ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SME หรือดูแลออฟฟิศเล็ก ๆ ลองนึกดูว่าเดือนหนึ่งออฟฟิศคุณเปลี่ยนตลับหมึกเครื่องปริ้นกี่ครั้ง? ตลับละเท่าไหร่? แล้วรวมทั้งปีเป็นเงินเท่าไหร่?
หลาย SME อาจไม่เคยนั่งคิดเรื่องนี้จริงจัง เพราะ “ค่าหมึกปริ้น” ดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่จ่ายไปโดยไม่ได้สังเกต แต่พอคำนวณจริง ๆ ออฟฟิศที่พิมพ์งานวันละ 30-50 แผ่น อาจเสียค่าตลับหมึกปีละหลายหมื่นบาทโดยไม่รู้ตัว ยิ่งถ้าต้องพิมพ์สีด้วย ค่าตลับสียิ่งแพงหนักเข้าไปอีก
นอกจากเรื่องเงินแล้ว ยังมีปัญหาที่ SME เจอบ่อย ๆ กับเครื่องปริ้น เช่น ตลับหมึกหมดกลางคันตอนต้องพิมพ์งานด่วน หมึกแห้งเพราะไม่ได้ใช้สักพัก หรือเครื่องปริ้นเก่าที่ช้าจนพนักงานต้องต่อคิวรอ ปัญหาเหล่านี้ฟังดูเล็กน้อย แต่สะสมแล้วกินทั้งเวลาและเงินไปไม่น้อย
Key Highlight:
- SME หลายแห่งเสียเงินไปกับค่าตลับหมึกเครื่องปริ้นมากกว่าที่คิด บางออฟฟิศเปลี่ยนตลับเดือนละ 1-2 ครั้ง คิดเป็นต้นทุนหลายพันบาทต่อเดือน เครื่องปริ้น Ink Tank ที่ใช้ระบบเติมหมึกจากขวดแทนตลับ ช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้อย่างชัดเจน
- หมึก 1 ขวดของเครื่องปริ้น Ink Tank พิมพ์ได้ตั้งแต่ 4,500-7,700 หน้า เทียบกับตลับหมึกแบบเดิมที่พิมพ์ได้เพียง 200-400 หน้าต่อตลับ ต้นทุนต่อแผ่นจึงต่ำกว่าหลายเท่า
- การเลือกเครื่องปริ้น Ink Tank ที่เหมาะกับ SME ไม่ได้ยุ่งยาก แค่ดูว่าทีมมีกี่คน ใช้งานแบบไหน ต้องพิมพ์สีไหม ต้องสแกน/แฟกซ์ไหม ก็เลือกได้ตรงจุด
ทำไม SME ยุคนี้ถึงหันมาใช้เครื่องปริ้น Ink Tank?
Ink Tank คืออะไร? พาเข้าใจง่าย ๆ ใน 1 นาที
เครื่องปริ้น Ink Tank หรือ “เครื่องปริ้นระบบเติมหมึก” เป็นเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทที่ใช้ถังหมึกขนาดใหญ่ในตัวเครื่องแทนตลับหมึกแบบเดิม เวลาหมึกหมดก็แค่เปิดฝาถังแล้วเทหมึกจากขวดลงไป ไม่ต้องเปลี่ยนตลับใหม่ทั้งชิ้น
พูดง่าย ๆ คือ เหมือนเครื่องปริ้นทั่วไป แต่เปลี่ยนจาก “ซื้อตลับใหม่ทุกเดือน” มาเป็น “เติมหมึกจากขวด ใช้ได้เป็นพันหน้า” ซึ่งต้นทุนต่อแผ่นถูกกว่าระบบตลับหมึกแบบเดิมหลายเท่า
แต่ละแบรนด์มีชื่อเรียกระบบนี้ต่างกันไป เช่น Epson เรียกว่า EcoTank, HP เรียกว่า Smart Tank, Canon เรียกว่า MegaTank ส่วน Brother ใช้ชื่อ Ink Tank ตรง ๆ แต่หลักการทำงานเหมือนกันหมด
ประหยัดกว่าตลับหมึกเดิมจริงไหม?
