กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง คือสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมีไว้พร้อมหยิบเมื่อเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและมีชีวิตรอดได้อย่างน้อย 3 วันระหว่างรอคอยการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ได้ย้ำเตือนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ภายใต้แนวคิด “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” OFM (OfficeMate)ได้รวบรวมข้อสรุปตามประกาศของ ปภ. ให้คุณอ่านเข้าใจง่ายและลงมือจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋าได้ทันทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน
Key Takeaways
- คำนวณปัจจัย 4 ให้เพียงพอ 3 วัน (โดยเฉพาะน้ำ): คำนวณตามจำนวนสมาชิกในบ้าน โดยเตรียมน้ำดื่ม 3 ลิตร/คน/วัน (เช่น ครอบครัว 4 คน = 36 ลิตร) พร้อมอาหารพร้อมทาน ยาประจำตัว ยาสามัญ และชุดปฐมพยาบาล
- ครบถ้วนตาม 6 หมวดมาตรฐาน ปภ.: จัดสิ่งของให้ครอบคลุม 6 หมวด ได้แก่ (1) ยาและสุขภาพ (2) อาหารและน้ำ (3) อุปกรณ์สื่อสาร/เครื่องมือ (4) เอกสารสำคัญและเงินสด (5) สุขอนามัย และ (6) เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
- ป้องกันของเสียหายด้วยถุงกันน้ำ: แยกเก็บเอกสารสำคัญ (บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, กุญแจสำรอง) เงินสด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ในซองหรือถุงซิปล็อกกันน้ำ
- กระเป๋าต้องคล่องตัวและวางในจุดที่หยิบง่าย: เลือกใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังที่เบากันน้ำ เพื่อเปิดว่างสองมือไว้ช่วยเหลือตนเอง/ผู้อื่น และจัดวางไว้ใกล้ประตูทางออกพร้อมแจ้งให้ทุกคนในบ้านทราบตำแหน่ง
- หมั่นตรวจเช็กและอัปเดตสม่ำเสมอ: ตรวจสภาพวันหมดอายุของอาหาร น้ำ ยา ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ให้เต็ม และอัปเดตขนาดเสื้อผ้าของคนในบ้านเป็นประจำเพื่อให้พร้อมใช้งานจริงตลอดเวลา
72 ชั่วโมงแรกหลังภัยพิบัติ ทำไม “กระเป๋าฉุกเฉิน” ถึงเป็นสิ่งจำเป็น?
ทำไมต้องเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง”? เพราะ 3 วันแรกหลังเกิดภัยพิบัติ คือช่วงที่เราต้องดูแลตัวเองและครอบครัวให้ปลอดภัย เพื่อรอความช่วยเหลือจากภาครัฐที่กำลังกระจายลงพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการรับมือภัยทุกประเภท ทั้งภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม แผ่นดินไหว) และภัยจากมนุษย์ (ไฟไหม้ จลาจล)
ไม่ว่าจะใช้หยิบหนีออกจากพื้นที่ หรืออยู่อาศัยในบ้านช่วงสภาวะวิกฤต การมีอาหาร น้ำ และเวชภัณฑ์พร้อม จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ไม่คาดคิดไปได้
กระเป๋าฉุกเฉิน ต้องมีอะไรบ้าง? สรุป 6 หมวดตาม ป ภ ประกาศ ล่าสุด
ถ้าสงสัยว่ากระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงมีอะไรบ้าง ปภ. แบ่งของจำเป็นไว้ 6 หมวด ได้แก่ ยาและสุขภาพ อาหารและน้ำ อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ เอกสารและเงิน สุขอนามัยส่วนบุคคล และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ดูตารางสรุปก่อน แล้วค่อยไล่ทีละหมวดด้านล่าง
| หมวด | ของที่ต้องมี (ตามประกาศ ปภ.) |
| 1. ยาและสุขภาพ | ชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว เอกสารประวัติการรักษา |
| 2. อาหารและน้ำ | น้ำดื่มสะอาด 3 ลิตร/คน/วัน อาหารพร้อมทาน ขนมให้พลังงาน อาหารเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย |
| 3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ | โทรศัพท์ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุทรานซิสเตอร์ นกหวีด เทียนไข ไฟแช็ก สมุด ปากกา มีดพก กรรไกร เชือก เทป |
