ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ข้อบังคับใหม่จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล หรือ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน โดยมีการปรับโครงสร้างราคาใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
โดยมีการปรับโครงสร้างราคาใหม่ให้ถูกลงเล็กน้อยสำหรับผู้ที่เดินทางระยะไกล พร้อมกำหนดสิทธิลดหย่อนและยกเว้นค่าโดยสารสำหรับกลุ่มบุคคลเฉพาะ
Key Takeaways
- ค่าโดยสาร: เริ่มต้นที่ 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 44 บาทต่อเที่ยว
- วันที่มีผล: วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
- กลุ่มได้สิทธิ์พิเศษ: ผู้สูงอายุ (ลด 50%), เด็กความสูงไม่เกิน 120 ซม. (ฟรี), ผู้พิการ (ฟรี)
- แหล่งข้อมูล: ตรวจสอบค่าโดยสารและประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ รฟม. หรือแอปพลิเคชัน MRT
อัปเดตค่าโดยสารใหม่! MRT สายสีน้ำเงิน ปรับราคาเป็น 17-44 บาท เริ่ม 3 ก.ค. 2569
ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศข้อบังคับใหม่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่าด้วยการปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) โดยมีการปรับโครงสร้างราคาใหม่ให้ถูกลงเล็กน้อยสำหรับผู้ที่เดินทางระยะไกล พร้อมกำหนดสิทธิลดหย่อนและยกเว้นค่าโดยสารสำหรับกลุ่มบุคคลเฉพาะ ดังนี้
รายละเอียดอัตราค่าโดยสารใหม่
- ค่าโดยสารเริ่มต้น: 17 บาท และสูงสุดไม่เกิน 44 บาท (ปรับลดลงจากเดิมที่สูงสุด 45 บาท)
- นั่งยาวคุ้มกว่า: สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางตั้งแต่ 12 สถานีขึ้นไป อัตราค่าโดยสารจะถูกตรึงไว้คงที่ที่ 44 บาทเท่านั้น
สิทธิพิเศษและส่วนลดสำหรับเฉพาะกลุ่ม
- ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป): รับส่วนลดกึ่งหนึ่ง (50%) จากอัตราค่าโดยสารปกติ
- เด็ก (ส่วนสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร): ได้รับยกเว้นค่าโดยสาร (เดินทางฟรี)
- ผู้พิการ: ได้รับยกเว้นค่าโดยสาร (เดินทางฟรี)
⚠️ หมายเหตุสำหรับผู้พิการ: จะต้องแสดงบัตรประจำตัวคนพิการที่ออกโดยหน่วยงานราชการ แก่เจ้าหน้าที่ก่อนเข้าใช้บริการทุกครั้ง
👉 คลิกอ่าน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับเต็มได้ที่นี่ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/113789.pdf
เปรียบเทียบราคาค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงินเดิม vs ราคาใหม่
เตรียมกระเป๋าตังค์ให้พร้อม! เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา (ประกาศเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2569) ได้เผยแพร่ข้อบังคับ รฟม. ว่าด้วยการกำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ทำไมถึงปรับขึ้น?
การปรับปรุงอัตราค่าโดยสารในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขใน “สัญญาสัมปทาน” ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน โดยจะมาแทนที่ข้อบังคับเดิมที่เคยใช้เมื่อปี 2567
เช็กเรตราคาใหม่! แยกตามจำนวนสถานี
- 1 สถานี ค่าโดยสาร 17 บาท
- 2 สถานี ค่าโดยสาร 20 บาท
- 3 สถานี ค่าโดยสาร 22 บาท
- 4 สถานี ค่าโดยสาร 25 บาท
- 5 สถานี ค่าโดยสาร 27 บาท
- 6 สถานี ค่าโดยสาร 29 บาท
- 7 สถานี ค่าโดยสาร 32 บาท
- 8 สถานี ค่าโดยสาร 34 บาท
- 9 สถานี ค่าโดยสาร 37 บาท
- 10 สถานี ค่าโดยสาร 39 บาท
- 11 สถานี ค่าโดยสาร 42 บาท
- 12 สถานีขึ้นไป ค่าโดยสาร 44 บาท
ตารางเปรียบเทียบค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงิน (เก่า VS ใหม่)
| จำนวนสถานีที่เดินทาง | ราคาเดิม (ปี 2567 – ปัจจุบัน) | ราคาใหม่ (เริ่ม 3 ก.ค. 2569) | การเปลี่ยนแปลง |
| 1 สถานี | 17 บาท | 17 บาท | เท่าเดิม |
| 2 สถานี | 20 บาท | 20 บาท | เท่าเดิม |
| 3 สถานี | 22 บาท | 22 บาท | เท่าเดิม |
| 4 สถานี | 25 บาท | 25 บาท | เท่าเดิม |
| 5 สถานี | 27 บาท | 27 บาท | เท่าเดิม |
| 6 สถานี | 30 บาท | 29 บาท | 📉 ลดลง 1 บาท |
| 7 สถานี | 32 บาท | 32 บาท | เท่าเดิม |