ลองเทียบกันตรง ๆ หมึก 1 ขวดของเครื่องปริ้น Ink Tank พิมพ์ได้ประมาณ 4,500-7,700 หน้า ในขณะที่ตลับหมึกแบบเดิมพิมพ์ได้แค่ 200-400 หน้าต่อตลับ แปลว่าหมึก 1 ขวดเท่ากับตลับหมึกเดิมประมาณ 10-20 ตลับเลยทีเดียว
สำหรับ SME ที่พิมพ์งานวันละ 30-50 แผ่น ระบบ Ink Tank อาจช่วยลดค่าหมึกลงได้มากกว่าครึ่ง เมื่อเทียบกับการซื้อตลับหมึกเปลี่ยนทุกเดือน
แล้ว Ink Tank กับ Laser ต่างกันยังไง?
| ประเภทเครื่อง | เหมาะกับใคร | จุดเด่นหลัก |
| Laser Printer | ออฟฟิศที่พิมพ์ขาวดำปริมาณสูงมาก (เกิน 3,000 หน้า/เดือน) ไม่ค่อยพิมพ์สี | ความเร็วสูง เหมาะกับงานปริมาณมาก |
| Ink Tank Printer | SME ที่ต้องพิมพ์ทั้งสีและขาวดำ ต้องการต้นทุนรวมต่ำ และอยากได้เครื่อง All-in-One | ต้นทุนต่อหน้าต่ำ พิมพ์สีได้คุ้มค่า และทำได้ครบในเครื่องเดียว |
เลือกเครื่องปริ้น Ink Tankสำหรับ SME ยังไงให้ตรงจุด?
ไม่ต้องเป็น IT ก็เลือกเครื่องปริ้นได้ แค่ตอบคำถามง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ ก็รู้แล้วว่าออฟฟิศคุณต้องการเครื่องแบบไหน
- ขนาดทีม & ปริมาณงานพิมพ์
- ทีม 1–5 คน พิมพ์เอกสารทั่วไป → รุ่นเริ่มต้นก็พอ
- ทีม 5–15 คน พิมพ์พร้อมกันบ่อย → เลือกรุ่นที่เร็วขึ้น รองรับกระดาษได้มากขึ้น ลดปัญหาคอขวด
- ต้องการฟังก์ชันอะไรบ้าง?
- แค่พิมพ์อย่างเดียว หรืออยากได้แบบ All-in-One (พิมพ์/สแกน/ถ่ายเอกสาร)
- หากต้องส่งแฟกซ์เป็นประจำ เช่น สำนักงานกฎหมาย คลินิก โรงงาน → เลือกรุ่น 4-in-1 ที่มีแฟกซ์ในตัว
- รองรับ Wi-Fi และการเชื่อมต่อครบไหม?
- ควรมี Wi-Fi เพื่อสั่งพิมพ์จากคอมและมือถือได้
- ออฟฟิศ 5 คนขึ้นไป แนะนำมี Ethernet (สาย LAN) เพิ่มความเสถียร
- รองรับแอปมือถือ ยิ่งช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น
เครื่องปริ้น Ink Tankแนะนำสำหรับ SME แต่ละขนาด
SME ทีมเล็ก (1-5 คน) — เน้นประหยัด ใช้งานง่าย
ถ้าออฟฟิศมี 1-5 คน พิมพ์เอกสารทั่วไปอย่างใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สแกนเอกสารบ้างเป็นครั้งคราว ปริมาณพิมพ์ไม่เกิน 800 หน้าต่อเดือน เครื่อง Ink Tank รุ่นเริ่มต้นก็ตอบโจทย์ได้ดีแล้ว
สิ่งที่ควรมี: พิมพ์ / สแกน / ถ่ายเอกสาร (3-in-1), Wi-Fi, รองรับ A4
EPSON เครื่องปริ้นเตอร์มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ท รุ่น Tank L3250 สีดำ
มัลติฟังก์ชั่น HP Smart Tank 580 All-in-One
ดูเพิ่มเติมใน เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์แทงค์
SME ทีมกลาง (5-15 คน) ต้องเร็วขึ้น จุกระดาษมากขึ้น