| 4. เอกสารและเงิน | สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพ ใบขับขี่ สมุดบัญชี โฉนดที่ดิน กุญแจสำรองบ้าน/รถ เงินสด |
| 5. สุขอนามัยส่วนบุคคล | ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ ถุงขยะ |
| 6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม | เสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่มหรือถุงนอน |
1. ยาและสุขภาพ
เริ่มจากชุดปฐมพยาบาลกับยาสามัญประจำบ้าน แล้วใส่ยาประจำตัวของคนในบ้านเพิ่มเข้าไป พร้อมเอกสารประวัติการรักษา ใครยังไม่มีของชุดนี้ ดูอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและดูแลสุขภาพที่ OFM ประกอบได้
2. อาหารและน้ำ
เรื่องน้ำ ปภ. ให้เตรียม 3 ลิตรต่อคนต่อวัน ลองคูณง่าย ๆ บ้านที่มี 4 คน ต้องมีน้ำอย่างน้อย 36 ลิตร (3 ลิตร × 4 คน × 3 วัน) ส่วนอาหารให้เน้นแบบพร้อมทานกับขนมที่ให้พลังงาน ถ้าบ้านไหนมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ก็เตรียมอาหารเฉพาะของกลุ่มนี้เพิ่มไว้ด้วย ถ้าอยากซื้อรวดเดียว มีน้ำดื่มและอาหารสำหรับสำรองให้เลือกที่นี่
หากเทียบกับเกณฑ์ต่างประเทศ FEMA (Ready.gov) (สหรัฐฯ) แนะนำน้ำราว 3.7 ลิตรต่อคนต่อวันเพื่อการดื่มและสุขอนามัย ขณะที่ The Sphere Handbook กำหนดน้ำใช้รวมขั้นต่ำในพื้นที่ประสบภัยไว้ที่ 15 ลิตรต่อคนต่อวัน ซึ่งในส่วนของการบริโภคก็ใกล้เคียงกับเกณฑ์ 3 ลิตรของ ปภ.
3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ
หมวดนี้ของเยอะที่สุด ตั้งแต่โทรศัพท์ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง นกหวีด เทียนไข ไฟแช็ก ไปจนถึงสมุด ปากกา มีดพก กรรไกร เชือก และเทป ที่ ปภ. ให้ใส่วิทยุทรานซิสเตอร์ด้วย เพราะถ้าสัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาด วิทยุยังใช้ฟังข่าวสารได้ รายการไหนยังขาด เลือกอุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือฉุกเฉินเพิ่มได้เลย
4. เอกสารและเงิน
ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพ ใบขับขี่ และเอกสารสำคัญอื่น ๆ เก็บในซองกันน้ำ ส่วนเงินสดแยกใส่ถุงซิปล็อกกันน้ำ เผื่อไว้ใช้ตอนธุรกรรมออนไลน์ใช้งานไม่ได้ อย่าลืมกุญแจสำรองบ้านและรถด้วย สำหรับซองและอุปกรณ์จัดเก็บเอกสารดูได้ที่ลิงก์นี้
5. สุขอนามัยส่วนบุคคล
ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ และถุงขยะ เป็นของใช้พื้นฐานที่ต้องมีติดกระเป๋า หยิบของใช้สุขอนามัยส่วนตัวไปจัดลงกระเป๋าได้ทันที
6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม
เตรียมเสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก และผ้าห่มหรือถุงนอน ให้พอใช้ในช่วงเผชิญเหตุแรก ถ้ายังไม่ครบ สามารถเลือกดูเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มสำรองไว้ก่อน
เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ทำยังไง? 6 ขั้นตอนง่าย ๆ พร้อมจุดวางที่หยิบง่ายสุด
เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ได้ใน 6 ขั้นตอน สามารถดูขั้นตอนได้ที่ด้านล่างนี้เลย
- เลือกกระเป๋า เอาแบบน้ำหนักเบา กันน้ำได้ พกง่าย เป้สะพายหลังดีที่สุด เพราะมือว่างไว้ช่วยตัวเองหรือช่วยคนอื่นได้
- นับสมาชิกในบ้าน คำนวณน้ำและอาหารตามจำนวนคน คูณ 3 วัน
- จัดของตาม 6 หมวด เริ่มจากน้ำ อาหาร ยา เอกสาร แล้วค่อยเติมอุปกรณ์อื่น
- แยกของที่กลัวน้ำ เอกสาร เงินสด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใส่ซองหรือถุงซิปล็อก
- ลองยกและแบกจริง ต้องหยิบแล้วเดินได้ทันที ถ้าหนักไป ให้ตัดของออก
- วางไว้จุดหยิบง่าย เช่น ใกล้ประตูทางออก และบอกให้ทุกคนในบ้านรู้ว่าวางไว้ตรงไหน