| 8 สถานี | 35 บาท | 34 บาท | 📉 ลดลง 1 บาท |
| 9 สถานี | 37 บาท | 37 บาท | เท่าเดิม |
| 10 สถานี | 40 บาท | 39 บาท | 📉 ลดลง 1 บาท |
| 11 สถานี | 42 บาท | 42 บาท | เท่าเดิม |
| 12 สถานีขึ้นไป | 45 บาท | 44 บาท | 📉 ลดลง 1 บาท |
💡 สรุปภาพรวมการเปลี่ยนแปลง
- สถานีที่ราคาเท่าเดิม: ช่วงการเดินทางสั้นๆ 1-5 สถานีแรก รวมถึง 7, 9 และ 11 สถานี ยังคงจ่ายในราคาเดิม
- สถานีที่ราคาลดลง 1 บาท: ได้แก่ผู้ที่เดินทางจำนวน 6, 8, 10 และ 12 สถานีขึ้นไป
- ราคาจ่ายสูงสุด: ปรับลดเพดานสูงสุดจากเดิม 45 บาท เหลือสูงสุด 44 บาท
วางแผนการเงินอย่างไรให้กระทบเรื่องการปรับค่าโดยสารน้อยที่สุด
การปรับเปลี่ยนราคาค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงินอาจทำให้ใครหลายคนต้องปรับตัว ผมแนะนำเทคนิคการจัดการค่าเดินทางดังนี้ครับ:
- ใช้บัตรใบเดียว: การใช้บัตรเติมเงิน (Stored Value Card) แทนการซื้อเหรียญเป็นรายเที่ยว ช่วยให้คุณตรวจสอบประวัติค่าใช้จ่ายผ่านแอปฯ ได้ง่ายขึ้น ทำให้รู้ทันทีว่าในแต่ละเดือนเราเสียค่าเดินทางไปเท่าไหร่
- ประเมินทางเลือกการเดินทาง: การใช้บัตรโดยสารประเภทเติมเที่ยวหรือโปรโมชั่นรายเดือน (หากมี) จะช่วยประหยัดต้นทุนเฉลี่ยต่อเที่ยวได้มากกว่าการซื้อเหรียญโดยสารรายครั้ง
- อัปเดตสิทธิ์เสมอ: หากคุณอยู่ในกลุ่มได้รับส่วนลด อย่าลืมตรวจสอบว่าบัตรของคุณได้รับการตั้งค่าส่วนลดในระบบล่าสุดแล้วหรือยัง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ส่วนลด 50% เมื่อมีการปรับระบบใหม่
OFM Tip: สำหรับคนเมืองที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทุกวัน การแตะบัตรเข้า-ออกสถานีให้รวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ แนะนำให้เลือกใช้ ซองใส่บัตร (Card Holder) หรือสายคล้องบัตร ที่มีช่องแยกชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณของบัตร MRT ไปชนกับคีย์การ์ดออฟฟิศหรือบัตรรถไฟฟ้าสายอื่น แถมยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องบัตรหายและประหยัดเวลาในการรื้อกระเป๋าได้เยอะเลย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สรุปครบจบทุกข้อสงสัย ปรับราคาใหม่ MRT สายสีน้ำเงิน
จ่ายเท่าไหร่? ใครได้ลดหย่อนบ้าง? เช็กคำตอบเรื่องการปรับค่าโดยสารใหม่ของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (17 – 44 บาท) ได้ที่นี่ เพื่อสิทธิ์ประโยชน์ในการเดินทางของคุณ
1. ปรับราคาครอบคลุมสายสีม่วงด้วยไหม
ไม่ค่ะ การปรับราคาครั้งนี้เฉพาะ MRT สายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) เท่านั้น สายสีม่วงยังคงใช้อัตราเดิมตามประกาศของ รฟม.
2. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับผลกระทบไหม
ผู้ถือบัตรฯ ยังคงได้รับสิทธิ์ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการช่วยเหลือผ่านรูปแบบอื่น แนะนำให้ติดตามประกาศจากกระทรวงคมนาคมเพิ่มเติมค่ะ
3. ราคา 44 บาท คือสูงสุดแล้วใช่ไหม
ใช่ค่ะ สำหรับการเดินทางในสายสีน้ำเงิน 12 สถานีขึ้นไป จะจ่ายสูงสุดเพียง 44 บาทเท่านั้น ซึ่งปรับลดลงจากเดิมที่เคยจัดเก็บสูงสุด 45 บาท
เตรียมพร้อมรับราคาใหม่ พร้อมตัวช่วยจัดการตารางชีวิตและการเงินแบบมืออาชีพ
การปรับราคาครั้งนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้คุณจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและการวางแผนเดินทางได้อย่างราบรื่นที่สุด สามารถเช็กราคาและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mrta.co.th
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้การเดินทางไปทำงานในทุกๆ วันของคุณคล่องตัวและเป็นระเบียบยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าใส่บัตรดีไซน์สวย, ซองใส่คีย์การ์ดพกพาง่าย หรือสายคล้องบัตรพนักงานคุณภาพดี ที่ช่วยคอมพลีทลุควันทำงานให้ดูโปรและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
สามารถเลือกช้อปอุปกรณ์สำนักงานครบวงจรได้ที่ OFM เรามีไอเทมที่พร้อมสนับสนุนทุกการเดินทางของคุณ พร้อมโปรโมชั่นดีๆ ที่รอคุณอยู่ คลิกเลยเพื่อเริ่มวางแผนวันใหม่ให้คุ้มค่าที่สุด!