ถ้าออฟฟิศเริ่มมีคนมากขึ้น พิมพ์งานหลากหลายทั้งรายงาน สัญญา Proposal งานนำเสนอที่ต้องพิมพ์สี และต้องสแกนเอกสารบ่อย ปริมาณพิมพ์ 800-2,000 หน้าต่อเดือน ควรเลือกรุ่นที่แรงกว่าเดิม
สิ่งที่ควรมี: 3-in-1, Wi-Fi + Ethernet, ADF (ป้อนเอกสารอัตโนมัติสำหรับสแกนหลายหน้า), พิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ, ถาดกระดาษ 250 แผ่นขึ้นไป
BROTHER INK TANK PRINTER รุ่น MFC-T920DW
SME ที่ต้องพิมพ์งานขนาดใหญ่ (A3) — สถาปนิก ดีไซเนอร์ การตลาด
ถ้าธุรกิจต้องพิมพ์แบบแปลน โปสเตอร์ หรือเอกสารขนาด A3 เป็นประจำ ก็มีเครื่องปริ้น Ink Tank ที่รองรับ A3 โดยเฉพาะ ราคาสูงกว่ารุ่น A4 แต่ถ้าต้องพิมพ์ A3 บ่อย ๆ คุ้มกว่าส่งไปพิมพ์ร้านแน่นอน
สิ่งที่ต้องมี: รองรับ A3/A3+, ADF, Wi-Fi + Ethernet
EPSON เครื่องปริ้นเตอร์มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ท รุ่น L14150 สีดำ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องปริ้น Ink Tank
Q1: เครื่องปริ้น Ink Tankหมึกแห้งง่ายไหม ถ้าไม่ค่อยได้ใช้?
A: หมึกในระบบ Ink Tank มีโอกาสแห้งน้อยกว่าระบบตลับ เพราะปริมาณหมึกในถังเยอะกว่ามาก แต่ถ้าไม่ได้ใช้นานเกิน 2-3 สัปดาห์ แนะนำให้เปิดเครื่องแล้วสั่งพิมพ์ทดสอบสักหน้าหนึ่ง เพื่อให้หมึกไหลเวียนและป้องกันหัวพิมพ์อุดตัน
Q2: เติมหมึกเอง ยุ่งยากไหม?
A: ง่ายมาก ขวดหมึกของเครื่องปริ้น Ink Tank รุ่นใหม่ออกแบบมาให้เทลงถังได้เลย มีระบบหยุดไหลอัตโนมัติเมื่อเต็ม ไม่ต้องกลัวหมึกล้นเลอะ ใครก็เติมได้
Q3: ควรซื้อหมึกเติมของแท้หรือเทียบเท่าดี?
A: แนะนำให้ใช้หมึกของแท้จากแบรนด์เครื่อง เพราะหมึกเทียบเท่าอาจทำให้หัวพิมพ์อุดตันหรือสีผิดเพี้ยน
เปลี่ยนเป็น Ink Tank วันนี้ ลดต้นทุนยาว ๆ แบบเห็นผลจริง
สำหรับ SME ที่กำลังมองหาทางลดต้นทุนในออฟฟิศ เครื่องปริ้น Ink Tank เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ “ลงทุนน้อย แต่เห็นผลชัด” เพราะค่าหมึกพิมพ์เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกเดือน แค่เปลี่ยนจากระบบตลับมาเป็นระบบเติมหมึก ก็ประหยัดได้ทันทีและสะสมเป็นเงินก้อนโตในระยะยาว
💡 ที่ OFM มีเครื่องปริ้น Ink Tank หลากหลายแบรนด์และรุ่น พร้อมหมึกเติมของแท้และอุปกรณ์เสริม ไม่ว่า SME ของคุณจะเล็กหรือกลาง OFM พร้อมช่วยเลือกเครื่องปริ้นที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับทีมคุณ ช้อปเลยที่ OFM
ดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่! 🔥
🛍️ ซื้อครบ 999.- ใส่โค้ด “NEW10” รับส่วนลด 10% (สูงสุด 1,000 บาท)
💥รับคะแนน The 1 X3 (1,000 บาท)
🎯 ยิ่งช้อป ยิ่งลด! อย่าพลาดดีลสุดคุ้มวันนี้!
📌 ช้อปเลย 👉 https://www.ofm.co.th