ดูแล “กระเป๋าฉุกเฉิน” ยังไงให้พร้อมใช้ตลอด
ต้องเช็กสภาพของและวันหมดอายุสม่ำเสมอ อธิบดี ปภ. ย้ำว่า “ต้องตรวจเช็กสภาพการใช้งาน และวันหมดอายุอยู่เสมอ” เพราะกระเป๋าที่ของหมดอายุหรือใช้ไม่ได้ ก็ช่วยเราไม่ได้ตอนเกิดเหตุจริง
เช็กอะไรบ้าง:
- อาหารและน้ำ: วันหมดอายุ และสภาพบรรจุภัณฑ์
- ยาและชุดปฐมพยาบาล: วันหมดอายุ
- ไฟฉายและวิทยุ: ลองเปิดดู และเปลี่ยนถ่านที่หมดอายุ
- พาวเวอร์แบงก์: ชาร์จให้เต็มเสมอ
- เอกสาร: สำเนายังเป็นข้อมูลล่าสุดหรือไม่
- เสื้อผ้า: ปรับขนาดตามสมาชิกในบ้าน โดยเฉพาะเด็ก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน
รวมคำตอบสำคัญที่จะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
1. กระเป๋าฉุกเฉินคืออะไร
กระเป๋าฉุกเฉิน (Emergency Bag) คือกระเป๋าที่จัดของจำเป็นไว้ให้ดูแลตัวเองได้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง ระหว่างรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ
2. กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงมีอะไรบ้าง
มี 6 หมวดตาม ป ภ ประกาศ คือ ยาและสุขภาพ อาหารและน้ำ อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ เอกสารและเงิน สุขอนามัยส่วนบุคคล และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
3. ควรวางกระเป๋าฉุกเฉินไว้ที่ไหน
ปภ. ให้วางในจุดที่หยิบใช้ได้ทันที เช่น ใกล้ประตูบ้าน และให้ทุกคนในบ้านรู้ตำแหน่ง
4. ควรเช็กกระเป๋าฉุกเฉินบ่อยแค่ไหน
ปภ. ให้ตรวจสภาพและวันหมดอายุอยู่เสมอ
จัดกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงให้พร้อม เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้
กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเตรียมให้พร้อมล่วงหน้า โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำให้จัดครอบคลุม 6 หมวด ได้แก่ ยาและสุขภาพ (รวมชุดปฐมพยาบาล) อาหารและน้ำดื่ม (3 ลิตร/คน/วัน) อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ (ไฟฉาย พาวเวอร์แบงก์ วิทยุ ถ่าน นกหวีด) เอกสารและเงิน สุขอนามัยส่วนบุคคล (เสื้อกันฝน ถุงซิปล็อก)
และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ควรเลือกกระเป๋าที่เบา กันน้ำ วางในจุดที่หยิบง่าย และตรวจสอบวันหมดอายุอย่างสม่ำเสมอ สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นได้ครบจบในที่เดียวพร้อมส่งถึงบ้านได้ที่ OfficeMate (ofm.co.th) เพื่อความพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ตั้งแต่วันนี้
🎁 ลูกค้าใหม่ ช้อปคุ้มรับส่วนลด 10%
กรอกโค้ด ENJOY10 เมื่อช้อปครบ 2,499 บาทขึ้นไป (ลดสูงสุด 2,999 บาท)
- ช่องทาง: OFM.co.th และ OFM Mobile App เท่านั้น
- ระยะเวลา: 1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569
- สิทธิ์: จำกัด 1 สิทธิ์ / ใบเสร็จ / รหัสลูกค้า (รวม 500 สิทธิ์ตลอดรายการ)
เงื่อนไขสำคัญ:
- ยกเว้น: สินค้าขึ้นต้นรหัส Y, สินค้า Marketplace, กระดาษถ่ายเอกสาร, ปริ้นเตอร์/หมึก/โทนเนอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Flash Drive/Hard Disk), ลูกค้า E-Procurement และไม่สามารถใช้ร่วมกับค่าจัดส่งหรือโปรโมชั่นอื่นได้
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเรียกคืนคะแนน The 1 / ของสมนาคุณ หากมีการยกเลิกคำสั่งซื้อ
แหล่งอ้างอิง:
- ปภ.เปิด 6 หมวดสิ่งของจำเป็น “กระเป๋าฉุกเฉิน” 72 ชั่วโมง รับมือภัยฉุกเฉิน (Thai PBS ลงข่าวแจกของ ปภ. 3 พ.ย. 2569)
- เช็กลิสต์ถุงยังชีพ เพื่อการเอาตัวรอดใน 72 ชั่วโมงแรก (กรมประชาสัมพันธ์)
- Build A Kit (FEMA / Ready.gov)
- Sphere in Practice (The Sphere Handbook, Sphere Association)

