทึกในรายงานภาษีขายเดือนที่ออกใบแทน
3. บุคคลธรรมดาขอใบกำกับภาษีได้ไหม?
หากตัวผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT จะ ไม่สามารถ นำใบกำกับภาษีไปขอคืนภาษีได้ แต่สามารถใช้เป็นหลักฐานการซื้อขายหรือใช้ลดหย่อนภาษีตามโครงการของรัฐ (ถ้ามี) ได้ค่ะ
4. ต้องออกใบกำกับภาษีภายในกี่วัน?
ต้องออกทันทีที่ถึง Tax Point เช่น วันส่งของหรือวันรับเงิน ไม่มีเวลาผ่อนผัน
5. Tax Invoice ต้องเป็นภาษาอะไร?
ต้องเป็นภาษาไทย และหน่วยเงินบาท ถ้าอยากทำเป็นภาษาอังกฤษหรือสกุลเงินอื่น ต้องขออนุญาตอธิบดีกรมสรรพากรก่อน
ออกใบกำกับภาษีให้เป๊ะ ไร้ข้อผิดพลาด! ลดความเสี่ยงโดนย้อนหลังด้วย OFM x PEAK
ใบกำกับภาษีถือเป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ทุกคนต้องออกให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 86 และ 86/4 ทั้งเรื่องข้อมูลบังคับ 7 ข้อ ประเภทเอกสาร และจังหวะเวลาตาม Tax Point เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้ลูกค้าไม่สามารถนำไปขอคืนภาษีได้ หรือทำให้ธุรกิจเสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลัง
จัดการเรื่องภาษีและงานบริหารง่ายๆ ด้วยการเตรียมกระดาษและอุปกรณ์สำนักงานคุณภาพสูงจาก OFM ที่ช่วยให้เอกสารของคุณเป๊ะ เป็นระเบียบ ชัดเจน และน่าเชื่อถือ พร้อมสั่งซื้อง่าย สะดวก รวดเร็ว มีบริการส่งฟรี*ถึงที่ จัดการเอกสารได้เป็นระเบียบยิ่งขึ้นเมื่อใช้คู่กับ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ช่วยออกและบันทึกใบกำกับภาษีได้ถูกต้อง แม่นยำ ไร้ข้อผิดพลาด ลดความเสี่ยงภาษีแบบมืออาชีพ
- ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
- คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
- PEAK Call Center : 1485
- LINE : @peakaccount
- สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

